เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 124 - 125

บทที่ 124 - 125

บทที่ 124 - 125


บทที่ 124 ยกที่ 2~!

จี้เฟิงก้าวถอยหลังออกจากพื้นที่ทันที ความจริงแล้วสิ่งที่จี้เฟิงต้องการก็คือการที่ให้รองผู้บัญชาการหวังยอมที่จะให้เขาได้เข้าร่วมต่อสู้ในครั้งนี้ด้วย เพราะต่อให้ตู้เส้าเฟิงแพ้ก็ไม่เป็นไร เพราะเขายังสามารถจัดการเรื่องนี้ต่อได้ ในเมื่อตอนนี้เรื่องราวเป็นไปอย่างที่เขาต้องการแล้ว มันจึงทำให้เขาโล่งใจไปมาก

ตู้เส้าเฟิงและหมีดำกำลังจะเปิดฉากต่อสู้กัน ส่วนคนอื่นๆก็เฝ้าดูอย่างกระวนกระวายใจและอยากจะรู้ว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะ แต่ดูจากร่างกายที่แข็งแกร่งเต็มไปด้วยมัดกล้ามของหมีดำแล้วคนส่วนใหญ่จึงคิดว่าหมีดำนั้นมีโอกาสชนะมากกว่า

“เอาล่ะนะ!!”

ตู้เส้าเฟิงตะโกนพร้อมกับวิ่งไปด้านหน้า เขาเงื้อหมัดเล็งไปที่หน้าอกของหมีดำ

“โอ้ น่าสนใจ!” หมีดำหัวเราะเยาะและในเวลาเดียวกันหมีดำก็ทักทายตู้เส้าเฟิงกลับด้วยหมัดของเขาเช่นกัน

“ตูม!!”

หมัดของทั้งสองฝ่ายปะทะกันอย่างรุนแรง

ทั้งสองต่างก็รู้สึกเจ็บที่มือราวกับกำปั้นของพวกเขาถูกทุบด้วยหิน

หลังจากการปะทะกันด้วยหมัดอย่างรุนแรงในครั้งแรก พวกเขาต่างก้าวถอยหลังไปกันคนละสองก้าว จากนั้นพวกเขาก็พุ่งเข้าหากันอีกครั้ง

จี้เฟิงที่เฝ้าดูการต่อสู้ของพวกเขาอย่างใกล้ชิดพยักหน้ากับตัวเองอยู่ในใจ “ตู้เส้าเฟิงนั้นเป็นคนที่แข็งแกร่งมากจริงๆ ในการต่อสู้แบบตัวต่อตัวเขาแทบจะไม่เป็นรองหมีดำเลย!”

รองผู้บัญชาการหวังและครูฝึกหูที่เฝ้าดูอยู่ไม่ไกล ต่างก็ประหลาดใจเช่นกันเมื่อเห็นว่าตู้เส้าเฟิงสามารถเป็นคู่ต่อสู้ให้กับนักสู้ที่แท้จริงอย่างหมีดำได้

พวกเขาต่างรู้ถึงความแข็งแกร่งของหมีดำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรองผู้บัญชาการหวัง เขาเคยเห็นหมีดำเอาชนะทหารที่มีทักษะการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมมาแล้วหลายสิบคนในเวลาเดียวกัน และเขายังเคยต่อสู้ในสนามมวยใต้ดินจนทำให้คู่ต่อสู้ถึงแก่ชีวิตมาแล้ว เขาจึงคิดไม่ถึงว่าหมีดำผู้ที่เคยผ่านสังเวียนเลือดมาอย่างโชกโชนจะถูกนักศึกษาคนนี้ใช้การต่อสู้ที่รุนแรงจนบีบให้นักสู้สังเวียนเลือดอย่างหมีดำต้องเอาจริง

อย่างไรก็ตามจี้เฟิงรู้ดีว่า การต่อสู้ที่ดูเหมือนจะสูสีนี้มันเป็นเพียงผลลัพธ์แค่ชั่วคราวเท่านั้น เพราะตู้เส้าเฟิงยังคงไม่มีประสบการณ์การต่อสู้ของจริงมามากเท่ากับหมีดำ และเมื่อการต่อสู้ที่รุนแรงนี้ผ่านไป ตู้เส้าเฟิงจะค่อยๆหมดแรงและเขาก็จะไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่สูสีกับหมีดำอีกต่อไป

แน่นอนว่าหลังจากการแลกเปลี่ยนหมัดกันไปเพียงไม่กี่ครั้ง หมีดำก็สามารถมองออกถึงจังหวะการต่อสู้ของตู้เส้าเฟิง ในตอนนี้เขาจึงเปลี่ยนจากเป็นฝ่ายรุกมาเป็นฝ่ายตั้งรับแทน

“ย๊ากกกกกกกก!!!”

จู่ๆ ตู้เส้าเฟิงก็คำรามเสียงดังก้องราวกับสัตว์ร้ายที่โกรธจัดทำให้หมีดำที่กำลังจะเปลี่ยนรูปแบบการต่อสู้ตกใจและชะงักในทันที

เสี้ยววินาทีที่หมีดำชะงัก ตู้เส้าเฟิงไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ เขาฉวยโอกาสชกเข้าที่หน้าท้องของหมีดำด้วยหมัดขวาที่หนักหน่วงและรุนแรงจากนั้นเขาก็รัวหมัดเข้าใส่ตำแหน่งเดิมไปอีกหลายหมัด

หมีดำที่ถูกหมัดอันรุนแรงของตู้เส้าเฟิงกระหน่ำที่จุดเดิมค่อยๆถอยหลังจนล้มก้นจ้ำเบ้า เขาไม่มีแรงที่จะตอบโต้ได้อีกต่อไป หมีดำได้พ่ายแพ้ให้แก่ตู้เส้าเฟิง

“ฟึ่บ!”

หมัดสุดท้ายของตู้เส้าเฟิงหยุดชะงักอยู่ที่ระยะห่างไม่ถึง 2 เซนติเมตรจากหน้าอกของหมีดำ เกรงว่าถ้าหมีดำโดนหมัดนี้ของตู้เส้าเฟิงเข้าไปโดยไร้การป้องกัน คงจะถึงแก่ชีวิต

รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของจี้เฟิง จ้าวไค และฮั่นจง รวมถึงนักศึกษาคนอื่นๆ ในเวลาเดียวกัน คนอื่นๆอาจจะคิดแค่ว่าตู้เส้าเฟิงนั้นชนะจากการต่อสู้นี้ แต่จี้เฟิงรู้ว่าตู้เส้าเฟิงได้เรียนรู้อะไรมากมายจากการต่อสู้ที่แท้จริงนี้

“หึ!” ตู้เส้าเฟิงส่งเสียงหัวเราะอย่างมีชัยอยู่ในลำคอ จากนั้นเขาก็ยืดตัวที่เต็มไปด้วยเหงื่อขึ้นและหันหน้าไปทางรองผู้บัญชาการหวัง “หัวหน้าหวัง ขอโทษด้วย ฉันชนะแล้ว!”

สีหน้าของรองผู้บัญชาการหวังซีดขาวจนแทบจะเป็นกระดาษ เขาจ้องมองไปยังตู้เส้าเฟิงอย่างเย็นชา เขานิ่งเงียบอยู่เป็นเวลานาน

จู่ๆ ก็มีเสียงของจี้เฟิงตะโกนขึ้น

“เหล่าตู้ ระวัง!!”

วินาทีเดียวกับที่จี้เฟิงตะโกนออกมา หมีดำที่ล้มลงไปกับพื้นเพราะหมัดของตู้เส้าเฟิงก็ยืนขึ้นอย่างเงียบๆ แล้วพุ่งตรงเข้าไปหาตู้เส้าเฟิงอย่างรวดเร็ว เขาเงื้อหมัดที่อาศัยแรงส่งซึ่งมันจะทำให้เกิดความรุนแรงเพิ่มขึ้นและเล็งไปที่ท้ายทอยของตู้เส้าเฟิง

ทั้งจี้เฟิงและตู้เส้าเฟิงไม่คาดคิดว่าหมีดำจะยังสามารถลุกขึ้นมาต่อสู้ได้อีก พวกเขาประเมินความแข็งแกร่งของหมีดำต่ำไป ลองนึกภาพสนามมวยใต้ดินที่ไร้กฎเกณฑ์ เป้าหมายของพวกเขามีเพียงแค่ชัยชนะและนักมวยหลายคนก็ไม่สนใจหากจะต้องทำให้ใครตายเพื่อให้ได้ชัยชนะมา

จี้เฟิงและตู้เส้าเฟิงไม่เคยได้สัมผัสกับมวยเถื่อนที่ต่อสู้กันที่สนามมวยใต้ดิน พวกเขาจึงไม่รู้ถึงความป่าเถื่อนและความแข็งแกร่งของนักมวยใต้ดินเหล่านั้นว่ามีความแตกต่างจากนักสู้ในเกมการแข่งขันอื่นๆมากขนาดไหน

เกมการแข่งขันอื่นๆส่วนมากจะแข่งขันกันเพื่อแย่งชิงอันดับเกียรติยศหรือเงินรางวัล แต่สิ่งสำคัญที่สุดในสำหรับนักมวยใต้ดินนั่นก็คือการต่อสู้ที่เดิมพันด้วยชีวิต

แม้ว่าในความเป็นจริงประสบการณ์เกี่ยวกับการต่อสู้ของจี้เฟิงและตู้เส้าเฟิงจะมีส่วนที่คล้ายกัน แต่เทคนิคต่างๆที่จี้เฟิงได้เรียนรู้ล้วนเป็นวิชาการต่อสู้ที่เน้นการโจมตีเพียงครั้งเดียวและมุ่งเน้นไปที่จุดตาย เพราะเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้ฝ่ายตรงข้ามไม่มีโอกาสได้โต้กลับ

ส่วนศิลปะการต่อสู้ที่ตู้เส้าเฟิงได้เรียนรู้นั้นมีไว้เพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพทางกายไม่ใช่เพื่อการแข่งขันโดยมีชีวิตเป็นเดิมพัน อาจกล่าวได้ว่าจี้เฟิงและตู้เส้าเฟิงเป็นผู้ที่เรียนรู้ทักษะการต่อสู้ที่มีเป้าหมายที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว คนหนึ่งเรียนศิลปะการต่อสู้เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับร่างกาย อีกคนหนึ่งเรียนศิลปะการต่อสู้เพื่อใช้ในการฆ่า!

ด้วยเหตุผลเหล่านี้มันจึงเกิดเป็นความแตกต่างของนักสู้ทั้งสองแบบ และแน่นอนว่ามันคือโอกาสที่หมีดำจะไม่ยอมปล่อยให้หลุดมือ

คำพูดเหล่านี้แม้มันจะดูซับซ้อน แต่อันที่จริงมันเป็นเพียงเวลาแค่ชั่วครู่ กว่าที่ตู้เส้าเฟิงจะรู้ตัวหมัดของหมีดำก็เข้ามาใกล้เขามากแล้ว

แต่หลักจากได้ยินเสียงตะโกนของจี้เฟิง ตู้เส้าเฟิงก็ก้มศีรษะโดยอัตโนมัติและเบี่ยงตัวไปด้านข้างซึ่งทำให้เขาสามารถหลีกเลี่ยงหมัดของหมีดำได้อย่างฉิวเฉียด

แต่หมีดำไม่รอช้า เขาไม่ปล่อยให้ตู้เส้าเฟิงมีโอกาสได้ทันตั้งตัว แม้ตู้เส้าเฟิงจะสามารถหลีกเลี่ยงการโจมตีครั้งแรกไปได้ แต่การโจมตีครั้งที่สองของหมีดำก็กระชั้นชิดเกินไป หมีดำใช้ลูกเตะที่รุนแรงเตะเข้าไปที่หลังของตู้เส้าเฟิง

ตู้เส้าเฟิงที่เพิ่งหลบหลีกการโจมตีแรกของหมีดำไปได้อย่างฉิวเฉียดจึงทำให้เขาไม่สามารถพลิกตัวกลับมาตั้งรับการโจมตีครั้งที่สองได้ทันมันจึงทำให้เขารับลูกเตะของหมีดำไปเต็มๆโดยไร้การป้องกัน

“เปรี้ยง!”

ตู้เส้าเฟิงที่ถูกเตะจากด้านหลังกระเด็นล้มหน้าทิ่มไปข้างหน้าอย่างแรง

ในเวลานี้หมีดำซึ่งอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบกว่ามาก เมื่อเห็นว่าคู่ต่อสู้เพลี่ยงพล้ำเขาจึงไม่ยอมพลาดโอกาสงามๆนี้ เขาพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ท่าทางที่ดุร้ายของเขาแสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเป้าหมายของเขาในเวลานี้มีเพียงอย่างเดียวคือการเอาชีวิตของตู้เส้าเฟิง!

“หยุด!”

จี้เฟิงคำราเสียงดัง แต่หมีดำที่กำลังหน้ามืดและสนุกกับการต่อสู้นั้นไม่ได้ยินเสียงใดๆทั้งสิ้น เขายังคงพุ่งตรงไปที่ตู้เส้าเฟิง ทุกคนในเวลานี้ต่างกำลังตกตะลึงกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ความตกใจทำให้พวกเขาลืมไปว่าพวกเขากำลังคิดอะไรอยู่ พวกเขาทำได้แค่จ้องมองหมีดำที่กำลังวิ่งตรงไปที่ตู้เส้าเฟิงที่ยังคงล้มอยู่บนพื้นจากการถูกเตะ

“ไอ้ชั่ว!”

จี้เฟิงโกรธมาก แต่ในเวลานี้มันสายเกินไปที่จะเข้าไปโจมตีหมีดำ เขาจึงเลือกที่จะไปช่วยเหลือตู้เส้าเฟิงที่อยู่ไม่ไกลนักโดยการพุ่งตัวอย่างกะทันหัน ในตอนนี้ทั้งเขาและหมีดำต่างก็ดูเหมือนเสือโหยที่ต่างก็มีเป้าหมายเป็นตู้เส้าเฟิง เพียงแต่เหตุผลของพวกเขาทั้งสองนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง คนหนึ่งพุ่งตรงไปเพื่อที่จะฆ่า ส่วนอีกคนไปเพื่อที่จะช่วยชีวิต แต่จี้เฟิงนั้นเร็วกว่า เขาสามารถไปถึงตัวตู้เส้าเฟิงได้ก่อน เขาคว้าตู้เส้าเฟิงขึ้นและถอยไปข้างหลังสี่ห้าก้าวอย่างรวดเร็วจากนั้นก็จ้องไปที่หมีดำอย่างเย็นชา

“แค่ก! แค่ก!”

ตู้เส้าเฟิงที่ถูกเตะที่หลังทำให้อวัยวะภายในของเขาได้รับการกระทบการเทือนอย่างรุนแรงจนทำให้เขาไอแทบจะตลอดเวลา

จี้เฟิงพยุงเขาส่งไปให้จ้าวไคและฮั่นจงที่เวลานี้ต่างก็จ้องมองไปที่หมีดำด้วยสายตาที่เย็นชาแทบจะกินเลือดกินเนื้อ “เขาปล่อยคุณ แล้วทำไมคุณถึงจะฆ่าเขา?!”

ถ้าไม่ใช่เพราะตู้เส้าเฟิงแสดงความเมตตาในช่วงแรกของการต่อสู้ หมัดสุดท้ายที่เขาได้หยุดชะงักตรงหน้าอกของหมีดำก็เพียงพอที่จะทำให้หมีดำถึงแก่ชีวิต แต่นอกจากหมีดำจะไม่รู้สึกซาบซึ้งถึงน้ำใจนักกีฬาของตู้เส้าเฟิงแล้ เขายังฉวยโอกาสโจมตีจากทางด้านหลังในตอนที่ตู้เส้าเฟิงเผลออีกต่างหาก

“ฉันไม่ได้ขอร้องให้เขาเมตตาฉัน ตราบใดที่ฉันยังสามารถลุกขึ้นยืนได้ การต่อสู้นี้ก็ยังไม่จบ และในเมื่อมันยังไม่จบฉันก็สามารถทำทุกอย่างที่ฉันต้องการได้!” หมีดำยิ้มอย่างชั่วร้าย มีความหยิ่งผยองฉายชัดอยู่ในดวงตาของเขา เขารู้ดีว่าลูกเตะของเขาทำร้ายอวัยวะภายในของตู้เส้าเฟิงไปไม่น้อย และตู้เส้าเฟิงจะไม่หายจากอาการบาดเจ็บนี้ได้ง่ายๆอย่างแน่นอนหากไม่ได้รับการรักษาและการพักผ่อนอย่างน้อยก็เป็นเวลาหลายเดือน

หมีดำอดไม่ได้ที่จะแอบหัวเราะด้วยความสะใจ หัวหน้าหวังได้บอกกับเขาว่า เขาอยากจะเห็นเด็กสองคนนี้ถูกจัดการอย่างดีที่สุด และตอนนี้เขาก็ได้เติมเต็มความไว้วางใจของหัวหน้าหวังที่มีต่อเขาได้อย่างดีเยี่ยม ดูเหมือนว่าครั้งนี้เขาคงจะได้เงินติดกระเป๋าไปอีกไม่น้อย

…จบบทที่ 124~❤️

-------------------------------------------

บทที่ 125 ความเย็นชา

ถ้าไม่ใช่เพราะตู้เส้าเฟิงแสดงความเมตตาในช่วงแรกของการต่อสู้ หมัดสุดท้ายที่เขาได้หยุดชะงักตรงหน้าอกของหมีดำก็เพียงพอที่จะทำให้หมีดำถึงแก่ชีวิต แต่นอกจากหมีดำจะไม่รู้สึกซาบซึ้งถึงน้ำใจนักกีฬาของตู้เส้าเฟิงแล้ว เขายังฉวยโอกาสโจมตีจากทางด้านหลังในตอนที่ตู้เส้าเฟิงเผลออีกต่างหาก

“ฉันไม่ได้ขอร้องให้เขาเมตตาฉัน ตราบใดที่ฉันยังสามารถลุกขึ้นยืนได้ การต่อสู้นี้ก็ยังไม่จบ และในเมื่อมันยังไม่จบฉันก็สามารถทำทุกอย่างที่ฉันต้องการได้!” หมีดำยิ้มอย่างชั่วร้าย มีความหยิ่งผยองฉายชัดอยู่ในดวงตาของเขา เขารู้ดีว่าลูกเตะของเขาทำร้ายอวัยวะภายในของตู้เส้าเฟิงไปไม่น้อย และตู้เส้าเฟิงจะไม่หายจากอาการบาดเจ็บนี้ได้ง่ายๆอย่างแน่นอนหากไม่ได้รับการรักษาและการพักผ่อนอย่างน้อยก็เป็นเวลาหลายเดือน

หมีดำอดไม่ได้ที่จะแอบหัวเราะด้วยความสะใจ หัวหน้าหวังได้บอกกับเขาว่า เขาอยากจะเห็นเด็กสองคนนี้ถูกจัดการอย่างดีที่สุด และตอนนี้เขาก็ได้เติมเต็มความไว้วางใจของหัวหน้าหวังที่มีต่อเขาได้อย่างดีเยี่ยม ดูเหมือนว่าครั้งนี้เขาคงจะได้เงินติดกระเป๋าไปอีกไม่น้อย

ทันใดนั้นจี้เฟิงก็หันหน้าไปมองที่รองผู้บัญชาการหวังและถามด้วยเสียงที่แหบต่ำ “หัวหน้าหวังคุณพูดอะไรกับหมีดำเกี่ยวกับการต่อสู้ในครั้งนี้ แบบนี้มันไม่เรียกว่าเป็นการใช้ความรุนแรงที่เกิดกว่าเหตุหรือ?”

หัวหน้าหวังตอบอย่างไม่แยแส “สิ่งที่หมีดำพูดก็ถูกแล้ว เขายังไม่ได้ยอมรับความพ่ายแพ้และในการต่อสู้นี้ก็ไม่ได้มีกรรมการมาตัดสินแล้วบอกว่าหมีดำเป็นฝ่ายแพ้ นั่นก็หมายความว่าการแข่งขันมันยังไม่จบ และตราบใดที่หมีดำไม่ได้ใช้อาวุธหรือทำอย่างอื่นที่เป็นการโกง เขาก็สามารถใช้วิธีไหนก็ได้ในการต่อสู้นี้ แล้วถ้าหากคุณอยากจะโทษใครซักคนในเรื่องนี้คุณก็ควรโทษตู้เส้าเฟิงเพื่อนร่วมชั้นของคุณ ที่หยิ่งผยองได้ใจคิดว่าตัวเองชำนาญการต่อสู้และไม่เห็นคู่ต่อสู้อยู่ในสายตาจนเรียกได้ว่าเป็นความประมาท และความผิดพลาดที่เกิดขึ้นนี้มันก็เป็นเพราะตัวของเขาเอง!”

“โอเค.. ดี!” จี้เฟิงยิ้มอย่างเย็นชา “ถ้าคุณบอกว่าตู้เส้าเฟิงผิดพลาดเองและไม่สามารถโทษใครได้ ผมก็คงพูดอะไรไปกว่านี้ไม่ได้ งั้นเรามาต่อกันเลยดีกว่า ต่อไปตาผมแล้วใช่มั้ย?!”

“แน่นอน! ถ้าคุณต้องการที่จะมีสภาพแบบเดียวกันกับเพื่อนของคุณ!” รองผู้บัญชาการหวังตอบด้วยน้ำเสียงที่เหมือนกับได้รับชัยชนะไปเรียบร้อยแล้ว

จากนั้นเขาหันไปทางหมีดำและพยักหน้า หมีดำเดินตรงมาทางเขาอย่างรวดเร็ว รองผู้บัญชาการหวังกระซิบกับหมีดำ “ไอ้เด็กเวรนี่มันน่ารำคาญจริงๆ สนุกกับมันให้เต็มที่อย่าให้ถึงตายก็พอ!”

“เข้าใจแล้ว!” หมีดำกระซิบตอบ

จี้เฟิงไม่สนใจว่าสองคนนั้นกำลังพูดคุยอะไรกัน เขาเดินไปยังลานโล่งพร้อมกับมองหน้ารองผู้บัญชาการหวังแล้วพูดว่า “ถ้าตามที่หัวหน้าหวังพูด ผลการแพ้ชนะจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สามารถต่อสู้ต่อไปได้หรือไม่ก็ยอมรับความพ่ายแพ้จากการตัดสิน?”

“ถูกต้อง!” รองผู้บัญชาการหวังเอ่ยเสียงขึ้นจมูกด้วยความรู้สึกเหยียดหยามพร้อมกับมองไปที่นักศึกษาทุกคน

“แต่เนื่องจากไม่มีผู้ตัดสินอย่างเป็นทางการ การตัดสินจึงต้องมาจากผู้ที่ต่อสู้กันเองทั้งสองฝ่ายโดยมีผู้ชมที่อยู่โดยรอบเป็นพยานยืนยันความถูกต้อง ดังนั้นต้องต่อสู้กันจนกว่าจะมีฝ่ายชนะหรือผู้ที่ยกเลิกการต่อสู้นี้ก็เท่ากับว่าเป็นฝ่ายแพ้!”

จี้เฟิงพยายามข่มอารมณ์โกรธที่อยู่ในใจของเขาและพูดออกมาเบาๆ “ถ้าอย่างนั้นก็มีความเป็นไปได้ที่จะชนะเพียงสองทางเท่านั้นคือทำให้อีกฝ่ายไม่สามารถลุกขึ้นมาต่อสู้ได้อีกหรือให้อีกฝ่ายยอมรับความพ่ายแพ้ใช่มั้ย?”

“ฮึ่ม..! คุณต้องการที่จะยอมแพ้ตั้งแต่ตอนนี้เลยงั้นหรือ?” รองผู้บัญชาการหวังถามด้วยใจที่หวั่นว่าจี้เฟิงคิดจะยอมแพ้เสียตั้งแต่ตอนนี้

“ยอมแพ้?” จี้เฟิงยิ้มจางๆ “ไม่เพียงแต่ผมจะไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ แต่ผมจะไม่ให้โอกาสคนของคุณได้พูดคำว่ายอมแพ้ด้วยซ้ำ!”

หมีดำก้าวไปทางจี้เฟิงแล้วพูดว่า “มาเริ่มกันเลยเถอะ ฉันอยากจะรู้แล้วว่าเธอจะเอาชนะฉันด้วยวิธีไหน?”

มีแสงเย็นวาบฉายออกจากดวงตาของหมีดำ ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากตู้เส้าเฟิงไม่สำคัญกับเขาอีกต่อไป เขารู้สึกมั่นใจอย่างเต็มที่ที่จะสามารถเอาชนะจี้เฟิงได้ในช่วงเวลาสั้นๆ และเขาก็มั่นใจว่าเขาทำให้ตู้เส้าเฟิงได้รับบาดเจ็บมากกว่าที่เขาได้รับมาอย่างแน่นอน!

“เด็กน้อย เธอต้องการแบบนี้เองนะ!” หมีดำแสยะยิ้มอย่างน่ากลัว

จี้เฟิงมองเขากลับด้วยสายตาที่เย็นชา ซึ่งทำให้หมีดำถึงกับตกใจ แววตาของจี้เฟิงที่มองหมีดำราวกับว่าหมีดำนั้นได้ตายไปแล้ว

“ไอ้เด็กเวร!” จู่ๆมีดำก็โกรธขึ้นมาทันที เพราะแม้แต่ราชามวยเถื่อนแห่งสนามมวยใต้ดินที่เขาเคยเจอ ถึงเขาจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แต่เขาก็ยังได้รับสายตาชื่นชม ในตลอดหลายปีที่ผ่านมาไม่เคยมีใครกล้ามองเขาด้วยสายตาเช่นนี้มาก่อน

“ไอ้หนู วันนี้ฉันจะเป็นคนมอบบทเรียนให้แกได้รู้ว่านักสู้ที่แท้จริงเป็นยังไง แล้วจะได้รับผลอย่างไรบ้างหากอวดเก่งไม่ดูตาม้าตาเรือ!” หมีดำพยายามกลั้นความโกรธและพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา

“บังเอิญอะไรขนาดนี้” จี้เฟิงยิ้ม “ผมก็กำลังจะบอกคุณแบบนี้อยู่พอดี!”

“เลิกพูดจาไร้สาระได้แล้วไอ้เด็กเวร!” หมีดำคำราม

ทันทีที่เขาพูดจบ เขาก็เห็นจี้เฟิงขยับจากนั้นเขาก็รู้สึกได้ถึงวัตถุบางอย่างที่เคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว แล้วเขาก็พบว่าวัตถุที่เคลื่อนที่อย่างรวดเร็วไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นจี้เฟิงที่ตอนนี้มาอยู่ตรงหน้าเขาพร้อมกับกำปั้นที่พร้อมจะกระแทกกับไหล่ข้างขวาของเขา

“ปึ้ก!”

จี้เฟิงทุบเข้าไปที่สะบักของหมีดำอย่างแรง ในขณะเดียวกันจี้เฟิงก็ใช้มืออีกข้างคว้าไปที่แขนของหมีดำและดึงมันอย่างรุนแรง จากนั้นแขนของหมีดำก็ห้อยลงราวกับเป็นแขนที่ไร้กระดูก

เพียงหมัดเดียวของจี้เฟิงถึงกับทำให้กระดูกสะบักของหมีดำแตกละเอียดและส่งผลให้แขนของเขาใช้การไม่ได้อีกต่อไป

หมีดำรู้สึกเจ็บปวดไปทั้งแขนอย่างรุนแรง ความหวาดกลัวเข้าเกาะกุมจิตใจของเขาทันที ความคิดบางอย่างผุดขึ้นมาในหัวของเขา เด็กคนนี้มันคือสัตว์ประหลาด!

ในขณะนั้นเองจิตสังหารของจี้เฟิงก็ปะทุออกมาจากร่างกายของเขาอย่างรุนแรง มันทำให้หมีดำที่รับรู้ถึงจิตสังหารอันรุนแรงของจี้เฟิงได้โดยตรงถึงกับตัวสั่นไปด้วยความหวาดกลัว หมีดำเหมือนจะมองเห็นอนาคตและรู้โดยทันทีว่าเขาจะต้องเจอกับอะไร

ความมั่นใจที่เคยมีของเขาหายไปอย่างรวดเร็ว ในเวลานี้มีแต่ความกลัวเท่านั้นที่กำลังกัดกินจิตใจของเขา เขามีแต่ความคิดที่จะเอ่ยปากยอมรับความพ่ายแพ้ เพราะเขารู้ดีว่าถ้าหากเขาไม่ยอมรับความพ่ายแพ้เสียตั้งแต่ตอนนี้เขาจะต้องจบชีวิตลงอย่างอนาถ

อย่างไรก็ตามก่อนที่หมีดำจะทันได้เอ่ยปากยอมแพ้ จี้เฟิงก็ขยับอย่างรวดเร็วและมาที่อีกด้านของหมีดำ เขาคว้าแขนอีกข้าง..

“ปึ้ก!”

ราวกับหนังที่ฉายซ้ำ จี้เฟิงทุบไปที่สะบักของหมีดำอย่างแรงด้วยหมัดของเขา จากนั้นแขนซ้ายของหมีดำก็ห้อยลงและมีชะตากรรมไม่ต่างจากแขนอีกข้างของเขาที่กระดูกสะบักได้แตกละเอียดไปแล้วก่อนหน้านี้

หมีดำอ้าปากกว้างและอยากจะกรีดร้อง แต่ความเจ็บปวดที่เสียดแทงเข้ามาทำให้เขาถึงกับตัวสั่น แม้แต่จะกรีดร้องเขาก็ยังไม่สามารถทำได้

ไม่มีความสงสารหรือเห็นใจใดๆทั้งสิ้นสำหรับจี้เฟิงในเวลานี้ วินาทีต่อมาเขาพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วและก็เตะไปที่ต้นขาทั้งซ้ายและขวาของหมีดำอย่างดุเดือด

“ปั้ก! ปั้ก!”

“กร๊อบ!”

เสียงกระดูกต้นขาทั้งซ้ายและขวาของหมีดำแตกละเอียดจากลูกเตะที่รุนแรงและรวดเร็วของจี้เฟิง ต้นขาซ้ายที่ได้รับความเจ็บปวดรุนแรงกว่าถึงกับเผยให้เห็นกระดูกสีขาวแทงทะลุกล้ามเนื้อของต้นขาจนโผล่ออกมา

“อั่ก!”

หมีดำที่อยากจะกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดทำได้แค่ส่งเสียงร้องอยู่ในลำคอ

จี้เฟิงคว้าคอหมีดำพร้อมกับรอยยิ้มจางๆที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าของเขา “ผมคิดว่าตอนนี้ คุณคงอยากจะยอมรับความพ่ายแพ้แล้วสินะ หรืออยากจะให้ผมถอดกระดูกคอของคุณออกมาก่อนดี?!”

ความเจ็บปวดที่ตอนนี้ไม่ใช่แค่ที่ร่างกายแต่มันยังฝังรากลึกลงไปในจิตใจของหมีดำทำให้เขาไม่สามารถพูดออกมาได้  เขาสั่นไปทั้งตัวด้วยความเจ็บปวด ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อเย็นๆและเลือดสีแดงเข้ม สภาพของเขาตอนนี้ช่างน่าสังเวชเป็นที่สุด

ในเวลานี้ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็ต้องตกตะลึง พวกเขาไม่คิดว่าจี้เฟิง นักศึกษาที่ดูเป็นคนนิ่งๆเงียบๆ จะต่อสู้และเอาชนะผู้ชายที่ดูถึกและบึกบึนไม่ต่างจากหมีขั้วโลกได้ด้วยวิธีที่น่ากลัวและเย็นชาขนาดนี้

คนที่ตกตะลึงมากกว่าใครในที่นี้คงหนีไม่พ้นรองผู้บัญชาการหวัง ขาของเขาสั่นด้วยความหวาดกลัวเขารู้ดีว่าหมีดำแข็งแกร่งมากขนาดไหน แต่จี้เฟิงก็สามารถทำให้เขาพ่ายแพ้ได้อย่างหมดรูปและน่าสังเวช

ดังนั้นเมื่อจี้เฟิงเงยหน้าขึ้นมาและจ้องมองไปทางรองผู้บัญชาการหวัง รองผู้บัญชาการหวังก็ก้าวถอยหลังทันทีอย่างไม่รู้ตัว

“หัวหน้าหวัง ผมพูดได้หรือยังว่าผมชนะแล้ว!” เมื่อเห็นท่าทางหวาดกลัวของหัวหน้าหวังจี้เฟิงก็อดไม่ได้ที่จะมองอย่างดูถูก

“ฮึ่ม! ไป! กลับ!” หลังจากที่ผู้นำหวังสามารถดึงสติกลับมา เขาก็รู้สึกอับอายที่เขาเผลอรู้สึกกลัวเพียงแค่นักศึกษาคนเดียว เขาจึงรีบตะโกนสั่งและจากไปอย่างรวดเร็ว

ผู้บังคับการเมืองที่ติดตามเขา รีบไปพยุงหมีดำพร้อมกับครูฝึกหูแล้วพาเข้าไปที่โรงพยาบาลประจำค่ายทหาร

นักเรียนที่เหลือทั้งหมดมองไปที่จี้เฟิงอย่างว่างเปล่าแต่ก็แฝงไปด้วยความกลัวเล็กน้อยอยู่ในแววตาของพวกเขา

จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างขมขื่นและได้แต่โทษตัวเองที่เผลอลงมือหนักเกินไป เขาจึงทำใจไว้แล้วว่าเขาคงจะกลายเป็นปีศาจในสายตาของคนอื่นไปเรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ตามในไม่ช้าจี้เฟิงก็พบว่ามีบางอย่างผิดปกติ เหมือนกับมีความหลงใหลคลั่งไคล้อยู่ในสายตาของพวกเขา...?

…จบบทที่ 125~❤️

จบบทที่ บทที่ 124 - 125

คัดลอกลิงก์แล้ว