เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 123 ปะทะกับหมีดำ

บทที่ 123 ปะทะกับหมีดำ

บทที่ 123 ปะทะกับหมีดำ


บทที่ 123 ปะทะกับหมีดำ

“เฮ้! เจ้าเด็กน้อย ฉันแนะนำให้เธอฟังคำพูดของผู้นำหวัง เป็นเด็กดีเก็บข้าวเก็บของใส่กระเป๋าแล้วกลับบ้านไปซะ เพราะคนอย่างฉันถ้าได้เริ่มการต่อสู้แล้วจะไม่มีความปราณีใดๆอีก!” ชายผู้ที่มีฉายาว่าหมีดำยืดอกพูดพร้อมกับจ้องเขม็งไปที่ตู้เส้าเฟิง เขาฉีกยิ้มที่แฝงไปด้วยความกระหายเลือด “อย่าแส่หาเรื่องใส่ตัวโดยไม่จำเป็น มันไม่ดีสำหรับเธอ..”

ตู้เส้าเฟิงพูดตอบโต้ด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย “มีคนเคยพูดกับฉันแบบนี้หลายต่อหลายคน แต่สุดท้ายพวกเขาก็โดนฉันจัดการจนแม้แต่แม่ของพวกเขาก็ยังจำหน้าลูกตัวเองแทบไม่ได้ ผมรับรองได้เลยว่า คุณไม่ใช่คนแรกและคนสุดท้ายแน่นอนที่จะโดนแบบนั้น!”

“โอเค โอเค! เธอก็ไม่ใช่คนแรกที่กล้าพูดกับฉันแบบนี้ และคนที่เคยพูดแบบนั้นแล้วยังยืนอยู่ได้ก็เหลือแค่เธอในเวลานี้!”

แววตาของหมีดำหรี่เล็กลงและยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียม จากนั้นเขาก็ค่อยๆถอดเสื้อออก หลังจากที่เขาถอดเสื้อออก กล้ามเนื้อที่มีอยู่แทบทุกส่วนของร่างกายของเขาก็ทำให้ทุกคนที่เห็นถึงกับตกตะลึงมันดูใหญ่โตและเต็มไปด้วยรอยแผลที่น่าเกรงขาม แค่ดูก็รู้แล้วว่าเขาผ่านศึกมาอย่างโชกโชนขนาดไหน

มีนักศึกษาบางคนที่พอเห็นกล้ามแขนของเขาก็แอบก้มลงไปมองขาของตนเองทันทีเพื่อเปรียบเทียบกัน แต่พวกเขาก็ต้องพากันตกใจอีกครั้ง เมื่อพบว่าแขนเพียงข้างเดียวของหมีดำนั้นดูแข็งแกร่งและใหญ่กว่าขาของพวกเขารวมกันสองข้างเสียอีก

นักศึกษาหลายคนในทีมที่กำลังยืนด้วยท่าทางที่เป็นระเบียบทางทหาร ต่างอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเป็นห่วงตู้เส้าเฟิง แม้ว่าตู้เส้าเฟิงจะดูแข็งแกร่ง แต่เขาก็ยังด้อยกว่าหมีดำมาก เมื่อมองไปที่รูปลักษณ์ของหมีดำที่มีสีหน้าของความกระหายเลือดนักศึกษาทุกคนก็อดไม่ได้ที่จะตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว

คิ้วของจี้เฟิงขมวดแน่น เห็นได้ชัดว่าหมีดำคนนี้ไม่ใช่คนขับรถธรรมดาๆ เขาต้องเป็นนักสู้ที่เคยผ่านการฆ่าคนมาแล้วอย่างแน่นอน เพราะเขามีกลิ่นอายของนักฆ่าและมีจิตสังหารที่รุนแรงมาก คนที่มีจิตสังหารและความกระหายเลือดเช่นนี้ จี้เฟิงเคยได้ยินปรมาจารย์ผู้ฝึกสอนในระบบฝึกอบรมสายลับระดับสูงเคยบอกกับเขาว่า หากผู้ใดเคยปลิดชีวิตผู้อื่น คนผู้นั้นก็จะมีจิตสังหารแห่งความกระหายเลือด

แน่นอนว่าเมื่อเทียบกับปรมาจารย์ผู้ฝึกสอนจากระบบฝึกอบรมสายลับระดับสูงแล้ว ออร่าแห่งการสังหารที่อยู่รอบตัวของหมีดำนั้นด้อยกว่าของปรมาจารย์ผู้ฝึกสอนมาก แต่อย่างน้อยจี้เฟิงก็เคยเอาชนะปรมาจารย์ผู้ฝึกสอนมาได้อย่างฉิวเฉียด อย่างไรก็ตามในตอนนี้คนที่ต้องเผชิญหน้ากับนักสู้ที่ผ่านการฆ่ามาแล้วนั้น ไม่ใช่จี้เฟิงแต่เป็นตู้เส้าเฟิง

แม้ว่าตู้เส้าเฟิงจะฝึกฝนศิลปะการต่อสู้มาตั้งแต่ยังเด็ก จึงทำให้เขามีพลังและแข็งแกร่งมาก แต่จี้เฟิงก็ยังคงเป็นกังวลเกี่ยวกับโอกาสชนะของตู้เส้าเฟิงอยู่ดี เพราะอีกฝ่ายคือบุคคลที่เคยผ่านการฆ่าคนมาแล้ว มันเป็นวิถีการต่อสู้ที่แตกต่างกัน

จ้าวไคและฮั่นจงในเวลานี้ต่างก็มีสีหน้าที่ไม่สู้ดีเช่นกัน จากนั้นพวกเขาก็หันหน้าและมองไปทางจี้เฟิง

“จี้เฟิงคุณรู้จักการต่อสู้ดี คุณพอจะดูออกมั้ยว่าระหว่างเหล่าตู้และผู้ชายคนนั้นใครจะเป็นผู้ชนะ” จ้าวไคกระซิบถาม

“เหล่าตู้มีโอกาสชนะน้อยมาก!” จี้เฟิงขมวดคิ้วแล้วตอบด้วยเสียงเบา

ใบหน้าของจ้าวไคและฮั่นจงซีดขึ้นกว่าเดิม เมื่อพวกเขาได้ยินคำตอบของจี้เฟิงว่าโอกาสชนะของตู้เส้าเฟิงนั้นมีไม่มาก นั่นหมายความว่าตอนนี้ตู้เส้าเฟิงกำลังตกที่นั่งลำบาก

“ถ้าอย่างนั้นฉันคิดว่าพวกเราควรรีบหยุดเรื่องนี้กันดีกว่า เราก็แค่ยกตำแหน่งหัวหน้าทีมให้กับหวังเสี่ยวหู่ไป มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรอยู่แล้ว แล้วหลังจากที่เรากลับไปที่มหาวิทยาลัยเราจะจัดการกับคนอย่างหวังเสี่ยวหู่เมื่อไหร่ก็ย่อมได้ เราก็แค่ต้องปล่อยให้เขาได้ใจไปก่อน!” จ้าวไควิเคราะห์ทางเลือกที่ดีที่สุดอย่างใจเย็น “ที่นี่คือค่ายทหาร มันไม่ใช่ถิ่นของเรา ถึงแม้มันจะมีส่วนที่เกี่ยวข้องกัน แต่เราก็ไม่สามารถทำอะไรได้มาก แล้วอีกอย่างถ้าเหล่าตู้พ่ายแพ้เขาจะถูกไล่ออกจากการฝึกทหารทันที!”

ฮั่นจงพยักหน้าอย่างแรง “ใช่! ถ้าอยากจัดการหวังเสี่ยวหู่ ฉันว่ารอให้พวกเรากลับจากค่ายทหารนี่ก่อน แล้วเราค่อยหาวิธีจัดการกับเขาทีหลัง แม้ว่าครอบครัวของฉันจะมีอำนาจอยู่บ้างในเจียงโจวแต่มันก็เป็นเรื่องยากที่จะมาใช้กับที่ค่ายทหารนี่ แล้วด้วยนิสัยอย่างเหล่าตู้ถ้าเขาพ่ายแพ้ต่อหน้าผู้คนจำนวนมากเช่นนี้ ต่อให้เขาไม่ถูกไล่ออก เขาก็ต้องลาออกเองอยู่ดี แล้วมันจะทำให้เขาไม่ได้รับประกาศนียบัตรจบการศึกษา!”

จี้เฟิงพยักหน้าเล็กน้อย ในความเป็นจริงเขาก็คิดไม่ต่างจากจ้างไคและฮั่นจง เห็นได้ชัดว่ารองผู้บัญชาการหวังมีอำนาจมากกว่าในตอนนี้ แม้ว่าเขาจะไม่อยากยอมรับก็ตาม

“เด็กน้อย ถ้าอยากตายก็เข้ามาเลย!” หมีดำยิ้มเยาะ

แต่สีหน้าของตู้เส้าเฟิงกลับสงบลง เนื่องจากทุกครั้งที่เขาจะเริ่มการต่อสู้ เขาจะสงบสติอารมณ์เพื่อตั้งสมาธิและเข้าสู่สภาวะที่ดีที่สุด เขาได้รับการอบรมสั่งสอนจากครอบครัวของเขามาตั้งแต่ยังเด็กเขาจึงไม่คล้อยตามคำพูดยั่วยุของหมีดำในเวลานี้เลยแม้แต่น้อย

“ช้าก่อน!”

ในขณะที่ตู้เส้าเฟิงกำลังปรับการหายใจของเขา ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากในกลุ่มนักศึกษา จากนั้นจี้เฟิงที่ไม่มีใครทันสังเกตเห็นว่าเขาได้มาอยู่แถวหน้าตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ก้าวออกไปข้างหน้าสองก้าว

“หัวหน้าหวัง มีคำกล่าวที่ว่า ให้โอกาสคนแล้วคุณอาจจะได้โอกาสในอนาคต” จี้เฟิงยิ้มเล็กน้อย “แม้ว่าเพื่อนร่วมชั้นของผมอาจจะพูดจาก้าวร้าวไปสักหน่อย แต่ผมว่ามันก็ไม่น่าจะต้องถึงขนาดลงมือต่อสู้กับคนขับรถของหัวหน้าหวังเพื่อที่จะได้รับตำแหน่งหัวหน้าทีม ถ้าเกิดว่าเขายอมรับข้อตกลงแล้วปล่อยให้หัวหน้าหวังเป็นผู้คัดเลือกหัวหน้าทีมด้วยตัวเองโดยไม่ขัดข้อง หัวหน้าหวังคิดเห็นว่าอย่างไร?”

“คุณถามว่าคิดเห็นอย่างไร? แน่นอน ฉันไม่เห็นด้วย!” รองผู้บัญชาการหวังตะคอกอย่างเย็นชา “หัวหน้าทีมที่ไม่มีวินัยทหารก็ไม่สมควรที่จะอยู่ในค่ายทหาร!”

ท่าทีของจี้เฟิงยังคงสงบนิ่งเขาพูดขึ้นเบาๆ “ที่หัวหน้าหวังพูดมาก็ถูก แต่พวกเราเป็นนักศึกษาไม่ใช่ทหารจริงๆ ยิ่งไปกว่านั้น มีสิ่งหนึ่งที่ผมไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ คือบทลงโทษสำหรับนักศึกษาที่มาฝึกทหาร ผมว่ามันไม่ควรถึงขั้นที่จะทำให้เกิดการต่อสู้จนได้รับบาดเจ็บ เพราะเท่าที่ทราบบทลงโทษสำหรับนักศึกษาที่มาฝึกทหารคือการที่พวกเขาต้องเขียนคำขอโทษหรือส่งรายงานความประพฤติเท่านั้น ผมจึงคิดว่าทางเลือกที่หัวหน้าหวังมองให้ทั้ง 2 ทางเลือกนั้น มันออกจะเกินกว่าเหตุไปสักหน่อย?”

“คุณเป็นใคร?!” ใบหน้าของรองผู้บัญชาการหวังเปลี่ยนไปทันทีและถามด้วยเสียงเข้ม ในความเป็นจริงแล้ว มีข้อบังคับในกองทัพว่าเมื่อนักศึกษาที่มารับการฝึกฝนทหารก่อปัญหาหรือมีการประพฤติตัวที่ผิดระเบียบ อย่างไรก็ตามนักศึกษาเหล่านี้ไม่ใช่ทหาร ดังนั้นจะไม่มีการดุด่าทุบตีใดๆทั้งสิ้น ข้อนี้เป็นกฎระเบียบที่เคร่งครัดเพื่อหลีกเลี่ยงผลเสียที่อาจจะตามมา

มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่รองผู้บัญชาการหวังจะเกิดความสงสัยเพราะกฎระเบียบเหล่านี้ถูกกำหนดไว้ภายในกองทัพเท่านั้น แล้วนักศึกษาคนนี้รู้ได้อย่างไร?

แม้ว่ารองผู้บัญชาการหวังจะรู้ว่าสิ่งที่จี้เฟิงพูดนั้นเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล แต่เขาก็ยังไม่อยากปล่อยตู้เส้าเฟิงไปง่ายๆ เพราะก่อนที่เขามาจะที่นี่ เด็กคนนี้กล้าที่จะแย่งตำแหน่งหัวหน้าทีมจากหลานชายของเขา และเมื่อเขามาถึง เด็กคนนี้ก็กล้ามาอวดดีกับเขาอีก ถ้าเขาไม่สั่งสอนบทเรียนให้กับตู้เส้าเฟิงในวันนี้ เขาคงไม่อาจทำให้ความโกรธที่มีอยู่ในใจของเขาสงบลงได้

“เนื่องจากคุณเลือกที่จะไม่ต่อสู้ ฉันก็จะเขียนรายงานการฝ่าฝืนคำสั่งและการผิดวินัยลงในประวัติของนักศึกษาตู้เส้าเฟิง!” หัวหน้าหวังกล่าวเบาๆ

คิ้วของจี้เฟิงขมวดขึ้นอีกครั้ง “หัวหน้าหวัง ท่านไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้ คุณเป็นผู้ที่มีอำนาจไม่มีความจำเป็นจะต้องทำให้นักศึกษาคนหนึ่งต้องอับอายและหมดโอกาส ทำไมคุณถึงไม่คิดที่จะมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และให้อภัย?  ตู้เส้าเฟิงและพวกเราจะปฏิบัติตามคำแนะนำของครูฝึกหูและหัวหน้าทีมหวังเสี่ยวหู่ในการฝึกทหารโดยเคร่งครัด หัวหน้าหวังคิดเห็นว่าอย่างไร?”

เมื่อเห็นจี้เฟิงที่อ่อนข้อและกำลังขอร้องอ้อนวอนเขาซ้ำๆ รอยยิ้มที่เยือกเย็นก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของรองผู้บัญชาการหวัง

ในขณะนั้นเอง หวังเสี่ยวหู่ที่ยืนอยู่แถวหน้าก็ก้าวออกมาแล้วพูดเสียงดัง “หัวหน้าหวัง! ตู้เส้าเฟิงและจี้เฟิงผู้นี้ พวกเขาอยู่ในกลุ่มเดียวกัน จึงไม่แปลกที่เขาจะพูดเข้าข้างตู้เส้าเฟิง โดยปกติแล้วการกระทำของตู้เส้าเฟิงที่กล้าขัดคำสั่งและเผชิญหน้ากับผู้นำ เป็นการผิดวินัยอย่างร้ายแรง ไม่ควรได้รับการอภัยได้ง่ายๆ!”

ทันใดนั้นใบหน้าของจี้เฟิงก็เคร่งขรึมขึ้นทันที ตู้เส้าเฟิงก็เบิกตากว้างและส่งเสียงอย่างเย็นชาในลำคอ

เมื่อได้ยินเช่นนี้รองผู้บัญชาการหวังก็รู้ได้ทันทีว่าหลานชายของเขาหมายถึงอะไร เขาโบกมือและพูดว่า “ไม่จำเป็นต้องพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้อีก ฉันยังยืนยันคำเดิม มีทางเลือกเพียงแค่ 2 ทาง เลือกที่จะถูกไล่ออกหรือเลือกที่จะไปเรียนรู้มารยาทกับคนขับรถของฉัน มันก็แล้วแต่คุณจะเลือก!”

“หัวหน้าหวัง คุณต้องการเลือกเส้นทางที่อาจจะทำให้คุณต้องลำบากในภายหลังแบบนี้จริงๆหรือ?” จี้เฟิงถามอย่างแผ่วเบา แต่มีร่องรอยของความโกรธฉายชัดอยู่ในดวงตาของเขา นี่คือผลลัพธ์ที่เขาพยายามขอร้องอ้อนวอนถึงขนาดนี้?

“ทางที่ลำบาก?” รองผู้บัญชาการหวังมองไปที่จี้เฟิงด้วยสีหน้าดุร้าย “นี่คุณหมายความว่าอะไร?!”

“มันไม่มีความหมายอะไรหรอกครับ ผมแค่หวังว่าหัวหน้าหวังจะพิจารณาเรื่องนี้ให้ดีอีกครั้งและอย่าตัดสินใจอะไรที่อาจจะทำให้คุณต้องมาเสียใจในภายหลัง เพราะมันอาจจะมีผลลัพธ์ที่คุณคาดไม่ถึงตามมา!” จี้เฟิงกล่าวเบาๆ ตอนนี้จี้เฟิงรู้สึกโกรธมาก และชื่อของรองผู้บัญชาการหวังคนนี้ก็ถูกเขาขึ้นบัญชีดำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“เหอะ! ดีๆ!!”

รองผู้บัญชาการหวังแสยะยิ้มและชี้ไปที่จี้เฟิง “เด็กน้อย ในเมื่อกล้าพูดขนาดนี้ ก็อย่ามาคิดที่จะเสียใจทีหลังก็แล้วกัน!”

จากนั้นเขาก็หันไปทางตู้เส้าเฟิงแล้วกล่าวว่า  “ตกลงว่าคุณจะเลือกทางไหน? ฉันให้เวลาคุณคิดแค่นาทีเดียวถ้าเกินกว่านั้นฉันจะไล่คุณออกทันที!”

จี้เฟิงส่ายหัวและยิ้ม “หัวหน้าหวัง คุณไม่จำเป็นต้องใช้อำนาจบารมีมาข่มขู่กันขนาดนั้นก็ได้ พวกเราสัญญาว่าจะยอมรับเงื่อนไขของหัวหน้าหวังแน่นอน แต่ในเมื่อเพื่อนร่วมชั้นของผมมีการกระทำที่เรียกได้ว่าต่อต้านหัวหน้าหวัง ผมจึงคิดว่าเขาก็ควรที่จะได้เรียนรู้และได้รับการสั่งสอนจากหัวหน้าหวังไม่ใช่คนอื่น มันถึงจะเป็นเรื่องที่ถูกต้อง!”

“หมายความว่ายังไง?” จู่ๆ รองผู้บัญชาการหวังก็มีสีหน้าที่ดำมืด เขาไม่คิดว่าเขาจะเป็นคู่ต่อสู้กับชายผิวดำร่างยักษ์ตู้เส้าเฟิงคนนี้ได้ ยิ่งไปกว่านั้นเขายังมีคนที่มีทักษะการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมอย่างหมีดำอยู่ข้างๆเขาในเวลานี้ แล้วทำไมเขาจะต้องลงมือทำมันด้วยตัวเอง?

“ผมหมายความว่า ถ้าในเมื่อคุณอยากให้เขาได้เรียนรู้และพิสูจน์ทักษะความสามารถของเขา เขาก็ควรที่จะได้เรียนรู้จากคุณไม่ใช่กับคนอื่น!” จี้เฟิงพูดเน้นทีละคำ

“เพ้อเจ้อ!” รองผู้บัญชาการหวังตะคอก “ฉันเป็นใคร ทำไมฉันจะต้องไปเรียนรู้สั่งสอนกับคนอย่างพวกคุณ?!”

“เนื่องจากหัวหน้าหวังพูดมาเช่นนี้ ก็หมายความว่าคุณต้องการที่จะส่งคนอื่นมาแทนคุณ เพราะฉะนั้นเพื่อนร่วมชั้นของผมก็มีสิทธิที่จะให้คนอื่นมาแทนที่เช่นกัน!” จี้เฟิงกล่าวพร้อมรอยยิ้มที่เย็นยะเยือก “เพื่อนร่วมชั้นของผมคนนี้เขาก็เป็นคนที่มีฐานะเช่นกัน มันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะต้องลงมือด้วยตัวเอง ผมจะทำหน้าที่แทนเขาเอง!”

“จี้เฟิง!”

ตู้เส้าเฟิงรู้สึกกระวนกระวายขึ้นมาทันที “นี่มันเป็นธุระของฉัน นายไม่ต้องสนใจ ฉันจะจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง!”

เขาไม่อยากทำให้เพื่อนๆต้องมาเดือดร้อนเพราะเขา นั่นไม่ใช่คนที่มีนิสัยอย่างตู้เส้าเฟิงจะทำอย่างแน่นอน

จี้เฟิงโบกมือแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “ไม่ต้องห่วง คนระดับนายไม่จำเป็นต้องลดตัวลงไปคุยกับคนขับรถ!”

“ไอ้เด็กเวร มึงตายแน่!” หมีดำที่ถูกจี้เฟิงพูดจาดูหมิ่นถึงกับคำรามด้วยความโกรธ

จี้เฟิงไม่ได้หันไปมองเขา แต่กลับจ้องไปที่รองผู้บัญชาการหวัง

“อืม.. ในเมื่อคุณต้องการที่จะแทนที่เพื่อนร่วมชั้นของคุณมันก็ไม่มีปัญหา แต่ฉันจะขอพูดอีกครั้ง ถ้าพวกคุณชนะ ฉันจะคิดว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น แต่พวกคุณก็ยังต้องฝึกอบรมทหารต่อ แต่ถ้าคุณแพ้ก็นั่นก็หมายความว่าพวกคุณทั้งสองคนแพ้ ในกรณีนี้ฉันจะไล่พวกคุณทั้งสองคนออกพร้อมกัน!” รองผู้บัญชาการหวังกล่าวด้วยสีหน้าที่เกรี้ยวกราด

“ไม่ใช่แค่พวกเขาสองคน แต่รวมถึงผมด้วย!” จ้าวไคที่เสนอตัวและลุกขึ้นยืน ดันแว่นของเขาขึ้นเบาๆ

“และผม!” ฮั่นจงก็ยืนขึ้นเช่นกัน!

จี้เฟิงยิ้มเล็กน้อย “ผมขอแย้งสักเล็กน้อย กรณีที่ผมชนะ ผมจะไม่ฝึกต่อและเพื่อนร่วมชั้นของผมก็จะได้เป็นหัวหน้าทีมต่อไป และนอกจากนี้คุณต้องกล่าวคำขอโทษด้วย!”

สีหน้าของรองผู้บัญชาการหวังแทบจะกลายเป็นสีม่วงด้วยความโกรธ หากตอนนี้ไม่มีคนอยู่เยอะขนาดนี้เขาคงจะให้บทเรียนที่ไม่มีวันลืมให้กับจี้เฟิง!

“ไม่มีปัญหา!” รองผู้บัญชาการหวังกัดฟันตอบ จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปที่ด้านข้างของหมีดำอย่างรวดเร็วและพูดอะไรบางอย่างกับหมีดำด้วยเสียงกระซิบ

ทันใดนั้นใบหน้าของหมีดำก็ดูกระหายเลือดขึ้นมาทันที เขาพยักหน้าอย่างดุร้าย

“จี้เฟิง ระวังตัวให้ดี เขาต้องมีแผนชั่วอะไรอย่างแน่นอน!” จ้าวไคกระซิบ

“ไม่ต้องห่วง” จี้เฟิงยิ้ม แต่ในเวลานี้เขาแอบพยักหน้าอยู่ในใจ ไม่ว่าฮั่นจงและจ้าวไคจะเป็นคนที่กล้าหาญหรือไม่แต่อย่างน้อยในช่วงเวลาวิกฤติทั้งสองก็ลุกขึ้นยืนและเข้าข้างพวกเขาโดยไม่ลังเลก็เพียงพอแล้ว

ถึงแม้จี้เฟิงจะรู้ว่าการที่จ้าวไคและฮั่นจงไม่ได้รับประกาศนียบัตรจบการศึกษาจะไม่ส่งผลกระทบต่ออนาคตของพวกเขา แต่การที่พวกเขากล้าที่จะยืดหยัดได้ขนาดนี้ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าจ้าวไคและฮั่นจงนั้นเห็นตู้เส้าเฟิงและตัวเขาเองเป็นเพื่อนอย่างแท้จริง

หมีดำก้าวไปทางจี้เฟิงสองก้าว เขายิ้มอย่างเยาะเย้ยแล้วพูดว่า “เด็กน้อยทั้งสอง ถ้าพวกเธอไม่มั่นใจว่าจะเอาชนะฉันได้ จะเข้ามาพร้อมกันสองคนเลยก็ได้นะ!”

ทันใดนั้นตู้เส้าเฟิงก็ก้าวไปข้างหน้าเช่นกันแล้วพูดอย่างเย้ยหยัน “เรื่องนี้ไม่ต้องถึงมือพี่จี้หรอก แค่ฉันคนเดียวก็เกินพอที่จะเอาชนะคุณได้แล้ว!”

เขาหันหน้าไปทางจี้เฟิงแล้วพูดว่า “พี่จี้ฉันขอไปเล่นสนุกก่อนล่ะ ถ้าเกิดฉันแพ้พี่จี้ค่อยลงไปเล่นสนุกทีหลังก็แล้วกัน!”

รองผู้บัญชาการหวังที่ตอนนี้ยืนอยู่ใกล้ๆหมีดำ เขามีความมั่นใจในตัวหมีดำมาก เขาพูดด้วยเสียงเบา “ฉันมั่นใจว่าไอ้เด็กเวรสองคนนี้ไม่เพียงพอที่จะทำให้นายได้ทันรู้สึกสนุกด้วยซ้ำ!”

จี้เฟิงขมวดคิ้วและพยักหน้าให้กับตู้เส้าเฟิง “ระวังด้วยเหล่าตู้!”

ตู้เส้าเฟิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ไม่ต้องห่วงพี่จี้ ฉันจะเอาชนะเขาให้ดู!”

…จบบทที่ 123~❤️

จบบทที่ บทที่ 123 ปะทะกับหมีดำ

คัดลอกลิงก์แล้ว