เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 122 สองทางเลือก

บทที่ 122 สองทางเลือก

บทที่ 122 สองทางเลือก


บทที่ 122 สองทางเลือก

“คุณ...!”  ใบหน้าของหูเถี่ยจวินแดงก่ำไปด้วยความอัปยศอดสูจากคำพูดของรองผู้บัญชาการหวัง แต่เขาไม่สามารถเถียงได้เลย เพราะสิ่งที่หัวหน้าหวังของเขาพูดนั้นเป็นความจริง ว่าต่อให้ทักษะของเขาจะดีมากแต่เขาก็คือทหารผู้ถูกย้ายออกจากกองกำลังภาคสนามแล้วต้องกลายมาเป็นหัวหน้ากองเล็กๆสำหรับการฝึกทหารของนักศึกษา!

“ทักษะดีไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะดี!”

รองผู้บัญชาการหวังพูดต่อด้วยความไม่พอใจ “ในการเลือกหัวหน้าทีม อันดับแรกคุณต้องเลือกคนที่หน่วยก้านดีมีมาตรฐาน และเป็นคนที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมชั้นรวมถึงต้องเป็นคนที่มีมุมมองเชิงบวกด้วย แค่เหตุผลข้างต้นก็มากเกินพอแล้วที่เขาจะทำหน้าที่เป็นหัวหน้าทีม!”

หูเถี่ยจวินสูดลมหายใจเข้าลึกๆสองสามครั้งเพื่อทำให้ตัวเองใจเย็นลง จากนั้นเขาก็พยักหน้าอย่างช้าๆ “ครับ!”

อย่างไรก็ตามตู้เส้าเฟิงที่ยืนอยู่ข้างๆหูเถี่ยจวินในเวลานี้ไม่เหลือร่องรอยของผู้ชายตัวใหญ่ที่แสนจะอารมณ์ดีอีกต่อไป ใบหน้าของเขาบึ้งตึงและพึมพำกับตัวเองว่า  “ฉันไม่เห็นว่าท่าทางของหมอนี่จะได้มาตรฐานของทหารตรงไหนเลย ดูเป็นการตัดสินที่ลำเอียงยังไงชอบกล!”

ในฐานะหัวหน้าทีม เขาจะได้รับอนุญาตเป็นพิเศษในการสื่อสารกับครูฝึก เขาจึงสามารถหาโอกาสพูดคุยเรื่องทักษะการต่อสู้กับหูเถี่ยจวินได้ แต่ถ้าเมื่อใดก็ตามที่เขาถูกปลดจากตำแหน่งหัวหน้าทีม เขาก็จะไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับหูเถี่ยจวินได้ตามที่เขาต้องการเว้นเสียแต่ว่าหูเถี่ยจวินจะเป็นฝ่ายอนุญาตหรือเข้ามาพูดคุยกับเขาก่อน แล้วถ้ามันเป็นเช่นนั้น มันจะทำให้เขาไม่มีโอกาสที่จะได้ประลองฝีมือกับหูเถี่ยจวินอีก และสิ่งนี้มันจึงทำให้เขารู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก

“ที่คุณพูดหมายความว่ายังไง?!” รองผู้บัญชาการหวังหันหน้าไปทางตู้เส้าเฟิงทันทีและตะโกนถามด้วยความโกรธ “ในตอนนี้คุณอยู่ในค่ายทหารก็เท่ากับว่าคุณเป็นทหารคนหนึ่ง คุณต้องเชื่อฟังคำสั่งผู้บังคับบัญชาของคุณ ครูฝึกของคุณไม่ได้สอนเรื่องนี้ให้กับคุณงั้นหรือ!”

“รายงาน สอนครับ!” ตู้เส้าเฟิงตอบเสียงดัง “แล้วครูฝึกหูก็ยังบอกกับผมด้วยว่า ในฐานะหัวหน้าทีม ไม่เพียงแต่เราจะต้องตั้งใจและฝึกของตัวเองให้เสร็จก่อนเท่านั้น แต่เราจะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีและช่วยเหลือครูฝึกในการฝึกอบรมผู้อื่นด้วย ด้วยข้อกำหนดทั้งหลายนี้ ผมเลยไม่คิดว่าหวังเสี่ยวหู่จะสามารถทำหน้าที่หัวหน้าทีมนี้ได้!”

หูเถี่ยจวินรีบส่งสายตาเป็นเชิงเตือนให้กับตู้เส้าเฟิง ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่ตู้เส้าเฟิงจะมาพูดจาไร้สาระ เพราะเห็นได้ชัดว่ารองผู้บัญชาการหวังชื่นชอบในตัวหวังเสี่ยวหู่เป็นพิเศษ และคำพูดของตู้เส้าเฟิงอาจจะทำให้รองผู้บัญชาการหวังไม่พอใจ

ในความคิดของหูเถี่ยจวิน เขาไม่สนใจว่าตัวเขานั้นจะถูกตำหนิอย่างไร เพราะเขาก็มีนิสัยแบบนี้อยู่แล้วและตราบใดที่เขาไม่ได้ละเมิดวินัยทหารก็จะไม่มีใครสามารถปลดเขาออกจากกองทัพได้ แต่นั่นไม่ใช่กับตู้เส้าเฟิง เขาเป็นนักศึกษาที่มายังค่ายทหารเพื่อฝึกทหาร แล้าถ้าหากรองผู้บัญชาการหวังเกิดไม่พอใจตู้เส้าเฟิงขึ้นมาจริงๆ เขาก็มีวิธีการมากมายที่จะจัดการให้ตู้เส้าเฟิงไม่ได้รับการฝึกทหารต่อไปได้จนจบและมันจะทำให้เขาไม่ได้รับประกาศนียบัตร

จี้เฟิงแอบยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย เขารู้สึกชื่นชอบนิสัยของตู้เส้าเฟิงคนนี้จริงๆ เขาเป็นคนที่ตรงไปตรงมา แต่เขาก็ไม่ใช่คนโง่ เห็นได้ชัดว่าตู้เส้าเฟิงจงใจพูดเรื่องนี้เพื่อแสดงให้ทุกคนในที่นี้ได้เห็นว่ารองผู้บัญชาการหวังกำลังตัดสินอย่างไม่ถูกต้อง โดยที่ใช้เรื่องสมรรถภาพทางร่างกายที่แตกต่างกันระหว่างเขาและหวังเสี่ยวหู่อย่างชัดเจน เพราะเพียงแค่เรื่องนี้มันก็เพียงพอที่จะทำให้ทุกคนสามารถมองภาพออกได้อย่างชัดเจนว่าใครกันแน่ที่เหมาะสมกับตำแหน่งหัวหน้าทีมมากกว่า

แน่นอนว่าเมื่อได้ยินเช่นนี้ ใบหน้าของรองผู้บัญชาการหวังก็ดูน่ากลัวยิ่งขึ้น แต่ตู้เส้าเฟิงไม่รู้สึกกลัวเลยแม้แต่น้อย

“ถ้าคุณพูดแบบนี้ นั่นก็หมายความว่าคุณกำลังจะบอกว่าคุณเป็นคนที่เก่งมาก?” รองผู้บัญชาการหวังถามพร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

ตู้เส้าเฟิงตอบเสียงดัง “ผมไม่ได้พูดแบบนั้น แต่ผมมั่นใจว่าสมรรถภาพทางกายของผมนั้นดีกว่าคนทั่วไปเล็กน้อย ส่วนเรื่องเก่งหรือไม่นั้น ผมไม่สามารถตัดสินใจด้วยตัวเองได้!”

“ดี!!”

รองผู้บัญชาการหวังตะคอก “ในเมื่อคุณมั่นใจแบบนี้ คุณยินดีที่จะทำการทดสอบหรือไม่?”

“ทดสอบอะไร?” ตู้เส้าเฟิงถาม

“ก็ไม่มีอะไรมาก พอดีว่าคนขับรถของฉันเขาพอจะมีทักษะการต่อสู้อยู่บ้างนิดหน่อย ถ้าคุณกล้าพอที่จะทดสอบ ผมอยากจะให้คุณลองเปรียบเทียบฝีมือของคุณกับเขาดู แล้วถ้าคุณชนะคุณก็จะสามารถทำหน้าที่หัวหน้าทีมของคุณต่อไปได้ และฉันจะไม่คัดค้านอะไรอีก แต่ถ้าคุณแพ้ฉันจะเขียนรายงานเรื่องการขัดคำสั่งผู้นำระดับสูงลงไปในรายงานการฝึกทหารของคุณ คุณคิดว่าอย่างไร?” รองผู้บัญชาการหวังถามด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย

“ผมไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้!” ตู้เส้าเฟิงยิ้มมุมปาก “ทำไมผมต้องเปรียบเทียบฝีมือกับคนขับรถของรองผู้บัญชาการหวังด้วย? เขาไม่ได้เป็นคนที่จะมาเป็นหัวหน้าทีมของพวกเราเสียหน่อย เนื่องจากตำแหน่งหัวหน้าทีมจะต้องเป็นคนที่ถูกคัดเลือกมาจากนักศึกษาที่อยู่ในทีมของพวกเรา แล้วถ้าเป็นคนที่ต้องการตำแหน่งนี้เช่นเดียวกันผมก็ยินดีที่จะเปรียบเทียบทักษะกันแบบตัวต่อตัว!”

“เธอ..!!!”

รองผู้บัญชาการหวังถึงกับหายใจไม่ออกด้วยความโกรธ แต่เขาก็ไม่สามารถพูดอะไรที่จะมาหักล้างคำพูดของตู้เส้าเฟิงได้

“ท่าตรง!!” รองผู้บัญชาการหวังตะโกนสั่งด้วยความอับอาย

“ครับผม!”  ตู้เส้าเฟิงวางเท้าข้างหนึ่งชิดเข้าหาอีกข้างหนึ่งและทำท่าทางตัวตรง

จากนั้นรองผู้บัญชาการหวังหันไปหาหูเถี่ยจวินแล้วพูดว่า “ดูสิว่าคุณนำทหารแบบไหนมาเป็นหัวหน้าทีม นอกจากมาตรฐานทางทหารยังไม่ดีพอเขายังกล้าขัดคำสั่งของผู้บังคับบัญชาระดับสูงอีกด้วย!”

หูเถี่ยจวินไม่ได้ตอบอะไรออกไป เขาไม่มีอะไรที่จะต้องอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะทุกคนที่อยู่ที่นี่ก็คงจะสามารถบอกได้ว่าอะไรถูกหรืออะไรผิด เพียงแค่ว่าผู้ที่อยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้เป็นรองผู้บังคับบัญชาที่เป็นหัวหน้าของเขา ส่วนตัวเขาเป็นแค่หัวหน้ากองเล็กๆที่ถูกส่งมาให้รับผิดชอบการฝึกทหารของนักศึกษา เพราะฉะนั้นเขาจึงไม่มีสิทธิ์ที่จะพูด

ตู้เส้าเฟิงขมวดคิ้ว “การที่ผมพูดความจริง คือการขัดคำสั่ง?”

เขาไม่ใช่ทหารเพราะฉะนั้นเขาจึงไม่คิดว่ารองผู้บัญชาการหวังเป็นผู้นำของเขา และถ้าหากไม่ใช่เพราะข้อบังคับของมหาวิทยาลัยที่จะต้องมาฝึกทหารเขาก็คงจะไม่รู้จักรองผู้บัญชาการหวังคนนี้ด้วยซ้ำ ดังนั้นตู้เส้าเฟิงจึงไม่คิดที่จะพูดสุภาพกับเขาอีกต่อไป

ท่าทีของรองผู้บัญชาการหวังเปลี่ยนไปทันที เมื่อได้ยินตู้เส้าเฟิงพูดเช่นนั้นใบหน้าของเขาดูน่ากลัวมากขึ้นกว่าเดิมและจ้องมองไปที่ตู้เส้าเฟิงอย่างเย็นชา “นักศึกษาคนนี้ดูเหมือนว่าคุณอยากจะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำสั่งของฉัน?!”

“แน่นอน ผมมีความคิดเห็นว่ามันมีเรื่องที่ไม่ยุติธรรมเกิดขึ้นจากคำสั่งของคนที่เป็นถึงระดับผู้นำ!” ตู้เส้าเฟิงพูดเบาๆ “ถึงคุณจะสามารถออกคำสั่งและควบคุมพฤติกรรมของผมได้ แต่คุณจะควบคุมความคิดของผมได้อย่างไร?”

“ดี! ดีมาก! เหอะ!”

รองผู้บัญชาการหวังโกรธจนใบหน้ากลายเป็นสีแดงก่ำ “ถ้าอย่างนั้นฉันจะให้โอกาสคุณได้แสดงความเป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มที่ โดยการที่คุณจะต้องต่อสู้กับคนขับรถของฉัน แล้วถ้าคุณชนะ ฉันจะยอมปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไป แต่ถ้าคุณแพ้คุณต้องออกไปจากที่นี่ทันที เพราะฉันจะไล่คุณออกข้อหาต่อต้านและขัดคำสั่งของผู้นำ!”

“หัวหน้าหวังใจเย็นๆก่อนครับ!” หูเถี่ยจวินรู้สึกเป็นกังวลทันทีเมื่อเห็นสถานการณ์ตรงหน้าเริ่มรุนแรงขึ้น และถ้าตู้เส้าเฟิงถูกไล่ออกจริงๆเขาก็จะไม่มีวันได้รับประกาศนียบัตร

แม้ว่าสหพันธ์มหาวิทยาลัยจะเป็นมหาวิทยาลัยที่ใช้การเก็บสะสมหน่วยกิตเป็นหลัก แต่ก็ต้องมีบางหลักสูตรที่จะขาดไม่ได้ แล้วถ้าหากต้องเสียหน่วยกิตจากการฝึกทหารไปเขาก็จะไม่สามารถจบการศึกษาได้

แม้กระทั่งตอนนี้ก็ยังมีนักศึกษาที่เป็นรุ่นพี่ที่ยังคงต้องมาเข้าร่วมการฝึกทหารร่วมกับรุ่นน้องที่เป็นนักศึกษาใหม่ เพราะด้วยเหตุผลที่พวกเขาไม่ผ่านการฝึกทหารนี้รวมไปถึงเหตุผลอื่นที่ทำให้เขาไม่มีเวลามาเข้าร่วมการฝึกทหาร

แต่ตู้เส้าเฟิงนั้นแตกต่างออกไป ไม่เพียงแต่เขาเป็นคนที่มีความจริงจังในการฝึกฝนทางการทหารแต่เขายังเป็นคนตรงไปตรงมา คนประเภทนี้เป็นที่ต้องการของทหารมาก แล้วถ้าตู้เส้าเฟิงถูกไล่ออก หูเถี่ยจวินคงรู้สึกเสียดายมาก

“ในเมื่ออยากแสดงความคิดเห็น ฉันก็เสนอทางเลือกให้กับคุณ ไม่ดีตรงไหนที่คุณจะได้พิสูจน์ตัวเองว่าเก่งอย่างปากว่าหรือไม่ แต่ถ้ากลัวคุณก็เก็บกระเป๋าและออกจากที่นี่ได้ทันที!”

รองผู้บัญชาการหวังพูดอย่างประชดประชัน ในเวลานี้มีความโกรธอัดแน่นอยู่ในใจของเขา เพราะเขาที่ดำรงตำแหน่งเป็นถึงรองผู้บังคับบัญชาการทหารแต่กลับถูกนักศึกษาคนหนึ่งกล้าเผชิญหน้าต่อล้อต่อเถียงกับเขาอย่างไม่เกรงกลัว ยิ่งไปกว่านั้นที่เขามาที่นี่ในวันนี้ เป็นเพราะหลานชายของเขาได้โทรหาเขาด้วยตัวเองเมื่อคืนนี้และบอกกับเขาว่า ได้ถูกคนที่ชื่อตู้เส้าเฟิงปล้นตำแหน่งหัวหน้าทีมไปอย่างหน้าด้านๆ และในเมื่อตอนนี้เขามีโอกาสที่จะได้สั่งสอนบทเรียนให้กับตู้เส้าเฟิง เขาจะไม่ยอมปล่อยให้โอกาสนี้หลุดรอดไปอย่างเด็ดขาด

คิ้วของจี้เฟิงขมวดแน่น แต่เขายังคงมองดูสถานการณ์ตรงหน้าอย่างเงียบๆ เขาเริ่มรู้สึกว่าเรื่องนี้อาจจะมีบางอย่างผิดปกติ

“รายงานหัวหน้าหวัง กรุณาพิจารณาเรื่องนี้ใหม่อีกครั้ง การไล่นักศึกษาคนหนึ่งออกอย่างกะทันหันอาจจะก่อให้เกิดชื่อเสียงด้านลบกับตัวของหัวหน้าหวังเองได้นะครับ!” หูเถี่ยจวินพยายามเกลี้ยกล่อมโดยการพูดโน้มน้าวถึงผลเสียที่อาจจะได้รับของหัวหน้าหวังเพราะเขานั้นไม่ต้องการให้ตู้เส้าเฟิงถูกไล่ออกจริงๆ

“ฮ่าฮ่าฮ่า!!” จู่ๆรองผู้บัญชาการหวังก็หัวเราะ จากนั้นก็พูดเสียงดังว่า “หูเถี่ยจวิน! คุณพูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไร คุณจะบอกว่าผมไล่นักศึกษาออกโดยไม่มีเหตุผลงั้นหรือ?”

“ไม่ใช่แบบนั้นครับ!” หูเถี่ยจวินรีบอธิบาย “หัวหน้าหวัง ผมหมายถึงตู้เส้าเฟิงไม่ใช่ทหารจริงๆ เขาไม่เข้าใจถึงกฎระเบียบต่างๆของทหาร แล้วที่สำคัญเขาอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของผม ผมจะจัดการสั่งสอนให้ดี เพราะฉะนั้นหัวหน้าหวังได้โปรดใจเย็นๆ!”

เมื่อมองไปที่หูเถี่ยจวินที่กำลังขอร้องรองผู้บัญชาการหวังด้วยเรื่องของเขา แววตาของตู้เส้าเฟิงก็เปลี่ยนไป เขาพยายามข่มความโกรธที่กำลังพุ่งสูงขึ้นอยู่ภายในใจของเขา

“ฉันจะไม่พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้อีก นี่เป็นการตัดสินใจของนักศึกษาทหารใหม่ตู้เส้าเฟิง ว่าเขาจะไปเล่นสนุกกับคนขับรถของฉันหรือจะออกไปจากที่นี่พร้อมกับกระเป๋าเสื้อผ้า และแน่นอนฉันคิดว่าฉันยังมีสิทธิ์ที่จะขับไล่นักศึกษาออกไปเมื่อไหร่ก็ได้!” รองผู้บัญชาการหวังพูดอย่างเย็นชา

จากนั้นเขาก็พูดต่อโดยที่ไม่แม้แต่จะมองหน้าหูเถี่ยจวิน “ในเมื่อคุณบอกว่าเรื่องนี้อยู่ในความรับผิดชอบของคุณ ดังนั้นคุณก็ควรที่จะต้องถูกตรวจสอบด้วยเช่นกัน!”

“เหอะ!”

ตู้เส้าเฟิงไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไปเขาก่นด่าด้วยความโกรธ “หัวหน้าห่วยแตก ตำแหน่งใหญ่โตซะเปล่าแต่ดันมารังแกคนที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชา คุณยังสามารถเป็นผู้นำคนอื่นอยู่ได้ยังไง เพราะฉันไม่เห็นว่าคนอย่างคุณเหมาะสมที่จะเป็นหัวหน้าของใครเลย!”

“แกพูดว่าอะไรนะ!” รองผู้บัญชาการหวังก็หมดความอดทนเช่นกันเขาโกรธจนมีเส้นเลือดปูดขึ้นบนหน้าผาก

“ฉันตกลงที่จะสู้กับคนขับรถของคุณตามที่เสนอมา เพราะฉะนั้นคุณก็หยุดพูดเรื่องไร้สาระได้แล้ว และทุกคนที่นี่จะเป็นพยานในตอนที่คุณต้องหน้าแหก!” ตู้เส้าเฟิงพูดอย่างเย็นชา

“ตกลง ฉันจะคอยดู!”

รองผู้บัญชาการหวังดีใจจนถึงกับมีรอยยิ้มปรากฏขึ้นอยู่ที่ใบหน้า เขาดีใจจนแม้กระทั่งลืมความโกรธที่ตู้เส้าเฟิงดูหมิ่นเขา “ในเมื่อเธอเลือกแบบนี้ งั้นก็มาเริ่มกันเลย!”

จากนั้นเขาก็หันไปทางคนขับรถแล้วกวักมือเรียก

คนขับรถของรองผู้บัญชาการหวังเป็นชายหนุ่มอายุประมาณ 30 ปี รูปร่างกำยำคล้ายกับตู้เส้าเฟิง แต่สิ่งที่แตกต่างคือเขามีออร่าแห่งการสังหารอยู่รอบๆตัว นั่นจึงทำให้จี้เฟิงถึงกับขมวดคิ้วแน่น จี้เฟิงสามารถรู้ได้ทันทีว่าผู้ชายคนนี้ต้องแข็งแกร่งมากตั้งแต่แวบแรกที่เห็น

สีหน้าของหูเถี่ยจวินเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน เขารู้เกี่ยวกับคนขับรถของรองผู้บัญชาการหวัง เขาได้ยินมาว่าชายคนนี้มีฉายาว่าหมีดำเขาเคยเป็นนักสู้ฝีมือดีบนเวทีมวยใต้ดินในเจียงโจว  แต่ต่อมาเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมอยู่ดีๆชายคนนี้ถึงได้เข้ามาอยู่ในกองทัพ และเขาก็ถูกพบโดยรองผู้บัญชาการหวัง และกลายมาเป็นคนขับรถของเขา

ไม่ว่าตู้เส้าเฟิงจะเก่งกาจแค่ไหนแต่เขาก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนักสู้ที่ต้องเอาชีวิตรอดด้วยการต่อสู้มาตลอดชีวิต ไม่ว่าจะมองยังไงตู้เส้าเฟิงจะต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้อย่างไม่ต้องสงสัย

ในขณะที่ไม่มีใครทันสังเกต จี้เฟิงที่ตอนนี้กำลังส่งข้อความด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียดและหลังจากนั้นเขาค่อยๆแทรกตัวมาด้านหน้าและเขาก็มาถึงแถวแรกโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น

เพราะในเวลานี้ความสนใจของทุกคนมุ่งเน้นไปที่ตู้เส้าเฟิงและคนขับรถของรองผู้บัญชาการหวังที่อยู่ด้านหน้า จึงยิ่งไม่มีใครทันสังเกตเห็นการกระทำของจี้เฟิง ยิ่งไปกว่านั้นในฐานะที่เขาได้รับการฝึกฝนมาจากระบบฝึกสุดยอดสายลับ สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับสายลับก็คือต้องไม่ทำตัวให้เป็นที่สังเกต และจี้เฟิงก็ทำมันได้ดี

ในขณะนั้นเอง ตู้เส้าเฟิงก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่มาจากคนขับรถของรองผู้บัญชาการหวัง เขารู้ตัวในทันทีว่าวันนี้เขาต้องเจอกับผู้ที่แข็งแกร่งของจริง!

…จบบทที่ 122~❤️

จบบทที่ บทที่ 122 สองทางเลือก

คัดลอกลิงก์แล้ว