เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 121 ผู้ที่เหมาะสมกว่า

บทที่ 121 ผู้ที่เหมาะสมกว่า

บทที่ 121 ผู้ที่เหมาะสมกว่า


บทที่ 121 ผู้ที่เหมาะสมกว่า

“พี่จี้!  กำลังคิดอะไรอยู่เหรอ ทำไมนั่งอมยิ้มเหมือนกับมีความสุขมากขนาดนั้น?” ทันใดนั้นตู้เส้าเฟิงก็เดินเข้ามานั่งข้างๆจี้เฟิงและถามด้วยรอยยิ้ม แต่ตอนที่เขาเดินเข้ามาหาจี้เฟิง ท่าเดินของเขาดูแปลกไปจากเดิมเล็กน้อย คนทั่วไปถ้าไม่สังเกตให้ดีๆก็คงจะมองไม่ออก แต่นั่นไม่ใช่กับจี้เฟิง เขาสามารถมองเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ละเอียดอ่อนนี้ได้ในพริบตา!

“ไม่มีอะไรหรอก แค่คิดอะไรนิดหน่อย แล้วก็รู้สึกเหนื่อยๆด้วย!” จี้เฟิงยิ้ม ส่วนเรื่องท่าเดินกะเผลกของตู้เส้าเฟิง จี้เฟิงคิดว่าน่าจะเป็นเพราะผลจากการฝึกของท่าที่ต้องยืนนิ่งๆเป็นเวลานาน เขาจึงไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก

ทันใดนั้นตู้เส้าเฟิงก็พูดขึ้นด้วยความแปลกใจ “พี่จี้เหนื่อยเป็นด้วยเหรอ?”

“ฉันก็คน ไม่ใช่เครื่องจักร ทำไมถึงจะเหนื่อยไม่เป็นล่ะ!” จี้เฟิงรู้สึกหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้

“ไม่ใช่แบบนั้น แต่ฉันหมายถึงการฝึกระดับนี้ไม่น่าจะทำให้พี่จี้รู้สึกเหนื่อยได้!” ตู้เส้าเฟิงไม่รู้จะอธิบายอย่างไร เขาจึงพูดออกไปแบบติดๆขัดๆ

จี้เฟิงยิ้มแล้วพูดว่า “แล้วนายรู้เหรอว่า คนอย่างฉันควรจะเหมาะสมกับการฝึกระดับไหน?”

ตู้เส้าเฟิงตอบทันที “ทำไมฉันจะไม่รู้ ฉันก็เป็นคนที่มีทักษะการต่อสู้และฝึกฝนอยู่กันเรื่องพวกนี้มาตั้งแต่เด็กๆ แค่เรื่องการดูคนว่าเขามีพลังมากแค่ไหนทำไมจะดูไม่ออก การฝึกระดับนี้อย่างมากก็เป็นแค่การวอร์มอัพสำหรับพี่จี้เท่านั้นแหละ เพราะไม่ใช่แค่ฉันนะที่คิดแบบนี้แม้แต่ครูฝึกหูก็คิดเหมือนกันกับฉัน!”

“ครูฝึกหู?” หัวใจของจี้เฟิงเต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย มันทำให้เขานึกขึ้นมาได้ว่าก่อนหน้านี้คนที่จ้องมองเขาก็คือครูฝึกหู มันจะใช่เพราะเรื่องนี้หรือเปล่า?

“ใช่! ครูฝึกหู พี่จี้คงคิดไม่ถึงหละสิ เมื่อคืนนี้ในขณะที่ทุกคนกำลังหลับพักผ่อน ฉันตั้งใจไปหาครูฝึกหูโดยเฉพาะ!” ใบหน้าของตู้เส้าเฟิงดูพึงพอใจและภาคภูมิใจราวกับว่าเขาเพิ่งได้ของล้ำค่ามา

จี้เฟิงมองเขาด้วยสายตาที่ประหลาดใจเล็กน้อย เขายิ้มแล้วถามว่า “เหล่าตู้ นายคงไม่ได้ตั้งใจไปหาครูฝึกหูเพื่อที่จะพูดคุยกับเขาเฉยๆใช่มั้ย?”

“แน่นอน!” ตู้เส้าเฟิงยิ้ม “ฉันก็ต้องขอให้เขาแลกเปลี่ยนทักษะการต่อสู้กับฉันสักเล็กน้อย และมันก็สนุกมาก ทักษะของครูฝึกหูนี่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ!”

จี้เฟิงรู้สึกตกใจเล็กน้อย “ครูฝึกหูแพ้นายเหรอ?”

ตู้เส้าเฟิงส่ายหัวทันที “ฉันก็ตอบได้ไม่เต็มปากว่าใครกันแน่ที่ชนะ เพราะมันไม่มีอะไรมาชี้วัดให้ชัดเจน ฉันว่าเราค่อนข้างจะสูสีกันอยู่นะ เพราะพวกเราต่างคนก็ต่างได้รับบาดเจ็บกันคนละนิดคนละหน่อย!”

ทันใดนั้นจี้เฟิงก็นึกขึ้นได้ทันที ท่าเดินที่ดูแปลกๆของตู้เส้าเฟิงก่อนหน้านี้ ต้องเป็นเพราะได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้กับครูฝึกหูอย่างแน่นอน เขาจึงอดไม่ได้ที่จะยิ้ม

“อ้อ! แล้วก็..ครูฝึกหูดูเหมือนเขาจะสนใจพี่จี้อยู่นิดหน่อย!” ตู้เส้าเฟิงพูดขึ้นอย่างกะทันหัน “หลังจากเมื่อวานที่ฉันได้คุยกับเขา เขาก็ถามฉันเกี่ยวกับพี่จี้ด้วย!”

“นายพูดอะไรไป!” จี้เฟิงถามด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

“ฉันก็แค่พูดในสิ่งที่ฉันพอจะรู้ เช่นเรื่องทักษะการต่อสู้ของพี่จี้ที่แข็งแกร่งมากรวมถึงการเคลื่อนไหวของพี่จี้ที่เหมือนกับมือสังหาร แล้วฉันก็บอกด้วยว่าฉันไม่กล้าสู้กับพี่จี้... ฮ่าๆ” ตู้เส้าเฟิงหัวเราะเบาๆ โดยที่ไม่ได้สังเกตเลยว่าสายตาของจี้เฟิงเริ่มเปลี่ยนไป

“นายกล้าหักหลังฉันและเอาฉันไปนินทาลับหลังงั้นเหรอ?!” จี้เฟิงมองไปที่ตู้เส้าเฟิงด้วยสีหน้าตึงเครียดและถามด้วยความโกรธ ไม่น่าแปลกใจเลยที่วันนี้หูเถี่ยจวินจ้องมองเขาระหว่างการฝึกทหาร ในตอนนี้จี้เฟิงกำลังคิดว่าที่ตู้เส้าเฟิงเอาเรื่องของเขาไปพูดลับหลังกับหูเถี่ยจวิน มันจะเกี่ยวข้องกับการที่หูเถี่ยจวินจ้องมองเขาหรือไม่?

ตู้เส้าเฟิงยังคงยิ้มและพูดขึ้นอย่างไร้ยางอาย “จะเรียกว่าฉันหักหลังได้ยังไง ในเมื่อฉันก็พูดความจริง ส่วนหนึ่งนั่นเป็นเพราะท่าทางของครูฝึกหูคล้ายกันกับของพี่จี้อยู่เล็กน้อย ฉันเลยอยากรู้ว่าระหว่างพี่จี้กับครูฝึกหูถ้าสู้กันขึ้นมาจริงๆใครจะเป็นฝ่ายชนะ?”

จี้เฟิงไม่รู้จะทำอย่างไรกับผู้ชายหน้าด้านคนนี้แล้วจริงๆ เขาจึงได้แต่ส่ายหัวอย่างอ่อนใจ

“ฉันว่าพี่จี้เตรียมตัวให้พร้อมดีกว่า ฉันเดาว่าคืนนี้ครูฝึกหูต้องมาขอแลกเปลี่ยนทักษะกับพี่จี้แน่นอน แล้วถ้าถึงเวลานั้นก็อย่ามัวแต่ออมมือล่ะ แสดงให้ครูฝึกหูเห็นไปเลยว่าฝีมือพี่จี้เยี่ยมยอดขนาดไหน ฮ่าๆๆ!!”

เมื่อตู้เส้าเฟิงพูดถึงการต่อสู้ สีหน้าและแววตาของเขาก็เป็นประกาย “ถ้าพี่จี้สามารถเอาชนะครูฝึกหูได้ล่ะก็... ฮิฮิ!!”

ทันใดนั้นจี้เฟิงก็เหมือนจะจำอะไรบางอย่างได้และถาม “นายเพิ่งพูดว่า นายกับครูฝึกหูฝีมือพอๆกันงั้นใช่มั้ย?”

สำหรับทักษะของตู้เส้าเฟิงจี้เฟิงพอจะรู้อยู่นิดหน่อย เพราะเขาได้เห็นการต่อสู้ของตู้เส้าเฟิงเมื่อตอนที่เขาเอาชนะอู๋เฉียนได้ที่ห้องอาหารของโรงแรม กับอีกครึ่งหนึ่งก็ตอนที่ต่อสู้ร่วมกันกับเขาในห้องสอบสวน จี้เฟิงจึงพอจะรู้ว่าฝีมือของตู้เส้าเฟิงนั้นไม่ธรรมดาเลย

แต่เขาก็ไม่คาดคิดว่าหูเถี่ยจวินและตู้เส้าเฟิงจะมีฝีมือสูสีกัน นั่นก็หมายความว่าหูเถี่ยจวินก็มีฝีมือที่ดีพอสมควรเลยทีเดียว ที่จี้เฟิงไม่คิดแบบนั้นเพราะว่าเขาเคยได้ยินมาว่าทหารที่มารับผิดชอบการฝึกทหารของนักศึกษาในครั้งนี้ล้วนเป็นกองกำลังทหารที่ไม่สำคัญ เพราะเป็นเพียงแค่การฝึกทหารของนักศึกษาในมหาวิทยาลัย เขาจึงคัดเลือกทหารมาจากกรมกองกำลังประชาชนและเมื่อเทียบกับทหารของกองกำลังภาคสนามตามปกติหรือกองทัพอื่นๆ พวกเขานั้นมีทักษะที่แย่กว่ามาก

อย่างไรก็ตามด้วยทักษะของหูเถี่ยจวิน เขาสามารถเลือกที่จะไปอยู่กองทัพภาคสนามหรือแม้แต่กองกำลังชั้นยอดได้ แต่ทำไมเขาถึงเลือกที่จะมาเป็นครูฝึกนักศึกษาอยู่ที่นี่?

แต่ในไม่ช้าจี้เฟิงก็เข้าใจได้ในทันที

เมื่อนึกถึงทัศนคติของหูเถี่ยจวินที่มีต่อหวังเสี่ยวหู่เมื่อวานนี้ จี้เฟิงจึงรู้ได้ทันทีว่าหูเถี่ยจวินคนนี้ต้องเป็นคนที่รักความยุติธรรมและไม่ค่อยจะพอใจคนประเภทอย่างหวังเสี่ยวหู่อยู่พอสมควร แล้วด้วยเหตุผลที่เขาเป็นคนเช่นนี้เขาจึงอาจจะไปทำให้คนใหญ่คนโตรู้สึกไม่พอใจ จึงทำให้เขาไม่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งหน้าที่ในอย่างที่ควรจะเป็น ในเมื่อคนใหญ่คนโตไม่พอใจเขา แล้วใครจะกล้าขัดแย้งกับผู้มีอิทธิพลเพื่อที่จะผลักดันเขาแม้ว่าเขาจะมีฝีมือที่ดีมากก็ตาม

พอไม่มีคนที่มีอำนาจมากพอมาผลักดันและสนับสนุน มันจึงเป็นเรื่องยากที่จะเป็นใหญ่เป็นโตได้ในสังคมสมัยนี้ จี้เฟิงจึงหมดข้อสงสัยในทันที เพราะเห็นได้ชัดว่านี่คือสาเหตุที่หูเถี่ยจวินต้องเข้ามาเป็นครูฝึกทหารให้กับนักศึกษาใหม่ของมหาวิทยาลัย

จี้เฟิงเริ่มรู้สึกดีกับครูฝึกหูคนนี้ขึ้นเล็กน้อย และแม้จี้เฟิงจะเข้าใจในเรื่องพวกนี้ดี เขาก็ยังคิดว่าหูเถี่ยจวินไม่ควรที่จะก้มหัวยอมรับชะตากรรมง่ายๆ เพราะไม่อย่างนั้นเขาก็คงไม่ต้องมากลายเป็นครูฝึกของนักศึกษาอยู่ที่นี่

“ถ้ามีเหตุจำเป็นฉันก็คงจะเลือกเป็นเพื่อนกับเขาเพราะการผูกมิตรกับคนแบบนี้ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี” จี้เฟิงพูดกับตัวเองอยู่ในใจ

“หือ? ดูเหมือนจะมีคนใหญ่คนโตมา!” จ้าวไคที่อยู่ข้างๆจี้เฟิงพูดขึ้น

จี้เฟิงเงยหน้าขึ้นมองทันที และพบว่ามีรถจี๊ปเปิดประทุนของทหารกำลังขับมาที่นี่ และมีคนคล้ายเจ้าหน้าที่สองคนนั่งอยู่ที่เบาะหลัง และตลอดทางที่รถจี๊ปขับผ่าน ครูฝึกที่ดูแลการฝึกทหารให้กับนักศึกษาต่างหยุดยืนตรงและทำท่าวันทยหัตถ์ให้กับคนในรถจี๊ป แน่นอนว่าต้องเป็นผู้นำของกองทัพที่นั่งอยู่ในรถจี๊ปคันนั้น

และเมื่อหูเถี่ยจวินเห็นรถจี๊ปเขามองไปที่ป้ายทะเบียนและเขาก็รู้ทันทีว่าคนที่มาคือผู้นำในการตรวจสอบ ในกรณีนี้ไม่ว่าเขาจะเป็นคนที่ซื่อตรงรักความยุติธรรมแค่ไหนเขาก็ต้องรู้ว่าเขาควรทำตัวอย่างไร เขาตะโกนเสียงดังทันที “รวมพล!”

และนักศึกษาเหล่านี้ถึงจะรู้ว่าคนที่นั่งอยู่ในรถจะเป็นผู้นำกองทัพซึ่งไม่ใช่ผู้นำของพวกเขา แต่เขาก็ไม่สามารถเพิกเฉยต่อคำสั่งของครูฝึกสอนได้ ดังนั้นนักศึกษาเหล่านี้จึงทำได้แค่บ่นแล้วก็บ่นอยู่ในใจ แต่ก็ยังสามารถมารวมตัวกันได้อย่างรวดเร็ว

ตู้เส้าเฟิงวิ่งไปที่ด้านหน้าของทีมทันทีแล้วตะโกนว่า “ทั้งหมดแถวตรง!”

จี้เฟิงยืนมองด้วยความสนใจใคร่รู้ แต่สายตาของเขาก็ถูกดึงดูดโดยรถจี๊ปทหารเนื่องจากเขาพบว่าพฤติกรรมของคนในรถดูแปลกไปเล็กน้อย

เจ้าหน้าที่สองคนยังนั่งอยู่ในรถจนกระทั่งรถจี๊ปขับมาจนใกล้กับทีมของเขาจนเหลือระยะห่างประมาณ 40-50เมตร จากนั้นพวกเขาก็หยุด มีครูฝึกจากทีมอื่นๆอยู่ข้างๆพวกเขา พวกเขาคุยกับครูฝึกทีมอื่นๆภายในเวลาไม่ถึงสองนาที จากนั้นพวกเขาทั้งสองก็เดินตรงมาที่นี่

จากรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่จี้เฟิงสังเกตเห็น เขาก็แน่ใจว่าเจ้าหน้าที่สองคนนี้มีธุระที่เกี่ยวข้องกับทีมของเขาโดยตรง ส่วนจะมาหาใครนั้นเขาคงมิอาจจะรู้ได้ในตอนนี้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่จี้เฟิงแน่ใจว่าไม่มีทางเป็นไปได้ นั่นก็คือเรื่องที่ครอบครัวของเขาจะส่งคนมาที่นี่ เพราะจี้เฟิงเคยพูดกับพ่อของเขาอย่างชัดเจนแล้วว่าตลอดระยะเวลา 4 ปีในการเรียนที่มหาวิทยาลัยเขาจะไม่ยอมรับการดูแลเป็นพิเศษจากทางครอบครัวโดยเด็ดขาด นอกเสียจากว่าเขาจะพบกับเหตุฉุกเฉินหรือประสบกับปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยตัวเองจริงๆ

จี้เฟิงเชื่อว่าพ่อของเขาจะเคารพการตัดสินใจของเขา ดังนั้นผู้นำสองคนนี้ต้องมาเพื่อคนอื่นไม่ใช่ตัวเขาอย่างแน่นอน

“การฝึกทหารของสหพันธ์มหาวิทยาลัย กระผมผู้ฝึกสอนหูเถี่ยจวินทีมที่ห้ากองพันที่สามรายงานรองผู้บังคับบัญชาหวังและผู้บังคับการทางการเมืองโจว โปรดให้คำแนะนำ!”

“ฝึกต่อไป!” เจ้าหน้าที่ระดับผู้นำคนหนึ่งที่มีรูปร่างท้วมกล่าว

จี้เฟิงสังเกตเห็นว่ามีแถบ 2 แถบและมีดาว 2 ดวงอยู่บนอินทรธนูที่ประดับอยู่บนบ่าของชายอ้วนคนนี้ซึ่งยศของเขาคือพันโทและน่าจะดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการในกองทัพ เขาคือหัวหน้าทางการทหารของหูเถี่ยจวิน ส่วนอีกคนก็คงเป็น*ผู้บังคับการทางการเมือง

รองผู้บัญชาการหวังมีอายุประมาณ 40 ปีต้นๆ เขามองไปยังทีมของจี้เฟิงที่ตอนนี้กำลังเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบตามที่ได้ฝึกมา เขาพยักหน้าเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ดูเหมือนว่าครูฝึกหูจะฝึกนักศึกษาพวกนี้ได้ดี คุณต้องแสดงให้พวกเขาเห็นถึงความแข็งแกร่งของคุณในกองทัพภาคสนาม ด้วยวิธีนี้กองทัพของเราจะสามารถได้รับความไว้วางใจจากสหพันธ์มหาวิทยาลัย!”

“ครับผม!” หูเถี่ยจวินตอบเสียงดัง

รองผู้บัญชาการหวังพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ หลังจากนั้นเขาก็เดินสำรวจไปรอบๆ และเมื่อเขาเห็นตู้เส้าเฟิงที่ยืนอยู่แถวหน้า คิ้วของเขาก็ขมวดเล็กน้อย “นี่คือ...?”

“รายงานรองผู้บังคับบัญชาหวัง ผู้ชายคนนี้คือนักศึกษาที่ผมคัดเลือกให้มาเป็นหัวหน้าทีม เพื่อมาทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยของผมในการฝึกนักศึกษาเหล่านี้ ชื่อของเขาคือตู้เส้าเฟิงครับผม!” หูเถี่ยจวินอธิบายอย่างคล่องแคล่วชัดเจน

“ไร้สาระ!”

จู่ๆรองผู้บังคับบัญชาหวังก็สีหน้าเปลี่ยนไปและตะคอกเสียงดัง “ดูจากท่าทางของตู้เส้าเฟิงคนนี้แล้ว มาตรฐานของเขายังไม่ดีพอ คุณใช้อะไรมาตัดสินให้เขามาฝึกนักศึกษาคนอื่นๆ?”

หูเถี่ยจวินผงะไปครู่หนึ่งแล้วหันไปมองดูตู้เส้าเฟิง แม้ว่าท่าทางของเขาจะค่อนข้างต่ำกว่ามาตรฐานแต่ก็เห็นได้ชัดว่าท่าทางของเขายังดีกว่ากว่านักศึกษาคนอื่นๆ เขาจึงไม่เข้าใจว่าทำไมรองผู้บังคับบัญชาหวังถึงไม่พอใจในเรื่องนี้

“รายงานรองผู้บังคับบัญชาหวัง เนื่องจากเหล่านักศึกษาเพิ่งจะได้เริ่มฝึกท่าทางทหารและกำลังค่อยๆพัฒนาไปตามขั้นตอน มันจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะพบข้อบกพร่องอยู่บ้าง แต่ผมจะแก้ไขในทันที!” หูเถี่ยจวินกล่าวเสียงดัง

“ไม่! ฉันคิดว่ายังไงตู้เส้าเฟิงคนนี้ก็ไม่เหมาะสม!” รองผู้บังคับบัญชาหวังโบกมือขึ้น“ ”ฉันว่าควรจะเปลี่ยน...”

เขาเหลือบมองไปรอบๆ และก้าวไปข้างหน้าสองก้าวทันที เขาหยุดอยู่หน้านักศึกษาคนหนึ่งและพูดว่า “คุณเห็นไหมว่าท่าทางของนักศึกษาคนนี้ค่อนข้างดี ดังนั้นเขาเหมาะสมที่จะได้เป็นหัวหน้าทีม!” หูเถี่ยจวินมองดูบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งโดยรองผู้บังคับบัญชาหวัง และก็พบว่านักศึกษาคนนั้นก็คือ หวังเสี่ยวหู่ คนที่เพิ่งถูกปลดจากตำแหน่งตัวแทนหัวหน้าทีมไปเมื่อวานนี้ ท่าทางของเขาดีกว่าตู้เส้าเฟิงงั้นหรือ?

รอยยิ้มที่สุภาพปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหวังเสี่ยวหู่ทันที ซึ่งเห็นได้ชัดว่าหัวใจของเขากำลังลิงโลดและเต็มไปด้วยความสุข

“ครับ..!”

ในฐานะทหาร การเชื่อฟังคำสั่งของผู้ที่อยู่เหนือกว่าถือว่าเป็นหน้าที่อย่างหนึ่ง แต่การเชื่อฟังคำสั่งบางครั้งก็มีขอบเขต แม้ว่าครูฝึกหูจะรู้สึกไม่ค่อยพอใจแต่เขาก็ต้องตอบสนองด้วยการเห็นด้วยก่อนจากนั้นเขาก็อธิบายว่า “ตำแหน่งหัวหน้าทีมนั้น นอกจากจะต้องเป็นตัวอย่างที่ดีในการฝึกฝนอย่างขยันขันแข็งให้กับนักศึกษาในทีมแล้ว แต่เขายังต้องช่วยผมในการฝึกนักศึกษาคนอื่นๆด้วย ดังนั้นในแง่ของสุขภาพและความแข็งแรงจึงสำคัญมาเป็นอันดับหนึ่ง และแม้ว่านักศึกษาคนนี้จะมีท่าทางทางทหารที่ดี แต่สมรรถภาพทางกายของเขาก็ยังเรียกไม่ได้ว่าแข็งแรงเพียงพอ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าสมรรถภาพทางกายของตู้เส้าเฟิงนั้นดีกว่า ส่วนทักษะของเขาก็ดี...”

หูเถี่ยจวินยังพูดไม่ทันจบก็ถูกขัดจังหวะโดยรองผู้บังคับบัญชาหวัง หัวหน้าทางการทหารของเขา “หูเถี่ยจวิน การมีทักษะที่ดีไม่ได้หมายความว่าเขาจะเป็นหัวหน้าทีมที่ดีได้ เพราะขนาดทักษะที่ไม่เลวของคุณ คุณยังเป็นได้แค่หัวหน้ากองเล็กๆอยู่เลย!”

…จบบทที่ 121~❤️

-------------------------------------------------------------------

*ผู้บังคับการทางการเมือง-ในทางทหารเป็นผู้บังคับการทางการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ทางการเมืองเป็นเจ้าหน้าที่กำกับดูแลที่รับผิดชอบด้านการศึกษาทางการเมืองและองค์กรของหน่วยงานที่พวกเขาได้รับมอบหมาย

ที่มาของข้อมูล : Wikipedia

จบบทที่ บทที่ 121 ผู้ที่เหมาะสมกว่า

คัดลอกลิงก์แล้ว