เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 27 สีเขียวแรกที่เห็น

ตอนที่ 27 สีเขียวแรกที่เห็น

ตอนที่ 27 สีเขียวแรกที่เห็น


มู่เหลียงแฝงตัวไปตามเงามืดของตามซอกหิน และเนินเขา

เมื่อเจอกับหินสูงใหญ่ ขวางเขาจะใช้ใยแมงมุมในการโหนตัวเองขึ้นไป

ในพื้นที่โล่งบางแห่งมู่เหลียงก็จะใช้ลอบเร้น และเดินอย่างช้าๆ และผ่านตรงจุดนั้นไป

“ไม่คิดว่าฐานของพวกมันจะถูกวางไว้แบบนี้”

มู่เหลียงได้ตรวจดูหุบเขาที่เป็นทรงรูปเสี้ยวพระจันทร์ได้ครึ่งทางแล้ว

มู่เหลียงพบเจอกับสิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจมากขึ้นไปอีก เพราะการจะไปยังหุบเขาตรงกลางต้องเดินอ้อมไปเนินเขาทางซ้ายและขวาก่อน จากนั้นจะมีสะพานเพื่อข้ามเข้าไป

และที่ตรงกลางหุบเขานั้นคือฐานที่มั่นของพวกเคราโลหิต

ความยากของช่วงแรกคือการเดินข้ามเนินเขาสองลูก

และจากระยะสายตาของมู่เหลียงเขาเห็นยามเฝ้าทางอยู่ประมาณ 20 คน และมีพวกเดินลาดตระเวนอยู่รอบนอกเล็กน้อย

“แค่ทางเข้าก็ยากแล้ว นี้ยังไม่รวมกับคนเฝ้าระวังอีก”

มู่เหลียงถอนหายใจ

แม้ว่าจะใช้ลอบเร้นแอบเข้าไปได้ก็ตาม แต่เขาก็ต้องการใครสักคนที่สามารถเปิดประตูของฐานแห่งนี้

“จริงสิ…เราปีนเข้าจากด้านนอกก็ได้”

มู่เหลียงคิดอะไรออกก่อนจะตัดสินใจเลิกใช้เส้นทางปกติ และปีนขึ้นไปบนเนินเขา และหาทางเข้าจากทางอื่น

มู่เหลียงประเมินสถานการณ์ดูแล้ว การเข้าทางปกติจะยุ่งยากและเสียเวลามากกว่า เพราะไม่รู้ว่าจะมีจุดตรวจ หรือประตูอีกกี่บาน

และมู่เหลียงมีเวลาไม่มากขนาดนั้น ไม่รู้ว่าหัวหน้าของพวกโจรจะกลับมาเมื่อไร

หวี๊ด!!!

แล้วตอนนั้นเองมู่เหลียงก็ผิวปากเรียกแมงมุมผีแดง

“หัวหน้าของพวกมันรอบคอบจริงๆ”

มู่เหลียงอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจอีกครั้งหลังจากสำรวจฐานแห่งนี้

ก่อนที่เขาจะเรียกลูกหาบคนเก่งของเขามา

“เสี่ยวไกมานี่หน่อย”

งานขนของได้กลายเป็นหน้าที่ของเสี่ยวไกไปแล้ว เพราะมู่เหลียงตัวคนเดียวแบกของกลับไปไม่หมดแน่

ไม่กี่นาทีต่อมาเสี่ยวไกก็เดินออกมาจากมุมมืด และเอาหัวมาถูกับมือของมู่เหลียง

กี้….

เสี่ยวไกถูหัวไปมากับมือของมู่เหลียงราวกับสัตว์เชื่องๆ

“เตรียมตัวได้แล้วเสี่ยวไก”

มู่เหลียงพ่นใยออกจากฝ่ามือ ก่อนที่ใยจะพุ่งไปติดกับหน้าผาหิน และเมื่อเห็นว่ารอบๆ ปลอดภัยเขาจึงปีนใยขึ้นไป

สัตว์อสูรเลี้ยงทั้งสองตัวก็ไต่ตามไปติดๆ

ด้วยความสูง 150 เมตร น่าจะสูงกว่าตึก 30 ชั้นเสียอีก

แต่เพราะใยแมงมุมคุณภาพสูงทำให้มู่เหลียงไต่ขึ้นมาได้อย่างไม่ยากเย็น แม้จะเจอบางจุดที่ยากต่อการปีนก็ตาม

มู่เหลียงไม่รู้ว่าใช้เวลาไปนานแค่ไหน แต่ยิ่งใกล้ยอดของเขา การเคลื่อนไหวของมู่เหลียงก็ยิ่งดูรัดกุมขึ้น เพราะกลัวว่าจะทำอะไรให้เกิดเสียง จนคนที่อยู่ข้างล่างได้ยิน

ตลอดทางที่เขาไปนั้นไม่พบเจอสิ่งอันตรายใดๆ ซึ่งเป็นเรื่องดีกับมู่เหลียงมาก

แต่เมื่อมู่เหลียงปีนขึ้นมาถึงแล้วเขากลับเห็นอะไรที่ผิดปกติ

มันมีสิ่งก่อสร้างประหลาดเหมือนกับกระโจม แต่เป็นรูปทรงครึ่งวงกลมทำจากไม้ และยังมีแสงเล็ดลอดออกมาอีกด้วย และขนาดก็ไม่ใช่เล็กๆ

“นี้มันอะไร?”

มู่เหลียงเกิดความสงสัยขึ้นมาทันที

กระโจมนี้ไม่น่าจะเป็นที่อยู่ของพวกเคราโลหิต

หรือว่าข้างในนี้จะเป็นที่คลังสมบัติ?

“ก็เป็นไปได้”

มู่เหลียงอุทานด้วยน้ำเสียงที่สนใจ

เพราะที่นี่มู่เหลียงก็คิดว่าเหมาะที่จะใช้เป็นสถานที่เก็บสมบัติหรือของล้ำค่าเอาไว้

มู่เหลียงเริ่มเดินสำรวจรอบๆ การจะงัดแงะหรือทำลายเข้าไปด้วยกำลังคงไม่ดีสักเท่าไร

ถ้ามีคนอยู่ข้างในเขาจะโดนจับได้ทันที

มู่เหลียงวนอยู่หลายรอบ และพบว่ามันมีช่องว่างเล็กๆ หลายช่อง แต่ไม่สามารถมุดเข้าไปได้

แต่ก่อนที่เขาจะเตรียมตัวปีนขึ้นไปสำรวจด้านบนของกระโจม เขาก็ได้ยินเสียงเหมือนคนทะเลาะกันดังมาจากที่ไม่ไกลมากนัก

“พ่อของข้าออกไปข้างนอกแล้ว และนี้คือคำสั่ง”

“ไม่ได้ครับ ที่นี่ห้ามใครเข้าหากไม่ได้รับคำสั่งจากหัวหน้า”

“ก็บอกให้หลีกทางไป ข้าจะไปเอาน้ำ!”

“ท่านเซียเต๋า ท่านก็รู้ว่าหัวหน้าใหญ่มีอารมณ์เช่นไร อย่าทำให้พวกเราต้องเสียหน้าเลย”

“อย่าเอาพ่อข้ามากดดันข้านะ!!”

ปึก ครืน  ปัง ปัง ปัง!!!

“เกิดเรื่องขึ้นงั้นหรอ…”

ได้เกิดเสียงเหมือนการต่อสู้เกิดขึ้น ตามมาด้วยเสียงปิดประตูพร้อมกับทุบประตูหลายครั้ง ก่อนที่จะมีคำตะโกนด่าสาปแช่งตามมา

“หรือว่านั่นคือลูกของหัวหน้ากลุ่มเคราโลหิต?”

มู่เหลียงมองดูพร้อมกับมุมปากยกขึ้นเล็กน้อย

สถานที่แห่งนี้แม้แต่ลูกของหัวหน้ากลุ่มก็ยังไม่ให้เข้า นั้นแปลว่าภายในนี้ต้องมีของล้ำค่าอยู่มากแน่

ฟิ้ว….

มู่เหลียงยิงใยแมงมุมออกไป ติดกับยอดของกระโจม ก่อนที่จะค่อยๆ ปีนขึ้นไปอย่างเบามือจนเขาเห็นช่องแปลกๆ

มันมีช่องที่ยาวประมาณสิบเมตรได้ที่ด้านบน และกว้างประมาณสิบนิ้ว

ซึ่งมันใหญ่พอที่คนจะลอดผ่านเข้าไปได้

“ทำไมช่องตรงนี้มันใหญ่ผิดปกติ?”

มู่เหลียงไม่ได้เข้าไปทันที แต่ให้แมงมุมผีแดงเข้าไปสำรวจเส้นทางก่อน

หลังจากที่แมงมุมผีแดงเข้าไปได้สักพัก ก็ไม่มีเสียงอะไรตามออกมาเลย

ทำให้มู่เหลียงมั่นใจว่าปลอดภัยเขาจึงพ่นใยแมงมุมทำเป็นเชือกก่อนที่จะโรยตัวลงไป

-เมื่อได้เข้ามาแล้วทำให้เขารู้ว่าภายในหอแห่งนี้กว้างมาก

ปรากฏว่า-หอแห่งนี้ถูกสร้างเพื่อปิดทางเข้าถ้ำขนาดใหญ่

มู่เหลียงโรยตัวลงมาเรื่อยๆ จนเห็นว่าที่ใต้เท้าของเขามีประตูไม้เปิดอยู่

โดยที่เสียงคนทะเลาะกันเมื่อครู่ดังมาจากอีกฝั่งของประตูอีกด้านที่น่าจะเป็นทางเข้าหลัก

มู่เหลียงออกห่างจากประตูทางเข้า และเห็นว่าประตูที่เปิดอยู่นี้ลึกลงไปอีกสิบเมตรได้

และเมื่อมองขึ้นไปบนกระโจมแห่งนี้ มู่เหลียงเห็นว่ามันมีเฟืองขนาดใหญ่ พร้อมกับเชือกอีกหลายเส้นโยงกันอยู่

“จริงหรอเนี่ย พวกนี้เป็นกลไกเอาไว้เปิดเพดานออกเลย”

มู่เหลียงตกใจมากเมื่อเห็นว่ากระโจมนี้มีกลไกติดตั้งอยู่

และที่น่าแปลกใจก็คือมันเป็นกลไกที่เอาไว้เหมือนเปิดเพดานออก ไม่แปลกเลยที่ทำไมถึงมีช่องยาวถึงสิบเมตรข้างบนกระโจม เพื่อให้รองรับกับกลไกนี้

“หัวหน้าเคราโลหิตนี้เป็นคนช่างคิดจริงๆ”

มู่เหลียงลงไปใต้ประตูไม้ และพบว่าสถานที่แห่งนี้ถูกแบ่งออกเป็นส่วนๆ  และที่สะดุดตาที่สุดเลยคือต้นพืชและดอกไม้สีเขียวหลายชนิด

ตั้งแต่อยู่ในโลกที่พังพินาศนี้มา 9 วันในที่สุดเขาก็ได้เห็นต้นพืชสีเขียว

เขามองไปยังต้นไม้สีเขียวออกเหลืองๆ ประมาน 12 ต้น และเห็นว่ามีพื้นที่เพาะปลูกอยู่อีก

“ดูเหมือนว่ากระโจมนี้มันมีกลไกไว้เปิดปิดตัวเอง เพื่อให้แดดส่องลงมาโดนพืชผลพวกนี้สินะ”

“แล้วหน้าตามันก็เหมือนกับกะหล่ำปลีเลย”

มู่เหลียงนั่งยองๆ ลงไปดู และสำรวจแปลงผักแห่งนี้

เขาลองเด็ดใบของมันขึ้นมาดมดู ก่อนที่จะอุทานออกมาอย่างตกใจ

“เห้ย!! นี้มันกะหล่ำปลีจริงๆ ด้วย”

มู่เหลียงลุกขึ้นยืนทันที เขาเดินเข้าไปอีกหน่อยก็เจอกับแปลงผักไม้เลื้อยอีกชนิด ซึ่งมันมีผลกลมสีแดง และสีเขียว

มู่เหลียงยิ้มมุมปากน้อยๆ

“แม้แต่มะเขือเทศก็มี”

“หัวหน้าเคราโลหิต แกนี้มันถุงนำโชคของฉันจริงๆ ในนี้ยังมีต้นชาอีกด้วย”

มู่เหลียงมองไปรอบๆ และเห็นผักและพืชอีกหลายชนิด

“และยังมีอีกหลายชนิดที่เราไม่รู้จัก”

มู่เหลียงเมื่อสำรวจดูแล้ว เขาก็พบว่าเขารู้จักพืชผักพวกนี้แค่สองสามชนิด

นอกจากนั้นพืชผักพวกนี้มีต้นที่กำลังเฉาและใกล้จะตาย

“แปลกๆ แฮะ ทำไมมันถึงไม่กินพืชผักพวกนี้ก่อนจะเสีย?”

มู่เหลียงมองดูดอกไม้ที่กำลังจะตาย ด้วยความคิดหลายอย่าง

จะเว้นก็แต่ว่าหัวหน้าเคราโลหิตนั้นต้องการที่จะยื้อชีวิตพวกมันออกไปเท่านั้น

จบบทที่ ตอนที่ 27 สีเขียวแรกที่เห็น

คัดลอกลิงก์แล้ว