เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 26 ชุดคลุมปริศนา

ตอนที่ 26 ชุดคลุมปริศนา

ตอนที่ 26 ชุดคลุมปริศนา


ฝนยังตกหนักอย่างต่อเนื่องเป็นชั่วโมง

เต่าทมิฬเองก็เข้าใกล้ฐานของพวกโจรเคราโลหิตมากขึ้น

ฝนตกจนถึงตอนเย็น และเมื่อฝนหยุดลงบรรยากาศทั้งหมดก็ดูเงียบขึ้นมาทันที

มู่เหลียงใส่ชุดพรางของเขา และเอามีดพกคาดเอวเอาไว้ พร้อมกับสะพายกระเป๋าเดินทาง

เขามองไปยังนัยน์ตาที่กลมโตของมินโฮ ก่อนที่จะยิ้มออกมา

“พอฉันออกไปแล้ว ไม่ว่าใครจะมา หรือได้ยินเสียงใครที่นอกประตูห้ามเปิดเด็ดขาด!!”

“แล้ว..มู่เหลียงจะไม่ส่งเสี่ยวไกกลับมางั้นหรอ?”

มินโฮถามด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา

เด็กสาวนั้นนึกถึงตอนที่เสี่ยวไกขนของมาตอนที่อยู่ในค่าย

มุมปากมู่เหลียงถึงกับกระตุกทันที เขาคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะพูดขึ้น

“หากเป็นสัญญาณเคาะแล้วนิ่งยาวหนึ่งครั้ง ก่อนที่จะเคาะสั้นๆ สองครั้ง ถือว่านั้นคือสัญญาณปลอดภัยให้เปิดประตูได้”

ปัง………..ปัง…ปัง

แล้วมู่เหลียงก็เคาะโต๊ะเป็นตัวอย่างให้มินโฮดู

“มันจะเป็นประมาณนี้ เข้าใจนะ”

“เข้าใจแล้ว”

มินโฮตอบพร้อมกับพยักหัว และพยายามที่จะจดจำรหัสลับนี้

“และไม่ต้องกังวลไปนะ ฉันอาจจะกลับมาเมื่อไหร่ก็ได้ เมื่อฉันเห็นว่าสมควร”

มู่เหลียงลูบหูกระต่ายของมินโฮเบาๆ  และพูดพร้อมกับรอยยิ้ม

“ถ้ามินโฮง่วงก็ไปนอน ไม่ต้องรอนะ”

“ฉันจะรอนายกลับมา…”

มินโฮหน้าเริ่มแดงขึ้นและพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา

“...ไม่งั้นฉันคงนอนไม่หลับ”

ที่จริงเธอเองก็กลัวว่าพวกโจรจะปีนขึ้นมาบนหลังเต่าทมิฬ และเข้ามาขโมยของในบ้านไป

“งั้น..ฉันไปล่ะ”

มู่เหลียงได้ยินเพียงแค่ประโยคแรก ส่วนประโยคหลังนั้นเขาฟังไม่ชัด

หากว่าเขาได้ยินทั้งหมดเขาคงแปลกใจไม่น้อย

“ระวังตัวด้วย!!”

มินโฮตะโกนไล่หลังมา ก่อนที่มู่เหลียงจะลงไปจากหลังเต่า

“เดียวฉันเก็บของมาฝาก”

มู่เหลียงโบกมือให้กับมินโฮ ภายใต้สายตาที่ไม่เต็มใจของเด็กสาว ก่อนที่เขาจะลงไปจากหลังของเต่าทมิฬ

มีจุดสว่างเล็กๆ ที่ไกลออกไป ตรงนั้นคือฐานของพวกโจรเคราโลหิต

“เดินจากตรงนี้ไป กว่าจะถึงฟ้าคงมืดพอดี”

มู่เหลียงเงยหน้ามองท้องฟ้า ฟ้าหลังฝนนั้นดูปอดโปร่งมาก

แมงมุมผีแดงนั้นได้นำหน้ามู่เหลียงไปก่อน เพื่อสำรวจทางว่ามีใครอยู่หรือไม่

การเดินในพื้นที่เต็มไปด้วยทรายและหินนั้นเป็นอะไรที่ไม่น่าอภิรมสักเท่าไรสำหรับมู่เหลียง

พื้นดินเองก็ยังเปียกจากฝนอยู่ ทำให้ทุกครั้งที่ย่ำลงไปจะรู้สึกเหนอะหนะทุกครั้ง

แล้วเวลาก็ผ่านไป จนท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีดำ

มู่เหลียงเองก็มาถึงบริเวณฐานของโจรเคราโลหิตแล้ว มันใกล้มากจนเห็นคนถือคบไฟเดินไปมา

ตุบ….

อยู่ๆ ก็มีอะไรสักอย่างมาตกข้างเท้าของมู่เหลียง

ตุบ…

มู่เหลียงมองไปรอบๆ แต่สัญชาตญาณของเขากลับไม่สัมผัสได้ถึงอันตรายใดๆ  เขาจึงมองไปรอบๆ เพื่อหาเจ้าของหินพวกนี้

“.....”

ตุบ….

มู่เหลียงเห็นแล้วว่าหินถูกปา มาจากทางไหน เขาจึงเดินตรงดิ่งเข้าไปหาทันที

แล้วเขาก็เห็นคนใส่เสื้อคลุมปิดบังใบหน้าเดินสวนออกมา

“โทษที ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้โกรธหรือกวนประสาทหรอกนะ”

คนในชุดคลุมพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา

“แต่แค่อยากมาเตือนเฉยๆ”

“แล้วแกเป็นใคร ต้องการอะไร?”

มู่เหลียงเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย มองไปยังแมงมุมผีแดงที่ซ่อนตัวอยู่หลังคนในชุดคลุม

หากว่าคนผู้นี้มีการเคลื่อนไหวดูอันตราย แมงมุมจะพ่นใยรัดตัวไว้ทันที

คนในชุดคลุมกลับถามกลับมาแทน

“นายเองก็เป็นนักล่าค่าหัวใช่ไหม?? และคงรับงานนี้มาจากกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์หล่ะสิ”

“ไม่จำเป็นต้องตอบ”

มู่เหลียงมองอีกฝ่าย ก่อนที่เขาจะหันหลังกลับไป และเตรียมตัวเข้าไปในฐานของพวกโจร

“สนใจร่วมมือกันไหม?”

คนในชุดคลุมพูดขึ้น และน้ำเสียงนั้นดูไม่มั่นใจเท่าไร

แต่ก็ถูกมู่เหลียงปฏิเสธอย่างไม่แยแส

“ฉันไม่มีทางร่วมมือกับคนที่ไม่กล้าแม้แต่จะเปิดเผยตัวตนหรอกนะ”

“แต่ฉันมีแผนผังฐานของพวกโจร”

คนในชุดคลุมสวนกลับมาทันที ก่อนที่จะก้าวไปหามู่เหลียง

“แล้วทำไมฉันต้องร่วมมือกับแกด้วย”

มู่เหลียงชะงักไป และหันไปถามคนผู้นี้ เขาเริ่มสงสัยแล้วว่าทำไมคนคนนี้ถึงอยากร่วมมือกับเขา

“แค่มองดูก็รู้แล้วว่านายแข็งแกร่ง”

คนในชุดคลุมตอบกลับมา

“ฉันไม่รู้จักแก..”

มู่เหลียงมองด้วยแววตาที่เกรี้ยวกราด

“แล้วแกเอาอะไรมาพูดว่าฉันแข็งแกร่ง บางทีฉันอาจเป็นพวกเดียวกับโจรก็ได้”

“นายไม่ใช่พวกโจรแน่นอน”

คนในชุดคลุมพูดด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจ ก่อนที่จะพูดต่อ

“พวกโจรไม่มีทางเนื้อตัวสะอาดแบบนี้”

มู่เหลียงเข้าใจได้ในทันที อีกฝ่ายไม่ธรรมดาและไม่ได้ตัดสินว่าใครแข็งแกร่งจากรูปร่างหน้าตา

มู่เหลียงจึงตอบอย่างเย็นชา

“วันนี้ฝนตก…”

คนในชุดคลุมกับพูดเบาๆ อย่างพอใจ

“ในวันที่ฝนตก ไม่มีใครกล้าที่จะเอามันมาอาบเด็ดขาด ทั่วดินแดนแห่งนี้เขารู้กัน คนที่กล้าจะอาบน้ำฝนพวกนี้มีแต่พวกแข็งแกร่งเท่านั้น”

“......”

มู่เหลียงรู้สึกว่าคำพูดของคนคนนี้ดูไม่สมเหตุสมผลเลย

แต่มู่เหลียงรู้สึกว่าคำพูดของคนคนนี้แฝงอะไรไว้บางอย่าง

“ถึงเซียฮูจะออกไปจากฐานแล้วก็ตาม แต่การจะบุกเข้าไปก็ยังยากลำบากอยู่”

คนในชุดคลุมพูดก่อนที่จะมองไปยังฐานของกลุ่มเคราโลหิต

“หากว่าเราสองคนร่วมมือกัน ฉันสัญญาเลยว่านายจะได้ปลาอัญมณีกลับไป”

“ปลาอัญมณีคืออะไร?”

มู่เหลียงถามทันทีด้วยความสงสัย

“เอา….นี้นาย…ไม่ใช่นักล่าจากกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์จริงๆ งั้นหรอ?! ถึงไม่รู้จักปลาอัญมณี”

คนในชุดคลุมพูดด้วยน้ำเสียงที่แปลกใจและดังขึ้น

“งั้นนายมาที่นี่เพื่อหวังสมบัติของพวกเคราโลหิตงั้นหรอ?”

“ก็เป็นอย่างที่แกคิดนั้นแหละ”

มู่เหลียงผายมือออก

“แล้วเป้าหมายของแกคืออะไร?”

มู่เหลียงถามกลับ ในขณะเดียวกันคนในชุดคลุมก็ดูระวังตัวมากขึ้น และกระชับผ้าคลุม

“บอกจุดมุ่งหมายของแกมา”

มู่เหลียงถามอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ข่มขู่

แต่การได้คุยกับคนคนนี้ทำให้มู่เหลียงรู้อะไรเพิ่มเติม และรู้ว่าภายในฐานแห่งนี้มีคลังสมบัติอยู่

ตอนนี้กลายเป็นว่าไม่ใช่มีเขาคนเดียวที่สนใจกลุ่มเคราโลหิต

“เป็นคนไหวพริบดีเหมือนกันนะ”

คนในชุดคลุมตอบกลับมา

ตั้งแต่เริ่มสังเกตคนคนนี้มู่เหลียงแทบไม่รู้อะไรเลย

“ถ้าแกต้องการอะไร อย่างน้อยก็ควรจะแสดงความจริงใจมากกว่านี้”

มู่เหลียงมองไปที่เสื้อคลุมบนร่างของคนคนนี้

“เกรงว่านายจะตกใจหากได้เห็น”

คนในชุดคลุมพูดด้วยน้ำเสียงต่ำ

“งั้นก็ลาละ หวังว่าจะได้เจอกัน”

มู่เหลียงพูดขึ้นก่อนจะทำท่าเดินออกไป

“ฐานแห่งนี้เป็นหุบเขาที่มีรูปร่างเป็นพระจันทร์เสี้ยว ครึ่งหนึ่งของเสี้ยวพระจันทร์เป็นเนินเขาสามลูก”

อยู่ๆ คนในชุดคลุมก็พูดขึ้น และอธิบายรูปแบบของฐานของโจรเคราโลหิต

“เนินเขาตรงกลางจะสูงที่สุด สูงประมาณ 150 เมตร”

“แล้วแกจะบอกฉันไปทำไม?”

มู่เหลี่ยงขมวดคิ้วก่อนจะพูดออกไป

“ข้อมูลพวกนี้เป็นสิ่งที่เรารู้เมื่อสำรวจฐานแห่งนี้ตอนเช้า ถือว่าแทนคำขอโทษที่ทำให้เสียเวลาแล้วกัน”

เมื่อคนในชุดคลุมพูดจบก็เดินจากไป

“ใบหน้าใต้เสื้อคลุมนั้น…..น่ากลัวขนาดนั้นเลยงั้นหรอ”

มู่เหลียงพูดขึ้นเบาๆ และมองดูคนในชุดคลุมเดินจากไป

เอาเป็นว่าคนคนนี้แม้จะดูลึกลับแต่ก็เป็นคนมีน้ำใจ

มู่เหลียงคาดการเขาคงได้เจอคนคนนี้อีกในฐานของพวกโจร อาจจะก่อนหรือหลังที่เขาก่อเรื่องแล้ว

“ไม่รู้ว่าแกอยากได้อะไรในฐาน แต่คงต้องผิดหวังเพราะฉันจะเอาไปหมด”

มู่เหลียงส่ายหัวพร้อมกับหัวเราะเบาๆ ก่อนที่ร่างของเขาจะเลือนหายไป

ทางฝั่งคนชุดคลุมเองก็พูดขึ้นด้วยความประหลาดใจ

“อะไรกัน…ทำไมอยู่ๆ เขาถึงหายตัวไปแบบนั้นได้?”

เช่นเดียวกันคนคนนี้ก็คิดว่าไม่ช้าก็คงเจอมู่เหลียงในฐานของพวกโจร

“แล้วเจอกัน….”

คนในชุดคลุมพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา แต่แฝงไปด้วยความวิตกเล็กน้อย

“บางทีชายคนนี้อาจจะเข้าไปถึงคลังสมบัติของพวกโจรได้”

ก่อนที่คนในชุดคลุมจะเดินมุ่งหน้าไปยังฐานของโจรเคราโลหิต

จบบทที่ ตอนที่ 26 ชุดคลุมปริศนา

คัดลอกลิงก์แล้ว