เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ทาสแห่งเงา บทที่ 138 การกลับมาพบกันอย่างไม่คาดฝัน

ทาสแห่งเงา บทที่ 138 การกลับมาพบกันอย่างไม่คาดฝัน

ทาสแห่งเงา บทที่ 138 การกลับมาพบกันอย่างไม่คาดฝัน


ทาสแห่งเงา บทที่ 138 การกลับมาพบกันอย่างไม่คาดฝัน

ไม่ผิดตัวแน่... เขาคือคาสเตอร์ บุรุษเพียงคนเดียวที่ซันนี่เคยเห็นว่าสามารถสยบเนฟฟิสลงได้ในการต่อสู้ แม้จะเป็นเพียงในห้วงยามของการฝึกฝนก็ตาม

ยามที่ยังอยู่ ณ สถาบัน คาสเตอร์คือดาราเจิดจรัสท่ามกลางเหล่าสลีปเปอร์รุ่นเดียวกัน ด้วยรูปลักษณ์ที่หล่อเหลาและอัธยาศัยที่เป็นมิตร เขาจึงไม่เพียงแต่เป็นที่นิยมชมชอบ ทว่ายังได้รับความเคารพยำเกรงจากผู้คนรอบข้าง และแม้ซันนี่จะรู้สึกขัดใจไม่น้อยที่ต้องยอมรับ แต่นั่นก็มิใช่เพียงเพราะฐานะอันสูงส่งในฐานะเลกาซี่ของเขาเท่านั้น

แม้แต่เหล่าเลกาซี่คนอื่นๆ ก็ยังยกย่องเขา หลายคนถึงกับยกให้เขาเป็นราชาที่แท้จริงของทำดับผลการทดสอบ โดยตั้งข้อสงสัยว่าที่ดาราผันแปรได้อันดับหนึ่งไปนั้นเป็นเรื่องผิดพลาดเสียด้วยซ้ำ

คาสเตอร์นั้นทรงพลัง เชี่ยวชาญ และเปี่ยมด้วยเสน่ห์ ทั้งยังมีความอ่อนน้อมและบุคลิกที่ชวนให้ผู้คนหลงรักได้โดยง่าย พื้นเพเบื้องหลังของเขานั้นไร้ที่ติ และอนาคตของเขาก็สว่างไสวอย่างไม่ต้องสงสัย

พูดง่ายๆ ก็คือ เขาเป็นขั้วตรงข้ามของซันนี่ในทุกมิติ

'บัดซบ! ฉันว่าแล้วว่าเสียงนั่นมันคุ้นหู!'

ซันนี่หันไปจ้องมองชายหนุ่มรูปงามผู้นั้นด้วยความฉงนฉงายอย่างที่สุด

ไอ้หมอนี่มาทำอะไรที่นี่กัน?

สลีปเปอร์สองคนที่เกือบจะได้ลิ้มรสคมดาบของเสี้ยวกึ่งราตรีโดยไม่รู้ตัวก็มีท่าทีไม่ต่างกัน ความคึกคะนองที่เคยมีบนใบหน้ามลายหายไปสิ้น

"โอ้ เป็นนายนี่เอง"

'นั่นมันบทของฉันต่างหาก!'

คาสเตอร์มองดูพวกมันด้วยรอยยิ้มที่เงียบงัน แววตาของเขาไม่มีวี่แววของความเป็นศัตรู ทว่าด้วยเหตุผลบางประการ คนของกันล็อกกลับดูเหมือนจะหมดสิ้นความปรารถนาที่จะหาเรื่องใส่ตัว หลังจากเหลือบมองกันครู่หนึ่ง หนึ่งในนั้นก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงลังเล:

"เจ้านี่เป็นคนรู้จักของนายเหรอ คาสเตอร์?"

เขาพยักหน้าให้พวกมัน

"ใช่ เราเคยอยู่สถาบันมาด้วยกัน อย่าไปถือสาพฤติกรรมไร้มารยาทของเขาเลยพวกนาย—เขาก็เป็นแบบนี้แหละ พูดจาขวานผ่าซากไปหน่อย แต่ถ้าได้รู้จักกันจริงๆ เขาเป็นคนดีมากนะ"

'เราไปรู้จักมักจี่กันขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่?'

ซันนี่รู้สึกหงุดหงิดอย่างไม่มีเหตุผลต่อคำกล่าวนั้น แต่เขาก็ฝืนใจปิดปากเงียบไว้ เขารู้ดีว่าคาสเตอร์เพียงแค่พยายามจะคลี่คลายสถานการณ์ และอันที่จริง การมาของเขาก็ประจวบเหมาะพอดิบพอดี

ซันนี่มั่นใจในความสามารถของตนว่าจะจัดการไอ้พวกสวะสองคนนี้ได้... แต่หลังจากนั้นล่ะ? เขาไม่เชื่อหรอกว่าสมาชิกคนอื่นๆ ในกองกำลังของกันล็อกจะยอมยืนดูอยู่เฉยๆ

การต้องไปพัวพันกับความขัดแย้งกับเหล่าผู้ปกครองปราสาทตั้งแต่วันแรกที่มาถึง ย่อมมิใช่เรื่องที่พึงประสงค์นัก

ในขณะเดียวกัน ไอ้พวกสวะเหล่านั้นก็ถอดใจแล้ว พวกมันพยายามรักษาท่าทีว่ายังคุมสถานการณ์ได้อยู่ โดยการจ้องมองคาสเตอร์ด้วยสายตามาดร้ายก่อนจะถอยหลังกลับ

"สอนมารยาทให้เพื่อนของนายบ้างนะ คาสเตอร์ ครั้งหน้าเราจะไม่ใจอ่อนแบบนี้แน่"

เมื่อสิ้นคำ พวกมันก็หันหลังกลับไปนั่งที่เดิม พลางส่งสายตาคุกคามไปยังใครก็ตามที่กล้าจ้องมองพวกมัน ไม่นานนัก เสียงอื้ออึงของผู้คนก็กลับมาปกคลุมโถงกว้างอีกครั้ง

คาสเตอร์มองตามพวกมันไปก่อนจะหันมาหาซันนี่ รอยยิ้มของเขาดูเคร่งขรึมขึ้นเล็กน้อย

"นั่น... ไม่ใช่การกระทำที่ฉลาดเลยนะ เพื่อนยาก"

ซันนี่แค่นเสียงเหอะในลำคอ

"เออ... แล้วใครบอกล่ะว่าฉันฉลาด?"

'เฮ้ย ไม่ใช่สิ คำพูดเมื่อกี้มันฟังดูแปลกๆ!'

ชายหนุ่มร่างสูงจ้องมองเขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะทอดถอนใจ

"อย่างไรก็ตาม ดีใจจริงๆ ที่ได้พบพวกนาย... ทั้งสองคนเลย"

พูดจบเขาก็นั่งลง ราวกับว่ามีคนเอ่ยปากเชิญอย่างนั้นแหละ

ก็นะ... ต้องยอมรับว่าพวกเขามีสายสัมพันธ์บางอย่างต่อกัน การอยากจะพูดคุยกับคนที่เคยเรียนสถาบันมาด้วยกันก็นับเป็นเรื่องที่เข้าใจได้

ถึงกระนั้น ซันนี่ก็ไม่ค่อยชอบใจนัก

เขาเหลือบมองแคสซี่แวบหนึ่ง ก่อนจะยิ้มเย็นและเอ่ยว่า:

"อะไรกัน? ตกใจมากหรือไงที่เห็นพวกเรายังมีชีวิตอยู่?"

คาสเตอร์ลังเลครู่หนึ่ง

"เป็นเรื่องดีที่พวกนายเอาชีวิตรอดมาได้"

ดูเหมือนนี่จะเป็นวิธีที่เขาใช้ยอมรับว่าใช่ เขารู้สึกประหลาดใจ แต่เป็นความประหลาดใจในแง่บวก

มันไม่ใช่ความลับเลยว่าซันนี่และแคสซี่ถูกมองว่าเป็น "ศพเดินได้" ในสายตาของสลีปเปอร์คนอื่นๆ ในสถาบัน ในขณะที่เนฟฟิสและคาสเตอร์ครองสองอันดับสูงสุดในทำเนียบ พวกเขากลับรั้งท้ายอยู่ในอันดับสุดท้าย ด้วยเหตุนั้น ทั้งสองจึงถูกเมินเฉยและกีดกันออกจากกลุ่ม

แน่นอนว่าสำหรับซันนี่ เขาไม่เพียงแต่ยอมรับการปฏิบัติอันเย็นชาจากเพื่อนร่วมรุ่น ทว่าเขายังเป็นคนวางหมากให้มันเป็นเช่นนั้นเองด้วย

ไม่ว่าอย่างไร ก็ไม่มีใครอยากจะเข้าใกล้พวกเขา ราวกับหวาดกลัวว่าจะติดเชื้อจากรัศมีแห่งความตายที่มองไม่เห็นซึ่งติดตามพวกเขาไปทุกหนแห่ง แม้แต่ตัวซันนี่เองในอดีตก็ยังเคยรู้สึกผิดที่พยายามหลบเลี่ยงแคสซี่ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

มันคงจะเป็นภาพที่แปลกประหลาดพิกลที่เห็นทั้งสองคนยังมีชีวิตอยู่และดูสุขสบายดี หลังจากผ่านพ้นเวลาหลายเดือนท่ามกลางความสยดสยองของชายฝั่งที่ถูกลืม

แคสซี่ยิ้มรับ

"ขอบคุณนะ"

คาสเตอร์ยิ้มตอบเธอ พลางถามด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นอย่างประหลาด:

"เธอคือแคสเซียใช่ไหม? ส่วนนายก็... เอ่อ... ซันเลส?"

ซันนี่พยักหน้าให้สั้นๆ

"ถูกต้อง แม้ฉันจะแปลกใจนิดหน่อยที่นายจำชื่อพวกเราได้ แต่อย่าคิดนะว่าพวกเราลืมเรื่องที่พวกนายเคยปฏิบัติกับพวกเรายังไง"

แคสซี่บีบมือเขาพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุๆ:

"ซันนี่!"

คาสเตอร์หัวเราะหึ

"ไม่ๆ เขาพูดถูกแล้วล่ะ พวกเราทำตัวงี่เง่ากันจริงๆ พอนึกย้อนไป... มีหลายอย่างที่พวกเราทำพลาดไป ถ้าเพียงแต่ตอนนั้นพวกเราจะรู้ดีกว่านี้..."

เสียงของเขาแผ่วจางลง และหลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ชายหนุ่มรูปงามก็พลันยิ้มออกมาด้วยความโหยหา

"แต่ถึงอย่างนั้น วันคืนในสถาบันก็ไม่ได้แย่ไปหมดทุกอย่างหรอก จริงไหม? หึๆ ฉันยังจำครั้งแรกที่เจอคู่ซันเลสได้อยู่เลย นายสร้างความประทับใจไว้ไม่น้อยเลยนะ! กับไอ้เรื่องเล่าขายฝันพวกนั้น ทั้งเรื่องถ่มน้ำลายใส่หน้าทรราชอเวคเคนด์ ทั้งเรื่องเด็ดหัวนักบุญแห่งดาบด้วยการสะบัดนิ้ว..."

เขากลั้วหัวเราะ พลางหวนนึกถึงวันคืนเก่าๆ

ซันนี่ฉีกยิ้มกว้าง

เขากำลังอยู่ในอารมณ์ที่อยากจะกลั่นแกล้งสักหน่อย

"อะไรกัน เรื่องขี้ผงพวกนั้นน่ะเหรอ? หึ! มันก็แค่ของเล่นเด็กน่ะ นายควรจะได้เห็นสิ่งที่ฉันทำในเขาวงกตมากกว่า นั่นแหละถึงจะเป็นเรื่องที่เอามาคุยอวดได้จริงๆ"

คาสเตอร์มองเขาด้วยแววตาที่มีประกายไฟแห่งความขบขันเต้นระบำอยู่

"โอ้? งั้นเหรอ... ไหนเล่ามาซิ นายไปทำอะไรมาอีก?"

ซันนี่ไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระอย่างที่สุด

"ก็เรื่องทั่วๆ ไปน่ะ ไหนดูซิ..."

เขาทำเป็นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดูเบื่อหน่าย:

"ฉันว่าสิ่งที่น่าทึ่งที่สุดที่ฉันทำลงไป ก็คือการสังหารมารเกรทด้วยการฟันดาบเพียงครั้งเดียว จัดการมันซะอยู่หมัด ไม่มีปัญหาเลยสักนิด ฉันยังได้เมมโมรี่จากการฆ่านั้นมาด้วยนะ เอ่อ... แต่ก่อนนายจะถาม—ไม่ล่ะ ฉันเอามาโชว์ให้ดูไม่ได้หรอก เพราะว่า... เอ่อ... อึ๊ก... อ้อ ใช่ ฉันกินมันเข้าไปแล้ว..."

จบบทที่ ทาสแห่งเงา บทที่ 138 การกลับมาพบกันอย่างไม่คาดฝัน

คัดลอกลิงก์แล้ว