- หน้าแรก
- ทาสแห่งเงา
- ทาสแห่งเงา บทที่ 72 ผู้ฆ่าอสูร
ทาสแห่งเงา บทที่ 72 ผู้ฆ่าอสูร
ทาสแห่งเงา บทที่ 72 ผู้ฆ่าอสูร
ทาสแห่งเงา บทที่ 72 ผู้ฆ่าอสูร
ทันทีที่อสูรเกราะเหล็กทำตัวแข็งทื่อหันเหความสนใจไปยังภัยคุกคามที่แกล้งทำต่อต้นไม้ใหญ่ เนฟฟีสก็พุ่งไปข้างหน้า ไร้ความลังเลใดอย่างไม่ต้องสงสัย ไม่หยุดแม้เพียงเล็กน้อยระหว่างวินาทีที่ศัตรูของเธอลดการป้องกันของมัน และเธอก็โจมตีอย่างทุ่มสุดตัว
เช่นเดียวกับซันนี่ที่จดจ่ออยู่กับการสังเกตการเคลื่อนไหวของสัตว์อสูรก่อนหน้านั้น เธอเฝ้าดูและรอคอยช่วงเวลานี้ตั้งแต่เริ่มการต่อสู้ ดาราผันแปรรู้ดีว่า เมื่อโอกาสมาถึง มันจะมีเวลาเพียงแค่วินาทีเดียว
แม้แต่วินาทีเดียวก็เกือบจ่ายด้วยชีวิตของซันนี่ เนฟฟีสจะไม่ทำให้มันสูญเปล่า
ร่างที่สง่างามของเธอโบยบินขึ้นไปในอากาศราวกับลูกศรที่ปล่อยออกจากธนูอันทรงพลัง เกือบจะทิ้งภาพไว้เบื้องหลัง ดาบยาวสีเงินเปล่งประกายสะท้อนแสงแห่งรุ่งอรุณ ชุดเกราะสีดำและขาวดูเหมือนจะกลายเป็นภาพพร่ามัว
เธอกำลังเข้าไปทั้งตัว พุ่งเข้าใส่ศัตรูโดยไม่ทิ้งให้ตัวเองได้มีโอกาสล่าถอยแม้แต่น้อย
'อะไ…'
สิ่งต่างๆ เกิดขึ้นเร็วเกินกว่าที่ซันนี่จะสร้างความคิดที่เชื่อมโยงกัน เขาทำได้แค่เพียงดู เวลาชะลอตัวลงจนกลายเป็นคลาน พายุแห่งอารมณ์โหมกระหน่ําอยู่ในใจเขา
อสูรตอบสนองเกือบจะในทันที ตระหนักถึงภัยคุกคาม แต่ "เกือบ" ไม่สามารถนับได้ในสนามรบ ชั่วขณะของความว้าวุ่นใจก็คือการสูญเสียทุกสิ่ง ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียว ไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม ก็เพียงพอแล้วที่จะผนึกชะตากรรมของมัน
…เนฟฟีสจะสามารถเจาะทะลุกระดองที่ทำลายไม่ได้ของสัตว์ประหลาดนี้ได้จริงไหม ต้องเป็นเช่นนั้น มิฉะนั้น ทั้งหมดนี้ก็จะเปล่าประโยชน์ และพวกเขาก็จะเป็นฝ่ายที่จะตายแทน
ยักษ์ที่น่ากลัวขยับเคียวของมัน พยายามที่จะแยกเธอออกเป็นส่วน ก้ามปูโผล่ออกมาจากอีกด้านหนึ่ง ขู่ว่าจะบดขยี้ร่างของเธอให้แหลกเป็นชิ้นๆ แต่มันช้าไปเพียงเสี้ยววินาที
ดาราผันแปรเร็วขึ้นเพียงเล็กน้อย
ขณะที่เธอวิ่ง มีบางอย่างเปลี่ยนไปในจังหวะก้าว ซันนี่ไม่สามารถเห็นใบหน้าเธอหลังหมวกเกราะ แต่ถ้าเขาทำได้ เขาคงจะเห็นใบหน้าขาวผ่องที่บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดของเนฟ
ในเวลาต่อมา แสงสีขาวนวลก็แผดเผาใต้ผิวหนังของมือเธอ แต่ทว่า ครั้งนี้ มันไม่ได้คงอยู่แต่ที่นั่น กลับกัน มันกลายเป็นเปลวไฟสีขาวไหลออกมาสู่ด้านนอกเข้าที่ด้ามของดาบเงินเข้าไปในใบมีด
ดาบพลันกลายเป็นคมดาบที่เรืองแสง แผดเผาด้วยแสงสีขาว มันส่องสว่างจนซันนี่รู้สึกอยากจะหลับตาลง
อย่างไรก็ตาม แสงที่เปล่งออกมานั้นไม่ได้นุ่มนวลและอบอุ่นอีกต่อไป กลับกัน มันดูเหมือนว่าจะสามารถเปลี่ยนทุกสิ่งที่สัมผัสกับมันให้กลายเป็นขี้เถ้าและมีความคมพอที่จะตัดแผ่นผืนโลกได้
บางที มันอาจจะคมพอที่จะตัดสายใยแห่งชะตากรรม
ซันนี่จำได้ว่าเนฟฟีสอธิบายความสามารถของธาตุแท้ตัวของเธอว่า "สามารถใช้เพื่อการรักษาได้" ย้อนกลับไปในตอนนั้น เขาก็เคยสงสัยว่าวลีนั้นของเธอบ่งบอกเป็นนัยว่ายังมีอะไรอีกมาก เขาถึงกับประหลาดใจที่ความสามารถดังกล่าวนั้นจะมีค่าและหายากเพียงใด
ดูเหมือนว่าเขาพูดถูก ความมหัศจรรย์ของเปลวเพลิงของดาราผันแปรสามารถรักษาและทำลายล้างได้ มันมีเอฟเฟ็กต์เสริมคล้ายกับการควบคุมเงาของเขาเอง อย่างน้อยก็เมื่อใช้กับอาวุธ ใครจะรู้ว่ามันสามารถทำอะไรได้อีก?
นี่เป็นความสามารถที่เหลือเชื่ออย่างแท้จริง
เมื่อมองย้อนกลับไป เขาเข้าใจว่าเนฟฟีสไม่ได้ทรมานตัวเองโดยเปล่าประโยชน์ ทุกครั้งที่เธอแสร้งทำสมาธิในขณะที่ต้องทนต่อความทุกข์ทรมานแสนสาหัสของข้อบกพร่องอย่างลับๆ มีไว้เพื่อทำให้ช่วงเวลานี้เป็นไปได้ เพื่อให้เธอมีความอดทนมากพอที่จะใช้ความสามารถนี้ในการต่อสู้โดยไม่สลบไปด้วยความเจ็บปวด
เธอทำสำเร็จ แต่คำถามก็คือ… เพียงพอหรือยัง?
ดาบเธอแข็งแกร่งพอที่จะหักกระดองอันทรงอำนาจของอสูรระดับอเวคเคนด์ได้ด้วยหรือไม่? ไม่ว่าอย่างไร ไม่ว่าความสามารถจะเหลือเชื่อเพียงใด มันยังคงขับเคลื่อนโดยแก่นวิญญาณดอร์แมนท์ที่อ่อนแอของดอร์แมนท์ที่ต่ำต้อย
…พวกเขากำลังจะได้คำตอบ
ห่างจากลำตัวอสูรเกราะเหล็กสูงตระหง่านสองสามก้าว เนฟฟีสงอขาของเธอและกระโดด ทะยานขึ้นไปในอากาศ ดาบของเธอวาบผ่านไปยังเบื้องหน้าด้วยท่าแทงอันดุร้าย รวดเร็วเสียจนกระทั่ง ในเวลานั้น มันดูเหมือนลำแสงสีขาวบริสุทธิ์ของดวงตะวัน
จากนั้น มันก็ปะทะเข้ากับโลหะผสมแปลกๆ ของชุดเกราะมันวาวของยักษ์… ตรงจุดที่หัวใจของมันควรจะอยู่
'แน่นอน!'
ย้อนกลับไปตอนที่พวกเขาซ่อนตัวอยู่ในช่องว่างของกระดูกสันหลังเลวีอาธาน แคสซี่ได้เล่าเรื่องนิมิตของเธอให้พวกเขาฟัง ในนิมิตนั้น เธอเห็นอสูรเกราะเหล็กถูกโจมตีโดยสัตว์ร้ายแห่งท้องทะเลลึกอันมืดมิด การต่อสู้นั้นอสูรได้รับบาดเจ็บสาหัสและใกล้จะตาย
บาดแผลที่น่ากลัวที่สุดก็คือที่หน้าอกของมัน ที่ซึ่งเกราะถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ เผยให้เห็นการเต้นของหัวใจของสัตว์อสูร เมื่อเวลาผ่านไป อาการบาดเจ็บทั้งหมดของมันก็หายเป็นปกติ
ยกเว้นส่วนนี้
ในขณะที่กระดองของอสูรดูเหมือนจะฟื้นตัวแล้ว ในความเป็นจริง มันไม่เคยได้รับการฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์เลย ณ จุดนี้ เกราะได้อ่อนแอลงอย่างลับๆ และก็เป็นจุดนี้ที่เนฟฟีสได้ส่งการโจมตีของเธอเข้าไป
มันไม่สำคัญเหรอกว่าดาบที่เปล่งแสงของเธอจะสามารถทะลวงเกราะที่แข็งแกร่งของสิ่งมีชีวิตระดับอเวคเคนด์ได้หรือไม่ เพราะเธอโจมตีจุดอ่อนเพียงจุดเดียวบนร่างกายของมัน จุดที่เกราะของมันถูกทำลายไปแล้ว
…ด้วยแสงสีขาววาบผ่าน ดาบที่เปล่งแสงก็ได้แทงทะลุกระดองโลหะของอสูรและพุ่งเข้าไปในร่างของมัน
ดูราวกับว่ายักษ์พลันส่องสว่างจากภายใน ด้วยลำแสงที่ส่องผ่านรอยร้าวในชุดเกราะของมัน ในเวลานั้น ภาพที่เกินจริงนั้นก็ได้ลุกไหม้อยู่ในใจของซันนี่
ด้วยเหตุนั้น ดาบของดาราผันแปรก็ได้เข้าถึงหัวใจของอสูรเกราะเหล็กและผ่ามันออกจากกัน เผาทุกสิ่งรอบหัวใจนั้นและทำให้เลือดสีฟ้าของสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวเดือดและระเหยไป
ขาของซันนี่โค้งงอ และเขาก็ล้มลงก้นจ้ำเบ้าอย่างสง่างาม
'ร-เร…เราทำได้แล้วใช่ไหม?'
อสูรดิ้นรน แขนของมันค่อยๆ ยกขึ้น ราวกับว่าพยายามจะดึงเนฟฟีสเข้าสู่อ้อมกอดเป็นครั้งสุดท้าย แต่แล้ว ในขณะที่ร่างของมันกระตุก พวกเขาก็ตกลงสู่พื้น
เนฟร่อนลงบนทรายแล้วกระโดดถอยหลัง เตรียมพร้อมที่จะป้องกันตัว
แต่ก็ไม่มีความจำเป็น
ผู้พิทักษ์ที่ภาคภูมิใจของเนินขี้เถ้ายักษ์กำลังจะตาย แสงสีแดงเข้มในดวงตาที่เหลืออยู่ข้างหนึ่งของมันกำลังหรี่ลง รูปลักษณ์ของความเฉลียวฉลาดหายไปจากแววตาของมันอย่างรวดเร็ว
อสูรล้มลงอย่างรุนแรง เรี่ยวแรงที่เหลืออยู่ทั้งหมดได้ละทิ้งร่างกายอันทรงอำนาจของมัน หันหน้าของมันด้วยความพยายามอย่างมากมายมหาศาล มองไปที่ต้นไม้ใหญ่เป็นครั้งสุดท้าย จากนั้น สายตาของมันก็หยุดที่ซันนี่
ไม่มีความบ้าคลั่งหรือโกรธในการจ้องมองนั้นอีกต่อไป มีเพียงอารมณ์บางอย่างที่แปลก สงบ ที่อธิบายไม่ได้ มันเกือบจะรู้สึกเหมือน… โล่งอก
ก่อนที่ซันนี่จะเข้าใจความหมายของอารมณ์นั้น แสงริบหรี่สุดท้ายก็หายไปจากดวงตาของอสูรเกราะเหล็ก หัวของมันพลิกกลับไปข้างหลังและล้มลง
พวกเขาชนะ
เบื้องหน้าร่างยักษ์ เนฟฟีสถอดหมวกเกราะออก ภายใต้นั้น ใบหน้าเธอซีดและเหนื่อยล้า ผมของเธอติดกันยุ่งเหยิงไปด้วยเหงื่อ แสงสีขาวสว่างได้ดับลงแล้ว ปล่อยให้ดวงตาเธอกลับเป็นสีเทาอีกครั้ง
ดาราผันแปรคุกเข่า จากนั้นก็นอนหงาย หมดเรี่ยวแรงเกินที่จะเคลื่อนไหว
การต่อสู้ทั้งหมดกินเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที แต่มันดึงเอาทุกอย่างออกจากพวกเขาทั้งคู่
ซันนี่ทำตามตัวอย่างของเนฟและนอนลงบนพื้น พยายามที่จะหายใจให้ทัน
พวกเขาถึงกับชนะได้ เขาไม่อยากจะเชื่อเลย
'ฉันอยากนอนสักสัปดาห์'
จำได้ว่าแคสซี่ยังคงรออยู่ที่กิ่งของต้นไม้ใหญ่ โดยไม่รู้ว่าใครอยู่และใครตาย ซันนี่ถอนหายใจ สองสามอึดใจต่อมา เขาก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ
จากนั้น เกร็งเส้นเสียงของเขา ตะโกนร้องจนสุดปอด
ในความเงียบงันของรุ่งเช้า ในใจกลางเนินเขาสูงที่ปกคลุมด้วยทรายขี้เถ้า ภายใต้กิ่งก้านของต้นไม้ยักษ์ที่สวยงาม มีเสียงตะโกนแปลกๆ ดังออกมา
"สเต็กอสูรหนึ่งชิ้น จะส่งขึ้นไปในทันที!"