- หน้าแรก
- ซุปเปอร์มาร์เก็ตข้ามมิติ เปิดระบบเศรษฐีแห่งยุค
- บทที่ 24 สวัสดีไอ้ขี้หลี ลาก่อนไอ้หน้าหม้อ!
บทที่ 24 สวัสดีไอ้ขี้หลี ลาก่อนไอ้หน้าหม้อ!
บทที่ 24 สวัสดีไอ้ขี้หลี ลาก่อนไอ้หน้าหม้อ!
เพื่อให้ติดต่อกันสะดวก หยางหลินจึงแอดวีแชตของอาเหยียนทันทีที่ลงไลฟ์
พอนัดวันเวลากันได้ หยางหลินก็เริ่มตื่นเต้น
ไม่นับเรื่องที่เธอเป็นอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง อาเหยียนคือสาวสวยระดับท็อป!
ตั้งแต่เรียนจบมา เขาก็แทบจะตัดขาดจากเพศตรงข้ามไปเลย
อย่าว่าแต่ไปเดตสองต่อสองกับสาวสวยแบบนี้เลย แค่คุยกับผู้หญิงยังนับคำได้!
หยางหลินพุ่งเข้าห้องน้ำ อาบน้ำขัดสีฉวีวรรณ เป็นครั้งแรกที่เขาตั้งใจสระผมอย่างพิถีพิถันนานถึงห้านาที จากนั้นก็คว้ากุญแจรถบึ่งไปห้างสรรพสินค้า
เวลานี้ห้างใกล้จะปิดแล้ว หยางหลินตรงดิ่งไปที่แผนกเสื้อผ้าผู้ชาย หยิบตัวไหนได้ก็ลองทันที
ต้องหล่อ ต้องดูดีที่สุด!
พนักงานขายสาวตาคมมองปราดเดียวก็รู้ใจ รีบเข้ามาแนะนำอย่างกระตือรือร้น “พ่อรูปหล่อ ดูทรงแล้วจะไปขอสาวแต่งงานใช่ไหมคะ? ชุดสูทตัวนี้เหมาะจะเป็นชุดออกศึกที่สุดแล้วค่ะ!”
“ห๊ะ? มันดูออกชัดขนาดนั้นเลยเหรอครับ?”
“ผู้ชายทุกคนที่เตรียมจะขอแต่งงานก็อาการประมาณนี้ทั้งนั้นแหละค่ะ!”
หยางหลินกำหมัดกระแอมแก้เขิน “อะแฮ่ม... คือผมแค่จะไปเจอเพื่อนน่ะครับ ไม่ได้จะไปขอแต่งงาน”
พนักงานทำหน้าเข้าใจ (แบบผิด ๆ) ก่อนจะเริ่มช่วยเลือกชุดใหม่อย่างตั้งใจ
“พ่อรูปหล่อ ชุดนี้ก็เหมาะกับคุณนะคะ! เดี๋ยวฉันไปหยิบมาให้ลอง!”
พนักงานสาววิ่งต๊อกแต๊กบนส้นสูงไปอย่างรวดเร็ว เห็นได้ชัดว่ามองหยางหลินเป็นลูกค้ากระเป๋าหนักไปแล้ว
หยางหลินส่องกระจกจัดแต่งทรงผมไปพลาง บอกตัวเองให้ใจเย็น ๆ
ใจเย็นไว้ไอ้เสือ!
ยังไม่ทันเจอตัวจริง อย่าทำตัวเหมือนหมาป่าหิวโซเชียวนะ!
ต้องสุขุม ต้องดูดี ใช้เสน่ห์ดึงดูดใจทำความรู้จักเพื่อนใหม่!
สุดท้ายเขาไม่ได้ซื้อสูท แต่เลือกเป็นชุดลำลองที่ตัดเย็บพอดีตัว ใส่แล้วดูดีกว่าเสื้อผ้าตลาดนัดลิบลับ ทรงสวย เสริมบุคลิก โดยเฉพาะทำให้ขาดูยาวขึ้น ดูมีระดับขึ้นมาทันตา
“ทั้งชุดสองหมื่นแปดค่ะ รูดบัตรหรือสแกนคะ?”
“สแกนครับ!”
เกิดมาเพิ่งเคยใส่เสื้อผ้าแพงขนาดนี้ สงสัยซักเครื่องไม่ได้แหง...
ซื้อของเสร็จ ห้างก็ปิดพอดี หยางหลินขับรถกลับบ้านฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี
วันนี้เป็นวันดีจริง ๆ ได้ด่าเมียจางเหว่ย แถมยังมีสาวสวยชวนไปเดต
ชีวิตดี๊ดี
ทว่า... รถเจ้ากรรมดันมาตายเอาดื้อ ๆ ตรงแยกไฟแดง
“วันหลังต้องถอยรถใหม่ให้ได้!”
หยางหลินนั่งยอง ๆ อยู่ริมฟุตบาทรอรถลากอย่างหดหู่ คิดในใจว่ามีเงินเป็นล้านแล้ว ซื้อรถใหม่สักคันคงไม่เกินตัวไปหรอกมั้ง
กว่าจะลากรถกลับถึงบ้านได้ก็ดึกดื่น เขาทิ้งตัวลงนอนหลับเป็นตาย ตื่นมาตอนเช้า แปรงฟันไปดูมือถือไป เห็นข้อความจากถง เหยียน นึกขึ้นได้ว่ารถยังไม่ได้ซ่อม วันนี้คงต้องนั่งแท็กซี่ไป
“หยางหลิน โต๊ะ A19 นะคะ อย่าเดินหลงล่ะ เราออกมาแล้วนะ รีบตามมาเร็ว!”
หยางหลินรีบตอบกลับ จัดทรงผมให้เข้าที่ มั่นใจว่าหล่อแล้วก็ออกเดินทาง
วันนี้เป็นวันทำงาน หลังชั่วโมงเร่งด่วนรถไม่ค่อยติด การจราจรคล่องตัว
สถานที่นัดพบวันนี้เขาเพิ่งเคยมาครั้งแรก เป็นตึกสูงเสียดฟ้า ดีไซน์ล้ำสมัย บรรยากาศรอบข้างดูหรูหราไฮโซ
โซนธุรกิจอยู่ชั้นบน หยางหลินกดลิฟต์ขึ้นไป พร้อมถ่ายรูปส่งไปให้ถง เหยียนดู
“ขอโทษนะครับ โต๊ะ A19 อยู่ตรงไหนครับ?” หยางหลินมองหาไม่เจอ เลยถามพนักงาน
พนักงานกวาดตามองเขาแวบหนึ่ง แววตาฉายแววแปลกใจเล็กน้อย
นั่นมันโต๊ะประจำของคุณหนูใหญ่ไม่ใช่เหรอ?
“มีอะไรหรือเปล่าครับ?” หยางหลินเห็นอีกฝ่ายเงียบไป เอาแต่จ้องเขา เลยก้มมองตัวเอง
ป้ายราคาก็ตัดออกแล้วนี่หว่า
“อ๋อ เปล่าครับ เชิญทางนี้ครับ!” พนักงานวางตัวได้ดี รีบพาเขาเดินไปที่โต๊ะ
พอไปถึง ยังไม่ทันได้นั่ง ก็ได้ยินเสียงเรียกจากด้านหลัง
หันไปมอง ก็เจอถง เหยียนนั่งรออยู่แล้ว
หยางหลินเคยเห็นเธอแค่ในคลิป ไม่นึกว่าตัวจริงจะสวยกว่าในจอเสียอีก
แถมยังเป็นความสวยที่ดูเข้าถึงง่าย ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นน้องสาวข้างบ้านผสมกับนางฟ้า บอกไม่ถูก แต่สรุปคือน่าประทับใจสุด ๆ
“นึกไม่ถึงว่านายจะมาก่อนฉันนะเนี่ย ร้อนชะมัด ดื่มอะไรดี?”
ถง เหยียนสวมกางเกงขาสั้นโชว์เรียวขาขาวเนียนยาวสวย เธอนั่งไขว่ห้าง ใช้มือพัดคลายร้อนอย่างเป็นธรรมชาติ กระเป๋าแบรนด์เนมรุ่นล่าสุดถูกวางไว้บนโต๊ะอย่างไม่ไยดี
“อเมริกาโน่เย็นครับ!”
ถง เหยียนพยักหน้า สักพักพนักงานก็ยกกาแฟสองแก้วมาเสิร์ฟ
ถง เหยียนเป็นคนคุยเก่ง จิบกาแฟไปนิดเดียวก็เริ่มบทสนทนา “หยางหลิน ตัวจริงนายหล่อกว่าในไลฟ์เยอะเลยนะเนี่ย!”
หยางหลินยิ้มรับ “บังเอิญจัง ผมก็คิดว่าคุณสวยกว่าในคลิปเยอะเหมือนกัน!”
“ฮ่า ๆ ๆ ปากหวานนะเรา!” ถง เหยียนหัวเราะเสียงใส รอยยิ้มของเธออบอุ่นเป็นกันเอง ทำให้หยางหลินรู้สึกดีด้วยมาก ๆ
มิน่าล่ะถึงมีแฟนคลับเยอะขนาดนั้น สวยด้วยนิสัยดีด้วย เขาเองก็ชักจะกลายเป็นแฟนคลับเธอเข้าให้แล้ว
“จริงสิ มีข่าวดีจะบอก คนที่ปล่อยข่าวลือใส่ร้ายนายในไลฟ์ โดนตำรวจจับไปแล้วนะ!”
หยางหลินแปลกใจ “หืม? คุณรู้มาจากไหน?”
“แฟนคลับฉันส่งข่าวมาบอกไง! ฉันต้องรู้อยู่แล้ว นายรู้ไหมว่าคนที่โดนจับเป็นใคร?” ถง เหยียนทำหน้ามีลับลมคมใน
“ใครเหรอ?” หยางหลินถามตามน้ำ
“คนกันเองทั้งนั้น! เจ้าของซูเปอร์มาร์เก็ตที่อยู่หน้าหมู่บ้านเดียวกัยนายนั่นแหละ!” ถง เหยียนรู้เรื่องนี้ดีแม้ไม่เคยเจอหน้า “หมอนั่นกล้าดียังไงมาใส่ร้ายนายกับลุงหลิว สมน้ำหน้า โดนตำรวจลากคอเข้าซังเตไปซะ!”
หยางหลินถึงบางอ้อ “ที่แท้ก็ฝีมือคุณนี่เอง มิน่าล่ะตำรวจถึงไปลากคอมันถึงบ้าน ขอบคุณมากนะครับ!”
“ไม่ต้องขอบคุณฉันหรอก ฉันไม่ได้เป็นคนแจ้งความ แฟนคลับฉันไปฟาดกับหมอนั่น แล้วขุดเจอว่ามันใส่ร้ายลุงหลิว ลุงหลิวเส้นใหญ่จะตาย เรื่องนี้เรื่องใหญ่ ตำรวจไม่กล้าปล่อยผ่านหรอก”
“คุณหมายถึงพี่หลิว?”
ถง เหยียนพยักหน้า แต่ไม่ได้ขยายความต่อ จิบกาแฟอีกอึกแล้วเข้าเรื่อง “ที่ฉันนัดนายมาวันนี้ จริง ๆ แล้วมีเรื่องอยากจะรบกวนหน่อยน่ะ”
หยางหลินชะงัก “รบกวนผม?”
คุณหนูไฮโซคอนเนคชันระดับประเทศอย่างคุณ จะมาขอให้คนอย่างผมช่วยเนี่ยนะ?
ถง เหยียนพยักหน้า “จริง ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องของฉันหรอก เป็นเรื่องของเพื่อนสนิทฉัน! อ้อ คนที่โทรไปสั่งการอธิบดีกรมตำรวจให้จับไอ้คนปล่อยข่าวลือนั่น ก็คือเพื่อนฉันคนนี้นี่แหละ!”
ผู้มีพระคุณนี่เอง!
หยางหลินทำท่าขึงขัง “คุณถงว่ามาเลยครับ! ถ้าช่วยได้ผมช่วยเต็มที่!”
“ฉันรู้ว่านายเป็นคนมีน้ำใจ!”
ถง เหยียนหัวเราะร่า ก่อนจะเล่าเรื่องที่ฟาง ชิงกำลังตามหา ‘เห็ดหลินจือพันปี’ หรือ ‘ไท่ซุ่ย’ เพื่อเอามารักษาแม่ โดยย้ำชัดเจนว่าต้องเป็นของแท้พันปีเท่านั้น!
หยางหลินฟังจบก็รู้สึกว่าถง เหยียนนี่เชื่อใจเขาเกินเบอร์ไปหน่อย ของระดับนั้นจะมาหาจากเขาได้ไง?
นั่นมันเห็ดหลินจือพันปีเชียวนะ!
แถมยังต้องเป็นของแท้เกรดพรีเมียม ห้ามย้อมแมวเด็ดขาด
“ฉันก็หมดหนทางแล้วจริง ๆ เห็นนายหาของป่าเกรดเทพมาได้ ก็เลยอยากลองเสี่ยงดู นายอย่ากดดันนะ หาไม่เจอก็ไม่เป็นไร ขนาดพี่ชิงยังหาไม่ได้ นายหาไม่ได้ก็เรื่องปกติ! แต่ถ้าบังเอิญมีเบาะแสอะไรก็บอกฉันได้นะ วางใจเถอะ ไม่ใช้งานฟรีแน่!”
หยางหลินไม่ได้สนใจเรื่องค่าตอบแทน “เรื่องช่วยคนเจ็บไข้ได้ป่วยเป็นเรื่องสำคัญ แต่ผมไม่รับปากนะว่าจะหาเจอ ของพรรค์นี้หายากจะตาย”
“นั่นสิ จะไปหาจากไหนได้ง่าย ๆ... เฮ้อ” ถง เหยียนถอนหายใจ ก่อนจะเปลี่ยนโหมดกลับมายิ้มสดใส “แต่ไม่ว่ายังไง วันนี้เราเจอกันครั้งแรก ถือว่าเป็นเพื่อนกันแล้วนะ!”
ถง เหยียนยื่นมือออกมา นิ้วเรียวยาวสวยงามน่าสัมผัส
หยางหลินกำลังจะยื่นมือไปจับ ทันใดนั้นก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาขัดจังหวะ
“อาเหยียน นี่เพื่อนคุณเหรอ?”
ผู้มาใหม่เป็นชายหนุ่มอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน สูงราวร้อยเจ็ดสิบห้า ใส่สูทแบรนด์เนม ในมือถือแก้วไวน์แดงแกว่งไปมา ส่งกลิ่นหอมจาง ๆ
ดูจากภายนอกก็หน้าตาดีใช้ได้ แต่สายตาที่มองมาแบบประเมินราคาและแฝงความเจ้าเล่ห์ ทำให้รู้สึกไม่ถูกชะตาตั้งแต่แรกเห็น
ต่างจากออร่าความเป็นมิตรของถง เหยียนอย่างสิ้นเชิง
สัญชาตญาณหยางหลินบอกทันทีว่า... หมอนี่มาหาเรื่อง
ถง เหยียนเหลือบมองชายคนนั้น สีหน้าฉายแววหงุดหงิดชัดเจน “คุณชาย โจว ชง คุณมาทำอะไรที่นี่?”
“หยางหลิน นี่คือโจว ชง ลูกชายเจ้าของบริษัทอสังหาฯ หลินเซิ่ง” เธอกระซิบแนะนำข้างหูหยางหลิน “หมอนี่น่ารำคาญมาก ตามตื๊อฉันไม่เลิกเหมือนกอเอี๊ยะหนังหมา...”
“...”
อ๋อ ไอ้พวกหน้าหม้อนี่เอง!
หยางหลินส่งสายตาว่า ‘รับทราบ’ ให้เธอ ถง เหยียนพยักหน้าตอบรับ เป็นอันรู้กัน
ด้านข้าง โจว ชงกำหมัดแน่นขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเห็นท่าทางกระซิบกระซาบสนิทสนมของทั้งคู่
ไอ้หมอนี่มันเป็นใครกัน อาเหยียนดูสนิทกับมันจัง
แต่งตัวก็งั้น ๆ แต่หน้าตากวนตีนใช้ได้
“อาเหยียน คนนี้คือ...”
“อ๋อ ฉันชื่อหยางหลิน เปิดซูเปอร์มาร์เก็ตอยู่ที่ชุมชนซิ่งฝู แล้วก็ทำไลฟ์ขายของเป็นอาชีพเสริม”
แค่พวกขายของออนไลน์กระจอก ๆ?
สายตาของโจว ชงเปลี่ยนเป็นดูถูกเหยียดหยามทันที
คนระดับนี้ ไม่คู่ควรแม้แต่จะหิ้วรองเท้าให้เขา!
“เดี๋ยวนี้กระแสไลฟ์สดมาแรงจริง ๆ ผมเพิ่งไปกินข้าวกับผู้บริหารแอป ‘โต่วโส่ว’ มาเมื่อวานซืน พอมีหน้ามีตาอยู่บ้าง ให้ผมช่วยแนะนำไหม? จะปั้นให้ดังเปรี้ยงปร้างก็ไม่ใช่เรื่องยาก”
หยางหลินไม่รู้สึกถึงความหวังดีเลยสักนิด ตรงกันข้าม สีหน้าท่าทางของโจว ชงเต็มไปด้วยความยโสโอหัง
ไอ้บ้านี่คงมองเขาเป็นศัตรูหัวใจในจินตนาการไปแล้วมั้ง?
“ไม่ล่ะครับ ผมแค่ไลฟ์เล่น ๆ ขำ ๆ” หยางหลินปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย
โจว ชงแค่นหัวเราะ ส่ายหน้า “งั้นเหรอ? น่าเสียดายแย่”
“โจว ชง! คุณต้องการอะไรกันแน่! นี่เพื่อนฉันนะ ช่วยให้เกียรติกันหน่อย! อีกอย่างวันนี้ฉันมีนัดแล้ว มีธุระอะไรเอาไว้คุยวันหลัง” ถง เหยียนไม่ชอบขี้หน้าหมอนี่สุด ๆ โดยเฉพาะไอ้ท่าทางวางก้ามข่มคนอื่นแบบนั้น เห็นแล้วคลื่นไส้
เมื่อกี้เธอยังต้องไหว้วานขอความช่วยเหลือหยางหลินอยู่เลย แล้วดูอีตาโจว ชงสิ เข้ามาทำท่าอวดเบ่งใส่เขา น่ารังเกียจชะมัด
โจว ชงดูจะใจเย็นกับถง เหยียนเป็นพิเศษ โดนไล่ขนาดนี้ยังยิ้มได้ แล้วก็ยอมถอยไปแต่โดยดี
หยางหลินลูบแขนแก้ขนลุก หันไปมองถง เหยียนที่กำลังหน้าบึ้ง “ผมชักจะเห็นใจคุณแล้วสิ เกิดเป็นคนสวยก็ลำบากเหมือนกันนะเนี่ย”
ถง เหยียนหลุดขำ “ขืนพูดแบบนี้อีก ฉันไม่เลี้ยงข้าวแล้วนะ!”
“อ้าว! ยังเลี้ยงอยู่เหรอ? งั้นก็เยี่ยมเลย เมื่อเช้าผมยังไม่ได้กินข้าวพอดี!” หยางหลินหัวเราะร่า
ชั้นล่าง โจว ชงนั่งอยู่ในรถ ยกหูโทรศัพท์
“ไปสืบมาซิว่าไอ้เด็กนั่นเป็นใคร มาจากไหน... ใช่ ถ้าไม่มีแบ็กอะไร ก็จัดการตามกฎเก่า... วางใจเถอะ แค่ทุบร้านโชห่วยร้านเดียว คนอย่างโจว ชงจ่ายไหวอยู่แล้ว!”
จบบท