- หน้าแรก
- ซุปเปอร์มาร์เก็ตข้ามมิติ เปิดระบบเศรษฐีแห่งยุค
- บทที่ 14 นี่เราเก็บของดีมาได้จริง ๆ เหรอ?
บทที่ 14 นี่เราเก็บของดีมาได้จริง ๆ เหรอ?
บทที่ 14 นี่เราเก็บของดีมาได้จริง ๆ เหรอ?
หลิว หงซานหยิบโทรศัพท์ออกมาเตรียมสแกนจ่ายเงิน
หยางหลินเลยคว้าเครื่องคิดเลขมากดรัว ๆ อยู่พักหนึ่ง
“สองแสนหนึ่งหมื่นครับ”
หลิว หงซาน “...”
มุมปากหยางหลินกระตุกเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้ามองหลิว หงซาน
หลิว หงซานชะงักไปครู่หนึ่ง คิ้วขมวดมุ่นโดยไม่รู้ตัว แต่สุดท้ายก็โอนเงินให้อย่างรวดเร็ว
“อาลีเพย์มียอดเงินเข้า สองแสนหนึ่งหมื่นหยวน”
หยางหลิน “...”
เขาเริ่มรู้สึกถึงบรรยากาศมาคุแปลก ๆ เสียแล้ว
หลิว หงซานคงเริ่มมองเขาแปลก ๆ แล้วแน่ ๆ แต่... จะให้โทษเขาได้ไงล่ะ! ใจจริงเขาอยากลดราคาให้คนกันเองจะตาย แต่ระบบมันไม่ยอมนี่หว่า!
ไม่นานคนขับรถก็เข้ามาขนของ ของป่ามูลค่าสองแสนหนึ่งหมื่นบวกกับไข่ไก่บ้านหนึ่งตะกร้าถูกลำเลียงขึ้นรถหรูราคาหลักล้าน
น่าอิจฉาชะมัด ชีวิตนี้เขาเคยแต่นั่งรถไฟใต้ดินราคาหลักร้อยล้านวิ่งลอดอุโมงค์เท่านั้นแหละ
หลิว หงซานบอกลาเขาด้วยท่าทีเรียบเฉย แล้วพาผู้เฒ่าเฝิงขึ้นรถจากไป
หยางหลินมองตามท้ายรถที่แล่นจากไปอย่างรวดเร็ว ในใจรู้สึกจนปัญญาบอกไม่ถูก
อุตส่าห์เจอเศรษฐีใจดีทั้งที สุดท้ายต้องมามองหน้ากันไม่ติดเพราะไอ้ระบบเฮงซวย... ช่างเถอะ หวังว่าระบบคงไม่หลอกเขานะ ขอให้ของป่าพวกนั้นคุ้มค่าเกินราคาจริง ๆ เถอะ!
ยังไงเขาก็เหลือไข่ไก่อยู่ไม่กี่ฟอง เดี๋ยวต้องลองชิมดูสักหน่อย!
[ประกาศจากระบบ: ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ทำภารกิจขายของป่าสำเร็จ ได้รับสิทธิ์ในการสุ่มรางวัลหนึ่งครั้ง]
[ปัจจุบันโฮสต์มีสิทธิ์สุ่มรางวัลสะสมสองครั้ง ต้องการเริ่มสุ่มทันทีหรือไม่]
“สุ่มเลย!”
ตัวหนังสือจางหายไป วงล้ออันเดิมปรากฏขึ้น ครั้งแรกเขาได้ปืนพกแถมกระสุนเจ็ดนัด ตอนนี้เหลือกระสุนสี่นัด
ไม่รู้รอบนี้จะได้อะไร
หยางหลินถูมือด้วยความตื่นเต้น จ้องมองวงล้อที่หมุนติ้วอย่างรวดเร็ว สุดท้ายเข็มสีแดงก็หยุดลง
[ขอแสดงความยินดี โฮสต์ได้รับ 'คู่มือปฏิบัติงานช่างไฟฟ้าระดับสูง']
[ต้องการรับรางวัลตอนนี้เลยหรือไม่]
คู่มือปฏิบัติงานช่างไฟฟ้าระดับสูง?
งานช่างไฟ?
ช่างไฟเนี่ยนะ?
“ขอโทษนะ... ไอ้นี่มันมีประโยชน์ตรงไหน?”
[ระบบจะถ่ายทอดเนื้อหาในหนังสือเข้าสู่สมองของโฮสต์โดยตรง โฮสต์จะเรียนรู้วิชาและทักษะทั้งหมดในหนังสือทันที]
“นี่กะจะให้ฉันไปสอบใบเซอร์หรือไง?” หยางหลินยิ่งคิดยิ่งรู้สึกว่าระบบนี้มันชักจะเลอะเทอะ ของที่สุ่มได้แต่ละอย่างไม่มีความปกติเอาซะเลย!
ช่างไฟมีเกลื่อนเมือง จะให้เขาเรียนวิชานี้ไปทำซากอะไร ไร้ประโยชน์สิ้นดี
ส่วนทางฝั่งหลี่ ต้ากวง ถ้าส่งช่างไฟไปที่นั่น นอกจากตกงานแล้วจะทำอะไรได้?
[โฮสต์ต้องการรับรางวัลตอนนี้เลยหรือไม่]
“รับบ้าบออะไร... วางไว้ก่อนเถอะ” หยางหลินเอามือกุมหน้า ไม่อยากได้เลย ปวดตับชะมัด
หยางหลินเดินคอตกกลับเข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ตอย่างหดหู่ โดยไม่ทันสังเกตว่ามีสายตาคู่หนึ่งแอบจ้องมองเขาอยู่อย่างลับ ๆ ล่อ ๆ
รถหรูหลักล้านของหลิว หงซานมันสะดุดตาเกินไป จางเหว่ยแอบมองมาทางนี้ตั้งแต่แรกแล้ว ยิ่งตอนที่ได้ยินเสียงแจ้งเตือนเงินเข้า ‘สองแสนหนึ่งหมื่นหยวน’ ดังลั่น จางเหว่ยแทบจะเก็บอาการไม่อยู่
ของบ้าอะไรขายได้ตั้งสองแสนหนึ่ง? นั่นมันขายของป่าเหรอ? ขายตูดชัด ๆ!
ได้ยินมาว่าพวกคนรวยเดี๋ยวนี้รสนิยมเฉพาะทาง ไม่ได้ชอบแค่ผู้หญิง แต่ยังชอบเล่นไม้ป่าเดียวกันด้วย ไอ้หนุ่มหยางหลินดูภายนอกบึกบึน แต่ผิวพรรณขาวเนียนอย่างกับผู้หญิง ไม่แน่ว่าอาจจะไปเกาะเสี่ยเข้าให้แล้ว!
พอนึกถึงตรงนี้ จางเหว่ยก็รู้สึกขยะแขยงขึ้นมา แต่ในใจลึก ๆ กลับอิจฉาตาร้อนผ่าว
สองแสนกว่าเชียวนะ สมัยนี้คนทำมาหากินสุจริตมันรวยไม่ทันกินหรอก เงินสกปรกแบบนี้แหละหาง่ายกว่ากันเยอะ!
มิน่าล่ะไอ้เด็กนี่ถึงไม่ยอมเซ้งซูเปอร์มาร์เก็ต ที่แท้ก็มีเงินถุงเงินถัง ขาดทุนนิดหน่อยก็แค่ไปขอเงินเสี่ยมาโปะก็จบ!
ยิ่งคิดจางเหว่ยก็ยิ่งแค้น เขาหยิบมือถือขึ้นมาแอบถ่ายรูป แล้วรีบกดเข้าเว็บบอร์ดชุมชนซิ่งฝู ตั้งกระทู้ถึงแอดมินด้วยหัวข้อที่แรงและตรงไปตรงมาสุด ๆ
‘ช็อก! ชายหนุ่มในหมู่บ้านทำตัวเสื่อมทราม เกาะเสี่ยขายตัวแลกเงิน ไร้ยางอายสิ้นดี!’
กระทู้นี้กลายเป็นประเด็นร้อนอย่างรวดเร็ว คอมเมนต์เพิ่มขึ้นรัว ๆ เพราะในกระทู้มีภาพแอบถ่ายด้านหลังประกอบด้วย ทุกคนต่างพากันเดาว่าชายในภาพคือใคร
กว่าหยางหลินจะรู้เรื่องนี้ ก็ตอนที่มีคนรู้จักในหมู่บ้านมาถามนั่นแหละ
“บ้าเอ้ย! ใครมันทำเรื่องบัดซบแบบนี้!”
คนอื่นอาจจะดูไม่ออก แต่ตัวเขาเองทำไมจะจำตัวเองไม่ได้
คนในรูปนั่นมันเขาชัด ๆ!
ดูเวลาที่ตั้งกระทู้ ก็เมื่อสองชั่วโมงที่แล้วนี่เอง แต่อีกฝ่ายโพสต์แบบไม่ระบุตัวตน โพสต์เสร็จก็หายหัวไปเลย ไม่มาตอบอะไรทั้งนั้น
“นี่มันใส่ร้ายป้ายสีกันชัด ๆ!”
เกิดมาจนโตป่านนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาโดนใส่ร้ายทุเรศขนาดนี้ หาว่าเขาเกาะเสี่ย หาว่าเขาไร้ยางอาย ที่น่าเจ็บใจที่สุดคือไม่รู้ว่าเป็นฝีมือใคร จะไปคิดบัญชีกับใครก็ไม่ได้
หยางหลินทิ้งตัวลงบนเก้าอี้เอน โยนโทรศัพท์ไปอีกทาง
สองวันนี้เขาไม่ได้นอนเต็มอิ่มเลย พอโมโหเลือดขึ้นหน้าก็เริ่มเวียนหัว
เขานวดขมับเบา ๆ ตัดสินใจว่าจะของีบสักตื่น ขืนฝืนต่อเดี๋ยวได้ตายคาที่
ส่วนไอ้คนปล่อยข่าวลือ อย่าให้จับได้นะพ่อจะเล่นให้หนัก!
ไม่นานเสียงลมหายใจสม่ำเสมอก็ดังขึ้น ในซูเปอร์มาร์เก็ตเปิดแอร์เย็นฉ่ำ ตัดขาดจากความร้อนระอุภายนอก
...
หลิว หงซานไปส่งผู้เฒ่าเฝิงที่บ้านก่อน แล้วค่อยกลับบ้านตัวเอง
คนขับรถขนของป่าที่เหลือไปไว้ในครัว นอกจากส่วนที่แบ่งให้ผู้เฒ่าเฝิงไปหนึ่งตะกร้า ยังเหลืออีกสองตะกร้า กับไข่ไก่อีกยี่สิบกว่าฟอง
“ป้าหลิว มื้อเย็นเดี๋ยวผมทำเองครับ”
หลิว หงซานกำลังจะขึ้นไปเปลี่ยนชุดที่ชั้นบน กริ่งหน้าประตูคฤหาสน์ก็ดังขึ้น พอเปิดประตูก็พบหญิงสาวหน้าตาสะสวย อายุราว ๆ ยี่สิบห้าปี แต่งตัวสบาย ๆ รูปร่างสูงโปร่ง เตี้ยกว่าหลิว หงซานแค่ครึ่งหัว
“ลุงหลิว! หนูมาขอข้าวกินด้วยคนค่า!”
“อ้าว เสี่ยวเหยียน มาได้ไงเนี่ย?” หลิว หงซานทักทายพลางเชิญเธอเข้ามา
ถง เหยียน เป็นลูกสาวเพื่อนสนิทของหลิว หงซาน ทั้งสองตระกูลสนิทชิดเชื้อกันมานาน ความสัมพันธ์จึงแน่นแฟ้น
“หนูมางานมีตติ้งครีเอเตอร์แถวนี้ค่ะ นึกขึ้นได้ว่าลุงหลิวอยู่บ้านก็เลยแวะมาขอฝากท้อง ลุงหลิว วันนี้มีอะไรกินบ้างคะ? หนูไม่ได้กินฝีมือลุงนานแล้ว!”
ถง เหยียนเป็นครีเอเตอร์สายกินในเว็บ Bilibili ทำคอนเทนต์เกี่ยวกับอาหารและรีวิวร้านเด็ด พอพูดเรื่องกินก็อดไม่ได้ที่จะเผยธาตุแท้ออกมา
“งั้นหนูมาถูกจังหวะพอดี ลุงกำลังจะลงครัวทำกับข้าว งั้นคงต้องทำเผื่อเพิ่มอีกหน่อยแล้ว อาเหยียน หนูไปดูทีวีรอเถอะ ลุงขอตัวเข้าครัวก่อน”
“รับทราบค่ะลุงหลิว!”
ถง เหยียนนั่งลงอย่างเป็นกันเอง เปิดทีวี แล้วหยิบมือถือขึ้นมาแชตกับเพื่อนในวงการ
หลิว หงซานผูกผ้ากันเปื้อนง่วนอยู่ในครัว
สมัยหนุ่ม ๆ เขาเคยอยู่หน่วยสูทกรรมในกองทัพ ฝีมือทำอาหารจึงไม่ธรรมดา พอปลดประจำการก็ยังชอบศึกษาเรื่องอาหารการกิน มักจะลงมือทำอาหารเองบ่อย ๆ คนใกล้ชิดต่างรู้ดีว่ารสมือเขาเด็ดขาดขนาดไหน เวลามีงานเลี้ยงสังสรรค์ในครอบครัว เขาก็มักจะเป็นพ่อครัวเอกเสมอ
“ดูจากสภาพแล้ว เหมือนจะเป็นของดีจริง ๆ แฮะ”
หลิว หงซานหยิบเห็ดหัวลิงออกมาจากตะกร้า สีหน้าฉายแววประหลาดใจเล็กน้อย เดิมทีเขาคิดว่าของป่าที่ชาวบ้านเก็บมาคงเก็บรักษาไม่ดีนัก อาจจะมีบอบช้ำเสียหายบ้าง แต่เห็ดหัวลิงเหล่านี้กลับสมบูรณ์ไร้ที่ติ เหมือนผ่านการคัดเลือกและจัดเก็บมาอย่างพิถีพิถัน
หลิว หงซานหยิบโสมป่าขึ้นมาพิจารณา ดมกลิ่นดูนิดหน่อย ได้กลิ่นหอมเฉพาะตัวของโสมลอยแตะจมูก พลันนึกถึงโสมดองเหล้าที่บ้าน หลิว หงซานลองเอามาเทียบกันดู พบว่าคุณภาพของโสมป่าต้นนี้ไม่ด้อยไปกว่าโสมราคาหลักแสนที่เขาเคยซื้อมาเลย
หรือว่า... เราจะเก็บของดีมาได้จริง ๆ?
จบบท