เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 เงินงวดสุดท้ายมาแล้ว!

บทที่ 13 เงินงวดสุดท้ายมาแล้ว!

บทที่ 13 เงินงวดสุดท้ายมาแล้ว!


จางเหว่ยที่กำลังรัวนิ้วพิมพ์ด่าอย่างเมามัน พบว่าไอดีของตัวเองโดนแบนไปเรียบร้อยแล้ว

“แม่*! ไอ้เด็กนี่มันเล่นแรง!”

จางเหว่ยสบถลั่น ไขมันบนใบหน้าสั่นกระเพื่อมด้วยความโกรธ หน้าแดงก่ำจนลามไปถึงหู เขาหันไปตวาดเรียกเมียให้เอาโทรศัพท์มา แล้วสมัครไอดีใหม่เข้าไปด่าต่อในไลฟ์สด

หยางหลินถึงกับพูดไม่ออก เพิ่งบล็อกไปคนหนึ่ง อีกคนก็โผล่มาทันควัน แถมสำบัดสำนวนยังเหมือนกันเปี๊ยบ คิดว่าเขาโง่หรือไง!

ไอ้หมอนี่ท่าทางจะป่วยหนัก ถึงขนาดลงทุนสมัครไอดีใหม่เพื่อตามมาด่าเนี่ยนะ?

หลังจากกดบล็อกไอดีใหม่อีกรอบ หยางหลินก็ตัดสินใจปิดไลฟ์หนีปัญหาไปเลย

เหนื่อยใจชะมัด

เหนื่อยยิ่งกว่าตอนที่ไม่มีคนดูเสียอีก

“ระบบ แกมั่นใจนะว่าจะขายของพวกนี้ออก?”

ไข่ไก่ฟองละ 50 หยวน ต่อให้โม้จนลิงหลับก็คงไม่มีใครหน้ามืดซื้อหรอก อย่าว่าแต่พวกเห็ดหัวลิงอะไรนั่นเลย

ต่อให้เป็นของแท้แค่ไหน แต่ถ้าไม่มีคนเชื่อ มันจะมีประโยชน์อะไร?

[ประกาศภารกิจใหม่จากระบบ โปรดให้โฮสต์ตอบรับ]

[รายละเอียดภารกิจ: ขายของป่าทั้งหมดให้หมดภายในหนึ่งสัปดาห์ รางวัลคือสิทธิ์ในการสุ่มรางวัลหนึ่งครั้ง]

“หนึ่งสัปดาห์?” หยางหลินขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน “แกจงใจแกล้งฉันใช่ไหมเนี่ย!”

[ขอให้โฮสต์รีบทำภารกิจให้สำเร็จโดยเร็ว]

“งั้นแกก็ให้สิทธิ์ฉันตั้งราคาเองสิ!”

[ระดับของโฮสต์ต่ำเกินไป ไม่มีสิทธิ์กำหนดราคา]

“แกไม่ให้สิทธิ์ฉัน แล้วฉันจะขายยังไง! ลองไปเดินถามคนสติดี ๆ ตามท้องถนนดูสิว่าใครจะเอาไข่ไก่ฟองละ 50 บ้าง!”

[ขอให้โฮสต์รีบทำภารกิจให้สำเร็จโดยเร็ว]

“...”

หยางหลินประชดชีวิตด้วยการลากตะกร้าไข่ไก่มานั่งนับทีละฟอง รวมทั้งหมดห้าสิบหกฟอง

หมายความว่าไข่ไก่ตะกร้านี้มีมูลค่าสองพันแปดร้อยหยวน?

นึกย้อนไปตอนฝึกงานหลังเรียนจบใหม่ ๆ เงินเดือนทั้งเดือนยังไม่เท่าค่าไข่ไก่ตะกร้านี้เลย

เขาหยิบไข่ไก่ออกมาหกฟองแยกไว้ต่างหาก ตั้งใจว่าจะลองชิมดูสักหน่อยว่าไข่ไก่ฟองละ 50 มันมีดียังไง ทำไมถึงแพงนัก!

ส่วนของป่าในตะกร้าสาน ระบบจัดการคัดแยกประเภทไว้เรียบร้อยแล้ว วางเด่นหราอยู่ข้างบนสุดคือโสมป่าต้นนั้น ขนาดดูไม่ใหญ่นัก

มูลค่าเดิมของโสมป่าก็ไม่น้อยอยู่แล้ว คงเป็นเพราะต้นนี้เล็กเกินไปหน่อย ต่อให้ผ่านการคัดเกรดจากระบบ ก็เลยมีมูลค่าแค่แสนเดียว

ถ้าขุดต้นใหญ่กว่านี้มาได้...

ก็คงไม่มีใครเชื่ออยู่ดี

บัดซบเอ๊ย!

โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงสั่นครืดคราด หยางหลินล้วงมือลงไป... สัมผัสโดนปืนพก

เขาตกใจจนสะดุ้งโหยง รีบยัดปืนเข้าไปซ่อนในลิ้นชักใต้เคาน์เตอร์ทันที

พอเห็นว่าไม่มีใครสังเกตเห็นถึงค่อยถอนหายใจโล่งอก แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับสาย

เป็นเบอร์ของหลิว หงซาน

“พี่หลิว ถึงแล้วเหรอครับ?”

“ได้ครับ เดี๋ยวผมออกไปรอหน้าประตู!”

ไม่นานนัก รถเมอร์เซเดส-เบนซ์ S-Class ก็แล่นเข้ามาจอด

ชุมชนซิ่งฝูเป็นแค่ชุมชนจัดสรรเกรดธรรมดา ๆ ปกติรถที่เห็นวิ่งเข้าออกบ่อยสุดก็คือรถสามล้อเครื่อง ต่อมาพอมีการจัดระเบียบจราจรห้ามสามล้อวิ่ง ในหมู่บ้านก็เลยเต็มไปด้วย ‘รถไฟฟ้าคันจิ๋ว’ แทน

รถแพงสุดที่หยางหลินเคยเห็นในหมู่บ้าน อย่างมากก็แค่รถยุโรปตัวเริ่มต้นราคาไม่กี่แสน

จู่ ๆ มีรถหรูระดับล้านโผล่มาแบบนี้ แม้แต่คุณยายที่อุ้มหลานเดินเล่นอยู่ริมถนนยังต้องเหลียวมอง

คนสองคนก้าวลงจากรถ หลิว หงซานในชุดลำลองสบาย ๆ เดินอ้อมมาเปิดประตูพยุงผู้เฒ่าเฝิงลงรถ

ทั้งสองมองหาเขา หลิว หงซานโบกมือทักทาย

หยางหลินรีบเชิญพวกเขาเข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ต ขืนช้ากว่านี้คงโดนไทยมุงล้อมแน่

“พี่หลิว ผู้เฒ่าเฝิง ลำบากต้องเดินทางมาไกลเลย!”

ผู้เฒ่าเฝิงโบกมือ “เสี่ยวหยาง ฝักกระบี่อยู่ไหน?”

เขาไม่อ้อมค้อม หยางหลินก็ไม่ลีลา เดินไปที่เคาน์เตอร์หยิบฝักกระบี่ออกมา “รอบนี้ไม่ได้ห่อหนังสือพิมพ์มานะครับ!”

ผู้เฒ่าเฝิงปรายตามองเขาแวบหนึ่ง หลิว หงซานหัวเราะชอบใจ “เสี่ยวหยางปีกกล้าขาแข็งแล้วนะ เดี๋ยวนี้กล้าล้อเล่นกับลุงเฝิงแล้ว”

หยางหลินเชิญพวกเขานั่งดูของ แล้วรินน้ำมาเสิร์ฟสองแก้ว

ในซูเปอร์มาร์เก็ตเงียบสงบ มีเพียงเสียงลมจากเครื่องปรับอากาศ

หลิว หงซานอดใจไม่ไหวถามขึ้น “ลุงเฝิง เป็นไงบ้างครับ?”

ใบหน้าของผู้เฒ่าเฝิงเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “เยี่ยม! นี่แหละฝักกระบี่ของมัน! หงซาน เธอดูรวดลายพวกนี้สิ...”

หลิว หงซานดูไม่เป็นหรอก แต่ก็ตั้งใจฟังอย่างดี

“ทั้งฝักกระบี่และตัวกระบี่รักษาสภาพไว้ได้สมบูรณ์ขนาดนี้ หายากจริง ๆ! เสี่ยวหยาง เธอบอกว่าเป็นของมรดกตกทอด บรรพบุรุษเธอทำอาชีพอะไรหรือ?” ผู้เฒ่าเฝิงสนใจที่มาของกระบี่เล่มนี้ เขาดูออกว่าเป็นของจากในวัง แต่สนใจเรื่องราวเบื้องหลังมากกว่า

หยางหลินยิ้มตอบ “เรื่องนี้ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ ผ่านมาตั้งกี่รุ่นต่อกี่รุ่น เรื่องเล่าปากต่อปากใครจะไปรู้ว่าจริงเท็จแค่ไหน แต่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่าบรรพบุรุษทำอาชีพอะไร พอพ่อแม่เสียไป ที่บ้านก็เหลือผมคนเดียว ที่มาที่ไปของกระบี่เล่มนี้เลยยิ่งมืดมนเข้าไปใหญ่”

พอสะกิดโดนแผลใจคนอื่น ผู้เฒ่าเฝิงก็รู้สึกเกรงใจขึ้นมา “แล้วเธอตัดใจขายได้ลงคอเชียวหรือ?”

“สุภาพชนย่อมยินดีให้ผู้อื่นสมหวัง อีกอย่างกระบี่เล่มนี้อยู่กับผมก็มีแต่จะตั้งไว้ให้ฝุ่นจับ สู้ให้พี่หลิวเอาไปแสดงความกตัญญูดีกว่า แถมผมก็ไม่ได้ขาดทุนอะไร กระบี่เล่มเดียวขายได้ตั้งล้านสอง สำหรับผมไม่ใช่เงินน้อย ๆ เลยนะครับ!”

หลิว หงซานหัวเราะร่า “เสี่ยวหยาง ทำธุรกิจกับเธอนี่ใจถึงพึ่งได้จริง ๆ! เดี๋ยวพี่โอนเงินให้เดี๋ยวนี้เลย!”

เขาโทรหาผู้ช่วยการเงิน ไม่นานโทรศัพท์หยางหลินก็มีข้อความแจ้งเตือนเงินเข้าบัญชีหกแสนหยวน!

ยอดเงินคงเหลือในบัญชี ตอนนี้มีครบหนึ่งล้านสองแสนถ้วน!

[ประกาศจากระบบ: ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ทำยอดขายทะลุเป้าหนึ่งล้านหยวนต่อเดือน รับรางวัลสิทธิ์ในการสุ่มรางวัลหนึ่งครั้ง]

หยางหลินข่มความตื่นเต้นเอาไว้ ยังไม่รีบกดสุ่มรางวัล กะว่ารอส่งแขกกลับไปก่อนค่อยว่ากัน

หลิว หงซานมองดูซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดกลาง ๆ แห่งนี้ แล้วจู่ ๆ ก็พูดขึ้นว่า “ตอนลงรถเมื่อกี้ พี่จำได้ว่าข้าง ๆ เหมือนจะมีซูเปอร์มาร์เก็ตอีกร้านหนึ่งใช่ไหม?”

หยางหลินยิ้มขื่น พยักหน้ารับ “ครับ แต่ร้านเขากิจการดีกว่าร้านผมเยอะ”

หมู่บ้านเดียวกัน แถมยังเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ แต่ดันมีซูเปอร์มาร์เก็ตเปิดขนาบข้างประตูทางเข้าถึงสองร้าน ในสายตานักธุรกิจอย่างหลิว หงซาน ทำเลแบบนี้ถือว่าห่วยแตกบรม

แถมร้านของหยางหลินยังเล็กกว่าร้านข้าง ๆ ตั้งแต่พวกเขาเข้ามานั่งจนป่านนี้ ยังไม่มีลูกค้าเข้าร้านสักคน

พอมองออกเลยว่าปกติกิจการคงเงียบเหงาขนาดไหน

“ลองพิจารณาย้ายร้านดูไหม”

มีเงินทุนในมือแล้ว ก็ควรวางแผนขยับขยาย อย่างน้อยหลิว หงซานก็คิดแบบนั้น

เงินล้านสอง จะไปเปิดซูเปอร์มาร์เก็ตในทำเลดีกว่านี้ก็ทำได้สบาย ๆ

หยางหลินตอบยิ้ม ๆ “ร้านนี้พ่อแม่ผมทิ้งไว้ให้ ผมไม่อยากขายครับ”

หลิว หงซานแปลกใจเล็กน้อย แววตาฉายความชื่นชม ก่อนจะขอตัวกลับ สายตาเหลือบไปเห็นตะกร้าสานวางอยู่ไม่ไกล “นั่นของป่าหรือเปล่า?”

“ใช่ครับ ขุดมาจากบนเขา สด ๆ ใหม่ ๆ ปลอดสารพิษร้อยเปอร์เซ็นต์! ญาติห่าง ๆ เอามาฝากวางขายครับ!”

หลิว หงซานคิดว่าทำธุรกิจกันมาสองรอบแล้วถือว่าเป็นคนกันเอง แถมครั้งนี้อีกฝ่ายก็ลำบากหาของให้ เลยอยากจะช่วยอุดหนุนหยางหลินสักหน่อย “งั้นขายให้พี่หมดเลยแล้วกัน! ของดีแบบนี้กินแล้วดีต่อสุขภาพ เดี๋ยวแบ่งให้ลุงเฝิงไปลองชิมด้วย ถ้ารสชาติดี เดี๋ยววันหลังพี่มาซื้อใหม่!”

รู้ว่าหลิว หงซานตั้งใจช่วยอุดหนุน หยางหลินรู้สึกซาบซึ้งใจ แต่ราคานี่สิ... หลิว หงซานจ่ายไหวอยู่แล้ว แต่ปัญหาคือ... เขาจะเชื่อมั้ยนี่สิ

“เสี่ยวหยาง คิดเงินมาเลย เดี๋ยวพี่โอนให้”

“พี่หลิว จะเหมาหมดจริง ๆ เหรอครับ? ของป่าพวกนี้เป็นของเกรดพรีเมียม ราคาไม่ถูกนะครับ”

หลิว หงซานไม่ได้เอะใจอะไร ของป่าเขาเคยกินมานักต่อนัก วัตถุดิบในครัวบ้านเขาไม่มีคำว่าถูกอยู่แล้ว พอจะรู้ราคาตลาดคร่าว ๆ อยู่บ้าง

“เอาสิ เหมาหมดนั่นแหละ!”

จบบท

จบบทที่ บทที่ 13 เงินงวดสุดท้ายมาแล้ว!

คัดลอกลิงก์แล้ว