- หน้าแรก
- ซุปเปอร์มาร์เก็ตข้ามมิติ เปิดระบบเศรษฐีแห่งยุค
- บทที่ 7 รสชาติสวรรค์ชัด ๆ!
บทที่ 7 รสชาติสวรรค์ชัด ๆ!
บทที่ 7 รสชาติสวรรค์ชัด ๆ!
หยางหลินไม่สนใจเขา เหวี่ยงกระเป๋าเดินป่าขึ้นไปวางบนโต๊ะ หางตาเหลือบไปเห็นขนมปังกรอบชิ้นเล็ก ๆ บนชั้นวางของ
เป็นพวกขนมขบเคี้ยวที่ปกติก็ขายดีใช้ได้ มีหลากหลายยี่ห้อ หลากหลายรสชาติ ทั้งรสเค็ม รสหวาน รสสตรอว์เบอร์รี แล้วก็รสช็อกโกแลต
ทันใดนั้นหยางหลินก็ปิ๊งไอเดียขึ้นมา เขาคว้าถุงพลาสติกเดินตรงเข้าไป
“ในค่ายโจรนั่นยังมีเด็กอยู่อีกตั้งเยอะ เด็ก ๆ น่าจะชอบกินขนมปังกรอบที่มีรสชาติแบบนี้มากกว่า หยิบไปอย่างละนิดละหน่อยก็แล้วกัน”
ส่วนของอย่างอื่นหยางหลินยังไม่คิดจะเอาไป ข้อแรกคือเขาไม่ได้มาทำการกุศล ขืนขนของในร้านไปหมดเขาจะเอาอะไรขาย ข้อสองคือเรื่องของสันดานคน โบราณว่า ‘ให้ข้าวน้อยซาบซึ้งบุญคุณ ให้ข้าวมากกลับกลายเป็นแค้น’ เขาไม่ได้ใสซื่อขนาดจะไม่ระวังเรื่องพรรค์นี้
ตัดสินใจได้ไม่นาน หยางหลินก็จัดการยัดขนมปังกรอบที่เลือกไว้ลงในกระเป๋าเป้
“ระบบ อีกนานไหมกว่าจะหมดเวลาคูลดาวน์?”
[การนับถอยหลังคูลดาวน์กำลังจะสิ้นสุดลง]
[ขอให้โฮสต์เตรียมตัวให้พร้อม]
[เริ่มการส่งตัว...]
...
ณ ค่ายฉางฟู่
“ท่านแม่ ท่านเทพจะมาอีกจริง ๆ หรือจ๊ะ?”
เด็กหญิงตัวน้อยผมเปียจ้องมองพ่อกับแม่ตาแป๋ว ในมือถือยอดหญ้าต้นเล็ก ๆ คอยยัดเข้าปากเคี้ยวเล่นเป็นพัก ๆ
เธออายุสี่ขวบแล้ว แต่ตัวเล็กกระจ้อยร่อยเหมือนเด็กสองขวบ ผิวหน้าเหลืองซีดเพราะขาดสารอาหารมานาน
“ลุงต้ากวงบอกว่าท่านเทพจะเอาของมาให้พวกเรา! คำพูดของท่านเทพศักดิ์สิทธิ์นัก ท่านต้องมาแน่นอนจ้ะ!”
“ท่านเทพจะเอาของอะไรมาให้กันนะ? จะเป็นของวิเศษจากสวรรค์หรือเปล่า?”
พวกผู้ใหญ่เริ่มจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ ในใจต่างก็ตุ้ม ๆ ต่อม ๆ เพราะพวกเขายังไม่เคยเห็นท่านเทพกับตาตัวเอง ฟังมาจากหลี่ ต้ากวง กับหวัง เอ้อร์โก่ว ทั้งนั้น
“ท่านเทพ? นั่นใช่ท่านเทพหรือเปล่า?” เด็กคนหนึ่งชี้ไปข้างหน้า จู่ ๆ เขาก็เห็นคนคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นมาดื้อ ๆ
ถูกต้อง คนที่มาก็คือหยางหลินนั่นเอง
รอบนี้ไม่ได้ไปโผล่ในที่แปลกประหลาดอะไร แต่โผล่มาบนทางเดินคดเคี้ยวเส้นหนึ่ง
ทางเส้นนี้เขาจำได้ เป็นทางที่เคยเดินตอนตามพวกหลี่ ต้ากวง ขึ้นมาที่ค่าย
ดูท่าจุดสุ่มส่งตัวของระบบจะเป็นจุดที่เขาเคยไปมาแล้ว เหมือนในเกมที่ต้องเดินเปิดแมพ พื้นที่ถึงจะสว่างขึ้นมา
หยางหลินแบกกระเป๋าเดินป่าเดินตามทางเล็ก ๆ มุ่งหน้าสู่ค่ายโจร
เวลานี้มีคนวิ่งไปแจ้งหลี่ ต้ากวง แล้วว่าท่านเทพมาถึงแล้ว
“ไป! เอ้อร์โก่ว พวกเรารีบไปต้อนรับท่านเทพกัน!” หลี่ ต้ากวง ตื่นเต้นจนเนื้อเต้น หวัง เอ้อร์โก่ว รีบสาวเท้าตามไปติด ๆ
ในความตื่นเต้นนั้น หลี่ ต้ากวง ยังพอมีสติหลงเหลืออยู่บ้าง จึงสั่งการว่า “รีบไปเกณฑ์คนมาให้หมด ให้ทุกคนมาคารวะท่านเทพ! ต่อไปค่ายฉางฟู่ของเราจะไม่เหมือนเดิมแล้ว! ท่านเทพลงมาโปรด ห้ามเสียมารยาทเด็ดขาด!”
คนทั้งค่ายฉางฟู่ต่างวิ่งบอกต่อกันจ้าละหวั่น ทันทีที่ได้ยินว่าท่านเทพมา ทุกคนต่างพากันกรูไปที่หน้าประตูค่าย แม้แต่เด็ก ๆ ก็พลอยตื่นเต้นตามผู้ใหญ่ เกาะติดพ่อแม่ด้วยท่าทางกล้า ๆ กลัว ๆ
ยังมีคนแก่บางคน ถือธูปสามดอกจุดไฟเดินออกมา ปักลงบนพื้นแล้วเริ่มโขกหัวคำนับ ปากพร่ำสวดภาวนาคำมงคลด้วยความตื้นตัน มือไม้สั่นเทาไปหมด
หยางหลินกำลังแบกเป้เดินมาเงียบ ๆ พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นคนกลุ่มใหญ่มายืนออรอรับอยู่ที่หน้าค่าย นับคร่าว ๆ น่าจะมีสักสามสิบกว่าชีวิต มีทั้งคนแก่ ทั้งเด็ก แล้วก็คนหนุ่มสาว แต่พอมองปราดเดียว ทุกคนล้วนผอมแห้งราวกับไม้เสียบผี เสื้อผ้าเนื้อหยาบที่สวมใส่อยู่นั้นดูราวกับกระสอบใบใหญ่ หลวมโครกจนแทบจะหาตัวคนใส่ไม่เจอ
ความรู้สึกจุกแน่นแล่นขึ้นมาที่จมูก หยางหลินรู้สึกสะเทือนใจอย่างบอกไม่ถูก
เขาลองขยับเป้กะน้ำหนักบิสกิตอัดแท่งดู ปริมาณนี้น่าจะพอให้พวกเขาได้กินอิ่มสักมื้อหนึ่งกระมัง
ยุคราชวงศ์ซ่งเหนือช่วงนี้กำลังโกลาหลวุ่นวาย นอกเหนือจากเมืองหลวงที่เป็นศูนย์กลางความเจริญแล้ว ที่อื่น ๆ ล้วนเต็มไปด้วยความทุกข์ยากลำบากแสนสาหัส ความอดอยากหิวโหยจนล้มตายเป็นเรื่องปกติ
คำว่า ‘สลับลูกกันกิน’ ไม่ใช่แค่สำนวนสี่พยางค์ในหน้าหนังสือ แต่มันคือความเป็นจริงอันโหดร้ายเลือดเย็น
ถ้ามีทางรอด ใครเขาจะอยากขึ้นเขามาเป็นโจรกันเล่า?
บนยอดเนิน โก่วตั้นที่ตาดีกว่าเพื่อน จู่ ๆ ก็พูดขึ้นว่า “ท่านพ่อ ท่านเทพร้องไห้หรือเปล่า? ข้าเห็นท่านเทพเช็ดน้ำตาด้วย!”
พ่อของโก่วตั้นตกใจจนตัวสั่น ง้างมือตบกบาลลูกชายไปฉาดหนึ่ง
“อย่าพูดซี้ซั้ว! ระวังสวรรค์ลงโทษ ท่านเทพจะหลั่งน้ำตาได้ยังไง! วันนี้ลมมันแรง ฝุ่นมันเข้าตาท่านต่างหาก!”
โก่วตั้นลูบหัวป้อย ๆ ทำหน้ามุ่ย “ท่านพ่อมั่วอีกแล้ว ลมที่ไหน ไม่มีสักหน่อย...”
หลี่ ต้ากวง นำกลุ่มคนหนุ่มวิ่งลงมา พอเห็นว่าเป็นหยางหลินจริง ๆ ก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง ทิ้งเข่าลงกระแทกพื้นดัง ตุบ
“ผู้น้อยหลี่ ต้ากวง คารวะท่านเทพ!”
“ท่านเทพมาแล้ว! ท่านเทพมาแล้วจริง ๆ!”
ในที่สุดหยางหลินก็เดินมาถึงค่าย นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นคนทั้งค่ายพร้อมหน้าพร้อมตา แต่ละคนผอมโซอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด ผู้ชายบางคนเสื้อแหวกออกจนเห็นซี่โครงเรียงเป็นตับ ดูไม่ต่างอะไรกับผู้อพยพหนีภัย
ส่วนเด็ก ๆ ไม่ต้องพูดถึง ตัวมอมแมมยังพอว่า แต่ละคนตัวเล็กนิดเดียว แขนขาเล็กลีบเหมือนกิ่งไม้ หักเปราะได้ง่าย ๆ
คนแก่ยิ่งน่าเวทนา หลังค่อมงุ้ม ผิวหนังเหี่ยวย่นไร้ราศีเหมือนเปลือกไม้แห้ง ๆ ผิวหนังหย่อนคล้อยห้อยย้อย ผมขาวโพลนบางตาจนเห็นหนังศีรษะ
“นี่เป็นของที่ข้าสัญญาไว้คราวที่แล้วว่าจะนำมาให้พวกเจ้า!” หยางหลินปลดกระเป๋าเป้ออกมา
หลี่ ต้ากวง ตื่นเต้นจนแทบคลั่ง
ท่านเทพประทานของให้แล้ว! จะเป็นอะไรกันนะ!
วินาทีถัดมา บิสกิตห่อสีสันสดใสก็แทบจะแยงตาพวกหลี่ ต้ากวง จนตาพร่า
“คนละหนึ่งห่อ แจกให้ครบทุกคน!”
พวกเขาไม่รู้ว่ามันคืออะไร รู้แค่ว่าสัมผัสมันลื่นมือมาก บนนั้นยังมีอักขระศักดิ์สิทธิ์เขียนอยู่ด้วย อ่านไม่ออกสักตัว
แต่ยิ่งอ่านไม่ออก พวกเขายิ่งรู้สึกว่าของสิ่งนี้ต้องวิเศษสุดยอดแน่ ๆ!
“นี่คือของกิน ฉีกเปลือกออกแล้วกินได้เลย! อย่ามัวแต่ถือไว้ กินสิ!” หยางหลินสาธิตให้ดู ฉีกซองบิสกิตอัดแท่งแล้วยื่นให้หลี่ ต้ากวง
หลี่ ต้ากวง มองบิสกิตในมือ น้ำตาแทบจะไหลพราก
ท่านเทพนำอาหารทิพย์จากสวรรค์มาให้พวกเขา!
นี่ต้องเป็นอาหารทิพย์แน่ ๆ เขาเกิดมาไม่เคยพบเคยเห็น! หอมเหลือเกิน เหมือนจะมีกลิ่นเนื้อด้วย กินได้จริง ๆ เหรอเนี่ย? กินแล้วจะอายุยืนหมื่นปีหรือเปล่า?
หลี่ ต้ากวง จินตนาการไปไกลเตลิดเปิดเปิง สุดท้ายอดใจไม่ไหว กัดลงไปคำหนึ่ง แล้วก็ต้องตะลึงงัน รีบกัดคำที่สองที่สามตามไปติด ๆ ถึงจะแข็งไปหน่อย แต่โคตรหอมเลยโว้ย!
“อร่อย! อร่อยเหลือเกิน! เกิดมาข้าไม่เคยกินของอร่อยขนาดนี้มาก่อน!”
หวัง เอ้อร์โก่ว เห็นแบบนั้นก็รีบทำตามบ้าง
“อืม! อร่อยจริงด้วย หอมมาก!”
หยางหลินคาดไม่ถึงว่าบิสกิตอัดแท่งจะได้รับคำชมล้นหลามขนาดนี้ “ของสิ่งนี้เรียกว่า ‘บิสกิตอัดแท่ง’ อย่าดูถูกมันเชียว ก้อนเล็ก ๆ แค่นี้ เพียงพอสำหรับพลังงานที่พวกเจ้าต้องใช้ทั้งวัน พูดง่าย ๆ คือ กินเจ้านี่แค่วันละก้อน พวกเจ้าก็จะไม่รู้สึกหิวอีกเลย!”
อะไรนะ ก้อนเล็กแค่นี้อิ่มได้ทั้งวัน?
ทุกคนอ้าปากค้าง จ้องมองบิสกิตในมือด้วยสายตาลุกวาว!
สมกับเป็นของวิเศษจากสวรรค์จริง ๆ!
“ของที่ท่านเทพประทานให้ พวกเราไม่กล้ากินส่งเดชหรอกขอรับ!”
“ใช่ ๆ นี่เป็นของจากสวรรค์ เราจะกินเข้าไปได้ยังไง เป็นการลบหลู่ของเปล่า ๆ”
“ข้าจะเอากลับไปขึ้นหิ้งบูชา...”
หยางหลินถึงกับงง มุมปากกระตุก “พวกเจ้าไม่ต้องคิดมากขนาดนั้น นี่คือของกินที่เอามาให้กิน ถ้าไม่กินก็เสียของเปล่า ๆ! หลี่ ต้ากวง เจ้าว่าจริงไหม?”
“จริงขอรับ! ท่านเทพพูดถูก ท่านเทพสั่งให้กินแล้วพวกเอ็งไม่กิน ช่างบังอาจนัก!”
คำพูดของหลี่ ต้ากวง ศักดิ์สิทธิ์กว่าอะไรทั้งหมด
พวกเขาเป็นแค่คนธรรมดา ไหนเลยจะกล้าขัดใจท่านเทพ!
ในที่สุดพวกเขาก็ยอมกิน แต่พอฉีกซองออกมา พวกผู้ชายกลับยื่นให้คนแก่กับเด็กกินก่อน ตัวเองตัดใจกินไม่ลง ยอมอดออมไว้ให้คนในครอบครัว
“บิสกิตพวกนั้นสำหรับผู้ใหญ่ พวกเจ้าไม่ต้องประหยัด ถ้าไม่กินแล้วจะเอาแรงที่ไหนไปทำงาน?”
หยางหลินหันไปหยิบขนมปังกรอบสำหรับเด็กที่เตรียมมากองไว้บนพื้น ห่อสีสันสดใสมีหลากหลายรสชาติ “ส่วนอันนี้สำหรับเด็ก ๆ เข้ามาเอาสิ!”
พอได้ยินว่ามีของอร่อย เด็ก ๆ ก็กรูกันเข้ามา พอได้รับแจกกันครบทุกคนก็ลงมือกินอย่างเอร็ดอร่อย
เด็กน้อยไร้เดียงสา ไม่คิดอะไรซับซ้อน รู้แค่ว่าของในมืออร่อยมาก เป็นรสชาติวิเศษที่พวกเขาไม่เคยลิ้มลองมาก่อน!
เด็กที่กตัญญูก็แบ่งให้ผู้ใหญ่ชิม พอได้ชิมคำแรกถึงกับตกตะลึง!
นี่มันรสชาติสวรรค์ชัด ๆ!
พวกหลี่ ต้ากวง ที่แทะบิสกิตอัดแท่งไปได้เกือบครึ่งก้อน อดไม่ได้ที่จะคุกเข่าลงอีกครั้ง บนใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตาสองสาย “ท่านเทพเป็นพยาน ชาวค่ายฉางฟู่ทุกคนขอกราบไหว้บูชาท่านเทพ ยินดีรับใช้ท่านเทพทุกอย่างขอรับ!”
คนอื่น ๆ ก็พากันคุกเข่าลงตาม เสียงร้องไห้ระงมด้วยความซาบซึ้งใจดังไปทั่ว
ภาพตรงหน้าช่างยิ่งใหญ่และสะเทือนใจ หยางหลินบอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไร มันเป็นความรู้สึกจุกอกปนเวทนา
ชาวบ้านช่างซื่อใสบริสุทธิ์ เพียงแค่ทำให้พวกเขาได้กินอิ่มท้อง ก็สำนึกบุญคุณถึงขนาดนี้ เห็นได้ชัดว่าโลกใบนี้โหดร้ายกับพวกเขามากเพียงใด
จบบท