- หน้าแรก
- ซุปเปอร์มาร์เก็ตข้ามมิติ เปิดระบบเศรษฐีแห่งยุค
- บทที่ 6 โดนระบบเหยียดหยามซะงั้น!
บทที่ 6 โดนระบบเหยียดหยามซะงั้น!
บทที่ 6 โดนระบบเหยียดหยามซะงั้น!
หลังเดินออกมาจากหลินอันหมายเลขหนึ่ง หยางหลินขึ้นรถแท็กซี่ ทิ้งตัวพิงพนักเบาะที่อบอวลไปด้วยกลิ่นบุหรี่ ถึงค่อยรู้สึกว่าเรื่องทั้งหมดนี้คือความจริง
หนึ่งล้านสองแสน มีมูลค่าตั้งหนึ่งล้านสองแสนเชียวนะ!
พี่หลิวคนนี้ป๋าจริงอะไรจริง
ถึงจะเพิ่งได้รับเงินมาแค่หกแสน แต่ชีวิตนี้หยางหลินไม่เคยจับเงินก้อนใหญ่ขนาดนี้มาก่อนเลย!
ส่วนผู้เฒ่าเฝิงคนนั้น ถึงนิสัยจะแปลก ๆ ไปบ้าง แต่ดูแล้วเป็นคนเที่ยงธรรม แล้วพอนึกดูดี ๆ ก็รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาชอบกล
“นี่มันศาสตราจารย์เฝิงจากรายการประเมินของเก่านี่นา?!”
หยางหลินตบหน้าผากตัวเองฉาด มิน่าล่ะถึงรู้สึกคุ้น ๆ เมื่อก่อนเขาเคยติดรายการนั้นงอมแงมอยู่พักใหญ่
ถ้าจำไม่ผิด ศาสตราจารย์เฝิงคนนี้โปรไฟล์ไม่ธรรมดาเลย ไม่ใช่แค่เป็นศาสตราจารย์อาวุโสของมหาวิทยาลัยชื่อดังที่มีลูกศิษย์ลูกหาเต็มบ้านเต็มเมือง แต่ยังมีตำแหน่งในหน่วยงานรัฐบาลอีกด้วย
“งานนี้ชัวร์ ไม่ใช่พวกต้มตุ๋น!”
หยางหลินเอนกายผ่อนคลายไปกับเบาะหลัง รอยยิ้มประดับบนใบหน้า “ดูท่าฉันต้องรีบกลับไปหาฝักกระบี่ให้เจอแล้วสิ”
เงินตั้งขนาดนี้ เมื่อก่อนแค่จะฝันยังไม่กล้า
ตอนนี้เห็นอยู่รำไรว่าจะได้มาครอบครอง จะไม่ให้ตื่นเต้นได้ยังไง?
นี่มันเงินถุงเงินถังถุงแรกในชีวิตเขาเลยนะ!
พอลงจากแท็กซี่ หยางหลินก็ใจป้ำบอกคนขับไม่ต้องทอน แล้วกระโดดขึ้นรถตัวเองท่ามกลางคำอวยพรของคนขับรถ ก่อนจะบึ่งรถมุ่งหน้าสู่ทางด่วน
“ระบบ แกคิดว่าฉันควรเอาอะไรไปฝากพวกนั้นดี?”
ในรถมีแค่เขาคนเดียว แถมยังตัดสินใจไม่ถูก เลยลองถามระบบดูเล่น ๆ
ตัวหนังสือของระบบปรากฏขึ้นทันที
[ระดับของโฮสต์ต่ำเกินไป ไม่สามารถให้บริการเลือกสินค้าด้วยตนเองได้]
“ระดับต่ำเกินไป? แกมีบริการเลือกสินค้าด้วยเหรอ?” หยางหลินข้ามประโยคแรกไปอย่างเป็นธรรมชาติ “เลือกสินค้าด้วยตนเองคืออะไร?”
[เมื่อระดับของโฮสต์ถึงเกณฑ์ที่กำหนด ระบบจะเปิดบริการเลือกซื้อสินค้า]
ดวงตาของหยางหลินเป็นประกาย ไม่นึกว่าจะมีความลับแบบนี้ซ่อนอยู่
“หมายความว่า ถ้าฉันอัปเลเวลขึ้นไปได้ ก็จะซื้ออะไรก็ได้ที่อยากได้งั้นสิ? แล้วแกมีสินค้าอะไรขายบ้าง?”
[สินค้าทุกชนิดที่มีในโลกใบนี้ ระบบสามารถจัดหาให้ได้ทั้งหมด]
สีหน้าของหยางหลินดูตื่นเต้นขึ้นมาทันที “งั้นเครื่องบินล่ะ! ปืนใหญ่ล่ะ! เรือบรรทุกเครื่องบินมีไหม? เอาแบบล้ำสุด ๆ เลยนะ ถ้าฉันเอาไปได้ฉันบริจาคให้กองทัพได้ไหมเนี่ย?”
แต่พอคิดอีกที มันดูเพ้อฝันไปหน่อย
ขืนเอาไปบริจาคจริง ๆ ดีไม่ดีชีวิตน้อย ๆ ของเขาอาจจะได้บริจาคตามไปด้วย
ช่างเถอะ ก็แค่ถามไปงั้น ไม่มีก็ช่างมัน
[เนื่องจากระดับของโฮสต์ต่ำเกินไป ระบบขอปฏิเสธที่จะตอบคำถาม]
เหอะ!
นี่มันเหยียดกันชัด ๆ! เหยียดกันซึ่ง ๆ หน้าเลยนี่หว่า!
ใครบอกว่าเด็กประถมไม่มีสิทธิ์รู้เรื่องแคลคูลัสฮะ!
หยางหลินขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ก่นด่าพึมพำในลำคอ
ทันใดนั้น โทรศัพท์ของหยางหลินก็ดังขึ้น หน้าจอโชว์ชื่อคนโทรเข้า หยางหลินเหลือบมองแล้วเห็นว่าเป็นซัพพลายเออร์ที่ส่งของให้ซูเปอร์มาร์เก็ต
“ฮัลโหล พี่เจี่ยง” หยางหลินรับสายเปิดลำโพงขณะขับรถ
“ฉันเอง น้องหยาง นายอยู่ไหนเนี่ย? ฉันเอาของมาส่ง ทำไมร้านนายปิดประตูเงียบเชียว”
หยางหลินหัวเราะแห้ง ๆ “พอดีมีธุระออกมาข้างนอกครับ แต่กำลังจะถึงแล้ว พี่รอผมแป๊บนึงนะ!”
“เรื่องเล็กน่า เรื่องเล็ก” อีกฝ่ายตอบกลับอย่างใจกว้าง
“พี่เจี่ยง รอบนี้มีของอะไรมาส่งบ้างครับ?” หยางหลินถามไปตามมารยาท
“ก็บิสกิตที่นายสั่งไว้คราวก่อนไง ฉันเลยรีบเอามาส่งให้ เห็นว่าล่าช้ามาหลายวันแล้วไม่ใช่เหรอ?”
“บิสกิต? บิสกิตอัดแท่งนั่นเหรอครับ?”
“ใช่! บิสกิตอัดแท่งสองลัง! แล้วก็มีของอย่างอื่นอีกนิดหน่อย นายรีบมาแล้วกัน!”
หยางหลินตอบตกลงรัว ๆ พอกดวางสายก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา
บิสกิตอัดแท่ง!
ทำไมเขาถึงนึกไม่ถึงบิสกิตอัดแท่งกันนะ?
นี่มันสุดยอดไอเทมกันตายชัด ๆ แม้แต่พี่ ๆ ทหารยังพกติดตัวเป็นเสบียงฉุกเฉิน จุดเด่นของมันคืออิ่มท้องสุด ๆ!
จำได้ว่าสมัยเรียน เขาชอบเก็บค่าขนมไปเล่นเกมที่ร้านเน็ต ก็ได้บิสกิตอัดแท่งนี่แหละประทังชีวิต ทั้งถูกทั้งอิ่ม กินไปก้อนเดียวอยู่ได้ทั้งวันจนลืมหิว
แถมบิสกิตอัดแท่งนี่ขายออกยากจะตาย ที่ร้านเขามีอยู่ล็อตหนึ่ง ขายมาเป็นปีถึงจะหมด อาทิตย์นึงจะมีคนหยิบสักห่อยังยากเลย
รอบนี้สั่งมาตั้งสองลัง คงขายไม่ออกเหมือนเดิมแน่ ๆ สู้เอาไปให้พวกหลี่ ต้ากวงน่าจะเวิร์กกว่า
ดูจากสภาพผอมโซแก้มตอบของแต่ละคน ชีวิตคงลำบากน่าดู บนเขายังมีคนแก่คนป่วยอีกตั้งเยอะ คนเยอะขนาดนั้น จะเอาของกินอย่างอื่นไปก็ลำบากขน แบกบิสกิตอัดแท่งไปนี่แหละ รับรองว่าพวกเขาได้กินอิ่มไปหลายวันแน่
ถ้าไม่นับเรื่องคุณค่าทางโภชนาการ บิสกิตอัดแท่งคือทางเลือกที่ดีที่สุด
คนพวกนั้นคงไม่ได้สัมผัสความรู้สึก ‘อิ่มท้อง’ มานานหลายปีแล้วมั้ง?
เอาเถอะ เขาไม่ได้ไปแค่รอบเดียวนี่นา รอบนี้เอาบิสกิตไปก่อน รอบหน้าค่อยหาของมีประโยชน์อย่างอื่นไปให้
ยิ่งคิดก็ยิ่งเข้าท่า หยางหลินเหยียบคันเร่งมิด รีบบึ่งรถกลับซูเปอร์มาร์เก็ตให้ไวที่สุด!
“พี่เจี่ยง!”
หน้าซูเปอร์มาร์เก็ตมีรถกระบะจอดอยู่คันหนึ่ง ชายหัวโล้นกำลังยืนสูบบุหรี่คุยกับคนแถวนั้น พอได้ยินเสียงหยางหลินเรียก ก็ทิ้งก้นบุหรี่ลงพื้นใช้เท้าขยี้ดับพลางเดินเข้ามาหา “กว่าจะกลับมานะพ่อคุณ!”
“พอดีไปทำธุระต่างเมืองมาน่ะครับ เพิ่งกลับมาถึงเลย!” หยางหลินยื่นน้ำเปล่าให้ขวดหนึ่ง
อีกฝ่ายรับไปดื่มอย่างไม่เกรงใจ แล้วเปิดท้ายกระบะ ช่วยหยางหลินขนบิสกิตอัดแท่งสองลังลงมา พร้อมกับผักผลไม้อีกนิดหน่อย หยางหลินเลยหยิบบุหรี่จากในร้านมายื่นให้ซองหนึ่ง
“ไม่ต้องเกรงใจหรอก ยังต้องไปส่งอีกหลายเจ้า ฉันไปก่อนนะ” อีกฝ่ายโบกมือปฏิเสธ ทักทายเสร็จก็ขับรถออกไป
หยางหลินยิ้มส่ง รอจนรถกระบะลับสายตาไป ถึงหันหลังกลับเข้าร้าน
ของที่ขนลงมาวางกองอยู่หน้าร้าน หยางหลินคว้ามีดคัตเตอร์มากรีดเปิดกล่องบิสกิตอัดแท่ง ข้างในมีห่อบิสกิตวางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ
มีสองรสชาติ รสต้นหอมกับรสหมูหย็อง เป็นห่อใหญ่ขนาด 118 กรัม รสหมูหย็องนี่แหละทีเด็ด ข้างในมีหมูหย็องผสมอยู่ด้วย
หยางหลินพอใจมาก เขาเดินไปหยิบกระเป๋าเดินป่าใบเก่งออกมา แล้วกวาดบิสกิตอัดแท่งทั้งสองลังเทลงไปจนหมด น้ำหนักของมันทำเอาเขาเซเกือบล้ม
หนักใช่เล่น! เห็นเป็นก้อนเล็ก ๆ เหมือนก้อนอิฐแบบนี้ พอรวมกันเยอะ ๆ ก็เล่นเอากล้ามขึ้นเหมือนกัน
“เสี่ยวหยาง สั่งของมาเยอะแยะขนาดนี้ จะขายหมดเหรอ?”
จางเหว่ยอีกแล้ว หยางหลินเริ่มจะรำคาญ
ตาบ้านี่ว่างงานมากหรือไง ถึงได้ชอบมาจับผิดเขาอยู่เรื่อย?
“ลุงจะสอนให้นะ เปิดซูเปอร์มาร์เก็ตเนี่ย มันต้องขายของใช้จำเป็นที่คนซื้อบ่อย ๆ แกสั่งบิสกิตอัดแท่งมาเยอะแยะขนาดนี้จะมีประโยชน์อะไร?” จางเหว่ยเริ่มเทศนา เขาดูถูกหยางหลินมาตลอดว่าทำธุรกิจไม่เป็น แถมยังไม่ยอมเซ้งร้านให้เขา พอมาเห็นสภาพนี้ ยิ่งมั่นใจว่าเด็กนี่ไปไม่รอดแน่
“ถ้าอยากเรียนรู้ ก็บอกลุง ลุงสอนให้ได้! ลุงไม่ใช่คนขี้เหนียววิชาหรอกนะ”
หยางหลินขนผักผลไม้ที่เหลือเข้าไปในร้าน เห็นจางเหว่ยสวมรองเท้าแตะยืนทำท่าสั่งสอนไม่เลิก เลยอดสวนกลับไม่ได้ “ลุงจาง ลุงรู้ไหมว่ายายผมอายุเท่าไหร่แล้ว?”
จางเหว่ยชะงัก ถามอะไรของมัน อยู่ดี ๆ มาถามเรื่องยายทำไม?
“อะไรนะ?”
“เก้าสิบแล้ว!”
“แล้วเกี่ยวอะไรกับข้า?”
“รู้ไหมว่าทำไม?”
“กินของดีเหรอ?”
“เปล่า เพราะแกไม่เคยยุ่งเรื่องชาวบ้านไงล่ะ”
ครืด... ประตูม้วนเหล็กถูกดึงลงมาปิดกระแทกพื้นดังสนั่น สักพักถึงได้ยินเสียงจางเหว่ยตะโกนด่าทอมาจากข้างนอก
จบบท