- หน้าแรก
- ซุปเปอร์มาร์เก็ตข้ามมิติ เปิดระบบเศรษฐีแห่งยุค
- บทที่ 5 แค่หนังสือพิมพ์เก่า ๆ ทำไมต้องโกรธขนาดนั้นด้วย!
บทที่ 5 แค่หนังสือพิมพ์เก่า ๆ ทำไมต้องโกรธขนาดนั้นด้วย!
บทที่ 5 แค่หนังสือพิมพ์เก่า ๆ ทำไมต้องโกรธขนาดนั้นด้วย!
หยางหลินมองชายสองคนนั้นแวบหนึ่งอย่างไม่ใส่ใจ แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาติดต่อลูกค้า
ก่อนมาอีกฝ่ายให้เบอร์โทรศัพท์ไว้ในข้อความส่วนตัวแล้ว หยางหลินกดโทรออก ทันใดนั้นชายวัยกลางคนที่กำลังจะเดินเข้าประตูหมู่บ้านก็ยกโทรศัพท์ขึ้นมารับสาย
“คุณคือหยางหลินใช่ไหม?” อีกฝ่ายสังเกตเห็นเขาเช่นกัน จึงเดินถือโทรศัพท์ตรงเข้ามาหา
หยางหลินพยักหน้า ชี้ไปที่โทรศัพท์ “พี่ชายสายเปย์คาร์นิวัล?”
อีกฝ่ายขำพรืดกับชื่อเรียกนั้น พยักหน้าตอบรับ “ผมแซ่หลิว ชื่อ หลิว หงซาน! ดูแล้วคุณอายุน้อยกว่าผมเยอะ งั้นเรียกผมว่า พี่หลิว ก็แล้วกัน!”
“สวัสดีครับพี่หลิว!”
ไม่ได้จะอวยนะ แต่ราศีคนรวยนี่มันต่างจากคนทั่วไปจริง ๆ
หลิว หงซานคนนี้ ไม่ว่าจะเป็นหน้าตาหรือบุคลิกล้วนดูดีมีสง่า แถมยังพูดจาเป็นกันเอง มีเสน่ห์ดึงดูดใจคนอย่างประหลาด
หลิว หงซานยิ้มพลางแนะนำ “เสี่ยวหยาง ขอแนะนำหน่อยนะ ท่านนี้คือ ผู้เฒ่าเฝิง เพื่อนสนิทของคุณพ่อผม ท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญในวงการของเก่า! ผมเชิญท่านมาช่วยดูของให้โดยเฉพาะ ว่าแต่ของเอามาด้วยใช่ไหม?”
“เอามาครับ!”
“ดีเลย ฟ้ามืดแล้ว คุยตรงนี้ไม่สะดวก ไปที่บ้านผมกันเถอะ!”
หลิว หงซานผายมือเชิญ ผู้เฒ่าเฝิงพยักหน้าให้เขาเล็กน้อย สายตากวาดมองหยางหลินแวบหนึ่งแต่ไม่ได้พูดอะไร
หยางหลินเดินตามพวกเขาเข้าไปในหมู่บ้าน ตลอดทางอดไม่ได้ที่จะเหลียวซ้ายแลขวา
ใหญ่โตชะมัด สวนหย่อมก็จัดแต่งอย่างดี
ชาวเน็ตพูดผิดแล้ว ต้นไม้พวกนี้ไม่ได้ทำจากทองคำ น่าเสียดายชะมัด
ทำไมตรงนี้ถึงมีรีสอร์ตด้วยล่ะ นี่มันหมู่บ้านจัดสรรไม่ใช่เหรอ?
มีสนามกอล์ฟด้วย หมู่บ้านนี้มันจะกว้างขนาดไหนกันเชียว
โอ้โห มีโรงแรมด้วย ข้าง ๆ ยังมีโรงน้ำชา ตึกนั้นดูเหมือนจะเป็นสโมสร...
ความสุขของคนรวยนี่เกินจินตนาการจริง ๆ
หยางหลินเดินตามมาจนถึงคฤหาสน์หลังหนึ่ง พอเดินเข้าไปก็มีแม่บ้านนำรองเท้าแตะมาให้เปลี่ยน
หลังจากนั่งลงบนโซฟา หลิว หงซานก็เริ่มบทสนทนา “ผมให้ลุงเฝิงดูรูปกระบี่เล่มนั้นแล้ว แต่รูปถ่ายกับของจริงยังไงก็มีข้อแตกต่าง แล้วช่วงนี้ผมก็ยุ่งจนปลีกตัวไปไหนนาน ๆ ไม่ได้ เลยต้องรบกวนเสี่ยวหยางให้ลำบากเดินทางมานี่แหละ!”
“ไม่ลำบากหรอกครับ โชคดีที่ไม่ไกลเท่าไหร่”
ผู้เฒ่าเฝิงที่เงียบมาตลอดเอ่ยขึ้น “พ่อหนุ่ม เธอดูอายุน้อยแค่นี้ เชี่ยวชาญเรื่องของเก่าด้วยรึ?”
หยางหลินรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังลองเชิง จึงยิ้มตอบ “ไม่ได้เชี่ยวชาญหรอกครับ แค่สนใจเฉย ๆ”
พอพูดแบบนี้ แววตาผิดหวังในดวงตาของผู้เฒ่าเฝิงก็ยิ่งฉายชัด
เด็กหนุ่มอายุน้อยแค่นี้ ของในมือคงไม่ใช่ของแท้หรอกกระมัง
แปดเก้าส่วนน่าจะเป็นของเลียนแบบที่ทำออกมาได้เนียนตา
“ถ้าอย่างนั้น ของจริงหรือของปลอม เธอก็ดูไม่ออกสินะ?”
หยางหลินได้แต่ตอบแบ่งรับแบ่งสู้ “จริงหรือปลอมผมพูดไปก็ไม่มีน้ำหนัก ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญอย่างท่านดูถึงจะรู้สิครับ!”
น้ำเสียงของอีกฝ่ายชัดเจนว่าไม่เชื่อว่าของในมือเขาจะเป็นของแท้
แต่บังเอิญว่าของสิ่งนี้ดันเป็นของแท้แน่นอน ถ้าเกิดตรวจสอบออกมาว่าเป็นของปลอม... เขาก็มีสิทธิ์สงสัยได้ว่าตาแก่นี่เป็น ‘ผู้เชี่ยวชาญกำมะลอ’
จะออกหน้าไหนก็ดูไร้สาระทั้งนั้น!
ถึงจะมั่นใจ แต่หยางหลินก็ไม่อยากแสดงออกจนเกินงาม เขาแกะหนังสือพิมพ์ออก แล้ววางกระบี่ลงบนโต๊ะรับแขกอย่างระมัดระวัง
คงไม่ทำโต๊ะเขาพังหรอกนะ
ไม่รู้ว่าโต๊ะตัวนี้ต้องแลกมาด้วยชีวิตมนุษย์เงินเดือนกี่คน หรือต้องทำงานโต้รุ่งกี่คืนถึงจะซื้อได้...
“เอามาให้ฉันดูหน่อย!” ผู้เฒ่าเฝิงยื่นมือออกมา เตรียมจะหยิบกระบี่ขึ้นมาดู
หยางหลินเตือน “มันหนักมากนะครับ ท่านระวังหน่อย”
“ก็แค่กระบี่เล่มเดียว...” ผู้เฒ่าเฝิงยิ้มส่ายหน้า “ไม่เป็นไรหรอก พ่อหนุ่มเธอ... โอ๊ย...”
โชคดีที่หลิว หงซานตาไว รีบเข้าไปประคองไว้ทัน ไม่อย่างนั้นผู้เฒ่าเฝิงคงได้หลังเดาะตอนแก่แน่ ๆ
ผู้เฒ่าเฝิงมีสีหน้าตกตะลึง “น้ำหนักขนาดนี้ วัสดุแบบนี้... เดี๋ยวสิ ขอฉันใส่ถุงมือหน่อย แว่นขยายล่ะ?”
หลิว หงซานหยิบอุปกรณ์มาส่งให้ “ลุงเฝิง เป็นยังไงบ้างครับ?”
ผู้เฒ่าเฝิงถือแว่นขยาย ปากอ้าค้างเล็กน้อย สีหน้าเคร่งขรึม จ้องมองกระบี่ยาวเล่มนั้นตาไม่กะพริบ
ตั้งแต่ด้ามจับไปจนถึงตัวกระบี่ ไม่ยอมปล่อยผ่านแม้แต่รายละเอียดเดียว
ผ่านไปสิบกว่านาที เสียงลมหายใจของเขาก็เริ่มถี่กระชั้นขึ้นเรื่อย ๆ
“นี่มัน... นี่มัน...”
หลิว หงซานทนไม่ไหวแล้ว “ลุงเฝิง ตกลงมันคืออะไรครับ!”
แต่อีกฝ่ายเหมือนไม่ได้ยินที่เขาพูด ยังคงใช้แว่นขยายส่องดูอย่างเอาเป็นเอาตาย ทันใดนั้นแว่นขยายก็เลื่อนไปหยุดที่กองหนังสือพิมพ์เก่า ๆ ข้าง ๆ ผู้เฒ่าเฝิงเหมือนวิญญาณเข้าร่างในทันที
“เธอใช้กระดาษหนังสือพิมพ์เก่า ๆ นี่ห่อกระบี่มาเหรอ?”
หยางหลินพยักหน้า “ใช่ครับ!”
ใบหน้าของผู้เฒ่าเฝิงแดงก่ำขึ้นมาทันที ทำท่าเหมือนอยากจะสบถคำหยาบคายออกมา แต่ติดที่ต้องรักษามาดผู้ดี สุดท้ายเลยได้แต่เค้นเสียงออกมาว่า “เสียของหมด! โบราณวัตถุล้ำค่าขนาดนี้ เธอใช้หนังสือพิมพ์ห่อมาเนี่ยนะ เกิดเสียหายขึ้นมาแม้แต่นิดเดียว มันเป็นบาปกรรมรู้ไหม!”
“???”
หยางหลินสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ตาแก่นี่...
น่าด่ากลับชะมัด
หลิว หงซานรีบพูดไกล่เกลี่ย “เสี่ยวหยางอย่าไปถือสาเลยนะ ลุงเฝิงแกก็อารมณ์แบบนี้แหละ ไม่ได้ว่าอะไรเธอหรอก”
หยางหลินยังคงรักษรอยยิ้ม พยักหน้าแสดงความเข้าใจ
“กระบี่เล่มนี้ต้องมีฝัก ถึงจะสมบูรณ์! ฝักกระบี่อยู่ไหน?” ผู้เฒ่าเฝิงเมินบทสนทนาของทั้งสองคน แม้ปากจะถามหยางหลิน แต่หัวยังไม่ยอมเงยขึ้น ยังคงก้มหน้าก้มตาศึกษากระบี่ต่อไป
“โรงงานหลวงลี่กั๋วแห่งเมืองสวีโจว!”
สิ้นเสียง หนวดเคราที่คางของผู้เฒ่าเฝิงก็เริ่มสั่นระริกด้วยความตื่นเต้น “นี่เป็นกระบี่ล้ำค่าที่ผลิตจากโรงงานหลวงสมัยซ่งเหนือจริง ๆ! เก็บรักษาได้สมบูรณ์ขนาดนี้ ปาฏิหาริย์ชัด ๆ”
ของหลวง?
หยางหลินเองก็อึ้งไปเหมือนกัน กระบี่ในรังโจรเล่มนี้ดันเป็นของราชวงศ์ซ่งเหนือเชียวหรือ?
“ท่านผู้เฒ่าเฝิง นี่เป็นของราชวงศ์ซ่งเหนือจริง ๆ เหรอครับ? แล้วมันมีค่าแค่ไหนครับ?” ดวงตาของหยางหลินเป็นประกายวิบวับ แทบจะยื่นหน้าเข้าไปชิดอีกฝ่ายอยู่แล้ว
ในที่สุดผู้เฒ่าเฝิงก็ยอมมองหน้าเขาตรง ๆ เสียที ทว่าน้ำเสียงที่เอ่ยออกมากลับดูหนักอึ้งพิกล
“ก็มีค่าแค่ติดคุกสักสิบปีแปดปีนั่นแหละ”
“ห๊ะ?” หยางหลินชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตั้งสติได้ “นี่ผมไม่ได้ขโมยมานะ เป็นของมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษต่างหาก!”
แล้วเขาก็หันไปหาหลิว หงซาน “ของมรดกตกทอดนี่ต้องส่งมอบให้รัฐด้วยเหรอครับ?!”
หลิว หงซานกำลังดีใจที่ได้ของดี พอได้ยินแบบนั้นก็รีบหัวเราะออกมา “ฮ่า ๆ ๆ ลุงเฝิงแกล้อเล่นน่ะ ลุงเฝิง อย่าไปแกล้งเสี่ยวหยางสิครับ น้องเขายังเด็ก รับมุกแบบนี้ไม่ไหวหรอก เสี่ยวหยาง บอกตามตรงนะ ที่ผมรับซื้อของชิ้นนี้ เพราะอยากจะเอาไปเป็นของขวัญวันเกิดให้พ่อผมน่ะ พ่อผมไม่ชอบของแบรนด์เนม แต่ชอบพวกของเก่ามาก โดยเฉพาะพวกอาวุธ ยิ่งเป็นกระบี่ยิ่งวางไม่ลง ตอนนั้นผมบังเอิญไปเห็นไลฟ์สดของคุณเข้า ก็เลยลองถามดูเผื่อฟลุค!”
หยางหลินเหลือบมองผู้เฒ่าเฝิง เห็นแววตาของอีกฝ่ายเจือรอยยิ้มบาง ๆ แต่ความสนใจส่วนใหญ่ก็ยังคงอยู่ที่ตัวกระบี่
ดูท่าจะแค่แกล้งขู่เล่นจริง ๆ
ตาแก่นี่ นิสัยเสียชะมัด
พอหลิว หงซานมั่นใจแล้วว่าเป็นของแท้ ก็เอ่ยขึ้นว่า “เสี่ยวหยางวางใจได้ ผมไม่เอาเปรียบคุณแน่นอน ผมจะรับซื้อตามราคาตลาด! ลุงเฝิงครับ ช่วยตีราคาให้หน่อยได้ไหม?”
ผู้เฒ่าเฝิงครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวว่า “ของหลวงสมัยซ่งเหนือ สภาพสมบูรณ์ ถือเป็นวัตถุโบราณที่หายากพอสมควร เทียบตามราคาตลาดแล้ว น่าจะอยู่ที่ประมาณหนึ่งล้านสองแสนหยวน!”
หนึ่งล้านสองแสน!
หยางหลินตาโตเท่าไข่ห่าน ความคิดนับร้อยพันแล่นผ่านสมองในชั่วพริบตา แต่สุดท้ายก็ต้องข่มใจเอาไว้ ไม่ให้เผลอหัวเราะร่าออกมากลางวง
ในเสี้ยววินาทีนั้น เขาถึงกับคิดไปไกลว่าจะสร้างฮวงซุ้ยตัวเองด้วยทองคำแล้ว
แต่ผู้เฒ่าเฝิงก็พูดแทรกขึ้นมาว่า “แต่ราคานี้คือราคาที่มีฝักกระบี่ครบชุดนะ ถ้ามีฝักกระบี่ด้วย ราคานี้ก็ตกลงซื้อขายได้เลย!”
หลิว หงซานได้ยินดังนั้นจึงรีบถาม “เสี่ยวหยาง ฝักกระบี่ยังอยู่ไหม?”
คำถามนี้ทำเอาหยางหลินไปไม่เป็น ตอนนั้นเขาเห็นแต่กระบี่ ไม่ทันสังเกตว่ามีฝักกระบี่หรือเปล่า
แต่คงไม่มีปัญหา กลับไปถามหลี่ ต้ากวงก็น่าจะรู้เรื่อง
“พี่หลิว เรื่องนี้ผมต้องกลับไปหาก่อน แต่คิดว่าน่าจะอยู่นะครับ”
“ไม่รีบ ๆ งั้นผมโอนค่ากระบี่หกแสนให้ก่อน ไว้คุณหาฝักกระบี่เจอเมื่อไหร่ ผมจะโอนอีกหกแสนที่เหลือให้!”
พระเจ้า จะรวยเละแล้วเว้ย!
จบบท