เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 หลินอันหมายเลขหนึ่ง

บทที่ 4 หลินอันหมายเลขหนึ่ง

บทที่ 4 หลินอันหมายเลขหนึ่ง


ในช่องข้อความส่วนตัว หยางหลินกดเปิดหน้าต่างสนทนา แล้วถามอีกฝ่ายว่าสะดวกเจอกันเมื่อไหร่

อีกฝ่ายตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว: วันนี้ได้เลย แต่ผมปลีกตัวออกไปไม่ได้ คุณมาหาได้ไหม? ค่ารถผมออกให้!

หยางหลินสอบถามที่อยู่คร่าว ๆ แล้วเปิดจีพีเอสดู พบว่าขับรถไปแค่ชั่วโมงเดียวก็ถึง

“ได้ครับ เดี๋ยวผมเตรียมตัวแล้วจะออกเดินทางเลย แป๊บเดียวถึง!”

อีกฝ่ายส่งที่อยู่แบบละเอียดมาให้ทันที ระบุชัดเจนถึงเลขที่บ้าน

“หมู่บ้านหลินอันหมายเลขหนึ่ง?”

แค่ชื่อหมู่บ้านก็ฟังดูแพงระยับแล้ว!

แต่ก็สมเหตุสมผล คนไม่มีเงินที่ไหนจะเปย์ของขวัญระดับ ‘คาร์นิวัล’ สิบอันรวดได้ แถมยังบอกว่าเป็นแค่ค่ามัดจำอีกต่างหาก!

งานนี้กำไรเห็น ๆ ได้กระบี่มาแบบงง ๆ เล่มหนึ่ง แต่กลับมีมูลค่ามหาศาลขนาดนี้

พอนึกถึงพวกหลี่ ต้ากวง ที่แต่ละคนผอมแห้งหน้าตอบ แถมยังต้องขวัญผวากับเสือร้ายมาตั้งหลายวัน หยางหลินก็เริ่มรู้สึกผิดขึ้นมาตะหงิด ๆ

ระบบส่งตัวมีระยะเวลาคูลดาวน์ยี่สิบสี่ชั่วโมง แปลว่าอีกยี่สิบสี่ชั่วโมงข้างหน้าประตูมิติจะเปิดขึ้นอีกครั้ง

ถึงตอนนั้นเขาคงต้องหาของติดไม้ติดมือกลับไปเยี่ยมเยียนพวกเขาเสียหน่อย...

พอกลับมาดูที่หน้าจอไลฟ์สด ก็พบว่ายอดคนดูพุ่งไปถึงห้าพันกว่าคนแล้ว แถมยังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง

ก่อนหน้านี้ไลฟ์ขายของแทบตาย คนดูไม่เคยเกินร้อย... พอมีคนเปย์คาร์นิวัลตูมเดียว คนดูพุ่งมาเป็นพัน!

“ที่อยู่ที่พี่ใหญ่คนนั้นบอกมาเมื่อกี้ เหมือนจะเป็นหมู่บ้านไฮโซของเมืองหลินอันเลยนะ”

“ใช่ ๆ หมู่บ้านนั้นแหละ ลูกค้าฉันคนหนึ่งก็อยู่ที่นั่น รวยระดับร้อยล้าน!”

“นี่ฉันพลาดอะไรไปหรือเปล่า พี่ใหญ่คนเมื่อกี้ชื่อไอดีอะไรนะ?”

“สตรีมเมอร์รวยเละแล้ว จะเปิดทำไมซูเปอร์มาร์เก็ต รีบไปเกาะขาพี่เขาแน่น ๆ เลยไป!”

“สตรีมเมอร์อย่าไปจำกัดเพศให้มากนัก จะได้ไม่ต้องลำบาก สบายไปอีกห้าสิบปี นี่แหละสำคัญสุด!”

“นั่นสิ เกิดเป็นอาซ้อรุ่นใหญ่ใจป๋าล่ะ?”

“ใช่ ใครบอกว่าต้องเป็นผู้ชายถึงจะรวย?”

คอมเมนต์คุยกันสนุกปาก หยางหลินเองก็อารมณ์ดีขึ้นเป็นกอง

“อีกฝ่ายเป็นพี่ผู้ชายครับ เดี๋ยวลงไลฟ์แล้วผมจะเอาของไปส่งให้”

สิ้นเสียง ห้องไลฟ์สดก็เดือดขึ้นมาอีกรอบ

“จะไปจริงดิ? ไม่ใช่พวกแก๊งต้มตุ๋นนะ สตรีมเมอร์ระวังโดนจับไปขาย!”

“แก๊งต้มตุ๋นที่ไหนจะเปย์คาร์นิวัลสิบอัน! ถ้ามีจริงมาหลอกฉันนี่มา!”

“ฉันดวงแข็ง มาหลอกฉันเถอะ!”

“หลบไป ผมฉี่เหลือง ขอฉี่เรียกสติคอมเมนต์บนหน่อย!”

หยางหลินไล่อ่านคอมเมนต์อย่างรวดเร็ว พบว่ามีคนเรียกร้องให้ไลฟ์สดตอนไปส่งของด้วย

“ผมขับรถไปหลินอันใช้เวลาชั่วโมงนึง ทางฝั่งหลินอันมีการจำกัดทะเบียนรถเข้าพื้นที่ด้วย กว่าจะไปถึงบ้านพี่ชายท่านนั้นก็น่าจะชั่วโมงกว่า ๆ ระหว่างทางไม่มีอะไรน่าดูหรอกครับ ขอไม่ไลฟ์นะ เอาไว้มีอะไรคืบหน้าจะมาเล่าให้ฟังในไลฟ์ครั้งหน้าครับ!”

“อย่าสิ อยากเห็นหมู่บ้านเศรษฐีร้อยล้านอะ!”

“พุ่มไม้ในสวนหย่อมหมู่บ้านนั้นทำจากทองคำรึเปล่า? สตรีมเมอร์แอบเด็ดกลับมาสักต้นสิ เปิดหูเปิดตาพวกเราหน่อย”

“ตอนเรียนอยู่ที่หลินอันฉันเคยผ่านหมู่บ้านนี้ทีหนึ่ง สาบานกับตัวเองไว้เลยว่าเรียนจบแล้วต้องไปสมัครเป็นรปภ.ที่นั่นให้ได้!”

“...”

หยางหลินอยู่คุยเล่นในไลฟ์อีกสักพักก็กดปิดไลฟ์ ดูเวลาแล้วเริ่มจะเย็นมากแล้ว ขืนไม่ออกเดินทางตอนนี้เดี๋ยวฟ้ามืด จะขับรถขึ้นทางด่วนลำบาก

เขาคว้าหนังสือพิมพ์มาห่อกระบี่อย่างลวก ๆ แล้วพันด้วยเทปกาวใสจนแน่นหนา มั่นใจว่าตัวกระบี่จะไม่โผล่ออกมา แล้วจึงปิดไฟในร้าน ทันทีที่ล็อกกุญแจประตูม้วนเสร็จ ก็เห็นเจ้าของซูเปอร์มาร์เก็ตข้าง ๆ มายืนอยู่ที่หน้าประตู

หยางหลินทำเป็นมองไม่เห็น กะว่าจะขึ้นรถขับออกไปเลย แต่ไม่นึกว่าอีกฝ่ายจะเดินเข้ามาหาเรื่องเอง

“เสี่ยวหยาง นี่เพิ่งจะกี่โมงกี่ยาม จะรีบปิดร้านไปไหน?”

จางเหว่ย ชายร่างท้วมเอ่ยด้วยน้ำเสียงประชดประชัน พอเห็นหยางหลินไม่สนใจ ก็ยิ่งได้ใจพูดต่อ

“ฉันก็รู้นะว่าร้านแกขายไม่ดี แต่จะทำตัวปล่อยจอยแบบนี้มันใช้ไม่ได้นะเสี่ยวหยาง ไม่ใช่ลุงอยากจะว่าแกหรอกนะ แต่พ่อแม่แกทิ้งสมบัติไว้ให้แค่นี้ เอามาผลาญเล่นแบบนี้มันไม่ดีเลย”

“อยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน ร้านก็อยู่ติดกันแท้ ๆ ร้านฉันยอดขายเดือนนึงมากกว่าแกตั้งกี่เท่า ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ก็เชื่อลุงเถอะ เซ้งร้านนี้ให้ลุง...”

หยางหลินวางกระบี่ไว้ที่เบาะข้างคนขับ ตรวจสอบความปลอดภัยเรียบร้อย แล้วจงใจกระแทกประตูปิดเสียงดัง ปัง!

ร่างอ้วนฉุของจางเหว่ยสะดุ้งโหยงเพราะเสียงดังสนั่น กำลังจะอ้าปากด่า ก็ต้องชะงักเมื่อสบเข้ากับสายตาของหยางหลินที่มองลงมาจากรถ

“ลุงจาง หลบหน่อยสิ”

หยางหลินคาบบุหรี่ไว้ในปาก ชะโงกหน้าออกมาจากหน้าต่างรถ ปรายตามองอีกฝ่ายด้วยสายตาเรียบเฉย จากนั้นไม่รอให้อีกฝ่ายตั้งตัว เหยียบคันเร่งมิดจนเครื่องยนต์คำรามลั่น ทำเอาจางเหว่ยตกใจกระโดดถอยหลังกรูด

ท่าทางทุลักทุเลนั่นดูตลกพิลึก หยางหลินอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา เสียงหัวเราะนั้นแฝงแววเย้ยหยันอยู่หลายส่วน

“ไอ้เด็กนี่ พูดด้วยดี ๆ ไม่กี่คำ ทำไมต้องจะขับรถชนคนด้วย!” จางเหว่ยใจหายวาบ ยืนด่าทอไล่หลังไป

“ไม่ได้ขับนาน ฝีมือตกไปหน่อย” หยางหลินหัวเราะร่า ขับรถพุ่งออกไป

นอกหน้าต่างรถ ตึกรามบ้านช่องและทิวทัศน์เคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว หยางหลินจับพวงมาลัยแน่น แต่อารมณ์กลับไม่ได้เบิกบานเหมือนเมื่อครู่

ตอนที่พ่อแม่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต เขาเพิ่งจะเรียนจบมหาวิทยาลัย กำลังสะบักสะบอมกับคลื่นการว่างงานของเด็กจบใหม่ จู่ ๆ ก็ได้รับโทรศัพท์แจ้งข่าวร้าย ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนฟ้าถล่มลงมาตรงหน้า

ภาพสถานที่เกิดเหตุ เศษซากรถกระจัดกระจาย พ่อกับแม่นอนนิ่งอยู่ที่นั่น ไร้ลมหายใจ

หลังจากนั้นในช่วงเวลาที่เขาเจ็บปวดที่สุด จางเหว่ยที่รู้ข่าวก็รีบแจ้นมา อ้างว่าจะมาส่งวิญญาณสองผู้เฒ่าเป็นครั้งสุดท้าย แต่พออ้าปากพูดคำแรกก็คือจะขอเซ้งซูเปอร์มาร์เก็ต

ร้านนั้นคือหยาดเหงื่อแรงงานทั้งชีวิตของพ่อแม่ แต่จางเหว่ยกลับคิดจะฮุบไปทั้งหมดด้วยเงินแค่แสนเดียว

เหตุการณ์ตอนนั้นเขาจำรายละเอียดได้ไม่ชัดเจนนัก เหมือนความทรงจำพยายามจะเลือนภาพความเจ็บปวดนั้นทิ้งไป แต่ความรู้สึกตอนที่เขาคว้ามีดไล่ตะเพิดจางเหว่ยออกไปจากหน้าศพพ่อแม่นั้น เขายังจำได้แม่นยำ

รถแล่นขึ้นทางด่วน เสียงดีเจรายการวิทยุดังคลอเบา ๆ ช่วยดึงสติเขากลับมา

“ไม่รู้ว่ากระบี่เล่มนี้จะขายได้เท่าไหร่นะ” หยางหลินชำเลืองมองเบาะข้างคนขับ ในใจคำนวณตัวเลขคร่าว ๆ

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็เข้าเขตเมืองหลินอัน จีพีเอสแจ้งเตือนว่ามีการจำกัดป้ายทะเบียนรถ ไม่สามารถขับไปถึงจุดหมายได้โดยตรง หยางหลินเลยต้องหาที่จอดรถ แล้วเรียกแท็กซี่ต่อไปยังหมู่บ้านหลินอันหมายเลขหนึ่ง

“พ่อหนุ่ม ไปทำอะไรแถวนั้นล่ะ? ที่นั่นราคาบ้านแพงหูฉี่เลยนะ!” คนขับแท็กซี่ชวนคุยแก้เบื่อ

“มีลูกค้ารออยู่ที่นั่นครับ!”

“อ๋อ เป็นเซลส์ขายของนี่เอง!” คนขับดูจะหมดความสนใจทันที ก่อนจะเริ่มโชว์สกิลตีนผี

รถแท็กซี่ซิ่งด้วยความเร็วสูงตลอดทาง แต่พอเจอทางม้าลายก็เบรกหัวทิ่มหัวตำอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย กว่าจะถึงหลินอันหมายเลขหนึ่ง หยางหลินก็แทบจะอาเจียนออกมา

“พ่อหนุ่ม ห้าสิบสองหยวน! เอาใบเสร็จไหม?”

“...ไม่เอาครับ”

หยางหลินคลานลงจากรถแท็กซี่อย่างหมดสภาพ ยืนพักหายใจอยู่ครู่ใหญ่กว่าจะหายคลื่นไส้ พอเงยหน้าขึ้นมองก็พบว่าแค่ซุ้มประตูทางเข้าหมู่บ้านก็สร้างไว้อลังการงานสร้างราวกับพระราชวัง

เวลานั้น ที่ป้อมยามมีชายวัยกลางคนกับชายชราคนหนึ่งกำลังเดินเข้าไปพอดี ชายชราท่าทางภูมิฐาน ดูเป็นผู้มีความรู้ทรงภูมิปัญญา

จบบท

จบบทที่ บทที่ 4 หลินอันหมายเลขหนึ่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว