- หน้าแรก
- สามีดวงซวยกับเจ้าก้อนแป้งนำโชค
- ตอนที่ 83 – แม่นางชิงเหมียวจะถ่อมตัวไปทำไม?
ตอนที่ 83 – แม่นางชิงเหมียวจะถ่อมตัวไปทำไม?
ตอนที่ 83 – แม่นางชิงเหมียวจะถ่อมตัวไปทำไม?
กลับถึงบ้าน เหรินต้าซู่รีบไปปรึกษาแม่เฒ่าเหรินทันที
"ท่านย่า แผนข้าคือแบบนี้ พรุ่งนี้ข้าจะเข้าเมืองอีก ไปเดินดูตามย่านคนรวย สังเกตการณ์พวกพ่อค้าเร่คนอื่นว่าเขาทำกันยังไง"
แม่เฒ่าเหรินเด็ดก้านกระเทียมไปพลางคิดตาม หลานคนโตเปลี่ยนไปมากในช่วงปีที่ผ่านมา สำหรับพ่อค้าเร่ที่ต้องเดินขายของตามตรอกซอกซอย สิ่งสำคัญที่สุดคือฝีปาก หรือพูดตรง ๆ คือต้องหน้าด้าน ไม่งั้นขายไม่ออก
ต้าซู่มีแววตั้งแต่ไปตระเวนถามราคาทั่วเมืองแล้ว เด็กคนนี้กล้าแสดงออก
"แต่เจ้ายังเด็ก จะให้แบกของไปเร่ขายคนเดียว ย่าก็ไม่วางใจ" แม่เฒ่าเหรินเว้นช่วงนิดนึง "อีกอย่าง ที่บ้านตอนนี้ไม่มีเงินทุนให้เจ้าไปลงของหรอกนะ"
ต้าซู่คิดไว้แล้ว "เรื่องความปลอดภัย ช่วงแรกข้าจะให้พ่อไปเป็นเพื่อนก่อน พอทางสะดวกค่อยฉายเดี่ยว ส่วนเรื่องสินค้า... นอกจากของใช้ผู้หญิง ข้าจะรวบรวมไข่ไก่กับของป่าจากในหมู่บ้านไปขายในเมืองด้วย หมู่บ้านเราอยู่ไกลเมือง คนเข้าเมืองน้อย ถ้าข้าเอาไปขาย กินกำไรส่วนต่างได้แน่"
แม่เฒ่าเหรินเริ่มคล้อยตาม ของในเมืองแพงจริง ถ้าหลานทำได้ กำไรเห็น ๆ
"ส่วนเรื่องทุน ข้ารู้ว่าที่บ้านไม่มี ข้าจะขอยืมพี่ใหญ่ พอข้าเล่าแผนให้พี่ฟัง พี่ต้องเชื่อข้าแน่"
แม่เฒ่าเหรินนิ่งคิด "จะให้พี่เจ้าออกทุนทั้งหมดไม่ได้หรอก พ่อเจ้าทำงานเก็บเงินมาครึ่งปีพอมีอยู่บ้าง ถ้าตกลงกันได้ ย่าจะอนุมัติให้เอาเงินก้อนนี้มาลงทุน"
ต้าซู่กระโดดโลดเต้นดีใจ เขาอยากหาเงินมานานแล้ว โอกาสมาถึงต้องคว้าไว้
"อย่าเพิ่งดีใจไป กลับไปดูลาดเลาในเมืองให้ดีก่อน วันที่ยี่สิบนี้เราจะไปปรึกษาพี่ใหญ่พร้อมกัน ฟังความเห็นนางก่อน"
แม่เฒ่าเหรินเชื่อมั่นในตัวหลานสาวคนโตมาก นางคือมันสมองของบ้าน
...
จวนสกุลจ้าว
ชิงเหมียวไม่รู้เลยว่าน้องชายกำลังวางแผนธุรกิจพันล้าน นางกำลังคิดจะฝากหลินเหยียนชูเลือกเครื่องเขียนให้อยู่
อาจารย์จางกำลังสอน 'คัมภีร์หลุนอวี่' ชิงเหมียวท่องซานจื้อจิงได้หมดแล้ว แต่การจำตัวอักษรยังช้าอยู่ ซึ่งนางก็ไม่รีบร้อน
ฟังอาจารย์สอนปรัชญามาก ๆ เข้า ความคิดอ่านของชิงเหมียวก็กว้างไกลขึ้น การเรียกครอบครัวมาคราวนี้ นางต้องการ "ซื้อทรัพย์สิน"
ตอนนี้เดือนห้า นางเข้าจวนมาครบปีแล้ว เงินเดือนบวกเงินรางวัลรวม ๆ แล้วเกือบ 30 ตำลึง (ไม่รวมกำไลทอง)
ถือเงินไว้เฉย ๆ ก็อุ่นใจ แต่สู้เอาเงินไปต่อเงินไม่ได้ นางสบายแล้ว แต่ที่บ้านยังลำบาก จะให้เงินเฉย ๆ พวกเขาก็ไม่รับ นางเลยจะ "ซื้อที่ดิน"
ซื้อที่นาให้ที่บ้านทำกิน จะได้ไม่ต้องเช่าที่คนอื่น ผลผลิตที่เหลือจากกินก็ขายเป็นรายได้ แถมที่ดินเป็นทรัพย์สินที่มั่นคงที่สุด
แม้ตอนนี้สถานะทาสทำให้นางถือครองที่ดินไม่ได้ แต่นางไว้ใจครอบครัว
ที่สำคัญ ด้วยความสามารถของนาง ก่อนจะออกจากจวน นางต้องเก็บเงินได้อีกเยอะ ต่อให้มีปัญหาเรื่องที่ดินทีหลัง นางก็ยังมีทางรอดอื่น
...
เย็นวันนั้น หลินเหยียนชูมาตามนัด
"ช่วยเลือกพู่กัน หมึก กระดาษ กับแท่นฝนหมึกให้ข้าสักชุดได้ไหมเจ้าคะ?" เดี๋ยวนี้สนิทกันแล้ว ชิงเหมียวเลยพูดกันเองขึ้น
"แม่นางชิงเหมียวจะหัดเขียนหนังสือหรือ?" หลินเหยียนชูแปลกใจ
"ใช่เจ้าค่ะ ข้าแอบเรียนกับคุณหนู อ่านออกหลายตัวแล้ว เมื่อก่อนใช้กิ่งไม้ขีดเขียน ตอนนี้อยากลองใช้พู่กันบ้าง"
"ไม่มีปัญหา ไว้ใจข้าได้เลย" หลินเหยียนชูยิ้มปลื้ม "แม่นางเรียนด้วยตัวเองได้ขนาดนี้ เก่งกาจและน่านับถือมาก"
เอาอีกแล้ว... หัวใจเขาเต้นแรงอีกแล้ว
"ไม่หรอกเจ้าค่ะ แค่คิดว่ารู้ไว้ใช่ว่า ถ้าอยู่ข้างนอกคงไม่มีโอกาสได้เรียน" ชิงเหมียวถ่อมตัว
"แม่นางชิงเหมียวจะถ่อมตัวไปทำไม? ข้าได้ยินว่าเจ้าตื่นเช้ามาฝึกยุทธ์ทุกวันไม่เคยขาด แล้วนี่ยังหัดอ่านเขียนด้วยตัวเองอีก ความเพียรพยายามขนาดนี้ไม่ใช่ใครก็ทำได้ ข้าที่วัน ๆ เอาแต่เรียนหนังสือยังรู้สึกละอายใจเลยที่ขี้เกียจกว่าเจ้า"
ถูกชมซึ่งหน้าขนาดนี้ ชิงเหมียวก็เขินเป็นเหมือนกัน
"การเรียนไม่ใช่เรื่องง่าย ข้าแค่รู้ผิวเผิน เทียบกับการสอบจอหงวนของท่านไม่ได้หรอก"
แค่ฟังคัมภีร์หลุนอวี่นางก็มึนแล้ว บัณฑิตที่ต้องสอบผ่านด่านต่าง ๆ ต้องเก่งขนาดไหนนะ
"ไม่หรอก พอฟังเรื่องของเจ้าแล้ว ข้ารู้สึกมีไฟขึ้นมาเลย ข้าสุขสบายกว่าเจ้าตั้งเยอะ มีหนังสือให้อ่านแต่กลับไม่ขยัน ข้าต้องพยายามให้มากกว่านี้"
หลินเหยียนชูฮึกเหิมขึ้นมาทันที เมื่อก่อนเขาใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยตามมีตามเกิดเพราะคิดว่าเป็นตัวซวย แต่ตอนนี้เขารู้สึกว่าต้องทำตัวให้คู่ควรกับผู้หญิงที่เขาชอบ
ชิงเหมียว: "???"
มองเด็กหนุ่มที่จู่ ๆ ก็ไฟแรงเวอร์ ชิงเหมียวก็ขำปนเอ็นดู แต่ก็ถือเป็นเรื่องดีล่ะนะ