- หน้าแรก
- สามีดวงซวยกับเจ้าก้อนแป้งนำโชค
- ตอนที่ 73 – วีรบุรุษช่วยสาวงาม?
ตอนที่ 73 – วีรบุรุษช่วยสาวงาม?
ตอนที่ 73 – วีรบุรุษช่วยสาวงาม?
เหรินชิงเหมียวชะงักไปครู่หนึ่ง เงยหน้ามองหลินเหยียนชู
"จะได้หรือไม่?"
เห็นเด็กหนุ่มตรงหน้าทำท่าทางประหม่า เหรินชิงเหมียวลังเลเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า
"ดีจัง..."
ยังไม่ทันที่หลินเหยียนชูจะได้ดีใจจนออกนอกหน้า เหรินชิงเหมียวก็พูดดักคอไว้ก่อน "แต่ช่วงนี้ข้ายุ่งมาก ถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญ ข้าอาจจะปลีกตัวออกมาเจอท่านไม่ได้นะเจ้าคะ"
หลินเหยียนชูพยักหน้าอย่างเข้าใจ "ข้าเข้าใจ"
คราวนี้เมื่อเหรินชิงเหมียวเดินจากไป หลินเหยียนชูยืนส่งจนนางหายลับเข้าไปในจวน วันนี้ได้เจอนางแค่นี้เขาก็ดีใจจนเนื้อเต้นแล้ว
...
กลับถึงห้องพัก เหรินชิงเหมียวเทของในตะกร้าออกมา ขนมสองห่อ น้ำตาลตังเมหนึ่งห่อ น้ำตาลทรายแดงหนึ่งห่อ แถมยังมีกำไลเงินที่มีน้ำหนักพอสมควรอีกหนึ่งวง
"เยอะเกินไปแล้ว" นางพึมพำ ขมวดคิ้วมุ่น
นางดูออกว่าฐานะทางบ้านของสกุลหลินไม่ได้ร่ำรวยอะไร เสื้อผ้าของหลินเหยียนชูก็ดีกว่าชาวบ้านร้านตลาดนิดหน่อย บ่าวชราที่ติดตามก็แต่งตัวเรียบ ๆ
โบราณว่า "ซิ่วไฉยากจน จูเหรินร่ำรวย" (บัณฑิตระดับต้นมักยากจน แต่ถ้าสอบผ่านระดับภูมิภาคจะเริ่มมีฐานะ) แม้พ่อของหลินเหยียนชูจะเป็นซิ่วไฉ แต่ฐานะทางบ้านคงไม่ได้มั่งคั่งอะไรนัก
เหรินชิงเหมียวนึกตำหนิตัวเอง น่าจะดูของข้างในก่อนรับ แต่ตอนนี้คนเขากลับไปแล้ว จะฝากคนเอาไปคืนก็ดูจะเสียมารยาท
นางเก็บข้าวของลงหีบ แล้วกลับมานั่งเหม่อที่หน้าประตู
แต่อย่างน้อยก็แสดงให้เห็นว่าพ่อแม่สกุลหลินเป็นคนใจกว้าง ไม่ได้ดูถูกนางที่เป็นสาวใช้ ของขวัญขอบคุณถึงได้หนักมือขนาดนี้
...
บ้านสกุลหลิน
"กลับมาแล้วหรือลูก? ได้เจอผู้มีพระคุณไหม?" ฮูหยินซุนถามยิ้ม ๆ ทันทีที่หลินเหยียนชูก้าวเข้าบ้าน
"เจอขอรับ" การได้พูดคุยกันวันนี้ทำให้เขารู้จักเหรินชิงเหมียวมากขึ้น ความสุขที่อธิบายไม่ถูกฉายชัดบนใบหน้า
"ไหนเล่าเรื่องผู้มีพระคุณให้แม่ฟังหน่อยสิ" เมื่อวานตอนได้ยินลูกชายพูดถึงผู้มีพระคุณด้วยท่าทางตื่นเต้นผิดปกติ นางก็สงสัยตงิด ๆ พอรู้ว่าเป็นเด็กผู้หญิง ความอยากรู้อยากเห็นยิ่งพุ่งสูง เมื่อเช้ายุ่งอยู่กับการเตรียมของขวัญเลยไม่ได้ซักไซ้ ตอนนี้ว่างแล้วต้องจัดเต็ม
"ท่านแม่ ท่านต้องไม่เชื่อแน่ แม่นางเหรินดูภายนอกบอบบาง แต่แรงเยอะมากขอรับ เมื่อวานนางแบกคุณหนูของนางไว้บนบ่า แถมยังมือไวคว้าคอเสื้อข้ายกจนตัวลอยเหมือนหิ้วถุงของเลยขอรับ"
เล่าไปแววตาของหลินเหยียนชูก็เป็นประกายด้วยความชื่นชมและยินดี
"แถมตอนเกิดเหตุวุ่นวาย นางยังมีสติมั่นคง ปกป้องทั้งข้าและเจ้านายของนางได้อย่างเยือกเย็น"
ถ้าเหรินชิงเหมียวมาได้ยิน คงบอกว่า 'ข้าก็สติแตกเหมือนกันเจ้าค่ะ แค่เก็บอาการเก่งเฉย ๆ'
"ดีขนาดนั้นเชียว?" ฮูหยินซุนแกล้งทำเสียงสูง
หลินเหยียนชูหน้าตื่น รีบเล่ารายละเอียดเหตุการณ์ทั้งหมดให้แม่ฟัง
"งั้นลูกกับแม่นางน้อยคนนั้นก็เบียดเสียดแนบชิดกันเลยน่ะสิ?"
สิ้นเสียงแม่ ใบหน้าของลูกชายก็แดงแปร๊ดเป็นตูดลิงทันที
คนเป็นแม่อย่างฮูหยินซุนมองปราดเดียวก็ทะลุปรุโปร่ง ลูกชายตัวน้อยของนางคงจะเริ่มมีความรู้สึกดี ๆ ให้เด็กสาวคนนั้นเสียแล้ว
นึกถึงฐานะของฝ่ายหญิง นางก็ถามไถ่อีกสองสามคำ หลินเหยียนชูผู้ไม่รู้เท่าทันก็คายข้อมูลออกมาจนหมดเปลือก
"แม่เข้าใจแล้ว วันนี้เสียเวลามามากแล้ว ลูกไปทบทวนหนังสือเถอะ"
หลินเหยียนชูไม่ระแคะระคาย ยอมกลับเข้าห้องไปอ่านหนังสือแต่โดยดี
แม้ซิ่วไฉหลินจะสอนหนังสือที่โรงเรียนในเมือง แต่หลินเหยียนชูไม่ได้ไปเรียนด้วย เพราะที่นั่นนักเรียนเยอะ วุ่นวาย พ่อเลยให้ลูกชายกลับมาเรียนที่บ้าน
เห็นลูกกลับมาบ้านพร้อมรอยฟกช้ำดำเขียวทุกวัน พ่อแม่ก็ทำใจไม่ได้
โชคดีที่คนเป็นพ่อเป็นครูอยู่แล้ว หลังเลิกงานก็กลับมาสอนลูกที่บ้านเป็นการส่วนตัว หลินเหยียนชูเลยได้เรียนแบบโฮมสคูล
ตอนบ่ายซิ่วไฉหลินกลับมาบ้าน ตรวจการบ้านลูกชายเสร็จ ก็ถูกภรรยาลากเข้าห้องนอน
"มีอะไรหรือ?" เขาถามงง ๆ
"มานี่สิ ข้าจะกระซิบบอก"
พอฟังความจบ สองสามีภรรยาก็มองหน้ากัน "ลูกเรายังเด็ก พอได้รับการช่วยเหลือ... ไม่สิ พอสาวงามช่วยวีรบุรุษ ก็เลยเกิดความชื่นชมเป็นธรรมดา ฮูหยินคิดมากไปหรือเปล่า?"
ฮูหยินซุนค้อนสามีวงใหญ่ แล้วไม่พูดอะไรอีก
ลูกยังเด็ก ฝ่ายหญิงก็อยู่แต่ในจวนลึก นานวันเข้าเดี๋ยวก็ลืม นางแค่เล่าข้อสันนิษฐานให้ฟัง ถ้าสามีไม่เชื่อก็ตามใจ
...
สามวันต่อมา ข้อมือของเหรินชิงเหมียวยุบบวมแล้ว เหลือแค่รอยช้ำจาง ๆ จ้าวซื่อจินก็ถึงกำหนดกลับไปเรียนที่เรือนชิงเฟิง
"ชิงเหมียว เจ้าถือแค่พิณก็พอ ที่เหลือข้าถือเอง" หงอวี้บอก
ต่อหน้าเจ้านาย เหรินชิงเหมียวไม่เกี่ยงงอน นางใช้มือซ้ายหิ้วพิณ แล้วส่งของที่เหลือให้หงอวี้
"วันเวลาแห่งความสุขมักผ่านไปเร็วเสมอ พริบตาเดียวก็หมดช่วงปีใหม่แล้ว ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้หยุดยาวแบบนี้อีก" จ้าวซื่อจินถอนหายใจ
รู้ว่าการเรียนกับอาจารย์จางเป็นผลดีกับตัวเอง แต่ความรู้ท่วมหัวกับความขี้เกียจเรียนมันคนละเรื่องกัน
"ไม่รู้พี่รองจะกลับมาเมื่อไหร่ จะให้ข้าลำบากตรากตรำเรียนอยู่คนเดียวได้ยังไง?"
หงอวี้หัวเราะ "แม่นมโต้วบอกว่าอย่างช้าที่สุดสิ้นเดือนนี้ คุณชายรองก็ถึงบ้านแล้วเจ้าค่ะ"
พอนึกภาพความทุกข์ระทมของพี่ชาย จ้าวซื่อจินก็อารมณ์ดีขึ้นมาทันที
"ได้ยินว่าคราวนี้ท่านแม่จ้างอาจารย์สุดโหดมาสอนพี่รองโดยเฉพาะ พี่รองคงกระอักเลือดแน่"
"ฮูหยินบอกว่า ต่อให้คุณชายรองไม่ชอบเรียน ยังไงก็ต้องสอบให้ได้เป็น 'จูเหริน' ให้ได้เจ้าค่ะ"
จ้าวซื่อจินพยักหน้าจริงจัง "ใช่แล้ว ถึงจะเทียบพี่ใหญ่ไม่ได้ แต่ก็อย่าให้ห่างชั้นเกินไปนัก ข้าเองก็เริ่มเรียนกับอาจารย์จางแล้ว ถ้าอีกสองปีความรู้พี่รองสู้ข้าไม่ได้ คงตลกน่าดู"
"พูดไปแล้วข้าก็ห้ามขี้เกียจเหมือนกัน ถ้าความรู้เขาด้อยกว่าข้า เขาจะได้ไม่มีหน้ามาคุยโวทับถมข้าได้"
ด้วยแรงแค้น (ที่อยากเอาชนะพี่ชาย) จ้าวซื่อจินฮึดสู้ พาบ่าวไพรมุ่งหน้าสู่เรือนชิงเฟิงอย่างห้าวหาญ
เหรินชิงเหมียวจึงได้กลับเข้าสู่กิจวัตรเดิมก่อนปีใหม่ คือการมีความสุขกับการแอบฟังอาจารย์จางสอน
...
วันที่ยี่สิบ เดือนอ้าย (เดือน 1)
ตอนเที่ยง หลังจากส่งคุณหนูเข้าห้องพักผ่อน เหรินชิงเหมียวก็รีบวิ่งไปที่ประตูข้าง
"พี่ใหญ่ มาแล้วหรือ"