เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 73 – วีรบุรุษช่วยสาวงาม?

ตอนที่ 73 – วีรบุรุษช่วยสาวงาม?

ตอนที่ 73 – วีรบุรุษช่วยสาวงาม?


เหรินชิงเหมียวชะงักไปครู่หนึ่ง เงยหน้ามองหลินเหยียนชู

"จะได้หรือไม่?"

เห็นเด็กหนุ่มตรงหน้าทำท่าทางประหม่า เหรินชิงเหมียวลังเลเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า

"ดีจัง..."

ยังไม่ทันที่หลินเหยียนชูจะได้ดีใจจนออกนอกหน้า เหรินชิงเหมียวก็พูดดักคอไว้ก่อน "แต่ช่วงนี้ข้ายุ่งมาก ถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญ ข้าอาจจะปลีกตัวออกมาเจอท่านไม่ได้นะเจ้าคะ"

หลินเหยียนชูพยักหน้าอย่างเข้าใจ "ข้าเข้าใจ"

คราวนี้เมื่อเหรินชิงเหมียวเดินจากไป หลินเหยียนชูยืนส่งจนนางหายลับเข้าไปในจวน วันนี้ได้เจอนางแค่นี้เขาก็ดีใจจนเนื้อเต้นแล้ว

...

กลับถึงห้องพัก เหรินชิงเหมียวเทของในตะกร้าออกมา ขนมสองห่อ น้ำตาลตังเมหนึ่งห่อ น้ำตาลทรายแดงหนึ่งห่อ แถมยังมีกำไลเงินที่มีน้ำหนักพอสมควรอีกหนึ่งวง

"เยอะเกินไปแล้ว" นางพึมพำ ขมวดคิ้วมุ่น

นางดูออกว่าฐานะทางบ้านของสกุลหลินไม่ได้ร่ำรวยอะไร เสื้อผ้าของหลินเหยียนชูก็ดีกว่าชาวบ้านร้านตลาดนิดหน่อย บ่าวชราที่ติดตามก็แต่งตัวเรียบ ๆ

โบราณว่า "ซิ่วไฉยากจน จูเหรินร่ำรวย" (บัณฑิตระดับต้นมักยากจน แต่ถ้าสอบผ่านระดับภูมิภาคจะเริ่มมีฐานะ) แม้พ่อของหลินเหยียนชูจะเป็นซิ่วไฉ แต่ฐานะทางบ้านคงไม่ได้มั่งคั่งอะไรนัก

เหรินชิงเหมียวนึกตำหนิตัวเอง น่าจะดูของข้างในก่อนรับ แต่ตอนนี้คนเขากลับไปแล้ว จะฝากคนเอาไปคืนก็ดูจะเสียมารยาท

นางเก็บข้าวของลงหีบ แล้วกลับมานั่งเหม่อที่หน้าประตู

แต่อย่างน้อยก็แสดงให้เห็นว่าพ่อแม่สกุลหลินเป็นคนใจกว้าง ไม่ได้ดูถูกนางที่เป็นสาวใช้ ของขวัญขอบคุณถึงได้หนักมือขนาดนี้

...

บ้านสกุลหลิน

"กลับมาแล้วหรือลูก? ได้เจอผู้มีพระคุณไหม?" ฮูหยินซุนถามยิ้ม ๆ ทันทีที่หลินเหยียนชูก้าวเข้าบ้าน

"เจอขอรับ" การได้พูดคุยกันวันนี้ทำให้เขารู้จักเหรินชิงเหมียวมากขึ้น ความสุขที่อธิบายไม่ถูกฉายชัดบนใบหน้า

"ไหนเล่าเรื่องผู้มีพระคุณให้แม่ฟังหน่อยสิ" เมื่อวานตอนได้ยินลูกชายพูดถึงผู้มีพระคุณด้วยท่าทางตื่นเต้นผิดปกติ นางก็สงสัยตงิด ๆ พอรู้ว่าเป็นเด็กผู้หญิง ความอยากรู้อยากเห็นยิ่งพุ่งสูง เมื่อเช้ายุ่งอยู่กับการเตรียมของขวัญเลยไม่ได้ซักไซ้ ตอนนี้ว่างแล้วต้องจัดเต็ม

"ท่านแม่ ท่านต้องไม่เชื่อแน่ แม่นางเหรินดูภายนอกบอบบาง แต่แรงเยอะมากขอรับ เมื่อวานนางแบกคุณหนูของนางไว้บนบ่า แถมยังมือไวคว้าคอเสื้อข้ายกจนตัวลอยเหมือนหิ้วถุงของเลยขอรับ"

เล่าไปแววตาของหลินเหยียนชูก็เป็นประกายด้วยความชื่นชมและยินดี

"แถมตอนเกิดเหตุวุ่นวาย นางยังมีสติมั่นคง ปกป้องทั้งข้าและเจ้านายของนางได้อย่างเยือกเย็น"

ถ้าเหรินชิงเหมียวมาได้ยิน คงบอกว่า 'ข้าก็สติแตกเหมือนกันเจ้าค่ะ แค่เก็บอาการเก่งเฉย ๆ'

"ดีขนาดนั้นเชียว?" ฮูหยินซุนแกล้งทำเสียงสูง

หลินเหยียนชูหน้าตื่น รีบเล่ารายละเอียดเหตุการณ์ทั้งหมดให้แม่ฟัง

"งั้นลูกกับแม่นางน้อยคนนั้นก็เบียดเสียดแนบชิดกันเลยน่ะสิ?"

สิ้นเสียงแม่ ใบหน้าของลูกชายก็แดงแปร๊ดเป็นตูดลิงทันที

คนเป็นแม่อย่างฮูหยินซุนมองปราดเดียวก็ทะลุปรุโปร่ง ลูกชายตัวน้อยของนางคงจะเริ่มมีความรู้สึกดี ๆ ให้เด็กสาวคนนั้นเสียแล้ว

นึกถึงฐานะของฝ่ายหญิง นางก็ถามไถ่อีกสองสามคำ หลินเหยียนชูผู้ไม่รู้เท่าทันก็คายข้อมูลออกมาจนหมดเปลือก

"แม่เข้าใจแล้ว วันนี้เสียเวลามามากแล้ว ลูกไปทบทวนหนังสือเถอะ"

หลินเหยียนชูไม่ระแคะระคาย ยอมกลับเข้าห้องไปอ่านหนังสือแต่โดยดี

แม้ซิ่วไฉหลินจะสอนหนังสือที่โรงเรียนในเมือง แต่หลินเหยียนชูไม่ได้ไปเรียนด้วย เพราะที่นั่นนักเรียนเยอะ วุ่นวาย พ่อเลยให้ลูกชายกลับมาเรียนที่บ้าน

เห็นลูกกลับมาบ้านพร้อมรอยฟกช้ำดำเขียวทุกวัน พ่อแม่ก็ทำใจไม่ได้

โชคดีที่คนเป็นพ่อเป็นครูอยู่แล้ว หลังเลิกงานก็กลับมาสอนลูกที่บ้านเป็นการส่วนตัว หลินเหยียนชูเลยได้เรียนแบบโฮมสคูล

ตอนบ่ายซิ่วไฉหลินกลับมาบ้าน ตรวจการบ้านลูกชายเสร็จ ก็ถูกภรรยาลากเข้าห้องนอน

"มีอะไรหรือ?" เขาถามงง ๆ

"มานี่สิ ข้าจะกระซิบบอก"

พอฟังความจบ สองสามีภรรยาก็มองหน้ากัน "ลูกเรายังเด็ก พอได้รับการช่วยเหลือ... ไม่สิ พอสาวงามช่วยวีรบุรุษ ก็เลยเกิดความชื่นชมเป็นธรรมดา ฮูหยินคิดมากไปหรือเปล่า?"

ฮูหยินซุนค้อนสามีวงใหญ่ แล้วไม่พูดอะไรอีก

ลูกยังเด็ก ฝ่ายหญิงก็อยู่แต่ในจวนลึก นานวันเข้าเดี๋ยวก็ลืม นางแค่เล่าข้อสันนิษฐานให้ฟัง ถ้าสามีไม่เชื่อก็ตามใจ

...

สามวันต่อมา ข้อมือของเหรินชิงเหมียวยุบบวมแล้ว เหลือแค่รอยช้ำจาง ๆ จ้าวซื่อจินก็ถึงกำหนดกลับไปเรียนที่เรือนชิงเฟิง

"ชิงเหมียว เจ้าถือแค่พิณก็พอ ที่เหลือข้าถือเอง" หงอวี้บอก

ต่อหน้าเจ้านาย เหรินชิงเหมียวไม่เกี่ยงงอน นางใช้มือซ้ายหิ้วพิณ แล้วส่งของที่เหลือให้หงอวี้

"วันเวลาแห่งความสุขมักผ่านไปเร็วเสมอ พริบตาเดียวก็หมดช่วงปีใหม่แล้ว ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้หยุดยาวแบบนี้อีก" จ้าวซื่อจินถอนหายใจ

รู้ว่าการเรียนกับอาจารย์จางเป็นผลดีกับตัวเอง แต่ความรู้ท่วมหัวกับความขี้เกียจเรียนมันคนละเรื่องกัน

"ไม่รู้พี่รองจะกลับมาเมื่อไหร่ จะให้ข้าลำบากตรากตรำเรียนอยู่คนเดียวได้ยังไง?"

หงอวี้หัวเราะ "แม่นมโต้วบอกว่าอย่างช้าที่สุดสิ้นเดือนนี้ คุณชายรองก็ถึงบ้านแล้วเจ้าค่ะ"

พอนึกภาพความทุกข์ระทมของพี่ชาย จ้าวซื่อจินก็อารมณ์ดีขึ้นมาทันที

"ได้ยินว่าคราวนี้ท่านแม่จ้างอาจารย์สุดโหดมาสอนพี่รองโดยเฉพาะ พี่รองคงกระอักเลือดแน่"

"ฮูหยินบอกว่า ต่อให้คุณชายรองไม่ชอบเรียน ยังไงก็ต้องสอบให้ได้เป็น 'จูเหริน' ให้ได้เจ้าค่ะ"

จ้าวซื่อจินพยักหน้าจริงจัง "ใช่แล้ว ถึงจะเทียบพี่ใหญ่ไม่ได้ แต่ก็อย่าให้ห่างชั้นเกินไปนัก ข้าเองก็เริ่มเรียนกับอาจารย์จางแล้ว ถ้าอีกสองปีความรู้พี่รองสู้ข้าไม่ได้ คงตลกน่าดู"

"พูดไปแล้วข้าก็ห้ามขี้เกียจเหมือนกัน ถ้าความรู้เขาด้อยกว่าข้า เขาจะได้ไม่มีหน้ามาคุยโวทับถมข้าได้"

ด้วยแรงแค้น (ที่อยากเอาชนะพี่ชาย) จ้าวซื่อจินฮึดสู้ พาบ่าวไพรมุ่งหน้าสู่เรือนชิงเฟิงอย่างห้าวหาญ

เหรินชิงเหมียวจึงได้กลับเข้าสู่กิจวัตรเดิมก่อนปีใหม่ คือการมีความสุขกับการแอบฟังอาจารย์จางสอน

...

วันที่ยี่สิบ เดือนอ้าย (เดือน 1)

ตอนเที่ยง หลังจากส่งคุณหนูเข้าห้องพักผ่อน เหรินชิงเหมียวก็รีบวิ่งไปที่ประตูข้าง

"พี่ใหญ่ มาแล้วหรือ"

จบบทที่ ตอนที่ 73 – วีรบุรุษช่วยสาวงาม?

คัดลอกลิงก์แล้ว