- หน้าแรก
- สามีดวงซวยกับเจ้าก้อนแป้งนำโชค
- ตอนที่ 67 – วันปีใหม่ห้ามร้องไห้
ตอนที่ 67 – วันปีใหม่ห้ามร้องไห้
ตอนที่ 67 – วันปีใหม่ห้ามร้องไห้
รอยยิ้มของอนุหลิวแข็งค้าง นางกังวลว่าฮูหยินชุ่ยจะใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างลดเวลาเรียนของเย่วเอ๋อร์ที่เรือนชิงเฟิง
จ้าวซื่อเย่วไม่รู้ถึงสงครามเย็นระหว่างแม่เลี้ยงกับแม่แท้ ๆ ได้ยินแบบนั้นก็รีบพยักหน้ารับคำ "ข้าจะตั้งใจฝึกเย็บปักถักร้อยให้มากขึ้นเจ้าค่ะ"
ฮูหยินชุ่ยหัวเราะเบา ๆ ไม่พูดอะไรต่อ เห็นลูกสาวตัวเองนั่งหน้าบอกบุญไม่รับอยู่ข้าง ๆ ก็โบกมือ "แยกย้ายกันเถอะ เดี๋ยวตอนเที่ยงค่อยมากินข้าวที่ห้องโถง"
"เจ้าค่ะ"
ไม่นานทุกคนก็ออกไป เหลือเพียงฮูหยินชุ่ยกับจ้าวซื่อจิน
"ลูกคิดยังไงกับเรื่องเมื่อเช้า?" ฮูหยินชุ่ยยกชาขึ้นจิบ ถามเสียงเรียบ
จ้าวซื่อจินก้มหน้า ไม่รู้จะเริ่มพูดยังไง
"จินเอ๋อร์ ลูกต้องคิดให้ดี ๆ นะ วันนี้เป็นแค่จุดเริ่มต้น ไม่สิ... ต้องบอกว่าเรื่องที่เรือนชิงเฟิงวันแรกต่างหากที่เป็นจุดเริ่มต้น และเรื่องแบบนี้จะเกิดบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ"
ฮูหยินชุ่ยรู้ว่าลูกสาวจิตใจดี ความผูกพันพี่น้องไม่ใช่จะตัดขาดได้ในวันเดียว แต่ในเมื่ออนุหลิวเริ่มลงมือ สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว
"ท่านแม่ ลูกเข้าใจแล้ว ต่อไปลูกจะไม่คลุกคลีกับน้องรองโดยไม่ระวังตัวอีก"
"แค่นั้นเองเหรอ?" ฮูหยินชุ่ยขมวดคิ้ว เห็นลูกสาวซึมก็ปวดใจ แต่เรื่องนี้ต้องพูดให้เด็ดขาด ความใจอ่อนจะนำมาซึ่งความยุ่งยาก
จ้าวซื่อเย่วหัวอ่อนและไร้สมอง ภายใต้การชักใยของอนุหลิว นางจะทำเรื่องทำร้ายจิตใจพี่สาวอีกเยอะ สู้ให้จ้าวซื่อจินตาสว่างและถอยออกมาแต่เนิ่น ๆ ตัดความผูกพันพี่น้องทิ้งไป จะได้ไม่ต้องเจ็บปวดซ้ำซาก
คนประเภทจ้าวซื่อเย่วน่ากลัวที่สุด... คนโง่ที่ทำร้ายคนอื่นโดยไม่รู้ตัว ซึ่งแน่นอนว่าเป็นหุ่นเชิดชั้นดีของอนุหลิว
"เรื่องเมื่อเช้า จ้าวซื่อเย่วเคยนึกถึงใจลูกบ้างไหม?"
"ลูกเห็นนางรู้สึกผิดบ้างไหม?"
จ้าวซื่อจินส่ายหน้าอย่างหมดแรง แม้จะพยายามถอยห่างเพราะเรื่องชุนเถา แต่ลึก ๆ นางก็ยังมีความเป็นพี่สาวที่หวังดี เวลาน้องเรียนไม่เข้าใจ นางก็คอยสอนด้วยความจริงใจ
แต่วันนี้... นางเจ็บปวดจริง ๆ
"แม่ไม่ได้บังคับให้ลูกตัดขาดกับน้องรอง แต่ลูกต้องถอยห่างออกมา เก็บความหวังดีของลูกไว้เถอะ น้องรองเขาไม่ต้องการหรอก"
"แม้แต่ในชีวิตประจำวัน ลูกต้องระวังตัวเสมอ เก็บความรักพี่น้องใส่ลิ้นชัก แล้วมองความสัมพันธ์ตามความเป็นจริง พูดตรง ๆ นะ... ต่อจากนี้ไป ความสัมพันธ์ของพวกเจ้าคือ 'คู่แข่ง' เท่านั้น"
คำพูดของฮูหยินชุ่ยตรงไปตรงมาแต่เป็นความจริง จ้าวซื่อจินเงยหน้ามองแม่ ขอบตาแดงก่ำ "ท่านแม่ จินเอ๋อร์เข้าใจแล้ว ในบ้านนี้ นอกจากพี่ชายทั้งสอง จินเอ๋อร์จะไม่มอบหัวใจให้พี่น้องคนไหนอีก"
ฮูหยินชุ่ยทนเห็นลูกสาวน่าสงสารไม่ไหว ดึงเข้ามากอด
วันปีใหม่ควรจะเป็นวันที่สนุกสนาน ลูกสาวอุตส่าห์ตื่นแต่เช้ามาอวยพร กลับต้องมาเสียความรู้สึกเพราะสองแม่ลูกนั่น
"จินเอ๋อร์ อย่าเศร้าไปเลย ไม่คุ้มหรอก ในเมื่อสองแม่ลูกนั่นชอบเย็บปักถักร้อยนัก แม่ก็จะให้ทำสมใจอยาก เดี๋ยวแม่จะให้อาจารย์จางปรับตารางเรียนให้น้องรองใหม่ ถ้าไม่มีเวลาเรียน จะเอาเวลาที่ไหนไปเย็บผ้าล่ะ?"
ฮูหยินชุ่ยไม่ใช่คนยอมคน นางจะระบายความแค้นแทนลูกสาวให้สาสม
จ้าวซื่อจินอ้าปากจะขอร้องแทนน้อง แต่พอนึกถึงเรื่องเมื่อเช้า นางก็พูดไม่ออก
"พ่อเจ้าวัน ๆ ยุ่งอยู่แต่กับเพื่อนฝูงและการสอนหนังสือ ไม่ค่อยมีเวลาให้ลูกสาว เพื่อให้พ่อเจ้าเอ็นดูน้องรองมากขึ้น อนุหลิวต้องใช้วิธีเหยียบย่ำเจ้าเพื่อเรียกคะแนนความสงสารอีกแน่ ดังนั้นลูกเอ๋ย... เจ้าต้องตั้งใจเรียนกับอาจารย์จางให้ดี เมื่อมีความรู้ติดตัว ก็ไม่ต้องกลัวใคร"
"แต่ลูกเย็บผ้าไม่เป็นจริง ๆ นี่นา" จ้าวซื่อจินมองแม่ด้วยสายตาน่าสงสาร น้ำตาคลอเบ้า
"จินเอ๋อร์ วันนี้วันปีใหม่ ห้ามร้องไห้เด็ดขาด กลั้นไว้! เย็บไม่เป็นก็ช่างมันเถอะ แต่งงานไปก็มีหงอวี้กับโม่ถงทำให้ กลัวอะไร? ฮึบเดี๋ยวนี้!"
ฮูหยินตระกูลใหญ่มีภารกิจล้านแปด ทั้งจัดการงานบ้าน ทั้งงานสังคม มีลูกยิ่งยุ่งเข้าไปใหญ่ ใครเขาจะมานั่งเย็บผ้าเอง? บ่าวไพร่ทำให้ทั้งนั้น ถึงบอกว่าทำเอง ก็แค่ปักเพิ่มไปสองสามเข็มก็เรียกว่าทำเองแล้ว
ดังนั้นฮูหยินชุ่ยไม่แคร์หรอกว่าลูกสาวจะเย็บผ้าเก่งไหม นางเน้นเรื่องนิสัยและความรู้มากกว่า
"จริงเหรอเจ้าคะ?"
"จริงสิ ที่สำคัญคือเรียนวิชาจากอาจารย์จางให้หมด เรื่องอื่นมันเรื่องจิ๊บจ๊อย"
มองลูกสาวที่เริ่มยิ้มออก แววตาของฮูหยินชุ่ยกลับมืดลง
...
ณ เรือนชิงหลัน
อนุหลิวพาลูกสาวกลับมาถึงเรือน
"อี๋เหนียง วันนี้เป็นครั้งแรกที่ท่านพ่อชมข้าเยอะขนาดนี้"
จ้าวซื่อเย่วนั่งที่โต๊ะด้วยความดีใจจนแทบจะกระโดดโลดเต้น มองอนุหลิวตาเป็นประกาย
"เห็นไหมล่ะ? วิธีของแม่ได้ผล พ่อเจ้าน่ะชอบลูกสาวที่อ่อนหวานรู้ความที่สุด"
นึกถึงหน้าตึง ๆ ของฮูหยินชุ่ยกับคุณหนูใหญ่ อนุหลิวก็สะใจ
"อื้ม" จ้าวซื่อเย่วพยักหน้า มองแม่อย่างเทิดทูน นางขาดความรักจากพ่อและแม่แท้ ๆ มาตั้งแต่เด็ก พอได้รับความรักทีเดียวพร้อมกัน หัวใจก็พองโตจนแทบจะบินได้
ส่วนพี่สาวจะรู้สึกยังไง... นางไม่ได้นึกถึงเลยสักนิด ต่อให้รู้ นางก็คงไม่เปลี่ยนใจ เพราะนางโหยหาความรักจากพ่อเหลือเกิน
มองลูกสาวที่มีความสุข อนุหลิวยิ้มอย่างพึงพอใจ นางจะไม่ยอมให้ความรักที่นายท่านมีต่อลูกสาวนางน้อยไปกว่าลูกของฮูหยินใหญ่แม้แต่นิดเดียว
...
มื้อเที่ยงวันนั้นอาหารละลานตา เพราะเรื่องเมื่อเช้า จ้าวซื่อจินยังขุ่นเคืองอยู่บ้าง จ้าวซื่อเย่วไม่รู้ตัวเลยสักนิด ยังยิ้มร่าพยายามชวนพี่สาวคุย
จ้าวซื่อจินมองน้องสาวแล้วกระตุกยิ้มมุมปาก "น้องรอง วันนี้พี่เหนื่อยนิดหน่อย ไม่อยากคุยน่ะ"
"พี่หญิงเป็นอะไรหรือเปล่าเจ้าคะ?" จ้าวซื่อเย่วถามด้วยความเป็นห่วง
"ตอนอวยพรปีใหม่เมื่อเช้า ทำไมเมื่อสองวันก่อนเจ้าไม่บอกพี่ว่าเตรียมของขวัญให้ท่านพ่อท่านแม่ด้วย? ถ้าพี่รู้ พี่จะได้เตรียมบ้าง พอมาเทียบกันแบบนี้ พี่ดูเป็นคนไม่ใส่ใจไปเลยนะ"
จ้าวซื่อจินไม่อยากเห็นหน้าซื่อ ๆ นั่นอีกต่อไป เลยพูดใส่ตรง ๆ
"พี่หญิง ข้า..." จ้าวซื่อเย่วหน้าแดงเถือก อยากจะอธิบายแต่พูดไม่ออก