- หน้าแรก
- สามีดวงซวยกับเจ้าก้อนแป้งนำโชค
- ตอนที่ 55 – เจ้านายผู้เมตตา
ตอนที่ 55 – เจ้านายผู้เมตตา
ตอนที่ 55 – เจ้านายผู้เมตตา
เอาเข้าจริง อนุหลิวและคุณหนูรองขาดแคลนคนมีฝีมือ อนุหลิวเป็นลูกสาวบัณฑิตธรรมดา ตอนเข้าจวนก็พาแม่นมมาด้วยแค่คนเดียว บ่าวไพร่ที่เหลือล้วนเป็นคนของจวน ถึงนางจะพยายามซื้อตัวไว้ แต่ก็ยังไม่วางใจเต็มร้อย
ในสถานการณ์เช่นนี้ นางจึงทำได้เพียงใช้อำนาจทำให้บ่าวไพร่เกรงกลัว คนส่วนใหญ่ยอมศิโรราบต่ออำนาจมากกว่าคุณธรรม หากไม่มีรากฐานที่มั่นคง ก็ต้องใช้วิธีนี้ ไม่อย่างนั้นคงคุมลูกน้องไม่อยู่
หลังมื้อเช้า ทุกคนก็ออกเดินทาง ฮูหยินชุ่ยมีคำสั่งว่า คุณหนูใหญ่และคุณหนูรองให้พาบ่าวรับใช้ติดตามไปเรียนได้แค่คนละสองคน
เหตุผลหลักคืออาจารย์จางเป็นคนสมถะ ไม่ชอบความฟุ้งเฟ้อ การที่ลูกศิษย์จะขนขบวนบริวารห้าหกคนไปยืนเฝ้าจึงดูไม่งาม
ฮูหยินชุ่ยอยากให้อาจารย์จางสอนลูกสาวอย่างเต็มที่ จึงพิถีพิถันและรอบคอบในทุกเรื่อง
เรือนชิงเฟิงตั้งอยู่ในทำเลที่ค่อนข้างห่างไกล ต้องเดินจากเรือนฟางเฟยประมาณ1 เค่อ (สิบห้านาที)
จ้าวซื่อจินมองชิงเหมียวที่มือซ้ายหิ้วตะกร้า มือขวาหนีบพิณ เดินตัวปลิวอย่างกระฉับกระเฉง
"ชิงเหมียว พอเจ้าโตขึ้น แรงจะเยอะกว่านี้อีกไหม?"
ชิงเหมียวตอบอย่างนอบน้อม "บ่าวกินดีอยู่ดีในจวน ร่างกายโตขึ้น แรงก็เหมือนจะเยอะขึ้นตามไปด้วยเจ้าค่ะ"
"เห็นหน้าตาจิ้มลิ้มตัวผอมบางแบบนี้ แต่เดินแบกของหนักได้ตัวปลิว น่าสนใจจริง ๆ มิน่าพี่โม่ถงถึงประทับใจนัก"
จ้าวซื่อจินมองด้วยความขบขัน
"ถ้าคุณหนูชอบ วันหลังบ่าวจะแสดงโชว์ยกหินให้ดูเจ้าค่ะ" ชิงเหมียวได้ยินแล้วรู้สึกว่าควรโชว์ความสามารถเอาใจเจ้านาย
จ้าวซื่อจินชะงักไปครู่หนึ่งแล้วหัวเราะ "ไม่ต้องหรอก เจ้าเป็นสาวใช้ของข้า ไม่ใช่นักกายกรรม ไม่ต้องทำเรื่องพรรค์นั้นเพื่อให้ข้าบันเทิงใจหรอก"
ชิงเหมียวสะเทือนใจ... คุณหนูใหญ่ช่างเป็นเจ้านายที่เห็นอกเห็นใจบ่าวไพร่จริง ๆ ต่อจากนี้นางจะปกป้องคุณหนูสุดชีวิต
"บ่าวรับทราบเจ้าค่ะ"
"เรือนชิงเฟิงไกลจริง ๆ เกรงว่าน้องรองต้องเดินไกลกว่าพวกเราอีก"
หงอวี้มองไปข้างหน้าแล้วยิ้ม "ใกล้ถึงแล้วเจ้าค่ะ เรือนว่างด้านหลังเหลือไม่กี่เรือน เรือนชิงเฟิงเหมาะสมที่สุด เงียบสงบเหมาะแก่การศึกษาเล่าเรียนเจ้าค่ะ"
จ้าวซื่อจินไม่ได้บ่น แค่ตั้งข้อสังเกตเฉย ๆ "ท่านแม่คิดรอบคอบจริง ๆ"
...
ณ เรือนชิงหลัน
อนุหลิวตื่นแต่เช้ามาคุมบ่าวไพร่จัดของให้คุณหนูรองไปเรียนที่เรือนชิงเฟิง
"พิณตัวนี้ธรรมดาไปหน่อย ได้ยินว่าฮูหยินให้พิณโบราณคุณหนูใหญ่ตั้งหลายตัว แต่กลับไม่นึกถึงเย่วเอ๋อร์ของแม่เลย... เอาเถอะ เย่วเอ๋อร์ทนใช้ไปก่อนนะ เดี๋ยวแม่จะให้พ่อเจ้าหาพิณดี ๆ มาให้"
จ้าวซื่อเย่วถอนหายใจเบา ๆ "อี๋เหนียง ข้าเพิ่งเริ่มหัดเล่น ไม่ต้องไปรบกวนท่านพ่อหรอกเจ้าค่ะ รอให้ข้าเล่นเก่งแล้วค่อยว่ากันก็ได้"
จ้าวซื่อเย่วรู้ดีว่าของที่คุณหนูใหญ่ได้ เป็นสมบัติส่วนตัวของฮูหยิน ส่วนของจากกองกลางจวน ทุกคนได้เท่าเทียมกัน นางพอใจแค่นี้แล้ว
"เจ้าเด็กคนนี้นี่ ถ้าไม่ไขว่คว้าไม่แย่งชิง คนอื่นจะมองข้ามเจ้าเอานะ อาจารย์จางเก่งมาก เจ้าจะยอมให้พี่สาวเจ้าได้หน้าคนเดียวไม่ได้"
อนุหลิวรู้ว่าลูกสาวได้อานิสงส์ แต่ก็คิดว่าเป็นเรื่องสมควร ถ้าฮูหยินอยากจ้างครูดี ๆ ก็ต้องสอนลูกทุกคน ไม่งั้นจะเสียชื่อเสียงว่าเป็นแม่เลี้ยงใจร้าย ฮูหยินผู้ทรงคุณธรรมย่อมไม่ยอมให้ใครนินทาได้
พอคิดได้แบบนี้ ความรู้สึกขอบคุณก็หายวับไป อนุหลิวอยากให้ลูกสาวได้สิ่งที่ดีที่สุด และต้องเหนือกว่าคุณหนูใหญ่ เพื่ออนาคตการแต่งงานที่ดีกว่า
...
ณ เรือนหลัก ฮูหยินชุ่ย
แม่นมโต้วเลิกม่านเข้ามา "ฮูหยิน คุณหนูใหญ่กับคุณหนูรองออกเดินทางไปเรือนชิงเฟิงแล้วเจ้าค่ะ มีสาวใช้ติดตามไปคนละสองคน"
ฮูหยินชุ่ยกำลังเขียนคิ้วอยู่หน้ากระจก นิ้วเรียวไม่หยุดชะงัก
"วันนี้เรียนวันแรก ส่งคนไปดูหน่อย อย่าให้เกิดเรื่องวุ่นวาย ถ้ามีอะไรให้รีบมารายงาน"
ฮูหยินชุ่ยขมวดคิ้ว อาจารย์จางไม่ชอบคนเยอะ นางเลยส่งคนไปเฝ้าที่เรือนชิงเฟิงมากไม่ได้
"เจ้าค่ะฮูหยิน ข้าจะส่งคนไปดู" แม่นมโต้วรู้สึกขยะแขยงเมื่อนึกถึงปฏิกิริยาของอนุหลิวเมื่อวานตอนไปแจ้งข่าว
พอรู้ว่าคุณหนูรองพาคนไปได้แค่สองคน อนุหลิวก็รีบถามว่าคุณหนูใหญ่พาไปกี่คน กลัวลูกสาวตัวเองจะน้อยหน้า กลัวจะเสียเปรียบ
นางไม่คิดบ้างเลยว่าเป็นเพราะความเมตตาของฮูหยินแท้ ๆ ที่ลูกสาวนางได้เรียนกับอาจารย์ดัง แทนที่จะซาบซึ้ง กลับจ้องแต่จะแข่งดีแข่งเด่น... นิสัยคนพาลชัด ๆ
"จินเอ๋อร์พาใครไปบ้าง?" ฮูหยินชุ่ยวางดินสอเขียนคิ้ว หยิบปิ่นมุกขึ้นมาทาบผม
"หงอวี้ กับชิงเหมียว สาวใช้จอมพลังคนนั้นเจ้าค่ะ"
ฮูหยินชุ่ยจำเด็กคนนั้นได้ พยักหน้า "พรุ่งนี้หาเวลาไปกำชับพวกนางหน่อย บอกให้ดูแลคุณหนูใหญ่ให้ดี ถ้าคนฝั่งคุณหนูรองเริ่มทำตัวไม่น่าไว้ใจ ให้รีบมารายงาน"
เมื่อก่อนสองพี่น้องไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง ฮูหยินชุ่ยเลยไม่ห่วง แถมจ้าวซื่อเย่วก็เป็นเด็กหัวอ่อน
แต่ตอนนี้ต่างไปแล้ว อนุหลิวคาดหวังกับลูกสาวมาก จ้าวซื่อเย่วอาจซึมซับนิสัยแย่ ๆ ของแม่มาก็ได้ ยิ่งสาวใช้รอบตัวนางเป็นคนของอนุหลิวทั้งนั้น ถึงจ้าวซื่อเย่วไม่กล้าทำอะไร แต่บ่าวไพร่อาจจะทำแทน ต้องระวังไว้ก่อน
แม่นมโต้วรับคำ "บ่าวจะหาเวลาไปพรุ่งนี้เจ้าค่ะ คุณหนูใหญ่จิตใจดีกับน้องสาว แต่พวกคนเนรคุณอาจจะไม่คิดแบบนั้น"
"พอเถอะ เรื่องยังไม่เกิดก็แค่จับตาดูไปก่อน ถ้าอนุหลิวกล้าแตะต้องจินเอ๋อร์ ข้าจะทำให้นางรู้จักคำว่า 'เสียใจ' สะกดว่ายังไง"
ฮูหยินชุ่ยคร้านจะยุ่งเรื่องแย่งชิงความโปรดปรานของอนุ แต่ถ้าลามปามถึงลูก ๆ ของนาง นางจะไม่นิ่งเฉยเหมือนที่ผ่านมา
เห็นสายตาดุดันในกระจกทองแดง แม่นมโต้วก็โล่งใจ หลายปีมานี้อนุหลิวชักจะกำเริบเสิบสาน แม่นมโต้วโกรธแทนฮูหยินมาตลอด แต่ในเมื่อนายหญิงไม่ถือสา บ่าวอย่างนางก็พูดมากไม่ได้
แต่ตอนนี้เกี่ยวกับนายน้อยทั้งหลาย มันคนละเรื่องกัน แม่นมโต้วหวังว่าอนุหลิวจะฉลาดพอที่จะไม่รนหาที่ตาย
เหตุผลที่ฮูหยินชุ่ยไม่เคยลงมือจัดการจริงจัง ก็เพราะนางไม่ได้แคร์สามี ปล่อยให้อนุหลิวแย่งผู้ชายไปเถอะ แต่นางแคร์ลูกชายหญิงทั้งสามคนมาก... นั่นคือจุดตายที่แตะต้องไม่ได้
...
"ถึงสักที เรือนชิงเฟิงนี่ไกลจริง เดินมาตั้งนาน คุณหนู ให้พวกบ่าวช่วยถือตะกร้าหนังสือเถอะเจ้าค่ะ"
จ้าวซื่อเย่วมองสาวใช้สองคนที่เหงื่อท่วมตัว แล้วยื่นตะกร้าให้
"ไปกันเถอะ พี่หญิงน่าจะรออยู่แล้ว"