- หน้าแรก
- สามีดวงซวยกับเจ้าก้อนแป้งนำโชค
- ตอนที่ 56 – การเผชิญหน้า
ตอนที่ 56 – การเผชิญหน้า
ตอนที่ 56 – การเผชิญหน้า
"น้องรองมาแล้วหรือ? เดินทางมาเหนื่อยไหม?" จ้าวซื่อจินซึ่งนั่งประจำโต๊ะเรียบร้อยแล้ว หันไปทักทายจ้าวซื่อเย่วอย่างอบอุ่น
"คารวะพี่หญิง ข้าไม่เหนื่อยเจ้าค่ะ"
"คุณหนูรองของบ่าวเหนื่อยจนเหงื่อซึมเลยเจ้าค่ะ เรือนชิงเฟิงไกลจากเรือนชิงหลันมาก ไม่เหมือนเรือนฟางเฟยของคุณหนูใหญ่ที่เดินไม่กี่ก้าวก็ถึง ช่วงนี้อากาศดียังพอทน แต่ถ้าวันไหนฝนตกแดดออก คุณหนูรองของบ่าวจะทำยังไงเจ้าคะ?"
"ชุนเถา เจ้าพูดอะไรน่ะ? รีบจัดโต๊ะเร็วเข้า" จ้าวซื่อเย่วดุสาวใช้ข้างกาย
"เรือนชิงเฟิงอาจจะไกลไปหน่อย แต่อาจารย์จางชอบความสงบ เราต้องการสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบในการเรียน ที่นี่เหมาะสมที่สุดแล้ว"
จ้าวซื่อจินเหลือบมอง 'ชุนเถา' ที่เพิ่งพูดแทรก นางรู้ว่าสาวใช้คนนี้จงใจพูดเหน็บแนม นางหันไปมองน้องสาวผู้เรียบร้อยและอ่อนโยน ดูเหมือนจ้าวซื่อเย่วจะไม่รู้สึกว่าการที่บ่าวพูดแทรกเจ้านายเป็นเรื่องผิดปกติอะไร
"จริงสิ สาวใช้ที่ชื่อชุนเถานี่... เมื่อก่อนพี่ไม่เคยเห็นเจ้าพามาด้วยเลยนี่นา?"
จ้าวซื่อเย่วยิ้มพยักหน้า "เจ้าค่ะ นางเป็นสาวใช้ที่อี๋เหนียงเพิ่งส่งมาดูแลข้า ชื่อชุนเถาเจ้าค่ะ"
"ดูเหมือนอี๋เหนียงของเจ้าจะอบรมบ่าวมาไม่ดีพอนะ น้องรองเป็นคนใจอ่อน บ่าวไพร่เลยกำเริบเสิบสาน เจ้านายยังไม่ทันพูด บ่าวกลับบ่นนำหน้า เจ้าคิดว่าเรือนชิงเฟิงมีอะไรไม่เหมาะสมงั้นรึ?"
สิ้นเสียงจ้าวซื่อจิน ชุนเถาก็ทิ้งตัวลงคุกเข่าดังตุ้บ ร้องห่มร้องไห้ "คุณหนูใหญ่โปรดไว้ชีวิต! บ่าวแค่เป็นห่วงคุณหนูรองจนปากไวไปหน่อย ไม่ได้เจตนาจะบ่นจริง ๆ เจ้าค่ะ ได้โปรดคุณหนูใหญ่เมตตา ไว้ชีวิตบ่าวด้วยเถอะเจ้าค่ะ!"
เห็นชุนเถาร้องไห้จะเป็นจะตาย จ้าวซื่อเย่วก็รีบลุกขึ้นมาขอร้องจ้าวซื่อจิน
"พี่หญิง สาวใช้ของข้าโง่เขลา พูดจาไม่ทันคิด จริงอยู่ที่เรือนชิงเฟิงทิวทัศน์งดงาม สงบเงียบ เหมาะแก่การเรียน นางแค่เป็นห่วงข้ามากไปหน่อย พี่หญิงอย่าถือสานางเลยนะเจ้าคะ"
จ้าวซื่อเย่วพูดไปน้ำตาก็คลอเบ้า ดูน่าสงสารจับใจ
"คุณหนูใหญ่ของข้าเคยพูดว่าจะฆ่าจะแกงใครเมื่อไหร่กัน? เจ้าพูดจาประหลาดพิกล ขืนใครมาได้ยินเข้า จะหาว่าคุณหนูใหญ่ลงโทษสาวใช้ของน้องสาวตั้งแต่วันแรกที่เปิดเรียน นี่เจ้าจงใจทำลายชื่อเสียงคุณหนูข้าหรือเปล่า?"
หงอวี้ก้าวออกไป จ้องมองชุนเถาที่คุกเข่าอยู่ด้วยสายตาเย็นชา
"อาจารย์มาแล้ว" เสียงประกาศดังมาจากข้างนอก
"ทำอะไรกันน่ะ?" อาจารย์จางเดินเข้ามา เห็นชุนเถาคุกเข่าร้องไห้ จ้าวซื่อเย่วยืนน้ำตาคลอเบ้าอยู่ข้าง ๆ ทำท่าเหมือนถูกรังแก
ส่วนฝั่งจ้าวซื่อจินดูเคร่งขรึมและเย็นชา
คนนอกมาเห็นคงคิดว่าจ้าวซื่อจินรังแกน้องสาวต่างแม่กับสาวใช้แน่ ๆ
แต่อาจารย์จางมาจากตระกูลใหญ่ เห็นเล่ห์เหลี่ยมในเรือนมานักต่อนัก ฉากตรงหน้าไม่ทำให้แปลกใจเลยสักนิด
"อาจารย์"
"อาจารย์"
สองพี่น้องย่อกายทำความเคารพ บ่าวไพร่ด้านหลังก็คำนับตาม
"ลุกขึ้นเถอะ เกิดอะไรขึ้นที่นี่?" อาจารย์จางถามเสียงเรียบ
"บ่าวพูดจาผิดไป คุณหนูใหญ่จะตบจะตีให้ตาย บ่าวก็ยอมเจ้าค่ะ" ชุนเถายังคงสวมบทบาทสาวใช้น่าสงสารต่อไป
จ้าวซื่อจินหันไปมองน้องสาว ที่ตาก็แดงพอกัน ดูเหมือนอยากจะช่วยพูดแต่ก็กล้า ๆ กลัว ๆ
"น้องหญิง เจ้าคิดว่าเรื่องเป็นอย่างที่สาวใช้เจ้าพูดหรือ?"
จ้าวซื่อจินมองน้องสาวอย่างพิจารณา เมื่อก่อนนางสงสารน้องที่ขาดคนอบรมสั่งสอนจนกลายเป็นคนขี้กลัว เหมือนกระต่ายน้อยไร้พิษสง ด้วยความที่เป็นพี่ นางจึงคอยดูแลปกป้อง
ไม่นึกว่าพอไปอยู่กับอนุหลิวไม่กี่เดือน น้องสาวจะเปลี่ยนไป... หรือบางทีอาจจะไม่ได้เปลี่ยน แค่ยังคงเป็นคนหัวอ่อนไม่มีความคิดเป็นของตัวเองเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือดูคนไม่ออก จนมองไม่เห็นธาตุแท้ของสาวใช้ตัวแสบคนนี้
"พี่หญิง ข้าอบรมคนไม่ดีเอง เป็นความผิดข้า พี่อย่าโทษชุนเถาเลยนะเจ้าคะ"
ชุนเถาแก่กว่าจ้าวซื่อเย่วสามปี ทั้งสองสนิทกันดีเมื่ออยู่เรือนชิงหลัน ปกติคนดูแลนางมีแต่แม่นมแก่ ๆ หรือสาวใช้รุ่นใหญ่ ชุนเถาเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันคนแรก จ้าวซื่อเย่วจึงคิดว่านางแค่หวังดี ไม่ได้ตั้งใจก่อเรื่อง
"ก็ได้ เห็นแก่น้องหญิงที่ขอร้อง พี่จะไม่เอาความ แต่สาวใช้ของเจ้าปากไวเกินไป บังอาจวิจารณ์ว่าเรือนชิงเฟิงไกลจากเรือนชิงหลัน... นี่นางกำลังตั้งคำถามกับการตัดสินใจของท่านแม่อยู่หรือ?"
"อยู่บ้านพูดจาแบบนี้ไม่เป็นไร แต่ถ้าวันหน้าออกไปข้างนอก ขืนพูดจาพล่อย ๆ คนเขาจะหาว่าท่านแม่ข้ารังแกเจ้าเอานะ"
"เจ้าค่ะ ๆ พอกลับไปข้าจะให้แม่นมสอนมารยาทนางให้ดีเจ้าค่ะ"
"พอเถอะ ในเมื่อจบเรื่องแล้วก็ลุกขึ้น จะเล่นบทจะเป็นจะตายไปทำไม? ถ้าไม่อยากเรียนก็พาคุณหนูเจ้ากลับไปซะ วันแรกก็ก่อเรื่องวุ่นวาย เห็นหัวอาจารย์บ้างไหม?"
"อาจารย์... จินเอ๋อร์ไม่ได้หมายความแบบนั้นนะเจ้าคะ"
"ยังไม่ลุกขึ้นอีก?"
จ้าวซื่อเย่วรีบสั่งให้ 'ชุนจู' (สาวใช้อีกคน) ดึงชุนเถาให้ลุกขึ้น
"อาจารย์ ศิษย์ผิดเองที่อบรมคนไม่ดี โปรดอภัยให้ด้วยเจ้าค่ะ ข้าไม่ได้มีเจตนาลบหลู่ท่านเลยจริง ๆ"
อาจารย์จางมองพฤติกรรมของสองคุณหนูเงียบ ๆ พอจะประเมินนิสัยใจคอได้บ้าง เมื่อเห็นว่าสมควรแก่เวลา นางจึงเอ่ยปาก
"นั่งที่เถอะ ต่อไปอย่าให้มีเรื่องวุ่นวายในเวลาเรียนอีก จิตใจที่สงบถึงจะใฝ่รู้ได้ ข้าชอบความเงียบ ไม่ชอบความวุ่นวาย ถ้าใครชอบเรียกร้องความสนใจ ก็อย่าหาว่าข้าใจร้าย"
"เจ้าค่ะ"
จ้าวซื่อจินกลับไปนั่งที่โต๊ะอย่างสง่างาม ชิงเหมียวและหงอวี้ถอยไปยืนสงบเสงี่ยมด้านหลัง
ชุนเถาหยุดร้องไห้แล้ว รีบจัดข้าวของให้คุณหนูรอง แล้วไปยืนก้มหน้าอยู่ข้างหลัง
หงอวี้ซึ่งปกติใจเย็น แต่วันนี้เห็นชุนเถาแล้วอดไม่ได้ที่จะแค่นเสียงเบา ๆ แล้วมองบนใส่
ชิงเหมียวแอบสังเกตการณ์เงียบ ๆ ภายนอกดูสงบ แต่ภายในใจปั่นป่วน
ตอนแรกนางยังงง ๆ แต่พอดูไปสักพักก็เริ่มเข้าใจความนัยที่ซ่อนอยู่
เห็นได้ชัดว่าสาวใช้ข้างกายคุณหนูรองมีเจตนาร้าย แต่คุณหนูรองกลับดูไม่ออกเลยสักนิด
ชิงเหมียวไม่ค่อยรู้นิสัยจ้าวซื่อเย่วมากนัก ได้ยินมาว่าเรียบร้อยอ่อนหวาน แต่ดูจากวันนี้ นางออกจะหัวช้าและดูคนไม่เป็นมากกว่า จนโดนบ่าวชักจูงได้ง่าย ๆ
น่าเสียดายความหวังดีของคุณหนูใหญ่ คราวก่อนที่ไปบ้านพักตากอากาศ คุณหนูใหญ่ยังดูเอ็นดูน้องสาวคนนี้อยู่เลย แต่มาเจอน้องสาวหูเบาแบบนี้ ความหวังดีคงสูญเปล่า
"เอาล่ะ วันนี้เริ่มเรียน ข้าไม่รู้พื้นฐานพวกเจ้า งั้นเราจะเริ่มจากซานจื้อจิง (คัมภีร์ตรีอักษร) กันก่อน ถ้าใครเคยเรียนแล้วก็ถือว่าทบทวน ถ้ายังไม่เคยก็ตั้งใจฟัง"
เสียงของอาจารย์จางดึงสติชิงเหมียวกลับมา นางรีบสลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไป เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง ตอนนี้ต้องโฟกัสกับการเรียนของอาจารย์จางก่อน!