เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 53 – อาจารย์จาง

ตอนที่ 53 – อาจารย์จาง

ตอนที่ 53 – อาจารย์จาง


สิบวันต่อมา เหรินชิงเหมียวรับเบี้ยหวัดงวดใหม่จำนวนสามร้อยห้าสิบอีแปะมานอนกอดอย่างมีความสุข

"ชิงเหมียว สักวันเจ้าต้องสร้างคลังสมบัติเล็ก ๆ ของตัวเองได้แน่" หยางชุ่ยชุ่ยทนมองสีหน้า 'งกเงิน' ของเพื่อนไม่ได้จริง ๆ

"สมพรปากนะจ๊ะ ขอให้วันนั้นมาถึงเร็ว ๆ เถอะ" ชิงเหมียวหัวเราะคิกคัก ความรู้สึกของการได้รับเงินสามร้อยกว่าอีแปะ มันช่างดีกว่าตอนได้ร้อยกว่าอีแปะลิบลับ

"ชิงเหมียว เจ้ายังกะจะเก็บทุกเหรียญเหมือนเมื่อก่อนอีกเหรอ?" ไม่ซุ่ยถามหน้ายู่

หยางชุ่ยชุ่ยตบไหล่ไม่ซุ่ย "เจ้าคิดว่าที่ชิงเหมียวงก เป็นเพราะเมื่อก่อนได้เบี้ยหวัดน้อยงั้นรึ? เจ้ายังไม่เข้าใจนาง... ต่อให้เดือนหนึ่งได้เป็นตำลึง นางก็จะยังคงรีดเค้นทุกหยดแล้วเก็บเข้าคลังอยู่ดี"

"จริงเหรอ?" ไม่ซุ่ยอ้าปากค้างมองชิงเหมียว

"จริง"

"เลิกจ้องข้าได้แล้ว พวกเจ้าชอบซื้อริบบิ้นผูกผม ส่วนข้ามีสิ่งที่ชอบทำยามว่างคือการเก็บเงิน มันก็เหมือนกันนั่นแหละ"

ชิงเหมียวยักไหล่

ไม่ซุ่ยถอนหายใจ "คนเรานี่ต่างกันจริง ๆ ความสุขความทุกข์ของแต่ละคนไม่เหมือนกันเลยหนอ"

"แหม พูดจามีปรัชญาเชียวนะ" หยางชุ่ยชุ่ยหัวเราะแล้วดึงเพื่อนเข้ามากอด

"ข้าแค่คิดว่าการใช้เงินมันสนุกจะตาย น่าเสียดายที่ชิงเหมียวไม่อินด้วย"

สามสาวมองหน้ากันแล้วระเบิดหัวเราะออกมา เสียงหัวเราะกลืนหายไปกับความวุ่นวายรอบข้าง จึงไม่มีใครสังเกตเห็น

...

ปลายเดือนสิบ ในที่สุดอาจารย์หญิงที่ฮูหยินชุ่ยเฟ้นหาก็เดินทางมาถึง

เพราะเป็นเรื่องการอบรมสั่งสอนลูกสาว ฮูหยินชุ่ยจึงทุ่มเทไม่อั้น ความล่าช้าที่เกิดขึ้นเป็นเพราะหาคนทีเหมาะสมในตัวอำเภอไม่ได้ นางจึงต้องจดหมายไปขอความช่วยเหลือจากตระกูลเดิม

อาจารย์คนใหม่แซ่จาง เป็นอาจารย์หญิงที่ตระกูลเดิมของฮูหยินชุ่ยเลี้ยงดูไว้ เดิมทีเตรียมไว้สอนบรรดาคุณหนูในตระกูลตัวเอง แต่มารดาของฮูหยินชุ่ยสงสารลูกสาวที่ต้องมาติดแหง็กอยู่ในอำเภอเล็ก ๆ แห่งนี้ จึงส่งอาจารย์จางมาให้

นั่นคือสาเหตุที่ต้องรอนาน แต่เพื่อให้ได้อาจารย์ที่เชี่ยวชาญทั้งศาสตร์พิณ หมากรุก อักษร และภาพวาด ฮูหยินชุ่ยยอมรอต่อให้นานกว่านี้

ข่าวแพร่สะพัดไปทั่วเรือนฟางเฟยในวันนั้นทันที เมื่ออาจารย์จางมาถึง ทั้งจ้าวซื่อจินและจ้าวซื่อเย่วถูกเรียกตัวไปพบที่โถงหน้า

ชิงเหมียวไม่ได้ตามไปด้วย แต่ได้ยินจากพี่ไฉ่อวี้ว่าอาจารย์จางเป็นคนไม่ยิ้มแย้มและดูดุมาก

"แล้วคุณหนูทั้งสองจะเริ่มเรียนเมื่อไหร่เจ้าคะ?" ชิงเหมียวถามอย่างกระตือรือร้น

ไฉ่อวี้คิดครู่หนึ่ง "หลายวันก่อนฮูหยินสั่งให้ปรับปรุง 'เรือนชิงเฟิง' ตอนนี้ให้อาจารย์จางพักที่นั่น การเรียนการสอนก็น่าจะอยู่ที่เรือนชิงเฟิงนั่นแหละ ส่วนจะเริ่มเมื่อไหร่ก็สุดแล้วแต่ฮูหยิน... คงอีกไม่กี่วันนี้แหละ"

ชิงเหมียวพยักหน้าอย่างใช้ความคิด

ในขณะเดียวกัน จ้าวซื่อจินกำลังออดอ้อนฮูหยินชุ่ยอยู่ในห้อง

"ท่านแม่ กะทันหันจังเลยเจ้าค่ะ... ให้ลูกสาวคนนี้มีเวลาทำใจอีกสักสองวันไม่ได้หรือ? ข้าจะได้ไปคารวะอาจารย์จางด้วยสภาพที่พร้อมที่สุดไงเจ้าคะ"

ฮูหยินชุ่ยเหลือบมองลูกสาวที่เกาะแขนอ้อนไม่ปล่อย แต่มือยังคงดีดลูกคิดไม่หยุด

"ท่านแม่... ท่านแม่เจ้าขา ช่วงที่รออาจารย์จาง ท่านแม่ให้ข้าฝึกเย็บปักถักร้อยจนนิ้วพรุนไปหมดแล้ว ถ้าตอนนี้ต้องไปจับพู่กันดีดพิณอีก ข้าจะไม่แย่เอาหรือเจ้าคะ?"

จ้าวซื่อจินยื่นหน้าที่เปื้อนน้ำตาเข้าไปหาฮูหยินชุ่ย

"ปัญหาก็คือ ฝีมือเย็บปักของเจ้ามันยังไม่ได้เรื่องน่ะสิ ตั้งแต่ย้ายไปเรือนฟางเฟยเจ้าก็เอาแต่เล่น ถ้าแม่ไม่บังคับให้เจ้าจับเข็ม จะให้ปล่อยเจ้าวิ่งเล่นทั้งวันหรือไง?"

ฮูหยินชุ่ยผลักหน้าลูกสาวออกเบา ๆ แล้วหันกลับมาดูสมุดบัญชี

"แต่ท่านแม่ บางทีข้าอาจจะไม่มีหัวทางนี้ก็ได้ ข้าพยายามแล้วนะเจ้าคะ ถ้ามันยังไม่ดี ข้าก็จนปัญญาแล้ว"

จ้าวซื่อจินนึกถึงถุงหอมเบี้ยว ๆ บูด ๆ ที่ตัวเองเย็บ... ถึงจะแย่ แต่ก็ยังดีกว่าของชิงเหมียวนะ

"ในเมื่อเจ้าไม่ชอบงานเข็ม และฝึกไม่รุ่ง งั้นตั้งแต่วันพรุ่งนี้ไป เจ้าต้องตั้งใจเรียนพิณ หมากรุก อักษร และวาดภาพกับอาจารย์จาง ส่วนงานเย็บปักให้หงอวี้กับโม่ถงจัดการ เจ้าไม่ต้องแตะต้องอีก"

"ให้เวลาพักอีกสักสองวันไม่ได้จริง ๆ หรือเจ้าคะ?" เห็นแม่ไม่ใจอ่อน จ้าวซื่อจินก็คอตก เงียบเสียงลง

"แม่นมโต้ว" ฮูหยินชุ่ยเรียก แม่นมโต้วยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งมาให้

"ดูซะ... นี่คือตารางเรียนของเจ้า เจ้าไม่ใช่เด็กเล็ก ๆ แล้วนะ หลังปีใหม่เจ้าก็จะเจ็ดขวบแล้ว ต้องรู้จักความเพียรพยายาม แม่ไม่ได้หวังให้เจ้าแตกฉานทุกอย่าง แต่พื้นฐานต้องแน่น และอย่างน้อยต้องเก่งจริงสักอย่างหนึ่ง"

มองลูกสาวที่ยังไร้เดียงสา ฮูหยินชุ่ยถอนหายใจในใจ สามีนางไม่มีความทะเยอทะยาน นางจึงต้องเหนื่อยเพื่ออนาคตการแต่งงานของลูกสาว

ลูกชายยังไม่เท่าไหร่ เขาเก่งและมีลุงใหญ่คอยหนุนหลัง หาภรรยาดี ๆ ได้ไม่ยาก แต่ลูกสาวเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ครอบครัวนางต้องพึ่งพาบารมีบ้านใหญ่ ซึ่งบ้านนั้นก็มีลูกสาวเหมือนกัน แม้จ้าวซื่อจินจะเป็นลูกภรรยาเอกสายรอง แต่เติบโตในอำเภอบ้านนอกแบบนี้ หากไร้ความรู้ความสามารถ คงยากที่จะได้แต่งงานดี ๆ

ด้วยเหตุนี้ ฮูหยินชุ่ยถึงยอมบากหน้าไปขอให้ตระกูลเดิมส่งอาจารย์ที่ฟูมฟักมาอย่างดีมาให้... นางต้องปูทางไว้แต่เนิ่น ๆ

จ้าวซื่อจินมองตารางเรียนแวบเดียวก็ร้องโอดโอยเสียงดัง จนฮูหยินชุ่ยตกใจเกือบทำสมุดบัญชีร่วง นางตีหลังลูกสาวด้วยความหมั่นไส้

"โวยวายอะไรกัน? กว่าจะได้ตัวอาจารย์จางมา ท่านยายเจ้าต้องติดหนี้บุญคุณคนในตระกูลตั้งเท่าไหร่ ถ้าเจ้าไม่ตั้งใจเรียน จะไม่เป็นการทำผิดต่อความหวังดีของพวกท่านรึ?"

เห็นแม่โกรธจริง จ้าวซื่อจินก็สงบเสงี่ยมลงทันที เอาหัวถูไถแขนฮูหยินชุ่ย

"ท่านแม่ ลูกเข้าใจแล้ว ท่านแม่อย่าโกรธเลยนะเจ้าคะ ตั้งแต่พรุ่งนี้ลูกจะตั้งใจเรียนกับอาจารย์จาง ไม่ให้ท่านแม่ต้องเสียแรงเปล่า"

ฮูหยินชุ่ยมองลูกสาว พลางนึกถึงอนุหลิวที่ช่วงนี้สงบเสงี่ยมผิดปกติ... คงเพราะรู้ว่าจ้าวซื่อเย่วลูกสาวนางก็ได้อานิสงส์เรียนด้วยนั่นแหละ

"แม่ไม่ได้อยากบังคับเจ้า แต่ผู้หญิงเรามีทางเลือกน้อยกว่าผู้ชายนัก เพื่อไม่ให้เจ้าต้องลำบากในวันหน้า เจ้าต้องมีวิชาความรู้ติดตัวถึงจะได้สามีดี ๆ ได้แต่งงานดี ๆ... ถึงตอนนั้นแม่ถึงจะวางใจได้"

"ท่านแม่ ข้ายังเด็กอยู่นะเจ้าคะ พูดเรื่องสามีเรื่องแต่งงานทำไมกัน?" จ้าวซื่อจินซุกหน้าลงกับอกแม่ บ่นอุบอิบ

ฮูหยินชุ่ยหัวเราะเบา ๆ "นั่นสิ จินเอ๋อร์ของแม่ยังเล็ก... เรื่องเรียนสำคัญที่สุด"

"โธ่ ท่านแม่ วกกลับมาเรื่องเรียนอีกแล้ว... แค่คิดข้าก็เหนื่อยแล้วเจ้าค่ะ"

ลมหนาวพัดกรรโชกอยู่ภายนอก แต่ภายในห้อง สองแม่ลูกกอดกันกระซิบกระซาบ โดยมีสาวใช้คอยรับใช้อยู่เงียบ ๆ เป็นภาพที่อบอุ่นและกลมเกลียว

จบบทที่ ตอนที่ 53 – อาจารย์จาง

คัดลอกลิงก์แล้ว