- หน้าแรก
- สามีดวงซวยกับเจ้าก้อนแป้งนำโชค
- ตอนที่ 51 – ทุกอย่างกำลังไปได้สวย
ตอนที่ 51 – ทุกอย่างกำลังไปได้สวย
ตอนที่ 51 – ทุกอย่างกำลังไปได้สวย
เนื่องจากยังอยู่ในเวลางาน ชิงเหมียวจึงโอ้เอ้ได้ไม่นาน
นางรีบกลับห้องพัก เก็บเงินห้าตำลึงและสามร้อยอีแปะที่ได้รับมา แล้วหยิบเสื้อตัวในที่แม่ตัดให้ขึ้นมาลูบไล้อย่างทะนุถนอม ฝีเข็มละเอียดประณีต เนื้อผ้าฝ้ายนุ่มมือ ใส่แล้วคงสบายตัวน่าดู
ชิงเหมียวหยิบไข่ต้มออกมาสองฟอง ล็อคหีบเก็บของมีค่า แล้วเดินออกจากห้อง
"ได้ข่าวว่าที่บ้านมาหาเหรอ?" ไฉ่อวี้เดินเข้ามาทักเมื่อเห็นชิงเหมียว
"เจ้าค่ะ... นี่ ไข่ต้มที่บ้านเอามาฝาก แบ่งกันคนละฟองนะเจ้าค่ะ" ชิงเหมียวยัดไข่ฟองหนึ่งใส่มือไฉ่อวี้
"ขอบใจนะ" ไฉ่อวี้รับไว้ยิ้ม ๆ ไม่ถือตัว "ดูท่าทางที่บ้านจะรักเจ้ามากนะเนี่ย"
ชิงเหมียวยิ้มแก้มปริพยักหน้า ครอบครัวนางน่ารักที่สุดในโลก
"แต่ว่า... พี่ไฉ่อวี้ รีบคืนถุงอัปลักษณ์ใบนั้นให้ข้าเดี๋ยวนี้นะเจ้าคะ" ชิงเหมียวเท้าเอว ทำแก้มป่องประท้วง
"ฮ่า ๆ ๆ ข้าไม่ได้ตั้งใจนะ แค่จะเอาให้แม่นมฉินกับพี่โม่ถงดูเฉย ๆ ไม่นึกว่าคุณหนูใหญ่จะได้ยินแล้วเดินมาดูด้วย... แล้วพี่หงอวี้กับคนอื่นก็ตามมาอีก"
ไฉ่อวี้มองเด็กสาวที่กำลังงอนตุ๊บป่องแล้วรู้สึกผิดนิด ๆ... ก็มันน่าขายหน้าจริง ๆ นี่นา
นางล้วงถุงใบนั้นออกมาจากอกเสื้อ ยื่นคืนให้ชิงเหมียว "อย่าโกรธเลยน่า พอดูไปนาน ๆ ข้าว่าถุงใบนี้มันอัปลักษณ์แบบมีเสน่ห์นะ เห็นทีไรข้าอารมณ์ดีทุกที"
ไฉ่อวี้ทำท่าอาลัยอาวรณ์ แต่ชิงเหมียวคว้าหมับกลับมาอย่างไว "พี่อารมณ์ดี แต่ข้าอารมณ์บูดเจ้าค่ะ"
พูดจบ นางก็สะบัดหน้า เชิดใส่ แล้วยัดถุงใส่อกเสื้อ ตั้งใจว่าเดี๋ยวไปหาย่าหวังแล้วจะโยนเข้าเตาไฟทำลายหลักฐานซะ
ต่อมา ชิงเหมียวหอบของไปหาย่าหวัง
"ไม่รู้เพราะข้ารู้ว่าเป็นไข่จากไก่บ้านเราหรือเปล่า ข้ารู้สึกว่ามันหอมกว่าไข่ในจวนอีก"
"ก็จริง" ย่าหวังเคี้ยวไข่ตุ้ย ๆ พลางเห็นด้วย
"ว่าแต่ ช่วงนี้ทำงานกับเจ้านายเป็นไงบ้าง? เรียนงานกับไฉ่อวี้ราบรื่นดีไหม? มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?"
ย่าหวังลุกไปรินน้ำมาสองแก้ว กินไข่ต้มเปล่า ๆ มันฝืดคอ
"ขอบคุณจ้ะท่านย่า" ชิงเหมียวรับน้ำมาดื่มรวดเดียว สีหน้ามีความสุข
"เรื่องเรียนงานก็ราบรื่นดีจ้ะ แต่ว่า..."
ย่าหวังวางแก้วน้ำ มองหลานสาวอย่างเป็นกังวล "แต่อะไร?"
ชิงเหมียวทำหน้าเหมือนคนปลงตก ล้วงถุงอัปลักษณ์ที่ยึดคืนมาจากไฉ่อวี้ออกมาส่งให้ย่าหวัง
"ฝีมือเย็บปักถักร้อยของข้ามันห่วยแตกเกินเยียวยา ตอนนี้เจ้านายรู้กันหมดแล้ว คนสนิทรอบตัวเจ้านายเห็นถุงใบนี้กันหมด... น่าขายหน้าชะมัด"
ย่าหวังจ้องถุงใบนั้นนิ่งอยู่นาน ชิงเหมียวที่ก้มหน้ารอคำปลอบใจ เงยหน้าขึ้นมองอย่างแปลกใจเมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบรับ
เห็นหน้าย่าหวังแดงก่ำ พยายามกลั้นขำสุดชีวิต... ชิงเหมียวหน้าร้อนผ่าว คว้าถุงคืนมาทำท่าจะโยนเข้าเตาไฟ
ย่าหวังรีบคว้าข้อมือนางไว้
"ท่านย่า จะทำอะไรเจ้าคะ?"
ย่าหวังปรับสีหน้าให้เป็นปกติ "น่าเกลียดนิดหน่อยจะเป็นไรไป? ย่าว่ามันก็น่ารักดีออก ย่ากำลังอยากได้ถุงใส่ของพอดี เอามาให้ย่าเถอะ"
"มันไม่ดีหรอก ไว้ข้าฝีมือดีกว่านี้ค่อยเย็บให้ใหม่ดีกว่า" ชิงเหมียวจะแย่งคืน
"ไม่ต้อง ใบนี้แหละ ย่าถูกชะตาตั้งแต่แรกเห็น" พูดจบ ย่าหวังก็ยัดถุงใส่อกเสื้อตัวเองอย่างรวดเร็ว
ชิงเหมียวถอนหายใจ เถียงผู้ใหญ่ไม่เคยชนะ
"เอาล่ะ เล่าเรื่องช่วงนี้ให้ฟังหน่อยสิ"
ชิงเหมียวเล่าทุกเรื่องที่เจอและทุกความคิดให้ย่าหวังฟัง ในจวนนี้ย่าคือคนที่นางสนิทใจและไว้ใจที่สุด
"ดูเหมือนสาวใช้ข้างกายคุณหนูใหญ่จะมีนิสัยดีกันทุกคน ฮูหยินใจกว้าง คุณหนูก็ใจดี เจ้านายเลี้ยงง่าย บ่าวไพร่ก็ปรองดองกัน"
"เจ้าค่ะ ตอนแรกข้าก็นึกว่าทุกคนจะเข้าถึงยาก แต่จริง ๆ แล้วก็ราบรื่น แม้จะมีคนพูดจากระทบกระเทียบข้าบ้าง แต่ก็ไม่ได้จ้องเล่นงานจริงจัง"
"นั่นเพราะตอนนี้เจ้ากำลังเป็นคนโปรด พวกเขาไม่อยากขัดใจเจ้านาย แต่ถ้าวันหน้าเจ้าหลุดจากตำแหน่ง หรือเจ้านายลืมเจ้าเมื่อไหร่ นั่นแหละชีวิตถึงจะเริ่มลำบากของจริง"
ชิงเหมียวพยักหน้าเห็นด้วย "ข้าถึงต้องตั้งใจทำงาน ระมัดระวังตัว และรอบคอบสุด ๆ ช่วงนี้มีอะไรไม่เข้าใจข้าถามทันที พยายามทำให้ดีที่สุด"
"ยกเว้นเรื่องเย็บปักนะเจ้าคะ" ชิงเหมียวแลบลิ้น
"ดีแล้ว ผูกมิตรไว้เยอะ ๆ สร้างศัตรูให้น้อย นานวันเข้าพอเจ้านายไว้ใจ เจ้าก็จะมีที่ยืนมั่นคง"
"ไม่ต้องห่วงเจ้าค่ะท่านย่า ข้าจำคำสอนท่านขึ้นใจ แต่ช่วงนี้ข้าเพิ่งเริ่มงาน ยังมีอะไรต้องเรียนรู้อีกเยอะ เลยอาจจะไม่ได้แวะมาเรียนทำขนมกับท่านย่านะเจ้าคะ"
นี่คือเรื่องที่ชิงเหมียวเสียดายที่สุด จริง ๆ แล้วสาวใช้ขั้นสองมีอิสระน้อยกว่าขั้นสามเสียอีก ต้องตัวติดเจ้านายตลอด แถมยังดูไม่ออกว่าใครเป็นมิตรใครเป็นศัตรู ขืนแวบไปมาสุ่มสี่สุ่มห้า อาจโดนเอาไปฟ้องลับหลังได้
ข้อหาละเลยหน้าที่ ไม่ใส่ใจเจ้านาย นี่เรื่องใหญ่
"ไม่เป็นไร หน้าที่หลักสำคัญที่สุด ตอนนี้เจ้ายังไม่สนิทกับคุณหนูใหญ่ รอให้สนิทกันกว่านี้ มีความผูกพันกัน ค่อยไปขออนุญาตแม่นมฉินหรือพี่โม่ถงให้เป็นเรื่องเป็นราว ถึงตอนนั้นเจ้าค่อยมาเรียนกับย่าอย่างเปิดเผยก็ได้"
"เจ้าค่ะ ข้าจะเชื่อฟังท่านย่า"
คืนนั้นก่อนนอน ชิงเหมียวต้มน้ำเช็ดตัว แล้วเปลี่ยนมาใส่เสื้อตัวในตัวใหม่ที่แม่เย็บให้
"ฝีมือแม่เจ้าดีจริง ๆ" ไม่ซุ่ยนอนมองมาจากเตียงข้างๆ ด้วยความอิจฉา
"ใช่ แต่ข้าไม่ได้วิชามาสักกระผีกริ้น แม่บอกว่าโตขึ้นค่อยสอน แต่ตอนนี้คงไม่มีโอกาสได้เรียนแล้ว"
"ไม่เป็นไรหรอก วันหน้าพอเจ้าออกจากจวน ก็มีเวลาเรียนถมเถ" ไม่ซุ่ยปลอบใจ
ชิงเหมียว: "..." (ในใจ: ข้าไม่อยากเรียนสักนิด!)
โชคดีที่ย่าหวังยึดถุงใบนั้นไป ไม่งั้นถ้าไม่ซุ่ยกับชุ่ยชุ่ยมาเห็น คงขำจนท้องแข็งตายแน่
"นอนเถอะ พรุ่งนี้ต้องไปเรียนรู้งานต่อ ช่วงนี้ยุ่งชะมัด"
ชิงเหมียวนอนซุกตัวในผ้าห่มอุ่น สัมผัสความนุ่มของเสื้อที่แม่เย็บให้ แล้วผล็อยหลับไป