- หน้าแรก
- สามีดวงซวยกับเจ้าก้อนแป้งนำโชค
- ตอนที่ 47 – สาวใช้ขั้นสอง
ตอนที่ 47 – สาวใช้ขั้นสอง
ตอนที่ 47 – สาวใช้ขั้นสอง
เมื่อเข้าไปในห้อง หงอวี้และโม่ถงกำลังช่วยคุณหนูใหญ่แต่งตัวอยู่ พอเห็นไฉ่อวี้พาชิงเหมียวเข้ามา จ้าวซื่อจินก็ตาเป็นประกาย "พี่หงอวี้ เสร็จหรือยัง?"
"ใกล้แล้วเจ้าค่ะ" หงอวี้ตอบ นางเองก็เห็นชิงเหมียว รู้ว่าคุณหนูใหญ่สนใจเด็กคนนี้ จึงเร่งมือให้เร็วขึ้น
ชิงเหมียวทำความเคารพจ้าวซื่อจินตามไฉ่อวี้ แล้วยืนรอเงียบ ๆ ในห้องชั้นนอก
นางคอยสังเกตความเคลื่อนไหวข้างในผ่านฉากกั้น พอได้ยินเสียงฝีเท้าก็รู้ว่าคุณหนูใหญ่กำลังเดินออกมา
วันนี้จ้าวซื่อจินอารมณ์ดี สำรับอาหารวางรออยู่บนโต๊ะกลมในห้องชั้นนอกแล้ว พอนั่งลงนางก็ถามขึ้น "ชิงเหมียว แผลหายดีแล้วหรือ?"
ชิงเหมียวก้าวออกมาคำนับ "คุณหนูใหญ่ บ่าวหายดีแล้วเจ้าค่ะ ขอบคุณคุณหนูที่เมตตา บ่าวจะตั้งใจรับใช้ให้สุดความสามารถเจ้าค่ะ"
จ้าวซื่อจินพยักหน้า "งั้นต่อไปก็ตามไฉ่อวี้เรียนรู้งานให้ดีล่ะ"
"เจ้าค่ะ"
ไฉ่อวี้ก้าวออกมารับคำ "บ่าวจะสอนงานแม่นางชิงเหมียวอย่างดีเจ้าค่ะ"
เห็นคุณหนูใหญ่สั่งความเสร็จแล้ว โม่ถงก็ส่งสายตาบอกให้ทั้งสองถอยออกไปได้
ไฉ่อวี้และชิงเหมียวย่อกายคำนับแล้วถอยออกมาที่ระเบียงทางเดินด้านนอก
"โม่ถง รอให้ชิงเหมียวเรียนรู้กฎระเบียบจนคล่องแล้ว เวลาข้าออกไปข้างนอก ข้าจะหนีบเอาชิงเหมียวไปด้วยนะ"
โม่ถงกับหงอวี้มองหน้ากัน "เจ้าค่ะคุณหนู"
พวกนางรู้ดีว่าการมีสาวใช้ที่ "บู๊" ได้อยู่ข้างกาย จะช่วยให้ความปลอดภัยของคุณหนูใหญ่มีมากขึ้น
แต่ถึงอย่างนั้น ก็ต้องรอดูพฤติกรรมอีกสักระยะ เพราะชิงเหมียวเพิ่งเข้าจวนมาได้ไม่ถึงครึ่งปี
จากนั้น หงอวี้และโม่ถงก็เริ่มปรนนิบัติจ้าวซื่อจินทานมื้อเช้า
อาหารเช้าของเจ้านายหรูหรามาก มีทั้งเนื้อทั้งผัก แต่จ้าวซื่อจินกินไปอย่างละนิดละหน่อยก็อิ่ม ปกติของเหลือพวกนี้จะตกเป็นลาภปากของสาวใช้ระดับล่าง
หลังมื้อเช้า จ้าวซื่อจินพาแม่นมฉินและหงอวี้ไปคารวะฮูหยินชุ่ยที่เรือนใหญ่
ฮูหยินชุ่ยไม่ใช่คนเจ้ายศเจ้าอย่าง นางไม่อยากวุ่นวายกับพวกอนุและลูก ๆ ทุกวัน เลยกำหนดให้มาคารวะเฉพาะวันที่ลงท้ายด้วยเลขห้า
จ้าวซื่อจินเป็นลูกสาวฮูหยินใหญ่ ตอนอยู่เรือนเดียวกันไม่ค่อยรู้สึกอะไร แต่พอย้ายออกมาเรือนฟางเฟย นางก็จะแวะไปหาแม่ทุกเช้าหลังกินข้าว
ฮูหยินชุ่ยเองก็คิดถึงลูกสาว ย่อมไม่ขัดอยู่แล้ว ดังนั้นช่วงเช้าจ้าวซื่อจินจะขลุกอยู่เรือนใหญ่ กลับมาเรือนฟางเฟยอีกทีก็หลังมื้อเที่ยง
พอคุณหนูใหญ่ออกไป ไฉ่อวี้ก็พาชิงเหมียวเข้ามาในห้อง ช่วยกันเก็บสำรับอาหาร
"ห้องนี้เป็นที่พักและกินข้าวของพี่โม่ถงและพี่หงอวี้ ห้องข้าง ๆ เป็นของแม่นมฉิน ตอนกลางวันเวลาเจ้านายไม่อยู่ พวกนางก็จะพักอยู่ที่ห้องเวรนี่แหละ"
ตอนนี้ชิงเหมียวและไฉ่อวี้อยู่ในเรือนแถวหลัง เฟอร์นิเจอร์เรียบง่าย พอให้พักผ่อนได้ชั่วคราว
"เวลาเข้าเวรตอนเช้า หน้าที่หลักคือทำความสะอาดห้องนอนและห้องหนังสือของคุณหนู นอกจากนี้ยังต้องจัดห้องข้างและห้องเก็บของเป็นระยะตามคำสั่งพี่โม่ถง"
ชิงเหมียวตั้งใจฟังและจดจำ ยิ่งใกล้ชิดเจ้านาย ยิ่งต้องระมัดระวัง
"จำไว้ เวลาปัดฝุ่นต้องทำช้า ๆ ห้องเจ้านายมีแต่ของมีค่า ถ้าเผลอทำแตก ชีวิตพวกเราก็ชดใช้ไม่พอ"
ชิงเหมียวถือไม้ขนไก่ ทำตามไฉ่อวี้ทุกฝีก้าว เริ่มทำความสะอาดอย่างเชื่องช้า
"เริ่มจากใช้ไม้ขนไก่ปัดฝุ่น แล้วใช้ผ้าละเอียดเช็ด สุดท้ายค่อยถูพื้น"
"อ้อ ในห้องนอนชั้นใน เราทำแค่ถูพื้น ส่วนข้าวของเครื่องใช้อื่น ๆ พี่หงอวี้กับพี่โม่ถงจะจัดการเอง"
ชิงเหมียวพยักหน้า สมเหตุสมผลดี สาวใช้คนสนิทต้องดูแลของใช้ส่วนตัวเจ้านายเอง
กว่าจะเสร็จทุกอย่างก็ปาเข้าไปสองเค่อ (ครึ่งชั่วโมง) ชิงเหมียวไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าทำความสะอาดห้องมันจะเหนื่อยขนาดนี้
เหนื่อยใจมากกว่าเหนื่อยกาย เพราะต้องระวังตัวแจ ตอนอยู่ครัวงานหนักก็จริงแต่ทำได้เต็มไม้เต็มมือ ตอนนี้ต้องทำอะไรเบา ๆ ช้า ๆ ห้ามใจร้อนเด็ดขาด
"ไปเถอะ เราก็มีที่พักเหมือนกัน ป่านนี้คงมีคนเอาข้าวเช้ามาส่งแล้ว รีบไปกินกันเถอะ"
ชิงเหมียวร่างกายแข็งแรง งานแค่นี้ไม่ระคายผิวนางหรอก แค่เกร็ง ๆ นิดหน่อย แต่ไฉ่อวี้ดูเหนื่อยกว่านางเยอะ
ไฉ่อวี้พานางไปอีกห้อง ซึ่งมีคนอยู่ก่อนแล้ว
"จูอวี้ นี่ชิงเหมียว เจ้านายให้มาตามข้า ต่อไปจะมาทำงานกับพวกเรา"
ไฉ่อวี้แนะนำชิงเหมียวให้ 'จูอวี้'
"สวัสดีจ้ะ พี่จูอวี้" จูอวี้เป็นสาวร่างอวบอัด ใบหน้ากลมรูปไข่ ยิ้มแย้มแจ่มใส มิน่าถึงได้ทำหน้าที่วิ่งเต้นส่งข่าว ดูเป็นมิตรเข้าถึงง่าย
"อ้อ ชิงเหมียวนี่เอง ข้ารู้จักจ้ะ ต่อไปถ้าสงสัยอะไรแล้วพี่ไฉ่อวี้ไม่ว่าง ก็มาถามข้าได้นะ"
พอจูอวี้ยิ้ม ลักยิ้มบุ๋มลงไปที่แก้ม ทำให้คนมองรู้สึกผ่อนคลาย
"เอาล่ะ ชิงเหมียว นั่งลงกินข้าวเถอะ กินเสร็จต้องไปทำความสะอาดห้องหนังสือต่อ ห้องหนังสือนี่ยากกว่าห้องนอนอีกนะ"
ได้ยินคำว่า "ห้องหนังสือ" หูชิงเหมียวผึ่งทันที พอนั่งลงก็เลิกคิดฟุ้งซ่าน ตั้งหน้าตั้งตากินข้าว
จูอวี้มาถึงก่อน กินเสร็จก็ออกไปเข้าเวร
ชิงเหมียวไม่เคยอยู่ท่ามกลางกองหนังสือมากขนาดนี้มาก่อน แม้จะอ่านไม่ออกสักตัว แต่ก็อดตื่นเต้นไม่ได้
"เป็นอะไรไป?" ไฉ่อวี้เห็นชิงเหมียวหน้าแดง ดูตื่นเต้นผิดปกติ
"เปล่าเจ้าค่ะ ข้าแค่คิดว่าหนังสือเป็นของล้ำค่า นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้จับหนังสือ เลยตื่นเต้นไปหน่อย"
ไฉ่อวี้อึ้งไปครู่หนึ่งแล้วหัวเราะ "หยกประดับเมื่อกี้แพงกว่าตั้งเยอะ ไม่เห็นเจ้าตื่นเต้นเลย?"
"พี่ไฉ่อวี้ ข้าบอกไม่ถูกเจ้าค่ะ ข้ารู้สึกว่าสิ่งของมันไม่มีชีวิต แต่สิ่งที่เขียนในหนังสือมันมีชีวิตและล้ำค่า"
ในชนบท ใครอ่านออกเขียนได้ถือเป็นผู้วิเศษ
ชาวนาจะหาโอกาสเรียนหนังสือยากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขา หนังสือเล่มหนึ่งราคาตั้งสองร้อยอีแปะ ยังไม่รวมค่าพู่กัน หมึก กระดาษ
มองดูหนังสือเรียงรายบนชั้นและเครื่องเขียนบนโต๊ะ จู่ ๆ ชิงเหมียวก็มีความคิดอยากจะเรียนหนังสือขึ้นมา... ความคิดที่นางไม่เคยกล้าแม้แต่จะฝันถึงมาก่อน