- หน้าแรก
- สามีดวงซวยกับเจ้าก้อนแป้งนำโชค
- ตอนที่ 44 – รางวัล
ตอนที่ 44 – รางวัล
ตอนที่ 44 – รางวัล
ความจริงแล้ว อนุหลิวไม่ได้ต้องการให้ความสัมพันธ์ระหว่างลูกสาวของนางกับลูก ๆ ของฮูหยินชุ่ยแย่ลง นางเพียงอยากจะบอกลูกสาวอ้อม ๆ ว่า มีแค่แม่ลูกเท่านั้นที่ไว้ใจกันได้มากที่สุด
นางไม่อยากให้ลูกสาวต้องมาขัดแย้งกับนางเพราะปกป้องคนอื่น เวลาเกิดเรื่อง สองแม่ลูกควรจะยืนอยู่ข้างเดียวกัน
ต่อหน้าทำเป็นรักกันดี แต่ลับหลังต้องระวังตัว... นี่คือสิ่งที่อนุหลิวอยากให้ลูกสาวเป็น
แต่มองจากตอนนี้ ผ่านไปไม่กี่เดือน นางคงใจร้อนเกินไป วันนี้เกือบทำให้แม่ลูกผิดใจกันเสียแล้ว ต่อไปคงต้องค่อยเป็นค่อยไปกว่านี้
อนุหลิวเดินไปคิดไป จู่ ๆ ก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้น... ก็แค่ความสัมพันธ์ของเด็กไม่กี่คน ขนาดความสัมพันธ์ของผู้หญิงในเรือนในตั้งหลายคน นางยังยุให้แตกคอกันได้ นับประสาอะไรกับเด็กพวกนี้
ตอนนี้ความห่วงกังวลบังตา แต่ในอนาคต นางมีวิธีสารพัดที่จะค่อย ๆ เสี้ยมให้ลูกสาวเกลียดพี่ ๆ พวกนั้น
สองแม่ลูกเดินลับตาไปตามทางเดิน
...
ณ เรือนหลัก ฮูหยินชุ่ย
เมื่อฮูหยินชุ่ยตื่นจากการงีบหลับ ชิงเหมียวก็มารออยู่หน้าเรือนแล้ว
มีคนจากเรือนหลักไปเชิญนางมาก่อนหน้านี้ ชิงเหมียวเตรียมใจไว้แล้ว พอถึงเวลาจริง ๆ เลยพอจะระงับความตื่นเต้นได้บ้าง
ยิ่งพอมาถึงแล้วต้องนั่งรอเงียบ ๆ ในห้องชั้นนอก หัวใจที่เต้นรัวก็ค่อย ๆ สงบลง นี่เป็นเรื่องดี นางต้องไม่ให้ความตื่นตระหนกทำเสียงาน
"แม่นางชิงเหมียว ฮูหยินพร้อมแล้ว เชิญตามข้าไปพบฮูหยินเถอะ"
สาวใช้ที่มาตามพูดจาสุภาพมาก ชิงเหมียวรีบลุกขึ้นรับคำแล้วเดินตามไปที่ห้องโถง
ม่านประตูถูกเลิกขึ้นโดยคนข้างใน ชิงเหมียวก้มหน้าเดินเข้าไปอย่างสำรวม เงยหน้าขึ้นเล็กน้อยก็เห็นสตรีผู้งดงามนั่งเอนกายอยู่บนตั่งนุ่ม
"บ่าวเหรินชิงเหมียว คารวะฮูหยินเจ้าค่ะ" พูดจบก็นั่งลงคุกเข่า
"ลุกขึ้นเถอะ" ฮูหยินชุ่ยมองสำรวจชิงเหมียวครู่หนึ่ง ก่อนจะสั่งให้คนช่วยพยุงนางขึ้น
"เจ้าเก่งมาก ข้ารู้เรื่องเมื่อวานหมดแล้ว ครั้งนี้เจ้ามีความดีความชอบใหญ่หลวง อยากได้รางวัลอะไรไหม?"
เสียงของฮูหยินชุ่ยดังมาถึงหู ชิงเหมียวก้มหน้าตอบ "เป็นหน้าที่ของบ่าวเจ้าค่ะ บ่าวรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้แบ่งเบาภาระเจ้านาย"
ฮูหยินชุ่ยขำกับท่าทางพยายามทำตัวสงบเสงี่ยมของเด็กสาว "เจ้าไม่ทวงความชอบ แต่จวนเรามีกฎรางวัลและการลงโทษที่ชัดเจน ทำดีต้องได้ดี บอกมาเถอะ เจ้าอยากได้อะไร?"
ชิงเหมียวก้มหน้าต่ำลงไปอีก ตอบเสียงมั่นคง "สุดแล้วแต่ฮูหยินจะเมตตาเจ้าค่ะ บ่าวไม่กล้าเรียกร้อง"
ฮูหยินชุ่ยยกมือส่งสัญญาณให้แม่นมโต้ว นางก้าวออกมาพร้อมถาดในมือ
"นี่คือรางวัลที่นายท่านมอบให้ รับไปสิ"
ชิงเหมียวยื่นสองมือออกไปรับถาดแล้วย่อกาย "ขอบพระคุณฮูหยินเจ้าค่ะ"
"ดีมาก ต่อไปก็ตั้งใจรับใช้คุณหนูใหญ่ที่เรือนฟางเฟยให้ดี ถ้าทำดี วันหน้าจะมีรางวัลให้อีก"
"เจ้าค่ะ" ชิงเหมียวรู้สึกถึงน้ำหนักในมือ สิ่งที่อยู่บนถาดน่าจะเป็นเงินก้อน แต่มีผ้าแดงคลุมอยู่ เลยไม่รู้ว่าเท่าไหร่
จากนั้น สาวใช้ก็นำทางชิงเหมียวออกจากเรือนหลัก
"ขอบคุณเจ้าค่ะพี่สาว" ชิงเหมียวกล่าวขอบคุณอย่างสุภาพ
"ไม่ต้องเกรงใจ เจ้าจำทางกลับเรือนฟางเฟยได้นะ ข้าไม่ไปส่งแล้ว"
"เจ้าค่ะ เชิญพี่สาวกลับเถอะ ข้ากลับเองได้" ชิงเหมียวยิ้มให้ พยายามข่มความตื่นเต้นไว้
พอสาวใช้เดินกลับเข้าไป ชิงเหมียวก็ถือถาดไปหลบมุมแล้วเปิดผ้าแดงออก...
ก้อนเงินเรียงรายสะท้อนแสงแดดเป็นประกายวับวาว!
ชิงเหมียวอดใจไม่ไหว หยิบก้อนหนึ่งขึ้นมากัดเต็มแรง
"โอ๊ย! เจ็บฟัน! ของจริง! ของจริง!" ชิงเหมียวลดเสียงลง หมุนตัวไปมาด้วยความดีใจ ถ้าไม่ติดว่ากลัวคนเห็น นางคงตะโกนลั่นไปแล้ว
"หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หก... หกก้อน ก้อนละห้าตำลึง รวมเป็นสามสิบตำลึง! ฮูหยินช่างใจป้ำจริง ๆ! เงินแค่นี้พอไถ่ตัวข้าได้สบาย ๆ"
ชิงเหมียวห่อก้อนเงินด้วยผ้าแดงแล้วยัดใส่อกเสื้อ ขืนถือถาดกลับไปคงเด่นเกินไป
ขากลับเรือนฟางเฟย ชิงเหมียวแวะไปหาย่าหวังที่ครัวใหญ่ เล่าเรื่องรางวัลให้ฟัง
"ท่านย่า รับเงินห้าตำลึงนี่ไปนะจ๊ะ ข้ารู้ว่าที่บ้านข้ายังไม่คืนเงินที่ยืมท่านไป แล้วท่านก็ยังติดหนี้คนอื่นอยู่ ข้าจะใช้หนี้แทนที่บ้านก่อน ไว้พวกเขามีค่อยมาคืนข้า"
อยู่ครัวใหญ่มานาน ชิงเหมียวพอรู้เรื่องหนี้สินของย่าหวังบ้าง ตอนนี้มีเงินก้อนโต นางย่อมอยากช่วยทันที
"ไม่ได้ เงินนี้เจ้าเสี่ยงตายมาถึงได้ ย่ารับไว้ไม่ได้หรอก หนี้พวกนั้นเดี๋ยวย่าค่อย ๆ ผ่อนคืนจากเบี้ยหวัดเอา อีกอย่างย่าทำงานในจวน เจ้าหนี้เขาไม่รีบหรอก" ย่าหวังปฏิเสธเสียงแข็ง
"ท่านย่า เงินนี้วางไว้เฉย ๆ ก็ไม่ได้ใช้อะไร ท่านไม่เห็นข้าเป็นลูกหลานเหรอจ๊ะ? ถ้าท่านใช้หนี้คนอื่นหมด จะได้ไม่ต้องรู้สึกติดค้างใคร ถือซะว่าข้ากตัญญูต่อท่าน รับไปเถอะจ้ะ ถ้าสลับกัน ข้ามั่นใจว่าท่านก็ต้องให้ข้าเหมือนกัน"
ได้ยินแบบนั้น ย่าหวังน้ำตาซึม คิดอยู่ครู่หนึ่งก็ยอมรับเงินไว้ นี่คือน้ำใจของหลาน นางต้องรับไว้
"เด็กดี... ย่าขอบใจเจ้ามาก"
"ท่านย่ายิ้มสิ มีเงินก้อนนี้แล้ว ข้าก็มีค่าไถ่ตัวพอแล้ว ต่อจากนี้ข้าจะเก็บเบี้ยหวัดไว้เป็นทุนรอนทำกินตอนออกจากจวน เราควรดีใจสิ"
ชิงเหมียวรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก ปกติถ้าเก็บหอมรอมริบ กว่าจะได้ค่าไถ่ตัวคงปาเข้าไปหลายปี
ตอนขายเข้าจวนได้แค่สี่ตำลึง แต่อีกไม่กี่ปีถ้าจะไถ่ตัว ราคาน่าจะพุ่งไปถึงสิบตำลึง อย่างน้อยต้องมีสิบสองตำลึงถึงจะอุ่นใจ
ด้วยเบี้ยหวัดสาวใช้ขั้นสาม กว่าจะเก็บครบสิบสองตำลึงคงรากงอก แต่ตอนนี้... ปัญหานั้นหมดไปแล้ว!
"เจ้าพูดถูก นี่เป็นเรื่องมงคลจริง ๆ คืนนี้เจ้าแวะมานะ เดี๋ยวข้าจะแอบเตรียมของดี ๆ ไว้ให้ เรามาฉลองกัน"
"ทำได้เหรอจ๊ะ?" นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ยินย่าหวังเสนออะไรแบบนี้
"ทำไมจะไม่ได้? เราจ่ายเงินซื้อวัตถุดิบเอง อีกอย่างเจ้าป่วยอยู่ ถือโอกาสบำรุงร่างกายไปในตัว"
ชิงเหมียวหัวเราะคิกคัก พยักหน้าตกลง... ลาภปากแล้วสิเรา
"ท่านย่า ข้ากลับเรือนก่อนนะ แล้วเดี๋ยวค่อยมาใหม่"
"ไปเถอะ เก็บเงินให้ดีล่ะ"
"ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวข้าจะเปลี่ยนแม่กุญแจให้ใหญ่ขึ้น รับรองเงินไม่หายแน่"
ออกมานานพอสมควร ชิงเหมียวโบกมือลาย่าหวัง แล้วเดินกลับเรือนฟางเฟยพร้อมสมบัติล้ำค่าแนบอก