- หน้าแรก
- สามีดวงซวยกับเจ้าก้อนแป้งนำโชค
- ตอนที่ 43 – ความคิดของอนุหลิว
ตอนที่ 43 – ความคิดของอนุหลิว
ตอนที่ 43 – ความคิดของอนุหลิว
ได้ยินเสียงร้องโหยหวนของคุณชายรองจากลานบ้าน แม่นมโต้วก็อดสงสารไม่ได้ "ฮูหยินเจ้าขา ลดจำนวนไม้ลงหน่อยดีไหมเจ้าคะ?"
ฮูหยินชุ่ยเอนกายอยู่บนตั่งนุ่ม ในอ้อมแขนอุ้มแมวชะมดสีเทาขาว นิ้วเรียวงามที่ทาเล็บด้วยสีแดงจากดอกเทียนหยดสัมผัสลูบไล้มันเป็นระยะ
"ข้ารู้ว่าเจ้าไปกระซิบคนข้างล่างให้เบามือแล้ว ถ้าลดจำนวนไม้อีก เจ้าลูกคนนี้จะหลาบจำได้ยังไง? ตอนนี้เจ็บตัวหน่อย แต่ถ้ามันทำให้เขาจำขึ้นใจ ครั้งหน้าคิดจะทำอะไรแผลง ๆ จะได้นึกถึงความเจ็บที่ก้น การตีครั้งนี้ถึงจะมีความหมาย"
แม่นมโต้วฟังแล้วก็หน้าละอาย "ฮูหยินมองการณ์ไกลจริง ๆ เจ้าค่ะ หยกไม่แกะสลักย่อมไม่เป็นภาชนะ แม้คุณชายรองจะซุกซนไปบ้าง แต่เนื้อแท้ไม่ใช่คนเลวร้าย ได้รับการชี้แนะที่ถูกต้อง วันหน้าย่อมได้ดีเจ้าค่ะ"
ฮูหยินชุ่ยเหม่อลอยไปครู่หนึ่ง ลูกชายคนรองไม่เอาถ่านเรื่องเรียนจริง ๆ จะให้เดินตามรอยพี่ชายคงยาก หลายปีมานี้นางสรรหาวิธีสารพัด ผลลัพธ์ก็ยังน่าปวดหัว
"ซื่ออันน่ะ ต่อไปไม่ว่าจะทำอะไร ก็ทิ้งการเรียนไม่ได้ ต่อให้สอบไม่ได้ดิบได้ดีเท่าซื่อชวน อย่างน้อยก็ต้องสอบผ่านเป็นซิ่วไฉให้ได้ ไม่งั้นวันข้างหน้าจะไปฝากฝังใครให้หางานให้ ก็ลำบากปาก"
บ้านเดิมฮูหยินชุ่ยเป็นตระกูลขุนนางเก่าแก่ สกุลจ้าวสายหลักในเมืองหลวงก็รุ่งเรือง ต่อให้ลูกคนเล็กเรียนไม่เก่ง ก็พอจะใช้เส้นสายหางานการให้ทำได้ เพียงแต่อาจจะไม่ได้ก้าวหน้าหวือหวา
"ดูสิ ท้องเดียวกันแท้ ๆ ทำไมถึงต่างกันได้ขนาดนี้ คนพี่ทำแม่สบายใจ คนน้องทำแม่กลุ้มใจไม่เว้นวัน"
แม่นมโต้วรีบปลอบ "คุณชายใหญ่กับคุณชายรองต่างก็มีจุดเด่นคนละแบบเจ้าค่ะ อีกอย่างทั้งคู่ก็กตัญญูรู้ความ หน้าตาผิวพรรณก็ดี อนาคตไม่ต้องห่วงหรอกเจ้าค่ะ"
ฮูหยินชุ่ยยิ้มขมขื่น "คนเป็นแม่ไม่ง่ายเลย ตอนเล็กก็ห่วงเจ็บป่วย พอโตก็ห่วงอนาคตลูกชาย ห่วงเรื่องแต่งงานลูกสาว ตั้งแต่คลอดมาไม่เคยได้พักใจเลยจริง ๆ ตอนนี้ข้าเข้าใจความรู้สึกท่านแม่ของข้าแล้ว"
เสียงเอะอะในลานบ้านเริ่มเงียบลง สักพักสาวใช้ก็เข้ามารายงาน
"ฮูหยิน โบยคุณชายรองครบสิบไม้แล้วเจ้าค่ะ ตอนนี้ส่งกลับเรือนชิงผิงแล้ว ท่านหมอรออยู่ที่นั่นแล้วเจ้าค่ะ"
"อืม ไปเถอะ คอยดูคุณชายรองให้ดี มีอะไรให้รีบมารายงาน"
"เจ้าค่ะ"
เมื่อคนออกไปแล้ว ฮูหยินชุ่ยก็นึกถึงสาวใช้จอมพลังที่ลูก ๆ พูดถึง เด็กคนนี้ช่วยชีวิตเจ้านายไว้ ในฐานะประมุขฝ่ายใน นางต้องเรียกตัวมาพบ การปกครองคนต้องมีระบบรางวัลและการลงโทษที่ชัดเจน
"จริงสิ ข้าจะงีบสักหน่อย พอตื่นแล้ว อย่าลืมไปเรียกเด็กสาวจากเรือนฟางเฟยมาพบข้าด้วยนะ"
แม่นมโต้วรับคำ ห่มผ้าให้ฮูหยินชุ่ย แล้วโบกมือไล่สาวใช้คนอื่นออกไป
ห้องกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเครื่องหอมลอยอ้อยอิ่ง
...
ณ เรือนชิงหลัน
"เย่วเอ๋อร์ เจ็บตรงไหนไหมลูก?" พอรู้ข่าว อนุหลิวก็มารอที่ห้องลูกสาวแต่หัววัน พอเห็นลูกกลับมาก็รีบถลาเข้าไปจับมือถามไถ่
จ้าวซื่อเย่วยิ้มบาง ๆ "อี๋เหนียง (แม่เล็ก) ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ เมื่อวานตอนพี่ ๆ เข้าป่า ข้านั่งรออยู่ข้างนอก"
"ดีแล้ว คุณชายรองนิสัยบ้าระห่ำ วันหลังถ้าออกไปข้างนอกด้วยกันอีก อย่าไปทำอะไรไร้สาระตามเขานะ"
"ส่วนคุณชายใหญ่ เขาว่ากันว่าสุขุมฉลาดเฉลียว แต่ทำไมปล่อยให้น้อง ๆ ทำเรื่องอันตรายแบบนั้นได้? สงสัยชื่อเสียงคงเกินจริง เป็นแค่หนอนหนังสือรู้แต่ทฤษฎีเสียมากกว่า"
ตอนแรกจ้าวซื่อเย่วรู้สึกอบอุ่นใจที่แม่มารอรับ แต่ยิ่งฟัง นางยิ่งทนฟังไม่ไหว
"อี๋เหนียง พี่ใหญ่กับพี่รองไม่ได้เป็นคนแบบนั้นนะเจ้าคะ ตลอดการเดินทางพี่ ๆ ดูแลข้าดีมาก อุบัติเหตุเมื่อวานก็ไม่มีใครอยากให้เกิด ทำไมท่านต้องว่าร้ายพี่ชายข้าด้วย?"
น้ำเสียงของจ้าวซื่อเย่วหนักแน่นผิดปกติ นางไม่ชอบให้แม่ว่าพี่ชายแบบนั้น พี่ ๆ ทำหน้าที่พี่ชายที่ดีมาก ใส่ใจและดูแลนางตลอด
อนุหลิวจุกจนพูดไม่ออก สีหน้าเปลี่ยนไปมาหลายตลบ ก่อนจะฝืนยิ้ม "แม่... แม่แค่ปากไวไปหน่อย ก็แม่เป็นห่วงเจ้ามากนี่นา แม่เหลือเจ้าเป็นลูกสาวคนเดียว พอรู้ข่าวแม่ก็เข่าอ่อน กลัวเจ้าจะเป็นอะไรไป ถ้าเจ้าเป็นอะไรไปอีกคน แม่จะมีชีวิตอยู่ได้ยังไง?"
"แม่เสียลูกไปคนหนึ่งแล้ว แม่ทนรับความสูญเสียครั้งที่สองไม่ไหวหรอกนะ เจ้าต้องเข้าใจหัวอกแม่นะลูก"
พูดจบ ขอบตาอนุหลิวก็แดงระเรื่อ น้ำตาเม็ดโตไหลอาบแก้มเนียน แสดงบทบาทแม่ผู้เจ็บปวดและรักลูกสุดหัวใจได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ความโกรธของจ้าวซื่อเย่วหายวับไปทันที นางรีบเข้าไปประคองแม่ให้นั่งลง หยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับน้ำตาให้
"อี๋เหนียง ข้าผิดเองที่พูดจาแรงไป ข้าไม่ได้นึกถึงความห่วงใยของท่าน อย่าร้องไห้เลยนะเจ้าคะ"
ยังไงจ้าวซื่อเย่วก็เป็นแค่เด็กหกเจ็ดขวบ เจอการแสดงระดับออสการ์ของแม่เข้าไป ก็หลงเชื่อสนิทใจ
"แม่ผิดเอง ที่ใจร้อนพูดไม่คิด เย่วเอ๋อร์อย่าถือสาแม่เลยนะ แม่แค่ห่วงเจ้ามากเกินไป"
ยิ่งอนุหลิวพูดโทษตัวเอง จ้าวซื่อเย่วยิ่งรู้สึกผิดที่ทำร้ายจิตใจแม่
"เด็กดี เจ้าเพิ่งกลับมา รีบไปล้างหน้าล้างตาเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วพักผ่อนเถอะ เดินทางมาเหนื่อย ๆ แม่ไม่เป็นไรแล้ว"
ภายใต้สายตารู้สึกผิดของลูกสาว อนุหลิวให้สาวใช้ประคองกลับเรือนตัวเอง
"คุณหนูรองจิตใจใสซื่อบริสุทธิ์ เกรงว่าจะยังมีความผูกพันฉันพี่น้องกับเจ้านายเรือนอื่นอยู่นะเจ้าคะ"
คนพูดคือชุ่ยหลิวที่ฉลาดและเป็นที่โปรดปรานของอนุหลิวมากกว่าคนเก่า
"มีทั้งดีและเสีย ดีตรงที่หลอกง่าย แค่บีบน้ำตานิดหน่อยก็เชื่อแล้ว เสียตรงที่ไม่มีความคิดเป็นของตัวเอง วันนี้เชื่อข้า พรุ่งนี้เชื่อคนอื่น วันหน้าต้องทำการณ์ใหญ่ ถ้านางโลเลขึ้นมาล่ะ? โอกาสไม่ได้มีบ่อย ๆ นะ"
อนุหลิวขมวดคิ้ว เป็นห่วงว่าความหัวอ่อนของลูกสาวจะเป็นอุปสรรคในอนาคต
"คุณหนูรองยังเด็กนัก ขอแค่อี๋เหนียงหมั่นดูแลเอาใจใส่ทุกวัน ความผูกพันแม่ลูกย่อมแน่นแฟ้น คำพูดของท่านย่อมมีน้ำหนักกว่าคนอื่น ถึงตอนนั้นคุณหนูต้องอยู่ข้างท่านแน่นอนเจ้าค่ะ"
สรุปแล้ว อนุหลิวเพิ่งมาใส่ใจลูกสาวช้าไป ถ้าเลี้ยงดูใกล้ชิดมาแต่เล็ก คงไม่เป็นแบบนี้
"นั่นสิ เรื่องนี้เร่งไม่ได้ ขืนเร่งจะเสียการใหญ่" อนุหลิวพึมพำกับตัวเอง