เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 41 – ความกังวล

ตอนที่ 41 – ความกังวล

ตอนที่ 41 – ความกังวล


"ไม่หรอก พวกเจ้าคิดการณ์ไกลเกินข้าไปตั้งเยอะแล้ว" ชิงเหมียวยิ้มเจื่อน ๆ นางยังไม่กล้าฝันถึงความสำเร็จขนาดนั้น

"ไม่ซุ่ยพูดถูก ถ้าเจ้าร่ำรวยมีอำนาจ อย่าลืมพวกเรานะชิงเหมียว พวกเรารักกันเหมือนพี่น้อง ถ้าวันหน้าเจ้าได้ดี ก็ช่วยดึงพวกเราขึ้นไปด้วยนะ"

การอยู่ร่วมกันนานวันเข้า ทำให้ความเจ้าเล่ห์ของหยางชุ่ยชุ่ยลดลง การคบหากับชิงเหมียวตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาทำให้นางสัมผัสได้ถึงความจริงใจ... ชิงเหมียวเป็นเพื่อนที่พึ่งพาได้

"นี่ยังไม่ทันไร พวกเจ้าก็วาดฝันอนาคตให้ข้าซะเลิศหรูขนาดนี้เลยเหรอ?"

"ชิงเหมียว พวกเรารู้นิสัยเจ้าดี เจ้าไม่ใช่คนหัวสูงหรือเหลาะแหละ ขอแค่เข้าตาเจ้านาย เจ้าต้องทำงานได้ดีแน่ ๆ"

"ใช่ ทั้งข้าและชุ่ยชุ่ยเชื่อมั่นในตัวเจ้า ถ้าคนอย่างเจ้ายังไปไม่รอด พวกเราที่เข้ามาพร้อมเจ้าก็คงไม่มีหวังแล้ว"

ชิงเหมียวกระแอมไอ ปรับท่านั่งให้ตรงขึ้น "ก็ได้ ในเมื่อพวกเจ้าไว้ใจข้าขนาดนี้ ถ้าเจ้านายให้โอกาส ข้าจะตั้งใจทำงานให้สุดความสามารถ ไม่ทำให้พวกเจ้าผิดหวัง ส่วนเรื่องอนาคต... ถ้าข้ามีกำลังพอ ข้าสัญญาว่าจะช่วยพวกเจ้าแน่นอน"

"แง้... ชิงเหมียว ดีใจจังที่ได้รู้จักเจ้า เจ้าเหมือนพี่สาวแท้ ๆ ของข้าเลย"

บรรยากาศที่เริ่มจากการล้อเล่น จู่ ๆ ก็ซึ้งขึ้นมาเมื่อไม่ซุ่ยเริ่มร้องไห้

หยางชุ่ยชุ่ยเองก็ซึมไปเหมือนกัน ทั้งนางและไม่ซุ่ยหัวอกเดียวกัน... ที่บ้านไม่เห็นค่า ขาดความอบอุ่นจากครอบครัว

"หยุดร้องไห้ได้แล้ว เรื่องน่ายินดีแท้ ๆ ร้องไห้ทำไม ข้าปลอบได้แค่ปากนะ แขนขยับไม่ได้ เดี๋ยวข้าก็เครียดตายหรอก"

ชิงเหมียวแกล้งทำเป็นร้อนรน ยกแขนที่แข็งทื่อเหมือนหุ่นกระบอกขึ้นทำท่าปลอบ

"พรืด... ก็ได้ ๆ นี่น้ำตาแห่งความดีใจต่างหาก เจ้าได้ดีข้าก็ดีใจ"

"จริงสิ เรื่องเจ้าเจ็บตัว ตอนข้าไปครัวใหญ่ ให้ข้าบอกย่าหวังแทนเจ้าไหม?"

ไม่ซุ่ยรู้ว่าชิงเหมียวเป็นญาติกับย่าหวัง เรื่องนี้ควรรีบบอกให้ผู้ใหญ่ทราบ

"งั้นต้องรบกวนเจ้าแล้วล่ะ แขนข้าเป็นแบบนี้คงทำงานไม่ได้สักพัก ถ้าย่าหวังไม่เห็นข้าไปหา นางต้องเป็นห่วงจนคิดมากแน่ ๆ ฝากบอกนางด้วยนะตอนไปรับข้าวเที่ยง"

ข่าวการกลับมาของพวกนางคงไปถึงครัวใหญ่แล้ว ถ้าชิงเหมียวกลับมาแต่ไม่ไปเข้าเวร ย่าหวังต้องกังวลแน่

"ไม่มีปัญหา เรื่องแค่นี้เอง" ไม่ซุ่ยรับคำแข็งขัน

"พูดถึงเรื่องงาน ข้าว่าอีกไม่นานชิงเหมียวต้องโดนย้ายออกจากครัวไปอยู่รับใช้ข้างกายเจ้านายแน่ ๆ"

"ข้าก็ว่างั้น ต่อไปเราคงมีเวลาเจอกันน้อยลง"

"เทียบกับอนาคตแล้ว เรื่องแค่นี้จิ๊บจ๊อยน่า ชิงเหมียวต้องคว้าโอกาสไว้ให้ดีนะ"

ชิงเหมียวเองก็คิดเรื่องนี้ไว้แล้ว ถ้ามีโอกาส นางจะตั้งใจเรียนรู้งานให้เต็มที่ การมีความรู้ติดตัวไม่เสียหาย นั่นคือเป้าหมายของนางในการอยู่ในจวนนี้

เนื่องจากเพื่อนทั้งสองยังอยู่ในเวลางานและอู้งานมานานพอสมควร ชิงเหมียวจึงไล่ให้รีบกลับ เดี๋ยวโดนแม่เฒ่าผู้ดูแลดุเอา

ตอนเที่ยงที่ครัวใหญ่ ไม่ซุ่ยหาจังหวะบอกข่าวชิงเหมียวกับย่าหวัง

ปฏิกิริยาแรกของย่าหวังคือความเป็นห่วง กลัวหลานจะปิดบังความเจ็บป่วย แม้จะรู้ว่าเจ็บเพราะช่วยเจ้านาย แต่ย่าหวังก็อดใจหายไม่ได้

ถ้าไม่ใช่เพราะตอนนี้ยุ่งจนปลีกตัวไม่ได้ นางคงบึ่งไปหาชิงเหมียวที่เรือนฟางเฟยแล้ว ยังไงแม่นมฉินก็รู้ความสัมพันธ์ของพวกนางอยู่แล้ว

พวกนางไม่ต้องปิดบังอะไรกันมาก นางเป็นบ่าวในครัวใหญ่ ตัวคนเดียวไร้ลูกหลาน ไม่มีภาระผูกพัน ยิ่งทำให้เจ้านายไว้วางใจ

"ย่าเข้าใจแล้ว ฝากไปบอกนางด้วยว่าบ่ายนี้ย่าจะหาเวลาแวบไปดู บอกให้นางพักผ่อนเยอะ ๆ"

ไม่ซุ่ยพยักหน้า รู้สึกอิจฉาเพื่อนที่มีคนห่วงใยขนาดนี้

พอกลับถึงเรือนฟางเฟย ไม่ซุ่ยยกสำรับอาหารมาให้ชิงเหมียว

"เอ๊ะ? ทำไมกับข้าวข้าถึงหรูหราขนาดนี้ล่ะ?" ชิงเหมียวแปลกใจเมื่อเห็นเนื้อและผักเต็มชาม

"คนในครัวบอกว่าเจ้านายสั่งมาเป็นพิเศษ นี่เป็นอาหารเสริมสำหรับคนป่วยอย่างเจ้า รีบกินซะจะได้หายไว ๆ"

"ไม่นึกว่าเจ้านายจะใส่ใจเรื่องเล็กน้อยแค่นี้"

ชิงเหมียวประหลาดใจ เพิ่งกลับมาถึงจวนได้ไม่นาน พวกคุณหนูใหญ่ยังไม่กลับจากเรือนฮูหยินด้วยซ้ำ สงสัยโดนฮูหยินรั้งตัวไว้กินข้าว

"จริงสิ ย่าหวังบอกว่าทำงานเสร็จบ่ายนี้จะแวะมาเยี่ยม"

"ข้ากะไว้แล้วเชียว" ชิงเหมียวยิ้มแห้ง รู้ชะตากรรมว่าต้องโดนบ่นแน่

หนึ่งชั่วยามต่อมา (2 ชม.) ย่าหวังก็ถูกพามาที่ห้องพักของชิงเหมียว

"แม่เฒ่าหวัง เชิญทางนี้เจ้าค่ะ"

"ขอบใจนะ"

ชิงเหมียวได้ยินเสียงคนคุยกันก็รู้ว่าเป็นย่าหวัง รีบลุกขึ้นนั่ง

ประตูถูกผลักเปิดออก ย่าหวังเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ชิงเหมียวตัวแข็งทื่อภายใต้สายตาดุ ๆ นั้น

"ท่านย่า... ข้าแค่แขนช้ำนิดหน่อยเองจ้ะ หมอก็มาดูแล้ว ให้ยามากินมาทาด้วย อีกเดี๋ยวก็หายแล้ว"

นางพยายามยกแขนโชว์ว่าไม่ได้เป็นอะไรมาก

ตั้งแต่รู้จักกันมา ชิงเหมียวไม่เคยเห็นย่าหวังทำหน้าจริงจังขนาดนี้ ทำเอานางทำตัวไม่ถูก

"คราวหน้าจะเอาตัวไปเสี่ยงแบบนี้อีกไหม?" ย่าหวังมองสำรวจหลานสาว ในใจโล่งอกเปราะหนึ่ง แต่สีหน้ายังคงเข้มงวด

"คราวหน้า... ข้าจะระวังไม่ให้เจ็บตัวจ้ะ" ชิงเหมียวทำตัวเหมือนเด็กทำความผิด ก้มหน้าเขี่ยนิ้วเล่น

"คราวนี้เจ็บไม่หนัก แต่ใช่ว่าจะโชคดีแบบนี้ทุกครั้ง วันข้างหน้าถ้ามีคมดาบคมหอกพุ่งมา เจ้าก็จะเอาตัวเข้าไปรับไม่คิดชีวิตเลยรึ?"

ย่าหวังโน้มตัวลงกระซิบเสียงต่ำข้างหูหลานสาว

การเป็นบ่าวรับใช้ เจ้านายต้องมาก่อนก็จริง แต่ย่าหวังไม่อยากให้ชิงเหมียวกลายเป็นคนบ้าบิ่นไม่รักตัวกลัวตาย

จวนนี้มีบ่าวชายมีองครักษ์ไว้ทำหน้าที่ปกป้องเจ้านายอยู่แล้ว นางไม่อยากให้เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ชิงเหมียวฮึกเหิมจนทำเรื่องเสี่ยงอันตรายในอนาคต

"ข้าไม่ทำหรอกจ้ะ ท่านย่าไม่ต้องห่วง" ชิงเหมียวรู้เจตนาของย่าหวังดี ท่านรักและห่วงใยความปลอดภัยของนางมาก ไม่อยากให้เป็นอะไรไป

เมื่อมองแววตาสำนึกผิดของชิงเหมียว น้ำเสียงของย่าหวังก็อ่อนลง "ย่าแค่กลัว... ถึงยังไงเจ้าก็เป็นแค่เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ถึงคนอื่นไม่ห่วงเจ้า แต่ย่าห่วง"

ชิงเหมียวถือโอกาสเอาหัวไปถูไถอ้อนย่าหวัง "ข้ารู้ว่าท่านย่าดุเพราะรัก ข้าสัญญาจ้ะ วันหน้าข้ายังต้องออกไปทำการค้า หาเงินเยอะ ๆ พาท่านย่าไปเสวยสุขตอนแก่ ข้าจะยอมให้ตัวเองเป็นอะไรไปได้ยังไง ข้ารักชีวิตตัวเองยิ่งกว่าใครอีกนะจ๊ะ"

"คิดได้แบบนี้ก็ดีแล้ว"

จบบทที่ ตอนที่ 41 – ความกังวล

คัดลอกลิงก์แล้ว