- หน้าแรก
- สามีดวงซวยกับเจ้าก้อนแป้งนำโชค
- ตอนที่ 38 – อุบัติเหตุ
ตอนที่ 38 – อุบัติเหตุ
ตอนที่ 38 – อุบัติเหตุ
เมื่อเดินตามไปเรื่อย ๆ ชิงเหมียวถึงเข้าใจว่าคุณหนูใหญ่แค่อยากตามไปดูพวกเขาหาไข่นกเฉย ๆ ชิงเหมียวเดินก้มหน้าก้มตา แต่ดวงตาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น
เรื่องหาไข่นกเนี่ยงานถนัดของนางเลย ตอนอยู่หมู่บ้าน ฝีมือนางถือเป็นระดับเซียน แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลามาโชว์เทพ นางจึงสงบปากสงบคำตั้งใจดูแลเจ้านายต่อไป
เดินเข้าป่ามาได้ประมาณหนึ่งก้านธูป (15-30 นาที) ต้นไม้รอบข้างเริ่มหนาทึบขึ้นเรื่อย ๆ ทางที่ขึ้นมาเมื่อครู่เป็นทางที่จวนถางไว้เดินเล่น แต่ทางนี้เป็นทางเล็ก ๆ ที่ไม่ค่อยมีคนเดิน
"คุณชายใหญ่ ถ้าเดินลึกกว่านี้เกรงจะไม่ปลอดภัย แม้ทางจวนจะส่งคนมาลาดตระเวนทุกปี แต่กันไว้ดีกว่าแก้ขอรับ"
พ่อบ้านเดินเข้ามากระซิบเตือนจ้าวซื่อชวน
ต่อให้พ่อบ้านไม่เตือน จ้าวซื่อชวนก็ไม่คิดจะไปต่ออยู่แล้ว วันนี้พาองครักษ์มาไม่เยอะ เกิดเหตุฉุกเฉินจะรับมือลำบาก
"เสี่ยวเซียวพอแค่นี้เถอะ ข้างหน้าก็คงเหมือน ๆ กันแหละ"
หลินเซียวมองดูป่าทึบเบื้องหน้า ก็พยักหน้าเห็นด้วยทันที
เพราะเป็นทางที่ไม่ค่อยมีคนเดิน หญ้าจึงรกทึบ จ้าวซื่อจินเดินได้แป๊บเดียวก็ถอดใจ ต้องให้แม่นมฉินอุ้มเดินต่อ
พอได้ยินว่าจะหยุดเดิน เด็กสาวก็ถอนหายใจโล่งอก ใครจะไปรู้ว่าทางในป่ามันจะเดินยากขนาดนี้
"งั้นเริ่มหาไข่นกกันเถอะ" จ้าวซื่ออันเร่งยิก ๆ ขอแค่มีไข่นกให้เก็บ จะที่ไหนเขาก็ไม่เกี่ยง
พอหยุดเดิน ปัญหาใหม่ก็ผุดขึ้นมา... จะหาไข่นกเจอยังไง?
จ้าวซื่ออันเริ่มหงุดหงิด สั่งองครักษ์สองคนให้แยกไปหาทางอื่น
"อย่าไปไกลนะ ดูแลคุณชายรองให้ดี มีอะไรให้รีบตะโกนเรียก" จ้าวซื่อชวนกำชับ เขาต้องอยู่ดูแลซื่อจื่อและน้องสาว จึงปลีกตัวไปไม่ได้
"ขอรับ" องครักษ์รับคำแล้วรีบตามจ้าวซื่ออันไป
ผ่านไปอีกหนึ่งก้านธูป ในที่สุดก็เจอรังนกสองรัง อยู่บนต้นไม้สองต้นที่ไม่ห่างกันมากนัก
จ้าวซื่ออันถูกเรียกตัวกลับมา
"เจอตั้งสองรัง! เยี่ยมไปเลย ข้ากับพี่หลินคนละต้น มาแข่งกันว่าใครจะถึงก่อน"
ยังไม่ทันที่จ้าวซื่อชวนจะทัดทาน หลินเซียวก็ตอบตกลงไปแล้ว
จ้าวซื่อจินยืนถูมือด้วยความตื่นเต้น รอลุ้นว่าใครจะปีนเก่งกว่ากัน
สิ้นเสียงสัญญาณของจ้าวซื่อชวน หลินเซียวและจ้าวซื่ออันก็เริ่มปีนต้นไม้ใหญ่ด้วยความคล่องแคล่ว
"ว้าว! พี่หลินคล่องจัง ปีนเร็วมาก!" จ้าวซื่อจินเอามือป้องปาก อุทานด้วยความทึ่ง
ได้ยินเสียงน้องสาวเชียร์คนอื่น จ้าวซื่ออันหันไปมอง เห็นหลินเซียวปีนนำไปไกลแล้ว เขารีบตั้งสติแล้วเร่งความเร็วตามไป
รังนกทั้งสองอยู่บนง่ามไม้ที่ค่อนข้างสูง ยิ่งสูงกิ่งก้านยิ่งเล็กลง อันตรายก็เพิ่มขึ้น
"ได้แล้ว!" หลินเซียวตะโกนบอกเป็นคนแรก
"ว้าว! พี่หลินเก่งที่สุด! พี่รองเร็วเข้าสิ จะถึงอยู่แล้ว"
จ้าวซื่ออันไปถึงรังนกช้ากว่าหลินเซียวนิดหน่อย เขานั่งห้อยขาบนกิ่งไม้ ตะโกนบอกหลินเซียวที่อยู่ไม่ไกล "พี่หลินฝีมือยอดเยี่ยม ข้ายอมแพ้แล้ว"
"ฮ่า ๆ ๆ ชมเกินไปแล้ว ข้าแก่กว่าเจ้าตั้งหลายปี อีกไม่กี่ปีมาแข่งกันใหม่"
"ตกลง"
จ้าวซื่อชวนมองเด็กหนุ่มสองคนนั่งคุยกันบนยอดไม้แล้วกุมขมับ
"ทั้งสองคนนั่งนิ่ง ๆ ไว้นะ ขาขึ้นง่ายขาลงยาก เดี๋ยวข้าจะให้คนช่วยระวัง ลงมาทีละคน" ไม่มีใครคัดค้านคำสั่งของพี่ใหญ่
คราวนี้พวกเขามีองครักษ์มาด้วยสิบสองคน แบ่งไปดูแลจ้าวซื่อเย่วสี่คน เหลือแปดคนอยู่ที่นี่ องครักษ์กระจายกำลังล้อมต้นไม้ไว้ เผื่อใครตกลงมาจะได้ช่วยทัน
หลินเซียวลงมาก่อน จ้าวซื่ออันยืนยันจะขอนั่งชมวิวต่ออีกหน่อย ให้พี่หลินลงไปก่อน
ทุกคนข้างล่างจดจ่ออยู่กับการไต่ลงของซื่อจื่อ เพราะในมือถือไข่นกอยู่ด้วย เลยลงได้ไม่เร็วนัก
จ้าวซื่อจินดูอยู่พักหนึ่งก็วิ่งไปที่ใต้ต้นไม้ของพี่ชาย ตอนนี้องครักษ์ทุกคนไปรุมช่วยซื่อจื่อกันหมด เหลือแค่บ่าวรับใช้ส่วนตัวของจ้าวซื่ออันไม่กี่คน
"พี่รอง ในรังมีไข่กี่ฟอง? พี่หลินได้ตั้งสี่ฟองแน่ะ"
จ้าวซื่ออันหันไปค้นรังนกข้างตัว พอเห็นชัด ๆ ก็ตอบอย่างดีใจ "รอบนี้ข้าชนะพี่หลิน ในนี้มีตั้งหกฟอง!"
"จริงเหรอ? เอาลงมาให้ข้าดูหน่อย"
จ้าวซื่ออันไม่ปฏิเสธ เขาโกยไข่ทั้งหกฟองมาไว้ในอ้อมอก เตรียมจะโชว์ให้น้องสาวข้างล่างดู พลางโม้ว่าไข่กลมเกลี้ยงสวยงามแค่ไหน
ทันใดนั้น นกสีฟ้าสองตัวก็พุ่งเข้ามาโจมตี! ยังไม่ทันที่จ้าวซื่ออันจะตั้งตัว นกสองตัวนั้นก็เริ่มจิกตีเขา
จ้าวซื่ออันใช้สองมือประคองไข่นกอยู่ เมื่อถูกโจมตีทีเผลอ ร่างกายจึงขยับหลบตามสัญชาตญาณ จนลืมไปว่าตัวเองอยู่บนยอดไม้สูงลิบ
คนข้างล่างยังไม่ทันรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เพิ่งคุยกันอยู่ดี ๆ วินาทีถัดมา... ร่างของจ้าวซื่ออันก็ร่วงลงมาจากต้นไม้พร้อมกับไข่นกในมือ
เสียงกรีดร้องดังลั่นป่า
จ้าวซื่อชวนและคนอื่น ๆ ที่กำลังจดจ่ออยู่กับหลินเซียว พอได้ยินเสียงกรีดร้อง หัวใจก็แทบหยุดเต้น หันขวับไปมองภาพที่ทำเอาตาแทบถลนออกจากเบ้า
เห็นน้องชายร่วงละลิ่วลงมาจากต้นไม้สูง จ้าวซื่อชวนวิ่งถลันเข้าไปพร้อมตะโกนให้องครักษ์ช่วย
ในขณะเดียวกัน ชิงเหมียวที่ยืนอยู่ข้างหลังจ้าวซื่อจินสามก้าว และกำลังเงยหน้ามองจ้าวซื่ออันอยู่พอดี
วินาทีที่เสียงกรีดร้องดังขึ้น และทุกคนยืนตัวแข็งทื่อ ชิงเหมียวพุ่งตัวออกไป รวบรวมพลังทั้งหมด ยื่นแขนออกไปรับร่างของจ้าวซื่ออันที่กำลังดิ่งพสุธา
จ้าวซื่ออันหลับตาปี๋ เตรียมรับความเจ็บปวดจากการกระแทกพื้น พี่ชายและคนอื่น ๆ อยู่ไกลเกินกว่าจะรับทัน และบ่าวไพร่ที่เหลือก็ไม่รู้จะไหวตัวทันไหม
ทว่า... ความเจ็บปวดที่คาดไว้กลับไม่มาเยือน จ้าวซื่ออันคิดว่าตัวเองคงตายคาที่ไปแล้ว เพราะวิญญาณย่อมไร้ความรู้สึก
"คุณชายรอง? คุณชายรองเจ้าคะ?"
แม้จะเตรียมตัวมาดี แต่จ้าวซื่ออันเป็นเด็กชายวัยสิบขวบ แรงกระแทกจากที่สูงขนาดนี้ แม้แต่จอมพลังอย่างชิงเหมียว แขนทั้งสองข้างก็ยังรู้สึกชาหนึบและปวดร้าว
คนอื่น ๆ เพิ่งได้สติ จ้าวซื่อจินเดินตัวแข็งทื่อเข้ามาหา มองพี่ชายสลับกับชิงเหมียว
จ้าวซื่อชวนวิ่งตามมาติด ๆ ทุกคนเริ่มรู้สึกตัวว่าเมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้น... เร็วเสียจนตั้งตัวไม่ทัน
จ้าวซื่ออันได้ยินเสียงเรียกชื่อ แต่ไม่ใช่เสียงที่คุ้นเคย เขาคิดว่าเป็นเสียงของยายเมิ่ง (คนต้มน้ำแกงลืมอดีตในนรก) หรือเปล่านะ?
"พี่รอง เป็นยังไงบ้าง?"
"น้องรอง! น้องรอง! ตื่นสิ!"
"เอ๊ะ... นั่นเสียงพี่ใหญ่กับน้องหญิงนี่" จ้าวซื่ออันเริ่มมีสติ ลืมตาโพลง สิ่งแรกที่เห็นคือใบหน้าหลายใบ
นอกจากพี่ชายและน้องสาว ยังมีใบหน้าเด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มที่ไม่คุ้นเคยอยู่ใกล้หน้าเขาที่สุด
"คุณชายรอง... ร่างกายเจ็บตรงไหนไหมเจ้าคะ?" ชิงเหมียวอยากให้เขารีบลุกออกไปจะแย่แล้ว อุ้มท่าเจ้าหญิงแบบนี้มัน... น่าอึดอัดชอบกล
"เอ๊ะ... ข้าไม่เป็นไร? ข้าไม่เป็นไร!"