- หน้าแรก
- สามีดวงซวยกับเจ้าก้อนแป้งนำโชค
- ตอนที่ 35 – การเปลี่ยนแปลงของเหรินต้าซู่
ตอนที่ 35 – การเปลี่ยนแปลงของเหรินต้าซู่
ตอนที่ 35 – การเปลี่ยนแปลงของเหรินต้าซู่
การเดินทางครั้งนี้ พวกเขาต้องไปตั้งหลักที่เรือนรับรองก่อน แล้วค่อยออกไปเที่ยวชมฤดูใบไม้ร่วง
ระหว่างทาง ชิงเหมียวมองดูชาวนาที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่ในทุ่ง แล้วอดนึกถึงครอบครัวไม่ได้ ไม่รู้ว่าตอนนี้ทุกคนจะเป็นอย่างไรบ้าง
ไม่รู้ว่าพ่อหางานรับจ้างระยะสั้นในเมืองได้สำเร็จไหม เรื่องที่น้องชายอยากทำมีความคืบหน้าหรือยัง และไก่ที่แม่กับย่าช่วยกันเลี้ยงจะออกไข่หรือยัง
...
ณ หมู่บ้านสกุลเหริน
"ท่านย่า ดูสิ ข้ากับน้องขุดไส้เดือนมาได้ตั้งเยอะแน่ะ"
น้องสาวของชิงเหมียวจูงมือน้องเล็ก 'เสี่ยวซู่' อีกมือถือชามแตก ๆ มาอวดผลงานยามเช้าให้ย่าดู
อวี๋ชุ่ยฮวากำลังต้มน้ำทำมื้อเที่ยง เหลือบมองหลานตัวน้อยทั้งสอง "ไม่เลวเลย เอาไปให้แม่เจ้าสิ นางอยู่หลังบ้าน"
"จ้ะ" พูดจบ สองพี่น้องก็จูงมือกันวิ่งตื๋อไปหลังบ้าน
หลังบ้านสกุลเหรินไม่ได้กว้างขวางนัก ด้านตะวันออกถากถางเป็นแปลงผักเล็ก ๆ ด้านตะวันตกมีเล้าไก่ปลูกติดกำแพง เฉินเอ้อร์หนีกำลังก้มหน้าก้มตาถอนผัก ฝนที่ตกหนักช่วงที่ผ่านมาทำให้ผักงามดี ช่วงนี้ที่บ้านจึงไม่เคยขาดแคลนผัก
"ท่านแม่ ดูไส้เดือนที่ข้ากับน้องขุดมาสิ"
เฉินเอ้อร์หนียืดตัวขึ้น ยิ้มรับชามแตกจากมือลูก เดินไปที่เล้าไก่แล้วเทไส้เดือนลงไป
ครอบครัวสกุลเหรินเลี้ยงไก่ตัวเมียสี่ตัว ไก่ตัวผู้หนึ่งตัว เพิ่งเอามาเลี้ยงได้เดือนกว่า ๆ แต่เพราะเด็กสองคนขยันขุดไส้เดือนมาให้กิน ไก่จึงโตวันโตคืน
จากประสบการณ์ของอวี๋ชุ่ยฮวา อีกสักสิบวันถึงครึ่งเดือนก็น่าจะเริ่มออกไข่แล้ว
"ท่านแม่ เมื่อไหร่แม่ไก่จะออกไข่เสียทีล่ะจ๊ะ?" ชิงอวี่มองไก่ในเล้ารุมจิกไส้เดือนอย่างเอร็ดอร่อย พลางสงสัยว่าเมื่อไหร่จะได้กินไข่
"นั่นสิ เมื่อไหร่จะออกไข่?" เสี่ยวซู่ตัวเตี้ยต้องเกาะรั้วชะเง้อมอง
"อีกเดี๋ยวก็ออกแล้ว ถ้าโชคดี พรุ่งนี้ตื่นมาอาจได้เห็นไข่ก็ได้นะ" เฉินเอ้อร์หนีหลอกล่อเด็กน้อย
เพราะเคยอดอยากมานาน ร่างกายเด็กสองคนยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ย่าและแม่จึงไม่ยอมให้ทำงานหนัก
แต่เด็ก ๆ อยากช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัว สุดท้ายเลยได้งานขุดไส้เดือน อย่างน้อยก็ไม่เหนื่อยแรงเกินไป แถมยังสนุกด้วย
"ถ้าแม่ไก่ออกไข่ เราต้องเก็บไว้เอาไปให้พี่ใหญ่กินที่ในเมืองนะ"
ชิงอวี่ทำแก้มป่อง หันไปสั่งกำชับแม่ไก่อย่างจริงจัง "พวกเจ้าต้องกินเยอะ ๆ แล้วรีบออกไข่เร็ว ๆ นะ"
เฉินเอ้อร์หนีขำกับคำพูดไร้เดียงสาของลูกสาว นางเช็ดมือกับเสื้อแล้วลูบหัวลูกทั้งสอง "กว่าพ่อกับพี่ชายเจ้าจะกลับจากทำงานในเมือง แม่ไก่ก็น่าจะออกไข่พอดี ถึงตอนนั้นเราส่งไปให้พี่ใหญ่ชิมแน่ ๆ ไข่พวกนี้ชิงอวี่กับเสี่ยวซู่มีส่วนช่วยเยอะเลยนะ"
เด็กน้อยทั้งสองหน้าแดงด้วยความภูมิใจที่แม่ชม รีบเก็บชามแตกขึ้นมาจากพื้น "ท่านแม่ ในเมื่อข้าวยังไม่เสร็จ ข้ากับน้องไปขุดไส้เดือนต่ออีกหน่อยนะจ๊ะ"
ยังไม่ทันที่เฉินเอ้อร์หนีจะห้าม ทั้งคู่ก็จูงมือกันวิ่งแน่บไปแล้ว
"เจ้าเด็กพวกนี้นี่" เฉินเอ้อร์หนีก้มเก็บผักที่ถอนไว้ แล้วเดินไปล้างที่โซนครัว
"อ้าว สองคนนั่นวิ่งไปไหนอีกล่ะ? จะกินข้าวอยู่แล้วเชียว" อวี๋ชุ่ยฮวาถาม
เฉินเอ้อร์หนียิ้ม "พอรู้ว่าแม่ไก่ใกล้จะออกไข่ก็ตื่นเต้นกันใหญ่ บอกว่าจะไปขุดเพิ่มอีกหน่อยจ้ะ"
อวี๋ชุ่ยฮวาส่ายหน้ายิ้ม ๆ "เดิมทีข้ากะว่าจะไปเยี่ยมชิงเหมียวช่วงไหว้พระจันทร์ แต่เถียนหนิวกับต้าซู่ยังไม่กลับมา เลยต้องรอไปก่อน ถ้าโชคดี ตอนพวกเขากลับมา ไก่อาจจะออกไข่แล้วจริง ๆ ก็ได้"
อวี๋ชุ่ยฮวารับผักจากเฉินเอ้อร์หนี หั่นหยาบ ๆ แล้วโยนลงหม้อต้มรวมกับข้าวต้ม
ช่วงนี้กินดีขึ้นหน่อย แม้จะเป็นแค่ข้าวต้มผักที่ทำจากธัญพืชหยาบ แต่พวกเขาก็พอใจมากแล้ว
"ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ เรื่องนั้นไม่สำคัญ เท่าเรื่องหาเงิน เงินที่ชิงเหมียวให้มาคราวก่อน บวกกับค่าแรงที่พี่เถียนหนิวหามาได้รอบนี้ ก็น่าจะพอใช้จ่ายแล้ว"
อวี๋ชุ่ยฮวาใช้ทัพพีคนข้าวต้มในหม้อ สีหน้าเปี่ยมสุข
"ใช่ พอแน่นอน ข้าไม่นึกเลยว่าในเมืองจะต้องการแรงงานเยอะขนาดนี้ ที่สำคัญคือเถ้าแก่ใจป้ำจ่ายค่าแรงดีกว่าในเมืองตำบลตั้งเยอะ"
เฉินเอ้อร์หนีนั่งลงช่วยดูไฟ "แล้วทำไมเมื่อก่อนเราไม่เห็นคนในหมู่บ้านเข้าไปหางานในเมืองบ้างเลยล่ะจ๊ะ?"
"เพราะทุกคนกลัวไงล่ะ" อวี๋ชุ่ยฮวายิ้มขมขื่น
ในอดีตเคยมีคนไปทำให้ขุนนางหรือคนใหญ่คนโตในเมืองไม่พอใจแล้วโดนรังแก จะไปร้องเรียนที่ไหนก็ไม่ได้ ชาวบ้านร้านตลาดกลัวการขึ้นโรงขึ้นศาล พอเสียเปรียบก็ก้มหน้ารับกรรม เรื่องแบบนี้เกิดทีเดียวก็ขวัญหนีดีฝ่อกันไปทั้งบาง
นานวันเข้า ชาวบ้านก็ไม่อยากเข้าเมือง ถ้าจะเข้าก็ต้องมีญาติพี่น้องที่พอรู้ลู่ทางคอยช่วยเหลือ
ชาวบ้านตาดำ ๆ ที่วัน ๆ เอาแต่ขุดดินทำกิน ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมคนเมือง โดนขู่หน่อยก็กลัวหัวหด คนที่กล้าออกไปจริง ๆ คือคนที่มีความกล้าและหัวไวเท่านั้น
"มีคนถามข้าว่าพี่เถียนหนิวไปไหน ข้าบอกแค่ว่าไปรับจ้างในเมืองตำบล" เฉินเอ้อร์หนีไม่แน่ใจว่าพูดแบบนี้ถูกไหม
อวี๋ชุ่ยฮวาพยักหน้า "ดีแล้ว จะได้ไม่เป็นเป้าสายตา ตัดปัญหาไปได้เปราะหนึ่ง ช่วงนี้บ้านเราทำตัวเงียบ ๆ ไว้ดีที่สุด"
"ข้าก็คิดแบบนั้นจ้ะ" ไม่ใช่ว่าเฉินเอ้อร์หนีไม่อยากบอกเพื่อนบ้าน
แต่ถ้าเกิดคนอื่นเห็นว่าเงินหาง่ายแล้วแห่ตามไป ถ้าโชคดีก็แล้วไป แต่ถ้าเกิดเรื่องขึ้นมา แล้วหันมาโทษครอบครัวนางล่ะ?
เพื่อตัดปัญหา เฉินเอ้อร์หนีเลยบอกว่าสามีไปทำงานในเมืองตำบล (ที่ใกล้กว่าและคุ้นเคยกว่า) ยังไงก็ไม่ต้องบอกพิกัดแน่ชัดอยู่แล้ว
"โชคดีที่ต้าซู่หัวไว ไม่งั้นลำพังเถียนหนิวที่เป็นพวกปากหนัก พูดจาไม่รื่นหู เถ้าแก่คงไม่จ้างหรอก"
ตอนนี้อวี๋ชุ่ยฮวาชื่นชมหลานชายคนโตมาก ผ่านวิกฤตคราวก่อนมาได้ เด็กคนนี้โตขึ้นและเก่งขึ้นเยอะ รู้จักพูดจาโน้มน้าว แถมยังทิ้งทิฐิยอมก้มหัวเป็น หางานเก่งใช่ย่อย
ครั้งล่าสุดที่ไปเยี่ยมชิงเหมียว บ่ายวันนั้นต้าซู่ก็ช่วยพ่อหางานแบกหามที่ร้านขายข้าวได้งานหนึ่ง ทำอยู่สามวัน โดยที่ตัวเองขอช่วยทำแลกข้าว ไม่เอาค่าแรง สุดท้ายสองพ่อลูกเลยได้ค้างในเมืองสามวัน
พอกลับบ้านมาพร้อมเงินร้อยอีแปะ อวี๋ชุ่ยฮวาก็เริ่มเชื่อมั่นว่าหลานชายคนนี้อาจจะทำตามที่พูดได้จริง... คือการหางานมั่นคงและตั้งรกรากในเมือง