- หน้าแรก
- สามีดวงซวยกับเจ้าก้อนแป้งนำโชค
- ตอนที่ 34 – โอกาส
ตอนที่ 34 – โอกาส
ตอนที่ 34 – โอกาส
ลิงก์ถาวร: https://www.thai-novel.com/2026/01/19/ตอนที่-34-โอกาส/
เหรินชิงเหมียวเดินใจลอยกลับมาที่ครัวเล็ก ก่อนจะถูกหยางชุ่ยชุ่ยและไม่ซุ่ยดึงตัวไปมุมหนึ่ง
"ชิงเหมียว เกิดอะไรขึ้น? ทำไมทำหน้าเหมือนวิญญาณหลุดจากร่างแบบนั้น?" ไม่ซุ่ยถามด้วยความร้อนรน พลางสำรวจร่างกายนางหัวจรดเท้า พอเห็นว่าไม่มีบาดแผลถึงได้โล่งใจ
"นั่นสิ ชิงเหมียว พี่โม่ถงเรียกเจ้าไปทำไม?"
ได้ยินเสียงถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงของเพื่อนทั้งสอง ชิงเหมียวจึงเรียกสติกลับมาได้ หลังนิ่งไปครู่หนึ่งนางก็ตอบว่า "พี่โม่ถงรู้ว่าข้าแรงเยอะ ช่วงนี้แม่นมฮวาป่วยออกไปข้างนอกไม่ไหว เลยให้ข้าไปแทน"
หยางชุ่ยชุ่ยและไม่ซุ่ยชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ใบหน้าของไม่ซุ่ยจะสว่างวาบด้วยความดีใจ "ชิงเหมียว! งั้นก็แปลว่าเจ้าจะได้ออกจากจวนน่ะสิ! พวกเราเพิ่งบ่นกันอยู่หยก ๆ ว่าอุดอู้อยู่แต่ในนี้ จู่ ๆ สวรรค์ก็ประทานโอกาสให้เจ้าเฉยเลย!"
หยางชุ่ยชุ่ยมองชิงเหมียวด้วยสายตาซับซ้อน "ปกติพี่โม่ถงไม่ค่อยสนใจสาวใช้ตัวเล็ก ๆ อย่างพวกเรา แต่นางจับตามองอยู่ตลอดจริง ๆ ...เจ้าต้องคว้าโอกาสนี้ไว้ให้ดีนะ ทำผลงานให้เข้าตาเจ้านาย วันข้างหน้าจะได้มีหนทางก้าวหน้า"
ชิงเหมียวรู้จักหยางชุ่ยชุ่ยดีพอที่จะสัมผัสได้ถึงความอิจฉาในน้ำเสียง แต่ก็ไม่ได้เจือความประสงค์ร้าย นางก้มหน้าหัวเราะเบา ๆ "ไว้ข้ากลับมา จะเล่าทุกอย่างที่ได้เห็นให้พวกเจ้าฟัง ข้าต้องรีบไปเก็บของแล้ว อีกเดี๋ยวต้องออกเดินทาง"
"รีบไปเถอะ พวกเราจะรอฟังเรื่องเล่าจากเจ้า" ไม่ซุ่ยประกาศอย่างภูมิใจ เพื่อนรักของนางได้ดี นางย่อมดีใจที่สุด
ตอนนี้หยางชุ่ยชุ่ยปรับอารมณ์ได้แล้ว มองชิงเหมียวด้วยความชื่นชมอย่างเปิดเผย "เร็วเข้า อย่าให้สายล่ะ"
ชิงเหมียวตบไหล่เพื่อนทั้งสอง แล้วหันหลังกลับห้องไปเก็บสัมภาระ แม่เฒ่าเฉินที่ได้รับข่าวแล้วก็รีบมาหากำชับนางหลายเรื่อง
แม่เฒ่าเฉินเองก็ถูกเกณฑ์ไปช่วยงานที่สวนชิงฮุยเหมือนกัน โดยนางต้องติดตามไปปรนนิบัติทางฝั่งคุณชายใหญ่
คนสนิทส่วนใหญ่ของคุณชายใหญ่จ้าวซื่อชวนยังอยู่ที่เมืองหลวง คราวนี้เขาพาคนกลับมาด้วยน้อยมาก กำลังคนจึงไม่พอ ฮูหยินชุ่ยไม่ไว้ใจคนอื่น จึงต้องดึงคนของตัวเองไปช่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีซื่อจื่อจวนโหวมาเยือน จะให้เกิดข้อผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาด
สำหรับชิงเหมียว โอกาสนี้จึงเหมือนของขวัญจากฟ้า ถ้าซื่อจื่อไม่ได้มาเยือน จวนนี้ก็มีบ่าวไพร่ที่ไว้ใจได้ถมเถ ไม่มีทางที่ส้มจะหล่นมาใส่นาง
เมื่อสะพายห่อผ้าขึ้นหลัง ชิงเหมียวก็ไปหาไฉ่อวี้ ไฉ่อวี้จำนางได้ พอรู้ว่าสาวน้อยร่างบางคนนี้ถูกเลือกมาเพราะแรงเยอะ นางก็อดแปลกใจไม่ได้
รูปร่างผอมบางของเด็กคนนี้ ดูยังไงก็ไม่น่าเชื่อถือ
เมื่อถูกจ้องมองจนรู้สึกอึดอัด ชิงเหมียวจึงถามเสียงเบา "พี่ไฉ่อวี้ การเดินทางครั้งนี้ข้าต้องคอยรับคำสั่งจากพี่ใช่ไหมเจ้าคะ?"
ไฉ่อวี้พยักหน้า "ใช่ เจ้าต้องฟังคำสั่งข้า... โม่ถงบอกว่าเจ้าหิ้วน้ำเต็มถังสองใบเดินตัวปลิวเหมือนไม่ได้ถืออะไรเลย... เจ้าแรงเยอะแค่ไหนกันแน่?"
เห็นแววตาอยากรู้อยากเห็นของไฉ่อวี้ ชิงเหมียวตัดสินใจว่าไม่มีความจำเป็นต้องปิดบังอีกต่อไป
"หลายเดือนมานี้ข้ากินอิ่มนอนหลับ สบายดีเจ้าค่ะ ข้าก็ไม่รู้ว่าแรงตัวเองเยอะแค่ไหน แต่ข้ายกหินก้อนใหญ่ริมสระน้ำในเรือนฟางเฟยได้ ส่วนขีดจำกัดจริง ๆ ข้ายังไม่เคยลองเจ้าค่ะ"
นางเคยแอบลองยกดูเงียบ ๆ ในคืนมืดมิดคืนหนึ่ง ยิ่งร่างกายฟื้นฟู พละกำลังของนางก็ยิ่งเพิ่มพูนขึ้นเรื่อย ๆ
"เจ้าหมายถึง... หินก้อนที่พวกคุณหนูชอบไปนั่งให้อาหารปลาน่ะนะ?" ไฉ่อวี้ตาค้าง อ้าปากหวอ
"เจ้าค่ะ ข้าเคยลองยกครั้งหนึ่ง" ชิงเหมียวตอบ
เมื่อก่อนนางซ่อนความสามารถไว้ แต่ตอนนี้เมื่อเข้าตาเจ้านายแล้ว นางต้องทำให้ตัวเองเป็นที่จดจำและไม่ถูกแทนที่ได้ง่าย ๆ ไม่อย่างนั้นพอกลับมา อาจมีคนจ้องจะเล่นงานหรือแย่งตำแหน่ง
เบื้องหน้าดูเหมือนรักใคร่กลมเกลียว นั่นเพราะยังไม่มีใครโดดเด่นขึ้นมา ตอนนี้คนที่มีบทบาทในเรือนฟางเฟยล้วนเป็นคนเก่าคนแก่ของคุณหนูใหญ่ เด็กใหม่ยังเจาะไม่เข้า
ไม่ต้องพูดถึงเพื่อนรุ่นเดียวกัน แม้แต่บ่าวไพร่รุ่นเก่าก็อาจกลัวว่าคนโปรดคนใหม่จะมาแย่งงาน
เมื่อผลประโยชน์ขัดกัน เปลือกนอกที่แสร้งว่าสงบสุขก็จะแตกออก ย่าหวังเคยสอนนางให้รู้ซึ้งถึงการแก่งแย่งชิงดีในหมู่บ่าวไพร่... ที่ไหนมีคน ที่นั่นมีความขัดแย้ง คำนี้จริงเสมอ
เพื่อชีวิตที่สงบสุขในภายภาคหน้า นางซ่อนคมไม่ได้อีกแล้ว ต้องแสดงความโดดเด่นให้คนอื่นรู้ว่านางไม่ใช่คนที่จะมาแทนที่กันได้ง่าย ๆ แล้วแผนการร้ายต่าง ๆ จะลดลงไปเอง
อีกนัยหนึ่ง คำพูดนี้ตั้งใจฝากไฉ่อวี้ไปบอกโม่ถง เพื่อแสดงให้เห็นว่าโม่ถงมองคนไม่ผิด เหรินชิงเหมียวมีความสามารถจริง และถ้ายอมให้โอกาส นางจะรับใช้ได้เป็นอย่างดี
"คิดไม่ถึงเลยจริง ๆ... เอาเรี่ยวแรงมาจากไหนเนี่ย? ตัวแค่นี้แต่แข็งแรงชะมัด!"
ชิงเหมียวตอบอย่างถ่อมตน "ข้าแรงเยอะมาแต่เด็กเจ้าค่ะ ยิ่งโตแรงก็ยิ่งเยอะ ยิ่งกินดีก็ยิ่งมีแรง"
นางไม่ได้โกหก ตั้งแต่ท้องอิ่ม พละกำลังนางก็พุ่งพรวด โชคดีที่ย่าหวังอยู่ครัวใหญ่ แอบเก็บหมั่นโถวแป้งหยาบไว้ให้นางกินเพิ่มทุกวัน นางเลยไม่เคยหิวโซ
"แปลกจริงหนอ แรงเยอะขนาดนี้คงต้องกินเยอะแน่ ๆ ไม่งั้นจะเอาแรงมาจากไหน"
ไฉ่อวี้มองนางราวกับเป็นของแปลกหายาก ก่อนจะพานางไปสมทบกับขบวนรถม้าที่กำลังจะออกจากเมือง
นอกจากสาวใช้คนสนิทแล้ว คนที่เหลือต้องเดินตามหลังรถม้า ไม่มีรถสำหรับบ่าวไพร่ ส่วนเกวียนด้านหลังก็บรรทุกสัมภาระของเจ้านาย
ชิงเหมียวไม่รู้สึกเหนื่อยเลยสักนิด นางตื่นเต้นที่จะได้เดินผ่านถนนเส้นที่คึกคักที่สุดของอำเภอ
คราวก่อนที่มา นางรีบร้อนจนไม่มีอารมณ์มองดูรอบข้าง คราวนี้เดินไปพร้อมขบวน นางมองร้านรวงและแผงลอยสองข้างทางตาแป๋ว
มองชาวเมืองเดินขวักไขว่ ฟังเสียงพ่อค้าแม่ขายตะโกนเรียกลูกค้า จู่ ๆ นางก็รู้สึกอิจฉา... คนพวกนี้มีชีวิตอิสระ เป็นชีวิตธรรมดาที่เต็มไปด้วยสีสัน
เมื่อไหร่หนอ นางถึงจะได้ใช้ชีวิตแบบนั้นบ้าง?
นางจมอยู่ในห้วงความคิดจนกระทั่งขบวนพ้นประตูเมือง... นั่นคือชีวิตที่นางโหยหา
ตอนนี้นางยังคว้ามันมาไม่ได้ แต่สักวันหนึ่ง นางเชื่อว่านางทำได้แน่
"ชิงเหมียว เหม่ออีกแล้วหรือ?"
เสียงของไฉ่อวี้ทำให้นางสะดุ้งตื่นจากภวังค์ พบว่าตัวเองเดินรั้งท้าย จึงรีบสาวเท้าก้าวตามไป ปัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไปก่อน
ตอนนี้ข้ายังเป็นแค่สาวใช้ตัวเล็ก ๆ... ทำหน้าที่ตรงหน้าให้ดีที่สุด เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง