- หน้าแรก
- สามีดวงซวยกับเจ้าก้อนแป้งนำโชค
- ตอนที่ 33 – ออกนอกจวน
ตอนที่ 33 – ออกนอกจวน
ตอนที่ 33 – ออกนอกจวน
งานเลี้ยงจบลงหลังจากทุกคนได้ชิมขนมไหว้พระจันทร์และชมจันทร์กันจนหนำใจ
หลินเซียว ซื่อจื่อจวนโหว ถูกจัดให้พักที่เรือน 'ชิงฮุย' ของคุณชายใหญ่
เดิมทีฮูหยินชุ่ยตั้งใจจะเปิดเรือนว่างรับรองแขก แต่กว่าจะรู้ข่าวก็กระชั้นชิดเกินไป เรือนรับรองอื่น ๆ ในเขตเรือนหน้าถูกปล่อยทิ้งร้างมานาน สภาพทรุดโทรมจนซ่อมแซมไม่ทัน
อีกอย่าง เรือนชิงฮุยของคุณชายใหญ่เป็นเรือนที่ดีที่สุดในเขตหน้า ทิวทัศน์งดงาม ห้องหับมากมาย ฮูหยินชุ่ยจึงตัดสินใจให้ซื่อจื่อพักที่นั่นเสียเลย ไหน ๆ ก็เป็นเพื่อนสนิทกัน พักด้วยกันก็น่าจะสะดวกดี
หลินเซียวเดินทางมาแบบเรียบง่าย มีผู้ติดตามมาแค่สองคน พื้นที่ในเรือนชิงฮุยจึงเพียงพอเหลือเฟือ
คืนนั้น นายท่านรองพักค้างคืนที่เรือนฮูหยินใหญ่ ส่วนอนุหลิวนั่งกำผ้าเช็ดหน้าแน่นอยู่นานกว่าจะข่มตานอนหลับ
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น เรือนฟางเฟยก็เริ่มคึกคัก
"คุณหนูใหญ่จะไปเที่ยวข้างนอก ของที่ต้องเตรียมเยอะจริง ๆ" ไม่ซุ่ยมองบ่าวไพร่เดินขวักไขว่ขนของกันวุ่นวาย พวกนางเพิ่งโดนเรียกมาช่วยขนของเมื่อกี้
"อาจจะต้องค้างคืนที่เรือนพักร้อนด้วย ข้าวของเลยเยอะเป็นธรรมดา" ชิงเหมียวเริ่มคุ้นเคยกับกิจวัตรของเจ้านายแล้ว
เครื่องนอน เสื้อผ้าสำรอง เครื่องประทินโฉม สารพัดสิ่ง ขาดไม่ได้แม้แต่ชิ้นเดียว ยิ่งคราวนี้ไปกับซื่อจื่อจวนโหว ยิ่งต้องพิถีพิถันเป็นพิเศษ
"เมื่อไหร่พวกเราจะมีโอกาสได้ตามคุณหนูออกไปเที่ยวบ้างนะ? อุดอู้อยู่แต่ในจวนทุกวัน น่าเบื่อจะตาย" ไม่ซุ่ยมองไฉ่อวี้และโม่ถงที่กำลังสั่งงานด้วยความอิจฉา
"ช่วงนี้อย่าเพิ่งหวังเลย ไว้รอเจ้าเข้าตาเจ้านาย ได้เลื่อนขั้นเป็นสาวใช้ขั้นสองก่อนเถอะ ถึงตอนนั้นค่อยมาลุ้นกัน" ชิงเหมียวหัวเราะเบา ๆ
การถูกขังอยู่ในพื้นที่สี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ทุกวันก็น่าอึดอัดจริง ๆ แต่แลกกับการไม่อดตาย ก็ถือว่าคุ้มค่า
เมื่อขนของใกล้เสร็จ คุณชายใหญ่จ้าวซื่อชวนและคุณชายรองจ้าวซื่ออันก็แวะมาดูความเรียบร้อยที่เรือนฟางเฟย
ชิงเหมียวและเพื่อน ๆ แอบมองไปทางเรือนใหญ่ขณะทำงาน เด็กใหม่ที่เพิ่งเข้าจวนอย่างพวกนางไม่เคยเห็นคุณชายใหญ่ผู้โด่งดังมาก่อน ย่อมอยากรู้อยากเห็นเป็นธรรมดา
"เทียบกับคุณชายใหญ่แล้ว คุณชายรองยังดูเหมือนเด็กอยู่เลย สง่าราศีต่างกันลิบลับ"
หยางชุ่ยชุ่ยย่องมาเม้าท์ให้เพื่อนฟัง
ชิงเหมียวและไม่ซุ่ยเห็นด้วย เคยได้ยินคนเขาเล่าลือกันมานาน วันนี้ได้เห็นกับตา สมคำร่ำลือจริง ๆ คุณชายใหญ่ดูเป็นสุภาพบุรุษผู้ทรงภูมิ อนาคตไกล มิน่าบ่าวไพร่ถึงเคารพนับถือ
"ชิงเหมียว พี่โม่ถงเรียกเจ้าไปพบแน่ะ"
ชิงเหมียวชะงัก วางฟืนในมือลง ลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วเดินตามคนเรียกไป
ไม่ซุ่ยและหยางชุ่ยชุ่ยได้แต่มองตามตาละห้อยจนลับสายตา
"พี่โม่ถงเรียกชิงเหมียวไปทำไมกันนะ?" ไม่ซุ่ยเริ่มกังวล นึกทบทวนดูว่าช่วงนี้พวกนางทำอะไรผิดพลาดไปหรือเปล่า แต่ก็มั่นใจว่าทำหน้าที่ได้ดีไม่มีข้อบกพร่อง
"ถ้าเจ้าไม่รู้ ข้ายิ่งไม่รู้ใหญ่" หยางชุ่ยชุ่ยทำงานคนละส่วน ยิ่งเดาทางไม่ถูก
"เมื่อก่อนเคยมีเรื่องแบบนี้ไหม?" หยางชุ่ยชุ่ยตั้งสติได้ดีกว่าไม่ซุ่ย
"ไม่เคยเลย ปกติเราก็ทำงานของเราไป ไม่เคยโดนเรียกตัวแบบนี้"
หยางชุ่ยชุ่ยดึงไม่ซุ่ยที่เดินวนไปวนมาให้นั่งลง "คงไม่ใช่เรื่องร้ายหรอก รอชิงเหมียวกลับมาค่อยถามนางดีกว่า"
"ก็คงต้องเป็นอย่างนั้น" ไม่ซุ่ยถอนหายใจ นี่แหละชีวิตทาส ชะตากรรมแขวนอยู่บนเส้นด้าย ไม่รู้จะถูกเรียกตัวไปเมื่อไหร่ ความกลัวในสิ่งที่ไม่รู้นี่แหละทรมานที่สุด
ทางด้านชิงเหมียวเดินตามคนนำทางไปยังเรือนใหญ่ ก้มหน้ามองปลายเท้าตลอดทาง สมองประมวลผลอย่างหนักว่าช่วงนี้ทำอะไรผิดไปหรือเปล่า
จนกระทั่งถึงหน้าประตูห้องนอนคุณหนู นางก็ยังคิดไม่ออกว่าพี่โม่ถงจะมีธุระอะไรกับนาง นางมั่นใจว่าตัวเองทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตมาตลอด
"คุณหนูใหญ่ พาตัวมาแล้วเจ้าค่ะ"
"เข้ามา" เสียงใส ๆ ดังมาจากข้างใน ชิงเหมียวจำได้ว่าเป็นเสียงคุณหนูใหญ่ นางสูดหายใจลึก ก้มหน้าเดินเข้าไป
"บ่าวชิงเหมียว คารวะคุณหนูใหญ่เจ้าค่ะ" ชิงเหมียวคุกเข่าทำความเคารพตามกฎระเบียบเป๊ะ ๆ
"ลุกขึ้นเถอะ เจ้าคือเด็กสาวจอมพลังที่พี่โม่ถงพูดถึงสินะ" จ้าวซื่อจินมองสำรวจชิงเหมียวอย่างสนอกสนใจ ชิงเหมียวสูงกว่านางหนึ่งช่วงหัว แต่รูปร่างผอมบาง ผิดจากจินตนาการว่าจะเป็นเด็กสาวล่ำบึ้ก
"พี่โม่ถงกล่าวเกินจริงเจ้าค่ะ บ่าวแค่พอมีแรงอยู่บ้างเจ้าค่ะ" ชิงเหมียวประหม่าจนเหงื่อตก ตอบไปแล้วก็มานั่งคิดว่าถ่อมตัวน้อยไปหรือเปล่า
"คุณหนูเจ้าคะ เด็กคนนี้แรงดีจริง ๆ ไม่แพ้แม่เฒ่าใช้แรงงานเลย พอดีแม่นมฮวาล้มป่วย ให้เด็กคนนี้ไปแทนน่าจะช่วยแบ่งเบาภาระได้มากเจ้าค่ะ" โม่ถงอธิบาย
สาวใช้ขั้นหนึ่งขั้นสองอย่างโม่ถงและหงอวี้ ถนัดงานละเอียดอ่อน แต่เรื่องงานใช้แรงงานพวกนางไม่ไหว การออกนอกจวนครั้งนี้ต้องมีการขนย้ายข้าวของ ในเมื่อแม่นมฮวาป่วยไปไม่ได้ โม่ถงจึงนึกถึงชิงเหมียว
ปกติโม่ถงคงไปขอยืมตัวแม่นมจากเรือนฮูหยิน แต่ช่วงนี้ฮูหยินยุ่งกับการรับรองซื่อจื่อจวนโหวจนหัวหมุน คุณหนูใหญ่ไม่อยากไปรบกวนท่านแม่ เรื่องจึงมาลงเอยแบบนี้
และภาพที่ชิงเหมียวหิ้วน้ำสองถังเดินตัวปลิว ก็ฝังใจโม่ถงเข้าอย่างจัง
ในฐานะหัวหน้าสาวใช้รองจากแม่นมฉิน โม่ถงเป็นคนหูตาไว คอยสังเกตพฤติกรรมรุ่นน้องอยู่เสมอ
นางสังเกตชิงเหมียวมานาน รู้ว่าเด็กคนนี้มีญาติเป็นผู้ดูแลในครัวใหญ่ แต่กลับวางตัวสงบเสงี่ยมเจียมตัว ตั้งใจทำงานอย่างซื่อสัตย์
เทียบกับหงอวี้ที่จิตใจอ่อนโยน โม่ถงเป็นคนพูดน้อยต่อยหนัก นางชอบคนที่พูดน้อยแต่ทำเยอะมากกว่า ด้วยเหตุนี้ นางจึงเสนอชื่อชิงเหมียวให้คุณหนูใหญ่เมื่อแม่นมฮวาไปไม่ได้
"งั้นก็ให้นางไปด้วย ไปเก็บของซะ อีกเดี๋ยวออกเดินทางพร้อมไฉ่อวี้"
จ้าวซื่อจินแค่สงสัยอยากเห็นหน้า พอเห็นแล้วก็จบ
ชิงเหมียวย่อกายรับคำสั่งแล้วถอยออกมาอย่างรู้งาน
ยืนอยู่หน้าประตู ชิงเหมียวยังตั้งสติไม่ค่อยได้ เหตุการณ์วันนี้มันช่างเป็นเรื่องบังเอิญที่เหลือเชื่อ
ก่อนหน้านี้ย่าหวังเคยแนะนำให้โชว์ฝีมือบ้างเพื่อความก้าวหน้า แต่ชิงเหมียวยังไม่อยากทำตัวเด่นเร็วเกินไป อยากอยู่อย่างสงบ ๆ ไปก่อน
ย่าหวังเองก็เห็นด้วย ยิ่งชื่นชมในความสุขุมของหลานสาว
แต่ใครจะไปรู้ว่าคนคำนวณมิสู้ฟ้าลิขิต ชิงเหมียวรู้จักแม่นมฮวา นางเป็นแม่นมคนสนิทอีกคนของคุณหนูใหญ่ ไม่นึกเลยว่านางจะมาป่วยเอาดื้อ ๆ ตอนนี้ แล้วพี่โม่ถงดันมาเสนอชื่อนาง... กะทันหันจริง ๆ