- หน้าแรก
- สามีดวงซวยกับเจ้าก้อนแป้งนำโชค
- ตอนที่ 32 – งานเลี้ยง
ตอนที่ 32 – งานเลี้ยง
ตอนที่ 32 – งานเลี้ยง
ณ เรือนหน้า
ฮูหยินชุ่ยปรายตามองอนุหลิวและลูกสาวที่แต่งตัวมาซะเต็มยศแวบหนึ่ง แล้วก็เลิกสนใจ
จ้าวซื่อเย่วนั่งถัดจากจ้าวซื่อจิน ส่วนอนุหลิวและอนุเฉียนนั่งรั้งท้ายสุด
อนุหลิวมองคุณชายผู้สง่าผ่าเผยที่นั่งอยู่ไม่ไกลแล้วนึกเสียดาย คุณชายรูปงามปานนี้ แต่น่าเสียดายที่อายุห่างจากลูกสาวนางเกินไป
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์วันนี้จุดไฟแห่งความทะเยอทะยานในใจอนุหลิว นางเข้าจวนสกุลจ้าวมาเจ็ดปีแล้ว
นายท่านรองขลุกอยู่แต่ในอำเภออันผิง แม้จะรู้ว่าพี่ชายเป็นขุนนางใหญ่โตในเมืองหลวง แต่เพราะนายท่านใหญ่ผิดหวังในตัวน้องชายที่ไม่เอาถ่าน จึงแทบไม่มายุ่งเกี่ยวด้วย ทำให้อนุหลิวพลอยมีวิสัยทัศน์คับแคบอยู่แค่ในอำเภอเล็ก ๆ แห่งนี้
สรุปง่าย ๆ คือ อนุหลิวเคยเจอคนน้อยเกินไป ขุนนางใหญ่สุดในอำเภอก็แค่นายอำเภอ และนายท่านรองคือคนที่มีสถานะสูงสุดที่นางรู้จัก ตอนนั้นนางถึงได้ยอมทิ้งศักดิ์ศรีเข้าหาเขา ซึ่งก็นับว่าโชคดีที่ผลลัพธ์ออกมาดี
ตอนนี้เมื่อหมดหวังเรื่องลูกคนอื่น นางจึงตั้งเป้าหมายใหม่ให้ลูกสาวคนเดียวอย่างจ้าวซื่อเย่ว นางอยากให้ลูกได้ดีกว่าแม่ แต่งงานเป็นฮูหยินขุนนางตระกูลใหญ่ เพื่อที่นางจะได้มีที่พึ่งยามแก่เฒ่า
อาจจะดูเหมือนอนุหลิวมองการณ์ใกล้ แต่บางครั้งนางก็คิดไกล สำหรับอนุไร้ลูกชาย ถ้าอยากมีที่ยืนอย่างมีศักดิ์ศรีในบั้นปลายชีวิต ก็ต้องพึ่งลูกสาวเท่านั้น ถ้าลูกสาวได้สามีดี มียศถาบรรดาศักดิ์ แม่ที่เป็นอนุภรรยาก็จะพลอยมั่นคงไปด้วย ขืนลูกสาวไปแต่งงานกับคนยากจน ยามนางแก่ตัวลงใครจะเลี้ยงดู?
อนุหลิวนั่งอยู่ไกล ได้ยินบทสนทนาข้างหน้าไม่ชัด แต่พอเห็นจ้าวซื่อจินพาน้องสาวไปคารวะซื่อจื่อจวนโหว นางก็กำผ้าเช็ดหน้าแน่น แม้จะเป็นลูกอนุ แต่ก็เป็นสายเลือดสกุลจ้าว ศักดิ์ศรีอาจไม่เท่าลูกเมียหลวง แต่ก็ไม่ควรทิ้งห่างกันมากนัก นางจะสู้เพื่ออนาคตลูก
นายท่านรองวันนี้อารมณ์ดีเป็นพิเศษ แม้เขาจะไม่ชอบระบบขุนนาง แต่ก็รู้ดีว่าที่เขามีชีวิตสุขสบายทุกวันนี้ได้ก็เพราะบารมีพี่ชาย โชคดีที่ลูกชายคนโตการเรียนโดดเด่น อนาคตสายรองคงต้องฝากฝังไว้กับลูกชายคนนี้
มองดูซื่อจื่อจวนโหวคุยเล่นหัวร่อต่อกระซิกกับลูกชาย นายท่านรองลูบเคราอย่างพึงพอใจ การคบค้าสมาคมกับชนชั้นสูงได้ ย่อมพิสูจน์ถึงความสามารถของลูกชาย
ถัดมา ลูกชายคนรอง 'จ้าวซื่ออัน' ผู้ร่าเริงโดยกมลสันดาน กำลังคุยอะไรบางอย่างกับหลินเซียวจนหัวเราะท้องคัดท้องแข็งกันทั้งคู่
แม้ซื่ออันจะเรียนไม่เก่ง แต่เป็นคนอัธยาศัยดี นายท่านรองเองก็ไม่ใช่พวกหัวโบราณ จึงค่อนข้างชอบความเป็นกันเองของลูกคนรอง ตราบใดที่ไม่ไปมั่วสุมกับพวกลูกล้างผลาญรังแกชาวบ้าน เขาก็ไม่เข้มงวดนัก
อีกอย่าง ซื่ออันกับซื่อชวนเป็นพี่น้องแม่เดียวกัน วันหน้าพี่ใหญ่ได้ดี ย่อมไม่ทิ้งน้อง เหมือนที่พี่ชายดูแลเขา
โชคดีที่เขาแค่คิดในใจ ขืนพูดออกมา ฮูหยินชุ่ยคงบ่นหูชาแน่
แต่พอหันไปมองลูกชายคนเล็ก 'จ้าวซื่อซู' (ลูกของอนุเฉียน) ที่นั่งตัวลีบด้วยความประหม่า นายท่านรองก็อดถอนหายใจไม่ได้
ลูกหลานสกุลจ้าวถูกแยกเลี้ยงตามแม่ใครแม่มัน ฮูหยินชุ่ยดูแลแค่ปัจจัยสี่ไม่ให้ขาดตกบกพร่อง ที่เหลือให้แม่แท้ ๆ จัดการเอง
ฮูหยินชุ่ยเคยบอกว่า ในฐานะนายหญิง ถ้าเข้าไปยุ่งมากคนจะหาว่าเผด็จการ ถ้าดูแลไม่ทั่วถึงก็จะโดนตำหนิ นางไม่ขอทำตัวเป็นคนดีแต่โดนด่าหรอก อีกอย่างแค่เลี้ยงลูกตัวเองสามคนนางก็เหนื่อยจะแย่แล้ว
นายท่านรองเคารพภรรยาเอกมาก นางเป็นกุลสตรีตระกูลสูง ถ้าไม่มีพี่ชายหนุนหลัง เขาคงเอื้อมไม่ถึงนาง ดังนั้นหลายเรื่องเขาจึงยอมลงให้ฮูหยินชุ่ย
และเพราะเหตุนี้ ลึก ๆ แล้วเขาจึงเกรงใจ (กลัว) เมีย
นั่นเป็นเหตุผลที่เขาโปรดปรานอนุหลิว ในสายตานาง เขาคือบุรุษที่ยิ่งใหญ่และน่าเกรงขาม สายตาเทิดทูนบูชาแบบนั้น เขาไม่มีวันได้รับจากฮูหยินชุ่ย นายท่านรองก็แค่ผู้ชายธรรมดา แม้จะไม่หลงเมียน้อยจนลืมเมียหลวง แต่ก็อดแพ้ทางความอ่อนหวานเอาอกเอาใจไม่ได้
แต่... อนุก็คืออนุ วิสัยทัศน์และการอบรมสั่งสอนลูกย่อมสู้กุลสตรีตระกูลใหญ่ไม่ได้
ตอนอยู่กันเองอาจไม่เห็นชัด แต่พอมานั่งรวมกันต่อหน้าชนชั้นสูงอย่างซื่อจื่อจวนโหว ความแตกต่างก็ฉายชัด เด็กบางคนดูขี้ขลาดตาขาวอย่างเห็นได้ชัด
คิดแล้วนายท่านรองก็หันไปมองภรรยา เห็นนางยิ้มแย้มมองลูกชายทั้งสองคุยกับซื่อจื่อ ไม่แลเขาด้วยหางตา
เขาถอนหายใจเบา ๆ รู้สึกถึงความเย็นชาของนางในช่วงหลัง เรื่องยกเลิกโทษกักบริเวณอนุหลิว เขาตัดสินใจเองโดยไม่ปรึกษานาง แถมยังยอมให้อนุหลิวเข้ามายุ่งเรื่องย้ายเรือนลูกสาวอีก นางคงรังเกียจพฤติกรรมนี้
แต่อนุหลิวเสียลูกไปจนมีลูกไม่ได้อีก เขาในฐานะสามีก็อดสงสารไม่ได้ ย่อมต้องตามใจนางบ้าง เป็นธรรมดาของคนรักกันมานาน
"นายท่านมีอะไรจะพูดหรือเจ้าคะ?" ฮูหยินชุ่ยรู้สึกถึงสายตา จึงหันมาถามยิ้ม ๆ
"ไม่มีอะไร พี่ไม่ได้เจอฮูหยินหลายวัน เลยอยากมองหน้านาน ๆ หน่อย" นายท่านรองเพิ่งกลับจากสังสรรค์กับเพื่อนฝูงเพื่อหาแรงบันดาลใจ พอกลับมาก็ยุ่งกับงานที่โรงเรียนอำเภอ ไม่ได้เข้าเรือนในมาร่วมครึ่งเดือน
ฮูหยินชุ่ยหัวเราะเบา ๆ ดวงตาพราวระยับ นางหมดรักสามีไปนานแล้ว จึงรับมือเขาได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าเขาจะคิดยังไงก็กระทบใจนางไม่ได้อีก
ขอแค่อนาคตลูกๆ สดใส นางก็คร้านจะไปใส่ใจเรื่องหยุมหยิมของพวกอนุภรรยา พวกนางจะก่อคลื่นลมได้สักแค่ไหนเชียว
"ช่วงนี้พี่ยุ่งอยู่ข้างนอก ไม่ได้มาอยู่เป็นเพื่อนฮูหยินนานแล้ว วันนี้วันเทศกาล คืนนี้พี่จะไปพักที่เรือนฮูหยินนะ"
นายท่านรองใจเต้นผิดจังหวะเมื่อสบตากับภรรยา ผู้ชายเป็นสิ่งมีชีวิตที่มองด้วยตา แม้ฮูหยินชุ่ยจะเลยวัยสามสิบ แต่กลับยิ่งดูมีเสน่ห์เย้ายวน ถ้าไม่ใช่เพราะนางดูน่าเกรงขามขึ้นทุกวัน เขาคงแวะไปหาบ่อยกว่านี้
"เจ้าค่ะ" ฮูหยินชุ่ยตอบรับเสียงเรียบ หลุบตาลงต่ำ นางมองทะลุสามีไปจนหมดไส้หมดพุง เรื่องใหญ่เขาไม่พลาด แต่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ มักทำพลาดเสมอ นางเลิกหวังให้เขาทำอะไรยิ่งใหญ่แล้ว ทุ่มเทใจให้ลูกดีกว่า ความโปรดปรานของสามี... นางไม่แคร์มานานแล้ว