เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 25 – รับเบี้ยหวัด

ตอนที่ 25 – รับเบี้ยหวัด

ตอนที่ 25 – รับเบี้ยหวัด


"ชิงเหมียว อีกเดี๋ยวเราไปรับเบี้ยหวัดด้วยกันนะ!"

ชิงเหมียววางถังน้ำลงแล้วพยักหน้ายิ้ม "จ้ะ"

ไม่ซุ่ยรีบไปขออนุญาตแม่เฒ่าเฉิน การจะออกไปไหนมาไหนต้องแจ้งให้ทราบ เพราะงานในครัวขาดคนเฝ้าไม่ได้

เนื่องจากสาวใช้รุ่นนี้เพิ่งเข้าจวนและได้รับเบี้ยหวัดเป็นครั้งแรก แม่เฒ่าผู้ดูแลจึงพาเดินเป็นกลุ่มออกจากเรือนฟางเฟย

"ข้าได้ยินมาว่า 'ห้องบัญชี' อยู่ที่เรือนหน้านู่นแน่ะ" ไม่ซุ่ยกระซิบข้อมูลที่สืบมา

"ก็คนทำบัญชีเป็นผู้ชายนี่นา จะให้อยู่เรือนในได้ยังไง" ชิงเหมียวหัวเราะ

"เอ้อ จริงของเจ้า หัวไวจริง ๆ นะชิงเหมียวเนี่ย" ไม่ซุ่ยเคาะหัวตัวเองเบา ๆ พลางหัวเราะแหะ ๆ

"รอบนี้เราได้เบี้ยหวัดตั้งสองเดือนเลยนะ" ไม่ซุ่ยตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่

ชิงเหมียวเองก็ดีใจไม่แพ้กัน "สองเดือนก็สามร้อยอีแปะเชียวนะ"

"สามร้อยอีแปะ! เยอะมากเลย ข้าไม่เคยถือเงินเยอะขนาดนี้มาก่อน" แค่คิดถึงเหรียญทองแดงกองโต ไม่ซุ่ยก็อยากจะติดปีกบินไปให้ถึงเร็ว ๆ

"ข้าก็เหมือนกัน" ตั้งแต่เกิดมา เงินมากสุดที่ชิงเหมียวเคยถือคือสิบอีแปะที่ย่าให้มาตอนเข้าจวน

คิดแล้วชิงเหมียวก็เอามือแตะเงินสิบเหรียญที่ซ่อนไว้ในอกเสื้อ รู้สึกอุ่นใจขึ้นมา

"พอได้เงินมา เราต้องฝากคนไปซื้อแม่กุญแจแล้วล่ะ ไม่งั้นข้าไม่กล้าทิ้งเงินไว้ในห้องแน่"

ไม่ซุ่ยเป็นคนขี้งก เอ้ย... รู้จักเก็บออม นางวางแผนการเงินไว้ตั้งแต่เบี้ยหวัดยังไม่ถึงมือ

ชิงเหมียวเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ลำพังแค่สิบอีแปะนางยังต้องพกติดตัวตลอด นี่ตั้งหลายร้อย จะให้วางทิ้งไว้โดยไม่ล็อคกุญแจคงนอนไม่หลับ จะพกติดตัวหมดก็หนักเกินไป

"งั้นพอรับเงินเสร็จ เราไปที่ประตูข้าง ฝากคนซื้อของกัน" ไม่ซุ่ยสืบมาหมดแล้ว

ช่วงนี้สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ทางการปราบโจรได้แล้ว บ่าวไพร่ในจวนจึงเริ่มออกไปซื้อของข้างนอกกันมากขึ้น

ปกติสาวใช้ตัวเล็ก ๆ อย่างพวกนางออกไปข้างนอกไม่ได้ ก็จะใช้วิธีฝากบ่าวชายหรือคนที่มีหน้าที่ออกไปจ่ายตลาดซื้อของให้ โดยมีค่าหิ้วนิดหน่อย ผู้ดูแลก็รู้เห็นเป็นใจเพราะต่างคนต่างได้ประโยชน์

คุยกันเพลิน ๆ ก็เดินมาถึงเรือนหน้า

"คนเยอะจัง"

วันนี้เป็นวันจ่ายเบี้ยหวัด บ่าวไพร่ในจวนสกุลจ้าวมีเป็นร้อย จึงต่อแถวยาวเหยียดหน้าห้องบัญชี

"ไปต่อแถวเร็วเข้า" ชิงเหมียวดึงไม่ซุ่ยที่มัวแต่ตื่นตาตื่นใจให้ไปเข้าแถว

"เรือนไหน ชื่ออะไร" คนทำบัญชีเป็นชายวัยกลางคนหน้าตาดุ

"เรือนฟางเฟย เหรินชิงเหมียวเจ้าค่ะ" ชิงเหมียวตอบฉะฉาน

"เบี้ยหวัดสามร้อยอีแปะ รับไปนับตรงโน้น ถ้าครบแล้วก็ไปได้"

"เจ้าค่ะ" ชายคนนั้นพูดอย่างคล่องแคล่ว แทบไม่มองหน้าชิงเหมียวด้วยซ้ำ

ไม่ซุ่ยต่อคิวถัดจากชิงเหมียว ไม่นานก็ตามมาสมทบ

"ของข้าครบแล้ว เจ้ารีบนับเร็วเข้า"

ไม่ซุ่ยยิ้มกว้างจนเห็นฟันครบทุกซี่ ก้มหน้าก้มตานับเหรียญอย่างตั้งใจ ห้ามหายไปแม้แต่เหรียญเดียว

รับเงินเสร็จ ทั้งคู่ก็รีบกลับเรือนฟางเฟย ปรึกษากันเรื่องฝากซื้อของ

สุดท้ายพวกนางฝากบ่าวรับใช้รุ่นพี่ไปบอกเด็กรับใช้ชายให้ช่วยซื้อของให้

"เจ้าซื้อแค่แม่กุญแจอย่างเดียวเหรอ?" ไม่ซุ่ยถามอย่างแปลกใจ

"อื้ม ข้ามีเรื่องต้องใช้เงินน่ะ ต้องประหยัดหน่อย" แม้จะรู้ว่าที่บ้านน่าจะเริ่มดีขึ้น แต่ชิงเหมียวก็ยังอยากส่งเงินกลับไปช่วย

นางรู้ดีว่าตอนนี้ที่บ้านคงถังแตก เงินจำนวนนี้แม้จะไม่มาก แต่ยามฉุกเฉินมันช่วยชีวิตได้

แต่หลังจากนี้ ชิงเหมียวตั้งใจว่าจะเริ่มเก็บเงินเพื่อตัวเองบ้าง ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน มีเงินเก็บไว้ย่อมอุ่นใจกว่า

"เชือกผูกผมข้าสีซีดหมดแล้ว ข้าเลยฝากซื้อใหม่สองเส้น แล้วก็อยากได้ถุงใส่เงินด้วย แต่เขาว่าพ่อค้าเร่จะมาขายของที่ประตูข้างเป็นระยะ ข้าเลยกะว่าจะรอไปเลือกเอง" ไม่ซุ่ยเล่าด้วยดวงตาเป็นประกาย

"ชอบก็ซื้อเถอะ เงินนี้เราหามาด้วยน้ำพักน้ำแรง จะซื้อความสุขให้ตัวเองบ้างก็ไม่ผิดหรอก ไม่ต้องสนใจใครว่ายังไง"

ชิงเหมียวเองก็รักสวยรักงามตามประสาเด็กสาว แต่ตอนนี้ปากท้องสำคัญกว่า รอให้มีเงินมากกว่านี้ค่อยซื้อก็ยังไม่สาย

"เจ้าจะส่งกลับบ้านหมดเลยเหรอ?" อยู่ด้วยกันมานาน ไม่ซุ่ยพอรู้เรื่องทางบ้านชิงเหมียวบ้าง

"ใช่ แต่ข้าจะไม่ส่งให้ตลอดไปหรอกนะ ไม่ต้องห่วง" ชิงเหมียวรู้ว่าเพื่อนเป็นห่วง กลัวนางจะหน้ามืดตามัวกตัญญูจนตัวเองลำบาก

"งั้นก็ดีแล้ว" ไม่ซุ่ยค่อยโล่งใจ

ตกเย็น ของที่ฝากซื้อก็ได้ครบ

"เฮ้อ ค่อยยังชั่ว ทีนี้ก็เก็บของได้สบายใจเสียที" ชิงเหมียวถือแม่กุญแจในมือ รู้สึกปลอดภัยขึ้นเยอะ

สาวใช้ทุกคนมีหีบสมบัติส่วนตัว ชิงเหมียวห่อเหรียญทั้งหมดเก็บใส่หีบ แล้วล็อคกุญแจดังกริ๊ก ถึงได้ถอนหายใจอย่างโล่งอก

"ตอนแรกนึกว่าจะได้เดือนละร้อย ไม่นึกว่าจะได้ตั้งร้อยห้าสิบแน่ะ" หยางชุ่ยชุ่ยพูดด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

"นั่นสิ ร้อยห้าสิบอีแปะ เมื่อก่อนพ่อข้าไปรับจ้างในเมืองช่วงว่างเว้นทำนา ทำทั้งเดือนยังได้แค่สองสามร้อยเอง" ชิงเหมียวรู้ค่าของเงินดี เด็กอย่างพวกนางไปทำงานข้างนอกไม่มีทางได้เงินเยอะขนาดนี้แน่

"จะว่าไป เป็นสาวใช้บ้านเศรษฐีก็ไม่เลวนะ อย่างน้อยก็ได้เงินเยอะกว่าที่อื่น แถมเงินนี้ก็เป็นของเราเองด้วย"

หยางชุ่ยชุ่ยนับเงินในมืออย่างมีความสุข นางเองก็ตั้งใจจะเก็บเงินไว้ทั้งหมดเหมือนกัน

"เก็บเงินไว้เถอะ วันข้างหน้าต้องได้ใช้แน่" ชิงเหมียวมีแผนในใจ

"ก็จริง ถ้ามีเงิน เราก็คงไม่ต้องมาเป็นขี้ข้าเขาแบบนี้หรอก" เสียงหยางชุ่ยชุ่ยเศร้าลงนิดหน่อย

"เอาน่า ยังไงตอนนี้ชีวิตก็ดีกว่าตอนอยู่บ้านตั้งเยอะ อย่าไปคิดถึงอดีตเลย" หยางชุ่ยชุ่ยตบแก้มตัวเองเรียกสติ แล้วกลับมายิ้มร่าเริง

ชิงเหมียวมองเพื่อน ๆ รอบตัว นี่เป็นครั้งแรกที่ทุกคนได้จับเงินก้อนโต ความสุขฉายชัดบนใบหน้าทุกคน

"พวกเจ้ารู้ไหมว่าสาวใช้ขั้นสองได้เบี้ยหวัดเท่าไหร่?" จู่ ๆ เด็กสาวคนหนึ่งในห้องก็โพล่งถามขึ้นมา

จบบทที่ ตอนที่ 25 – รับเบี้ยหวัด

คัดลอกลิงก์แล้ว