- หน้าแรก
- สามีดวงซวยกับเจ้าก้อนแป้งนำโชค
- ตอนที่ 20 – สาวใช้ขั้นหนึ่ง
ตอนที่ 20 – สาวใช้ขั้นหนึ่ง
ตอนที่ 20 – สาวใช้ขั้นหนึ่ง
เย็นวันนั้น ครัวเล็กเรือนฟางเฟยเริ่มคึกคักวุ่นวาย
น้ำร้อนถูกต้มทีละถังแล้วทีละถัง แม่เฒ่าเฉินหาบน้ำไปส่งเที่ยวแล้วเที่ยวเล่า โชคดีที่เรือนฟางเฟยไม่ได้ใหญ่โตมากนัก การเดินไปกลับจึงไม่ถึงกับเหนื่อยลากเลือด
สุดท้าย ชิงเหมียวก็อาสาช่วยแม่เฒ่าเฉินหาบน้ำ ส่วนไม่ซุ่ยที่อยากช่วยด้วยก็ถูกดันหลังให้กลับไปนั่งเฝ้าไฟต่อ
"ไม่นึกว่าเจ้าจะแรงดีขนาดนี้นะนังหนู ตัวแค่นี้ดูไม่ออกเลยจริง ๆ" แม่เฒ่าเฉินมองชิงเหมียวอย่างประเมิน
"ข้าแรงเยอะมาแต่เด็กจ้ะ ยิ่งได้ช่วยที่บ้านทำนา แรงก็ยิ่งเยอะขึ้นไปอีก" ชิงเหมียวหิ้วถังน้ำข้างละถัง เดินเหินอย่างระมัดระวังแต่มั่นคง
"อีกเดี๋ยวพอถึงห้องนอนเจ้านาย เจ้าคอยดูข้าแล้วทำตามนะ เอาน้ำร้อนวางไว้ตรงจุดที่กำหนด แล้วถือถังเปล่ากลับออกมา ห้ามมองซ้ายมองขวาหรือหยิบจับอะไรซี้ซั้วล่ะ"
แม่เฒ่าเฉินพูดไปหอบไป นางเดินไปกลับมาสองรอบแล้วเริ่มหมดแรง
ชิงเหมียวพยักหน้า แล้วเดินตามแม่เฒ่าเฉินไปยังห้องนอนคุณหนูโดยไม่หยุดพัก
"นั่นใครน่ะ? สาวใช้ใหม่รึ?" พอใกล้จะถึงห้องนอนคุณหนูใหญ่ เสียงหนึ่งก็ทักขึ้น
"แม่นางโม่ถง นี่เด็กใหม่ของครัวเล็กเจ้าค่ะ ชื่ออาเหมียว" แม่เฒ่าเฉินหยุดเดินแล้วย่อกายแนะนำตัว
ชิงเหมียวเงยหน้ามองเล็กน้อยแล้วย่อกายคารวะ "พี่โม่ถง"
"เข้าไปเถอะ" 'โม่ถง' จดจำใบหน้าของชิงเหมียวไว้ แล้วเบี่ยงตัวหลบทางให้
"เจ้าค่ะ" แม่เฒ่าเฉินส่งสายตาให้ชิงเหมียว แล้วทั้งคู่ก็ยกถังน้ำเดินเข้าห้องชั้นใน
ซ่า... ทันทีที่ก้าวเข้ามา ชิงเหมียวได้ยินเสียงน้ำดังมาจากหลังฉากกั้น คุณหนูใหญ่คงกำลังอาบน้ำอยู่
"วางไว้ตรงนี้แหละ" หงอวี้เดินออกมาจากหลังฉากกั้น ในมือถือถังเปล่าสองใบ
"เจ้าค่ะ"
กว่าแม่เฒ่าเฉินจะพาชิงเหมียวออกมาจากห้อง ชิงเหมียวยังคงรู้สึกมึนงงเล็กน้อย
"เป็นอะไรไปนังหนู เหม่อเชียว?" แม่เฒ่าเฉินหัวเราะร่าเมื่อเห็นท่าทางตะลึงงันของเด็กสาว
"ห้องคุณหนูใหญ่สวยจังเลยจ้ะ ดอกไม้กับนกบนฉากกั้นนั่นดูเหมือนของจริงมาก ๆ" ชิงเหมียวพึมพำ
"แน่นอนสิ ข้าวของเครื่องใช้ในห้องคุณหนู ฮูหยินเป็นคนเลือกมากับมือ ล้วนแต่เป็นของชั้นยอดทั้งนั้น เจ้าดูไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็ชิน"
แม่เฒ่าเฉินรู้ว่าชิงเหมียวมาจากครอบครัวยากจน ปฏิกิริยาแบบนี้เป็นเรื่องปกติ นางยังจำได้ว่าตัวเองก็เคยตาลุกวาวกับความมั่งคั่งตอนเข้าจวนใหม่ ๆ เหมือนกัน
ชิงเหมียวพยักหน้า รู้สึกเสียดายนิดหน่อยที่ยังไม่เห็นหน้าเจ้านาย
"พรุ่งนี้คุณหนูใหญ่คงเรียกบ่าวไพร่ทั้งเรือนมารวมตัวกัน เดี๋ยวเจ้าก็ได้เห็นเอง งดงามราวกับตุ๊กตาหยกเชียวล่ะ"
ฮูหยินรองงามหยดย้อย ส่วนคุณหนูใหญ่ก็ได้ส่วนดีของพ่อกับแม่มาครบถ้วน ยิ่งดูบอบบางน่าทะนุถนอม ฉายแววความงามล่มเมืองตั้งแต่ยังเล็ก
ชิงเหมียวเชื่อคำพูดแม่เฒ่าเฉินสนิทใจ ย่าหวังก็เคยชมคุณหนูใหญ่ไว้เยอะ นางเลยยิ่งอยากเห็น
"จริงสิ นอกจากเจ้านายแล้ว เรายังต้องส่งน้ำร้อนให้แม่นมฉิน แม่นางหงอวี้ และแม่นางโม่ถงด้วยนะ"
พอกลับมาถึงครัวเล็ก แม่เฒ่าเฉินก็สั่งงานต่อ
"เราต้องส่งน้ำให้พี่หงอวี้กับพี่โม่ถงด้วยหรือจ๊ะ?" ไม่ซุ่ยถามเสียงหลงด้วยความประหลาดใจ ชิงเหมียวรีบสะกิดแขนเพื่อนเบา ๆ
ราวกับรู้ว่าจะโดนถาม แม่เฒ่าเฉินอธิบาย "แม่นางหงอวี้กับแม่นางโม่ถงเป็นสาวใช้ขั้นหนึ่งข้างกายคุณหนูใหญ่ ฐานะย่อมสูงกว่าเรา เราต้องปรนนิบัติพวกนางด้วย"
"อ้อ... จ้ะ" ไม่ซุ่ยรู้สึกว่าตัวเองตื่นตูมเกินไป พอได้ยินคำอธิบายก็พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย
แม่เฒ่าเฉินสั่งงานเสร็จก็ขอตัวกลับ ปล่อยให้เด็กสองคนเฝ้าเตาไฟต่อ
"ที่แท้สาวใช้ขั้นหนึ่งก็มีคนคอยปรนนิบัติเหมือนกันแฮะ" ไม่ซุ่ยใช้ไม้เขี่ยพื้นเล่นพลางพึมพำ
"ใช่สิ เราเป็นแค่สาวใช้ขั้นสาม แต่พี่หงอวี้กับพี่โม่ถงเป็นสาวใช้ขั้นหนึ่งนี่นา"
ย่าหวังเคยสอนแต่เรื่องหลัก ๆ รายละเอียดหยุมหยิมพวกนี้ชิงเหมียวก็เพิ่งมารู้เอาวันนี้
แต่นางเป็นคนเก็บอาการเก่ง ตอนแม่เฒ่าเฉินพูด นางเลยไม่แสดงท่าทีตื่นเต้นอะไรออกมา
"มิน่าล่ะใคร ๆ ถึงอยากไต่เต้าขึ้นไป ที่แท้แม้แต่บ่าวไพร่ก็ยังมีชนชั้น"
ชิงเหมียวนั่งเท้าคางมองท้องฟ้า เหม่อลอย "นั่นสิ... เป็นทาสก็ยังมีลำดับขั้น"
นางเคยเจอพี่หงอวี้มาก่อน แต่วันนี้แม้จะได้เห็นแค่แวบเดียว นางก็ได้สัมผัสถึงรังสีอำมหิต... เอ้ย รังสีความน่าเกรงขามของพี่โม่ถง
เทียบกับความอ่อนโยนของพี่หงอวี้ พี่โม่ถงดูเย็นชาและเข้มงวดกว่ามาก สายตาที่นางมองมาเหมือนจะทะลุไปถึงกระดูกดำ
ไม่ว่าฐานะจะเป็นอย่างไร ทั้งสองคนต่างก็มีราศีจับยิ่งกว่าลูกสาวคฤหบดีบางบ้านเสียอีก นี่ทำให้ชิงเหมียวเริ่มลังเลกับความคิดเดิม ๆ ของตัวเอง
"ที่แท้เป็นสาวใช้ก็ชีวิตดีได้ขนาดนี้" คำพูดของไม่ซุ่ยทำให้ชิงเหมียวเงียบไป
ในแง่สถานะ การมีชื่ออยู่ในทะเบียนทาสคือชนชั้นต่ำสุด แต่ในความเป็นจริง บางคนกลับกินดีอยู่ดีกว่าลูกสาวชาวบ้านธรรมดาเสียอีก
ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนเล่นในวัยเด็ก หรือผู้หญิงที่แต่งงานไปแล้วในหมู่บ้าน ชิงเหมียวรู้ดีว่าพวกนางต้องตรากตรำทำงานหนักแค่ไหนในแต่ละวัน และชีวิตยากแค้นเพียงใด
"ถ้ามีโอกาส เจ้าอยากไถ่ตัวออกไปเป็นอิสระไหม?" ชิงเหมียวทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่อยู่ที่นี่
อาหารการกิน เสื้อผ้า ที่พักอาศัย ล้วนดีกว่าที่บ้านเดิม งานการก็เบากว่าที่ต้องทำนาทำไร่ ดูเหมือนทุกอย่างจะดีกว่าการออกไปเผชิญโลกภายนอก
"ข้าไม่อยาก" ไม่ซุ่ยตอบสวนทันควัน ชิงเหมียวหันขวับไปมอง
ไม่ซุ่ยจ้องตากลับ แววตามุ่งมั่น "ชีวิตข้าข้างนอก... เทียบกับในจวนไม่ได้เลยสักนิด"
ชิงเหมียวอ้าปากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็กลืนลงคอ แม้แต่ตัวนางเองยังเริ่มหวั่นไหว แล้วจะไปโน้มน้าวคนอื่นได้ยังไง
"เราเพิ่งเข้ามา ใครจะรู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง" ชิงเหมียวคิดไกลกว่านั้น ตอนนี้พวกนางเป็นแค่เด็กใหม่ที่ไม่มีใครสนใจ นานไปไม่รู้จะเจออะไรบ้าง
ชิงเหมียวเชื่อว่าคนแบบซุนเอ้อร์หนีไม่ได้มีแค่คนเดียว แค่ตอนนี้ยังไม่เจอเฉย ๆ
"ชีวิตเราต้องดีขึ้นเรื่อย ๆ สิ เดือนหน้าพอได้เบี้ยหวัด เราก็ซื้อของที่อยากได้ ข้าไม่เคยได้ใช้เงินตัวเองซื้อของมาก่อนเลย" หน้าตาของไม่ซุ่ยแดงระเรื่อด้วยความตื่นเต้น
"งั้นถึงตอนนั้นเราไปซื้อของด้วยกันนะ" บรรยากาศอึมครึมมลายหายไป ชิงเหมียวไม่อยากคิดมากอีกแล้ว เริ่มเพ้อฝันไปพร้อมกับเพื่อนตัวน้อย
นางจะเก็บเงินไว้ใช้เองสิบอีแปะ ที่เหลือส่งกลับบ้านหมด
ชิงเหมียวตั้งใจจะทำแบบนี้จนกว่าภัยแล้งจะผ่านพ้นไป พอที่บ้านตั้งตัวได้ นางค่อยเริ่มเก็บเงินเพื่อไถ่ตัวจริง ๆ จัง ๆ