เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 19 – สถานการณ์วุ่นวาย

ตอนที่ 19 – สถานการณ์วุ่นวาย

ตอนที่ 19 – สถานการณ์วุ่นวาย


"ขอโทษทีนะ ข้าคุยเพลินไปหน่อย" ชิงเหมียวยิ้มเจื่อน ๆ จริง ๆ นางยังมีเรื่องอยากคุยกับย่าหวังอีกตั้งเยอะ แต่เวลาไม่พอเลยต้องยกยอดไปวันหลัง

"ไม่ต้องขอโทษหรอก เจ้าช่วยข้าหิ้วตั้งสองข้าง ข้าต่างหากที่ต้องขอบใจเจ้า"

เดิมทีต้องผลัดกันหิ้ว แต่ชิงเหมียวอาสาหิ้วเองสองข้าง ไม่ซุ่ยเลยเบาแรงไปเยอะ

"ต่อไปเราต้องทำงานด้วยกันอีกนาน ไม่ต้องเกรงใจกันขนาดนั้นหรอก" ชิงเหมียวยิ้ม ไม่ซุ่ยมีนิสัยคล้ายน้องสาวที่บ้าน อ่อนหวานและขี้เกรงใจ ทำให้นางอดเอ็นดูไม่ได้

ขากลับ นางแกล้งทำเป็นเดินช้า ๆ สลับหยุดพักเป็นระยะเพื่อให้ไม่ซุ่ยเดินทัน จนกลับมาถึงเรือนฟางเฟยได้ทันเวลาพอดี

"เอ้านี่ ลองกินดูสิ" ชิงเหมียวอาศัยจังหวะลับตาคน แบ่งขนมให้ไม่ซุ่ยชิ้นหนึ่ง

วันหน้าคงต้องแวะไปคุยกับย่าหวังบ่อย ๆ ถึงตอนนั้นต้องอาศัยไม่ซุ่ยช่วยดูต้นทางตอนไปรับอาหาร ผูกมิตรไว้ก่อนย่อมดีกว่า

ไม่ซุ่ยมองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นขนมที่หญิงชราคนนั้นให้มา นางเคยได้ยินว่าชิงเหมียวมีญาติทำงานในจวน ที่แท้ก็อยู่ครัวใหญ่นี่เอง ไม่ซุ่ยอดยอมรับไม่ได้ว่านางอิจฉานิดหน่อย

"ขอบใจนะ พี่ชิงเหมียว" ชิงเหมียวแก่เดือนกว่า นางเลยเรียกพี่ได้อย่างสนิทใจ

"ไม่เป็นไรจ้ะ" พอสบตากลมโตเหมือนลูกแมวของไม่ซุ่ย น้ำเสียงของชิงเหมียวก็อ่อนลงโดยไม่รู้ตัว

หลังมื้อเย็น ชิงเหมียวกับไม่ซุ่ยต้องผลัดกันเฝ้าเวรในครัว ตกลงกันว่าคนหนึ่งเฝ้ากะแรก อีกคนเฝ้ากะหลัง

ย่าเฉินเข้านอนไปตั้งแต่หัวค่ำ ตอนนี้ในครัวไม่มีอะไรให้ทำมาก แค่เฝ้าไฟอย่าให้ดับก็พอ

ชิงเหมียวนั่งหน้าเตา เหม่อมองเปลวไฟที่เต้นระริก ในหัวคิดวนเวียนอยู่แต่เรื่องที่ย่าหวังเล่าให้ฟัง

ตอนนี้ชิงเหมียวไม่เหลือความน้อยเนื้อต่ำใจต่อครอบครัวอีกแล้ว ถ้าตอนนั้นที่บ้านไม่ตัดใจขาย นางเกรงว่าตอนนี้คงไม่มีใครรอด หรือไม่ครอบครัวก็คงแตกฉานซ่านเซ็นไปคนละทิศละทาง

แถมถ้ามาขายตัวเอาป่านนี้ คงไม่ได้เข้ามาอยู่ในที่ดี ๆ แบบนี้แน่ เผลอ ๆ อาจต้องฝากชีวิตไว้กับดวงล้วน ๆ

จะเรียกว่าโชคดีในโชคร้ายก็ได้ แม้จะเป็นบ่าวไพร่ แต่อย่างน้อยก็ไม่อดตาย และจวนนี้ก็ปลอดภัยกว่าข้างนอกที่เต็มไปด้วยโจรผู้ร้าย

ที่เป็นห่วงคือทางบ้านมากกว่า ชิงเหมียวทำอะไรไม่ได้มาก ได้แต่รอฟังข่าวจากย่าหวัง รอรับเบี้ยหวัดเดือนหน้าค่อยหาทางฝากเงินกลับไป

ณ หมู่บ้านสกุลเหริน

"ผู้ใหญ่บ้านว่ายังไงบ้าง?" ทันทีที่เหรินเถียนหนิวกลับถึงบ้าน ก็ถูกเรียกตัวเข้าห้อง

"เขาให้ผลัดเวรกันเฝ้ายามรอบหมู่บ้าน" เถียนหนิวดูซูบผอมลงไปถนัดตาเมื่อเทียบกับเดือนก่อน

"งั้นก็ไปเถอะ เมียเจ้าเถียนหนิว พรุ่งนี้หุงข้าวเพิ่มหน่อย ให้เถียนหนิวกินเยอะกว่าคนอื่น" อวี๋ชุ่ยฮวาดูแก่ลงไปมากเช่นกัน

"จ้ะแม่" เฉินเอ้อร์หนีรับคำ

"อาหารเรามีจำกัด ข้ากินเท่าเดิมก็ได้" เถียนหนิวแย้ง

"ถ้าโชคร้ายเจอโจรจริง ๆ เจ้ากินเยอะจะได้มีแรงสู้ เรื่องนี้แม่ตัดสินใจแล้ว" อวี๋ชุ่ยฮวาตัดบทเสียงแข็ง

เฉินเอ้อร์หนีก็ดึงแขนสามีไว้ เขาเป็นผู้ชายคนเดียวของบ้าน จะให้เป็นอะไรไปไม่ได้เด็ดขาด

"ได้ยินว่าทางการส่งทหารมาปราบโจรแล้ว รออีกนิดเถอะ เสบียงบรรเทาทุกข์ก็น่าจะมาถึงเร็ว ๆ นี้"

ได้ยินข่าวนี้ เฉินเอ้อร์หนีก็ใจชื้นขึ้นมาบ้าง ตอนรู้ข่าวหมู่บ้านใกล้เคียงโดนปล้น นางกลัวจนนอนไม่หลับมาหลายคืน

"ป่านนี้ชิงเหมียวจะเป็นยังไงบ้างนะ... สถานการณ์แบบนี้จะออกไปสืบข่าวก็ไม่กล้า"

อวี๋ชุ่ยฮวาส่ายหน้าอย่างจนปัญญา เดิมทีนางกะว่าจะเข้าเมืองอีกรอบเดือนหน้า แต่พอมีโจรอาละวาด ก็ไม่กล้าเสี่ยงออกไปไหนคนเดียวอีก

"แต่ในเมื่อโจรออกอาละวาด ทางการคงไม่นิ่งดูดายปล่อยให้ชาวบ้านอดตายจนเกิดจลาจลหรอก เสบียงน่าจะมาเร็วขึ้น"

อวี๋ชุ่ยฮวาพูดจากประสบการณ์

"ผู้ใหญ่บ้านก็ว่างั้นเหมือนกัน" เถียนหนิวตอบเสียงอู้อี้

"ดีจริง... ถ้ารอช้ากว่านี้แล้วเกิดจลาจลขึ้นมาจริง ๆ พวกเราคงไม่รอด" เฉินเอ้อร์หนีกอดลูกน้อยในอ้อมแขนแน่นขึ้น

นอกจากเวลากินข้าว เจ้าตัวเล็กสองคนก็เอาแต่นอน เป็นวิธีเดียวที่จะช่วยให้ลืมความหิวไปได้บ้าง

"ถ้าบ้านเมืองสงบเมื่อไหร่ ข้าจะไปกับพ่อกับย่า ไปเยี่ยมพี่ใหญ่" เสียงต้าซู่ดังมาจากมุมห้อง

"ได้สิลูก ย่าจะพาเจ้าไป" อวี๋ชุ่ยฮวาก็หวังให้เรื่องร้าย ๆ ผ่านพ้นไปโดยเร็วเช่นกัน

ณ จวนสกุลจ้าว

"ย่าไปถามคนเดินสารมาแล้ว เขาบอกว่าแถวหมู่บ้านสกุลเหรินยังไม่สงบ ข่าวสารเลยยังส่งเข้าไปไม่ได้ แต่ข่าวดีคือยังไม่มีข่าวว่าหมู่บ้านสกุลเหรินโดนโจรปล้น"

ได้ยินย่าหวังบอกแบบนี้ ชิงเหมียวไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจดี

"ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป แย่แน่ ๆ น่าเป็นห่วงจริง ๆ" ชิงเหมียวถอนหายใจ

"รอทางการปราบโจรและแจกเสบียง สถานการณ์น่าจะดีขึ้น ที่สำคัญคือเมื่อไหร่ฝนจะตก"

ย่าหวังมองแดดเปรี้ยงข้างนอกอย่างหนักใจ ป่านนี้ต้นกล้าในนาคงตายเรียบ ถ้าฝนตกเร็ว ชาวนายังพอปลูกพืชล้มลุกอย่างอื่นทดแทนประทังชีวิตไปได้บ้าง

"นั่นสิ เมื่อไหร่ฝนจะตก..." ชิงเหมียวพึมพำ

สามวันต่อมา คุณหนูใหญ่ย้ายเข้าเรือนฟางเฟยอย่างเป็นทางการ ได้ยินว่าคุณหนูรองก็จะย้ายเข้าเรือนของนางในวันนี้เช่นกัน

ระหว่างเดินไปรับอาหารที่ครัวใหญ่ ชิงเหมียวสังเกตเห็นบ่าวไพร่เดินขวักไขว่กันวุ่นวายกว่าปกติ

เนื่องจากชิงเหมียวและเพื่อน ๆ เป็นเด็กใหม่ งานที่ได้รับมอบหมายจึงยังคงเดิมตามที่ตกลงกันไว้

ส่วนคุณหนูใหญ่จ้าวซื่อจิน ชิงเหมียวยังไม่มีโอกาสได้เห็นหน้า ได้แต่จินตนาการว่าเป็นคุณหนูผู้สูงศักดิ์ที่ได้รับการทะนุถนอม แต่ไม่รู้นิสัยใจคอจะเป็นอย่างไร ย่าหวังบอกว่าเป็นคนร่าเริงสดใส ทำเอาชิงเหมียวอยากรู้อยากเห็นไม่น้อย

เห็นสายตาคาดหวังของชิงเหมียว ย่าหวังก็ยิ้ม "คุณหนูใหญ่ใจดีกับบ่าวไพร่ แต่เจ้าก็ห้ามทำตัวลามปามเด็ดขาด"

"ข้ารู้จ้ะ" ชิงเหมียวรู้สถานะตัวเองดี ไม่มีทางทำอะไรโง่ ๆ แบบนั้นแน่

ย่าหวังไม่ได้เตือนอะไรมาก นางรู้ว่าชิงเหมียวเป็นคนรู้ความ

"รีบกลับเถอะ วันนี้คุณหนูใหญ่ย้ายเข้าเรือนฟางเฟย พวกเจ้าคงยุ่งกันน่าดู"

"งั้นข้าไปก่อนนะจ๊ะ" ชิงเหมียวพยักหน้า หิ้วปิ่นโตวิ่งตามไม่ซุ่ยไป

"กำลังนึกอยู่เชียวทำไมยังไม่ตามมา" ใกล้ถึงเรือนฟางเฟยแล้ว ไม่ซุ่ยกำลังลังเลว่าจะรอดีไหม

"คุยเพลินไปหน่อย รีบกลับกันเถอะ วันนี้น่าจะยุ่งกันทั้งวัน"

พอนายเข้าเรือน บ่าวอย่างพวกนางต้องเตรียมพร้อมตลอดเวลา

"อื้ม" ไม่ซุ่ยรู้สึกตื่นเต้นปนประหม่าขณะเดินตามชิงเหมียวเข้าเรือน

จบบทที่ ตอนที่ 19 – สถานการณ์วุ่นวาย

คัดลอกลิงก์แล้ว