- หน้าแรก
- สามีดวงซวยกับเจ้าก้อนแป้งนำโชค
- ตอนที่ 18 – ครัวเล็ก
ตอนที่ 18 – ครัวเล็ก
ตอนที่ 18 – ครัวเล็ก
แม่เฒ่าเฉินพูดแบบนั้น เพราะนางต้องการให้สาวใช้ตัวน้อยทั้งสองติดหนี้บุญคุณนาง อีกอย่างนางเองก็เป็นห่วงจริง ๆ
ชิงเหมียวกับไม่ซุ่ยยังตัวเล็กผอมแห้ง หากคนใดคนหนึ่งหาบน้ำแล้วพลาดล้มขึ้นมา นางเองก็จะพลอยเดือดร้อนไปด้วย ดังนั้นจะบอกว่านางทำเพื่อเด็ก ๆ ฝ่ายเดียวก็คงไม่ใช่
แผนของแม่เฒ่าเฉินคือจะค่อย ๆ ฝึกเด็กสองคนนี้ไปเรื่อย ๆ พอเริ่มเข้าที่เข้าทาง ค่อยปล่อยให้พวกนางรับช่วงต่องานหนักแทน
ตลอดทั้งบ่าย ชิงเหมียวกับไม่ซุ่ยเดินตามต้อย ๆ คอยเป็นลูกมือแม่เฒ่าเฉินในครัว เดิมทีแม่เฒ่าเฉินเคยเป็นบ่าวในครัวเล็กของเรือนฮูหยิน
ครั้งนี้อาศัยเส้นสายเลยได้ย้ายมาอยู่เรือนคุณหนูใหญ่ นางอยู่ก้นครัวมากว่าสิบปี แค่เรื่องการคุมไฟก็มีเคล็ดลับมากมาย ในเมื่อตอนนี้ว่างงานและเจ้านายยังไม่ย้ายเข้ามา นางจึงถือโอกาสสอนวิชาให้เด็กใหม่ไปพลาง ๆ
เวลาบ่ายผ่านไปอย่างรวดเร็ว ชิงเหมียวและไม่ซุ่ยไปรับอาหารที่ครัวใหญ่ตามปกติ
พอไปถึง ย่าหวังก็มายืนรออยู่แล้ว
พวกนางต้องไปต่อแถวรอรับอาหาร ที่เมื่อเที่ยงได้เร็วเพราะมีไฉ่อวี้พามาลัดคิวให้
"ไม่ซุ่ย เจ้าไปต่อแถวก่อนนะ ข้ามีธุระเดี๋ยวมา"
ไม่ซุ่ยเป็นเด็กขี้อายและเก็บตัว ได้ยินชิงเหมียวบอก นางก็เหลือบมองย่าหวังที่ยืนมองอยู่ไม่ไกล แล้วยิ้มรับพร้อมพยักหน้า
เดือนที่ผ่านมา ชิงเหมียวแทบไม่เคยสังเกตเห็นไม่ซุ่ยเลย นางเป็นคนเงียบ ๆ จืดจาง แต่พอได้มาทำงานคู่กัน เลยมีโอกาสได้พูดคุย
เพิ่งอยู่ด้วยกันแค่ครึ่งวัน แต่ชิงเหมียวก็รู้สึกถูกชะตากับเด็กคนนี้ไม่น้อย
"ตามย่ามา ย่าเตรียมขนมไว้ให้ ลองชิมฝีมือย่าดู"
ย่าหวังรอจนชิงเหมียวเดินมาถึง ก็จูงมือนางเดินเลี่ยงไปทางด้านหลัง
"แม่เฒ่าหวัง นี่ใครรึ?" หญิงสูงวัยคนหนึ่งที่ไม่ค่อยสนิทกับย่าหวังเอ่ยถามยิ้ม ๆ
"นี่หลานสาวข้าเอง ชื่ออาเหมียว เพิ่งเข้าจวนมาได้ไม่นาน" ย่าหวังยิ้มแนะนำหลานให้เพื่อนเก่าในครัวรู้จัก
"อาเหมียว นี่ 'ย่าหลิว' เพื่อนเก่าที่ทำงานกับย่าในครัว"
ชิงเหมียวย่อกายคารวะอย่างนอบน้อม
"โอ้ เป็นเด็กดีจริง ๆ ข้าไม่กวนพวกเจ้าคุยกันแล้ว เชิญตามสบาย" ย่าหลิวเป็นคนใจดี ยิ้มแย้มแล้วบอกให้ทั้งคู่ไปคุยกันเถอะ
"จ้ะ" ย่าหวังรับคำ แล้วจูงชิงเหมียวเข้าไปในห้องพักเวร ช่วงนี้ทุกคนกำลังยุ่ง ในห้องจึงไม่มีคน
"ท่านย่า ข้าได้ไปอยู่เรือนคุณหนูใหญ่ด้วยนะจ๊ะ" ทันทีที่นั่งลง ชิงเหมียวก็เล่าด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
"ย่าดูออก ไฉ่อวี้เป็นสาวใช้คุณหนูใหญ่" ย่าหวังพูดพลางเปิดกล่องอาหารบนโต๊ะ หยิบ 'ขนมดอกกุ้ยฮวา' ที่เตรียมไว้ออกมา
"ลองชิมดูสิ"
ชิงเหมียวเช็ดมือกับเสื้ออย่างลวก ๆ แล้วหยิบขนมขึ้นมากัดคำเล็ก ๆ "อร่อยจัง! ฝีมือท่านย่าสุดยอดไปเลยจ้ะ"
"ชอบก็ดีแล้ว ไว้วันหลังย่าทำอะไรอร่อย ๆ อีก เจ้าก็แวะมากินนะ"
ชิงเหมียวชะงัก "ท่านย่าดีกับข้าเหลือเกิน"
ย่าหวังยิ้มอย่างเอ็นดู "เมื่อกี้ย่าไม่ได้พูดเล่นนะ ย่าเห็นเจ้าเป็นลูกหลานจริง ๆ มีอะไรก็มาบอกย่าได้เสมอ"
ชิงเหมียวพยักหน้า ขอบตาเริ่มร้อนผ่าว นางรู้ดีว่าความเมตตาของย่าหวังนั้นบริสุทธิ์ใจ ยิ่งทำให้นางซาบซึ้งมากขึ้นไปอีก
"แล้วเจ้าได้งานอะไรล่ะ?"
ชิงเหมียวกลืนขนมลงคอแล้วตอบอย่างมีความสุข "งานในครัวเหมือนกันจ้ะ ตอนนี้รับผิดชอบคุมไฟกับหาบน้ำ พี่ไฉ่อวี้บอกว่าถ้าคุณหนูใหญ่ย้ายเข้ามาแล้วเปิดครัวเล็ก พวกข้าจะได้เป็นลูกมือแม่ครัวด้วย"
ตาย่าหวังเป็นประกายเมื่อได้ยิน "อยู่ครัวเหรอ! งานครัวดีนะ"
"ข้าก็ว่าดีจ้ะ ข้าแรงเยอะ ผ่าฟืนต้มน้ำหาบน้ำพวกนี้เรื่องจิ๊บจ๊อย วันข้างหน้าอาจได้เรียนวิชาทำอาหารติดตัวด้วย"
ย่าหวังพยักหน้าเห็นด้วย "ดีแล้ว อยู่ครัวมีโอกาสก้าวหน้าเยอะ ตอนนี้ข่าวยังไม่แพร่ออกไป ย่าเลยไม่รู้ว่าใครจะได้ย้ายไปประจำที่ครัวเล็กเรือนคุณหนูใหญ่ เผลอ ๆ อาจจะเป็นคนที่ย่ารู้จักก็ได้"
ตัวย่าหวังเองคงไปไม่ได้เพราะนางถนัดแค่ทำขนม ครัวเรือนคุณหนูต้องการแม่ครัวที่ทำอาหารคาวหวานได้ครบเครื่อง ซึ่งเกินความสามารถนาง แต่ถ้าคนที่ย้ายไปเป็นคนรู้จัก นางก็พอจะฝากฝังให้ดูแลชิงเหมียวเป็นพิเศษได้
"ยังไม่ยืนยันแน่นอน แต่ข้าได้ยินมาว่าอีกห้าวันคุณหนูใหญ่จะย้ายเข้ามาที่เรือนฟางเฟย" เรื่องนี้ชิงเหมียวได้ยินมาจากย่าเฉินในครัวเมื่อตอนบ่าย ย่าเฉินเคยอยู่เรือนฮูหยินเลยหูตากว้างไกล รู้เรื่องวงในเยอะกว่าพวกเด็กใหม่มากนัก
"งั้นช่วงนี้เจ้าก็รีบเรียนรู้งานให้คล่อง พอเจ้านายย้ายเข้ามาจะได้ไม่ทำอะไรผิดพลาด"
ชิงเหมียวพยักหน้าอย่างว่าง่าย "ท่านย่า ข้าอยากรบกวนท่านช่วยส่งข่าวกลับบ้านหน่อยจ้ะ บอกว่าตอนนี้ข้าสบายดีมาก"
นางนิ่งไปครู่หนึ่งแล้วเสริมว่า "ไม่รู้ป่านนี้ที่บ้านจะเป็นยังไงบ้าง"
ย่าหวังเอื้อมมือมากุมมือชิงเหมียว ตบเบา ๆ ปลอบใจ "ไม่ต้องห่วง พรุ่งนี้ย่าจะหาคนไปส่งข่าวให้ แต่ช่วงนี้ข้างนอกวุ่นวายหน่อย ข่าวอาจจะไปถึงช้าบ้างนะ"
"ท่านย่า ข้างนอกเกิดอะไรขึ้นหรือจ๊ะ?" ชิงเหมียวเริ่มกระวนกระวายเมื่อได้ยินแบบนั้น
"เดือนนี้ฝนยังไม่ตกเลย ต้นข้าวในนาแห้งตายหมดแล้ว ชาวบ้านหลายคนเริ่มขายลูกกิน แถวนี้โจรผู้ร้ายก็เริ่มชุกชุม ปล้นชิงชาวบ้านไม่เว้นแต่ละวัน"
ย่าหวังเล่าข่าวที่ได้ยินมาด้วยความกังวล
"แล้วราชสำนักไม่ทำอะไรเลยหรือจ๊ะ?" ชิงเหมียวถามด้วยความสงสัย
"ทำสิ ทำไมจะไม่ทำ ได้ยินว่าส่งทหารมาปราบโจรแล้ว แต่ชีวิตชาวบ้านก็ยังลำบากอยู่ดี"
"ขอให้ที่บ้านข้าปลอดภัยเถอะ" ชิงเหมียวเริ่มใจคอไม่ดีเมื่อได้ยินคำว่าโจร พวกโจรคือคนที่จนตรอกทำได้ทุกอย่าง แต่บ้านนางขึ้นชื่อว่าจนกรอบ หวังว่าพวกโจรคงไม่มาปล้นคนจนด้วยกันเองหรอกนะ
"หมู่บ้านสกุลเหรินเป็นหมู่บ้านใหญ่ พอได้ยินข่าวลือ ผู้ใหญ่บ้านน่าจะเกณฑ์คนหนุ่มคนแน่นมาเฝ้ายาม น่าจะปลอดภัยอยู่"
ย่าหวังรู้สถานการณ์ดีกว่าชิงเหมียว ตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นวิกฤตสุดขีด พวกโจรมักเล็งเป้าไปที่หมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ป้องกันตัวเองไม่ได้มากกว่า
เห็นหลานสาวหน้าซีดเผือดด้วยความกลัว ย่าหวังก็นึกเสียใจที่เล่าความจริงมากไป "อย่ากังวลไปเลย ไว้ย่าได้ข่าวอะไรจะรีบบอก ย่าเจ้าเป็นคนฉลาด ต่อให้เจอเรื่องร้าย นางก็รู้วิธีเอาตัวรอด วางใจเถอะ ตอนนี้เจ้าทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดก็พอ"
อารมณ์ของชิงเหมียวเริ่มสงบลง พอนึกถึงย่าอวี๋ชุ่ยฮวา ความตื่นตระหนกก็ลดลง ย่าเป็นเสาหลักที่แข็งแกร่ง มีท่านอยู่ก็น่าจะเบาใจได้
"เอาล่ะ ใกล้หมดเวลาแล้ว เอาขนมนี่กลับไปกินต่อทีหลังนะ" ย่าหวังห่อขนมที่เหลือบนโต๊ะด้วยกระดาษมัน แล้วยัดใส่มือชิงเหมียว
"ท่านย่า ไม่เก็บไว้กินเองบ้างหรือจ๊ะ?" ชิงเหมียวเกรงใจ
"ย่าอยู่ครัวทั้งวัน ขาดแคลนของกินที่ไหนกันล่ะเจ้ารับไปเถอะ"
สุดท้าย ชิงเหมียวก็เดินกลับมาพร้อมห่อขนมซ่อนไว้ในอกเสื้อ
"ชิงเหมียว เจ้ามาสักที! จะถึงคิวเราแล้ว" ไม่ซุ่ยยืนรอจนเหงื่อแตก พอเห็นชิงเหมียวเดินกลับมาก็ยิ้มออกด้วยความโล่งใจ