- หน้าแรก
- สามีดวงซวยกับเจ้าก้อนแป้งนำโชค
- ตอนที่ 14 – การคัดเลือก
ตอนที่ 14 – การคัดเลือก
ตอนที่ 14 – การคัดเลือก
เด็กสาวตัวน้อยสิบกว่าคนยืนเรียงแถวสลับฟันปลาเป็นสองแถว เมื่อแม่เฒ่าเฉียนส่งสัญญาณ พวกนางก็เริ่มก้าวออกมาแนะนำตัวทีละคน
"บ่าวชื่อหลิวต้าเจีย จากหมู่บ้านต้าหลิว อำเภอข้างเคียง อายุแปดขวบเจ้าค่ะ"
"บ่าวชื่อเฉินเสี่ยวเฉ่า จากหมู่บ้านสกุลเฉิน อำเภออันผิง อายุเก้าขวบ พอรู้เรื่องงานเย็บปักถักร้อยบ้างเจ้าค่ะ"
"บ่าวชื่อซุนเอ้อร์หนี..."
"บ่าวชื่อหยางชุ่ยชุ่ย..."
เหรินชิงเหมียวยืนอยู่ค่อนไปทางท้ายแถวที่สอง จังหวะที่กำลังจะก้าวเท้าออกมา จู่ ๆ ก็มีเท้าข้างหนึ่งยื่นออกมาขัดขาจากด้านข้าง
ชิงเหมียวเสียหลักเซถลา โชคดีที่ได้กินอิ่มนอนหลับในจวนสกุลจ้าวมาหนึ่งเดือน ร่างกายจึงฟื้นฟูเรี่ยวแรงกลับมาได้บ้าง นางบิดเอวพลิกตัวอย่างคล่องแคล่ว ทรงตัวกลับมายืนได้อย่างมั่นคง
หนังตาแม่เฒ่าเฉียนกระตุกวูบหนึ่ง เนื่องจากเด็ก ๆ ยืนซ้อนกันและกระโปรงยาวรุ่มร่าม คนอื่นจึงมองไม่เห็นลูกไม้นั้น คิดเพียงแค่ว่าเด็กน้อยตื่นเต้นจนก้าวพลาด
ชิงเหมียวสูดหายใจลึก ย่อกายคารวะอย่างนอบน้อมแล้วกล่าวว่า "บ่าวชื่อเหรินชิงเหมียว จากตำบลชิงสุ่ย อำเภออันผิงเจ้าค่ะ"
พูดจบก็ถอยกลับเข้าที่ ให้เด็กคนต่อไปก้าวออกมา
เหล่านายหญิงบนตั่งสูงไม่ได้เอ่ยปากอะไร ฮูหยินชุ่ยรู้สึกเบื่อหน่าย ปกติเรื่องเล็กน้อยพรรค์นี้ นางไม่เคยลดตัวลงมาสนใจ ปล่อยให้แม่เฒ่าเฉียนจัดการตามความเหมาะสม
แต่อนุหลิวกลับจ้องมองกลุ่มเด็กสาวอย่างพินิจพิเคราะห์ นางกับลูกสาวไม่มีฐานอำนาจในจวน หลังเกิดเรื่องคราวก่อน สาวใช้คนสนิทสองคนถูกไล่ออก ส่วนอีกสองคนที่เหลือก็ส่งไปดูแลลูกสาวหมดแล้ว
ในบรรดาเด็กใหม่ชุดนี้ ในอนาคตต้องมีสักคนสองคนที่จะได้เลื่อนขั้นขึ้นมาเป็นคนสนิทที่ไว้วางใจได้
เมื่อแนะนำตัวครบทุกคน แม่เฒ่าเฉียนก็ก้าวออกมา "เด็กเหล่านี้ได้รับการอบรมในจวนมาหนึ่งเดือนแล้วเจ้าค่ะ เชิญเจ้านายตัดสินใจว่าจะส่งไปประจำที่ไหน"
ชิงเหมียวยืนนิ่งอยู่กลางห้องโถง รู้สึกปลงตก เท้าข้างนั้นเป็นของซุนเอ้อร์หนีที่ยืนอยู่ข้างหน้า ในบรรดาสิบสองคน มีแค่นางคนเดียวที่แสดงอาการสะดุด คงน่าขายหน้าพิลึก
แต่เรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว จะมามัวเสียใจหรือตีโพยตีพายก็เปล่าประโยชน์ นางจึงทำใจยอมรับชะตากรรม
นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้สัมผัสกฎเกณฑ์ของบ้านใหญ่ ตั้งแต่ต้นจนจบ พวกนางเป็นเพียงวัตถุสิ่งของ ให้ผู้ที่อยู่สูงกว่าเลือกหยิบฉวยตามใจชอบ
แม่เฒ่าเฉียนเคยเล่าเรื่องเจ้านายให้ฟังแล้ว และจากการสังเกตบทสนทนาเมื่อครู่ ชิงเหมียวก็พอจะแยกแยะออกว่าใครเป็นใคร
ทบทวนเหตุการณ์ตั้งแต่เข้ามา นางสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง การที่นางพลาดท่าเมื่อครู่ คงทำให้นางตกไปอยู่อันดับท้าย ๆ ในสายตาเจ้านาย นางเลิกคาดหวังแล้วว่าจะได้ไปอยู่ที่ไหน
อย่างที่ย่าหวังบอก ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหน ก็แค่ก้มหน้าก้มตาทำงานให้ดีที่สุด
"น้องหญิงเลือกก่อนเถิด" ฮูหยินชุ่ยเอ่ยขึ้นอย่างเนิบนาบ ทำเอาชิงเหมียวใจกระตุก
ตามกฎแล้ว ฮูหยินเอกต้องเลือกก่อนอนุภรรยา แต่วันนี้ลำดับกลับตาลปัตร
อนุหลิวลุกขึ้นย่อกายคารวะฮูหยินชุ่ย "เช่นนั้นผู้น้อยขอกล่าวขอบคุณฮูหยินจ้าวค่ะ"
นางเริ่มขานชื่อเด็กสาวทีละคน คนที่ถูกเลือกก็ก้าวแยกออกมาอีกฝั่ง
จากการเลือกตัว ชิงเหมียวตระหนักได้ว่า โชคชะตาของนางพลิกผันเสียแล้ว เพราะการสะดุดเมื่อครู่ ทำให้อนุหลิวไม่เลือกนาง นางจึงตกไปเป็นสาวใช้ประจำเรือนคุณหนูใหญ่โดยปริยาย
เมื่อทุกอย่างลงตัว ชิงเหมียวรู้สึกเหมือนได้โชคในคราวเคราะห์ หันไปมองซุนเอ้อร์หนีที่ตอนนี้ถูกส่งไปอยู่เรือนคุณหนูรอง นางรู้เลยว่าอีกฝ่ายคงกำลังนึกเสียใจที่หาเรื่องใส่ตัว
ในบรรดาเด็กทั้งหมด ชิงเหมียวถือว่าโดดเด่นทั้งรูปร่างหน้าตาและกิริยา ถ้าไม่มีอุบัติเหตุนั้น นางคงถูกอนุหลิวเลือกไปแล้ว แต่ตอนนี้โชคกลับมาเข้าข้างนางแทน
ชิงเหมียวก้มหน้า เม้มปากกลั้นยิ้ม นี่แหละหนาที่เขาเรียกว่า 'ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว'
เมื่ออนุหลิวเลือกเสร็จ ฮูหยินชุ่ยก็สั่งให้แม่เฒ่าเฉียนจดบันทึกรายชื่อ แล้วพาเด็ก ๆ ออกไป
ณ ห้องโถงบุปผา
"ฮูหยิน ขอบคุณสำหรับความเมตตา ผู้น้อยขอตัวลาเจ้าค่ะ" เมื่อได้สิ่งที่ต้องการ อนุหลิวก็ไม่อยากอยู่นาน
ฮูหยินชุ่ยปรายตามองนาง ยกถ้วยชาขึ้นจิบแล้วกล่าวว่า "ในเมื่อนายท่านอนุญาตให้เจ้าดูแลเรื่องการย้ายเรือนของคุณหนูรอง ข้าก็จะไม่เข้าไปก้าวก่าย หากมีปัญหาอะไร ก็ให้คนมาบอกแม่เฒ่าโต้ว"
อนุหลิวหลุบตาซ่อนแววตาบางอย่าง ย่อกายตอบรับ "เจ้าค่ะฮูหยิน"
"ไปเถอะ"
อนุหลิวคารวะอีกครั้ง แล้วพาสาวใช้เดินออกจากห้องโถงไป
"น่าเบื่อจริง... กลับกันเถอะ" ฮูหยินชุ่ยยื่นมือออกไป แม่เฒ่าโต้วรีบเข้ามาประคอง
"ฮูหยินเจ้าคะ เด็กที่เหลือวันนี้จะให้ส่งไปเรือนคุณหนูใหญ่หมดเลยหรือเจ้าคะ?" แม่เฒ่าโต้วรู้สึกไม่ยุติธรรม คุณหนูใหญ่สายเลือดภรรยาเอก กลับได้แต่ของที่คนอื่นเขาเลือกทิ้งแล้ว
ในสายตาแม่เฒ่าโต้ว คุณหนูของนางสมควรได้รับสิ่งที่ดีที่สุด ส่วนลูกที่เกิดจากอนุอย่างคุณหนูรองควรได้รองลงมา
"ก็แค่สาวใช้ขั้นสาม ไว้ทำงานหยาบ ไม่ได้ให้ไปรับใช้ใกล้ชิดสักหน่อย ฝึกสอนให้ดีก็ใช้งานได้เหมือนกัน อนุหลิวไม่มีคนหนุนหลัง นางเลยกระตือรือร้นอยากสร้างคนของตัวเอง นางรู้ดีว่าเด็กพวกนี้ซื้อมาจากข้างนอก ไม่มีรากฐาน นางเลยอยากเลี้ยงไว้ใช้งานเอง"
"ฮูหยินพูดถูกเจ้าค่ะ หลังเกิดเรื่องคราวที่แล้ว อนุหลิวเสียคนสนิทไป นางย่อมร้อนใจเป็นธรรมดา" แม่เฒ่าโต้วยิ้มรับ
หลายปีมานี้ แม้อนุหลิวจะเป็นที่โปรดปราน แต่นางไม่ค่อยจะข้ามหน้าข้ามตาฮูหยิน ฮูหยินชุ่ยในฐานะนายหญิงตระกูลใหญ่ ก็ไม่อยากลดตัวไปหาเรื่องอนุภรรยาที่รู้จักที่ต่ำที่สูง นางรู้ดีว่าถ้าไม่ใช่อนุหลิว เดี๋ยวก็ต้องมีอนุจาง หรืออนุหลี่เข้ามาแทน
แต่คราวนี้การกระทำของอนุหลิวถือว่าล้ำเส้นชัดเจน แม้กิริยาจะดูนอบน้อม แต่ความจริงก็ฟ้องอยู่ทนโท่
พอกลับถึงเรือน อนุหลิวก็สั่งให้คนไปตามคุณหนูรองมา
คุณหนูรองสกุลจ้าวมีนามว่า 'จ้าวซื่อเย่ว' ชื่อเล่นว่า 'เย่วเอ๋อร์' (ดวงจันทร์น้อย) ถูกเลี้ยงดูอยู่ข้างกายอนุหลิวมาตั้งแต่แบเบาะ ฮูหยินชุ่ยไม่อยากยุ่งกับลูกเมียน้อย ลำพังลูกชายสองคนลูกสาวหนึ่งคนของนางก็วุ่นวายพอแล้ว ลูกใครก็ให้แม่มันเลี้ยงเอง
"ท่านแม่"
อนุหลิวนั่งจิบชาทานขนมอยู่ที่โต๊ะ การออกไปข้างนอกครู่เดียวทำให้นางรู้สึกเพลีย
"เย่วเอ๋อร์มาแล้วหรือ" นางวางขนมลง เดินไปรับลูกสาว
จ้าวซื่อเย่วในวัยหกขวบ ผิวขาวผ่อง หน้าตาถอดแบบความงามจากแม่มาไม่มีผิด มัดผมจุกสองข้างผูกริบบิ้นสีสดใส ดูน่ารักน่าเอ็นดูและเรียบร้อย ทว่าความขี้ขลาดในแววตาทำให้รัศมีของนางหม่นหมองลงไปบ้าง
หลายปีที่ผ่านมา อนุหลิวมัวแต่ทุ่มเทเวลาไปกับการมัดใจนายท่าน จึงมีเวลาให้ลูกน้อยมาก เด็กน้อยมาคารวะเช้าเย็นตามธรรมเนียม แม่ลูกมีเวลาอยู่ด้วยกันน้อยนิด
ฮูหยินชุ่ยไม่เคยใจร้ายกับลูกเมียน้อย บ่าวไพร่ก็ไม่กล้าโกงกินเรื่องอาหารการกินเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม แต่การขาดการอบรมสั่งสอนอย่างใกล้ชิด ทำให้จ้าวซื่อเย่วเติบโตมาเป็นเด็กขี้อายและใจแคบไปสักหน่อย