เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 8 – เข้าจวน

ตอนที่ 8 – เข้าจวน

ตอนที่ 8 – เข้าจวน


เหรินชิงเหมียวรีบไปหาแม่เฒ่าเฉียน และไม่นานก็กลับมาที่ห้องพร้อมกับชุดสีเขียวสองชุด

นางถอดชุดเก่าที่มีแต่รอยปะทิ้ง แล้วสวมชุดใหม่อย่างคล่องแคล่ว

เสื้อผ้าตัวใหญ่ไปหน่อย ชิงเหมียวจึงหยิบเข็มกับด้ายที่เตรียมมา เย็บชายแขนเสื้อขึ้นหนึ่งทบ

ทันทีที่ก้าวเท้าออกจากประตู ก็ถูกแม่เฒ่าเฉียนเรียกตัว

"เจ้ามาช้าไปวันหนึ่ง ตอนนี้พวกเรากำลังฝึกการยืน ไปยืนตรงโน้น ทำเหมือนคนอื่น ๆ เขา"

ชิงเหมียวเดินเข้าไปรวมกลุ่มกับเด็กสาวคนอื่น ๆ อย่างว่าง่าย นางเลียนแบบท่ายืนของพวกนาง ยืนนิ่งสงบโดยประสานมือไว้ที่หน้าท้อง

บ่ายคล้อยแล้ว พวกนางยืนกันอยู่ใต้ร่มไม้ในลานบ้าน แม้อากาศจะร้อนอบอ้าวไปบ้าง แต่ก็ยังพอทนไหว

แม่เฒ่าเฉียนไม่ได้จับจ้องตลอดเวลา แต่นางจะโผล่มาตรวจดูเป็นระยะว่ามีใครอู้งานหรือไม่

ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม (2 ชั่วโมง) ในที่สุดทุกคนก็ได้รับอนุญาตให้พักสิบห้านาที

ชิงเหมียวบีบนวดขาที่ปวดเมื่อย เดินทางมาทั้งวัน ตอนนี้นางหิวจนไส้กิ่ว

"ทำไมเจ้าเพิ่งมาวันนี้? แล้วเจ้าเป็นอะไรกับหญิงแก่ที่พามาคนนั้น?"

เสียงใสแจ๋วเสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหู ชิงเหมียวยืดตัวตรง มองเห็นเด็กสาวคนหนึ่งที่สูงไล่เลี่ยกันมายืนอยู่ตรงหน้า

"ข้ามีธุระทางบ้านต้องจัดการ" ชิงเหมียวไม่อยากพูดมาก แม้ว่าไม่ช้าก็เร็วทุกคนต้องรู้เรื่องความสัมพันธ์ของนางกับย่าหวัง แต่นางไม่อยากทำตัวเด่น การวางตัวให้ต่ำต้อยเข้าไว้ย่อมปลอดภัยกว่า

ย่าหวังบอกว่าเด็กพวกนี้ถูกนายหน้าค้ามนุษย์ขายมา ส่วนนางแม้จะขายตัวเข้ามาเองเหมือนกัน แต่อย่างน้อยก็ยังมีผู้ใหญคอยดูแล

"เจ้ายังไม่ตอบคำถามข้อที่สองของข้าเลยนะ" 'ซุนเอ้อร์หนี' คาดคั้นอย่างไม่ลดละ

ก่อนถึงวันนี้ พวกนางเข้ามาอยู่ในจวนได้สองวันแล้ว ในช่วงเวลานั้น ซุนเอ้อร์หนีได้สถาปนาตัวเองเป็นหัวโจกของกลุ่ม

นางมีนิสัยก้าวร้าวเป็นทุนเดิม ซึ่งเป็นสาเหตุให้แม่เลี้ยงไม่ชอบหน้า และใช้ข้ออ้างเรื่องภัยแล้งขายทิ้ง

ในบรรดาเด็กสาวทั้งสิบเอ็ดคน ถ้าไม่อ่อนแอเกินไป ก็ฝีปากไม่ทันซุนเอ้อร์หนี ตอนนี้สาวใช้รุ่นใหม่กลุ่มนี้จึงเชื่อฟังซุนเอ้อร์หนีกันหมด

ซุนเอ้อร์หนีชอบความรู้สึกที่มีคนรุมล้อมเอาใจ แต่การมาถึงของเหรินชิงเหมียวในวันนี้ทำให้นางรู้สึกถูกคุกคาม

"ก็อย่างที่เจ้าสงสัยนั่นแหละ" ชิงเหมียวมองซุนเอ้อร์หนีด้วยสายตาเรียบเฉย ในเมื่ออีกฝ่ายกัดไม่ปล่อย นางก็พูดไปตรง ๆ

"เหอะ" เห็นท่าทีแบบนั้น ซุนเอ้อร์หนีก็รู้สึกขัดใจ คนอื่นต่างพินอบพิเทาต่อนาง แต่เด็กใหม่คนนี้กลับทำเหมือนไม่เห็นหัว

นางอยากจะหาเรื่อง แต่พอนึกขึ้นได้ว่าอีกฝ่ายมีคนหนุนหลังในจวน นางจึงจำต้องกลืนความโกรธลงคอ ปรายตามองชิงเหมียว แล้วเดินหนีไป

เด็กสาวคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างชิงเหมียวรอจนซุนเอ้อร์หนีเดินไปไกลแล้ว จึงกระซิบเตือน "อย่าไปยุ่งกับนางเลย นางดุมาก ปากจัด แถมแรงเยอะด้วย วันแรกมีคนไม่เชื่อนาง นางตบเอาด้วยนะ"

"ถ้านางเป็นแบบนั้น ทำไมไม่ไปฟ้องแม่เฒ่าเฉียนล่ะ? แม่เฒ่าดูเข้มงวดก็จริง แต่คงไม่ปล่อยเรื่องแบบนี้ไว้หรอกมั้ง?"

"พวกเราไม่กล้าหรอก นางขู่ว่าถ้าใครปากโป้ง ตกกลางคืนนางจะเอาคืนแน่ อีกอย่างถ้าฟ้องไป ทั้งคู่คงโดนลงโทษกันหมด ทุกคนเพิ่งเข้ามาใหม่ ขวัญหนีดีฝ่อกันทั้งนั้น ก็เลยปล่อยเลยตามเลย"

ชิงเหมียวไม่รู้จะพูดยังไงกับพฤติกรรมของซุนเอ้อร์หนี ดูท่าจะไม่ใช่คนดีแน่ ๆ ก่อนจะได้รับมอบหมายงาน อย่าไปสร้างศัตรูดีกว่า

แต่แน่นอน... ถ้านางล้ำเส้นเกินไป หมัดของชิงเหมียวก็ไม่ได้มีไว้โชว์เล่น ๆ นางอาจสู้ผู้ใหญ่ไม่ได้ แต่กับเด็กวัยเดียวกันนางไม่กลัว

ตาต่อตาฟันต่อฟัน ถึงตอนนั้นใครจะมาว่านางไม่ได้

"เจ้าชื่ออะไร?" ชิงเหมียวมองเด็กสาวที่ตัวเล็กและผอมแห้งกว่านางเสียอีก ที่บ้านคงลำบากไม่ต่างกัน

"ข้าชื่อ 'หยางชุ่ยชุ่ย' อายุเจ็ดขวบ" หยางชุ่ยชุ่ยถามกลับ "แล้วพี่สาวชื่ออะไร?"

"ข้าชื่อเหรินชิงเหมียว อายุเก้าขวบ" ชิงเหมียวแนะนำตัว หยางชุ่ยชุ่ยเป็นเพื่อนคนแรกที่เตือนนางด้วยความหวังดี

"งั้นข้าเรียกท่านว่าพี่ชิงเหมียวละกัน" หยางชุ่ยชุ่ยยังหาเพื่อนสนิทไม่ได้เลยตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ ทุกคนเอาแต่ประจบซุนเอ้อร์หนี แต่นางไม่ชอบซุนเอ้อร์หนี หน้าตาดุร้ายแบบนั้นทำให้คิดถึงย่าที่ขายนางมา

"ตกลง" ชิงเหมียวพยักหน้า หยางชุ่ยชุ่ยดูเป็นเด็กเรียบร้อย แต่เพิ่งรู้จักกันไม่นาน ชิงเหมียวคงต้องรอดูพฤติกรรมไปก่อน

"พวกเจ้าเข้ามาอยู่ในจวนกี่วันแล้ว?" ชิงเหมียวถามด้วยความกังวล เพราะมาช้าไปหน่อย กลัวจะพลาดกฎระเบียบที่แม่เฒ่าเฉียนสอน

"วันนี้วันที่สามแล้วจ้ะ" หยางชุ่ยชุ่ยก้มหน้านับนิ้ว

ได้ยินว่าสามวัน ชิงเหมียวเริ่มใจคอไม่ดี "สองวันแรกเรียนไปเยอะไหม? ข้ามาช้าแบบนี้ พลาดไปเยอะเลยสิ?"

หยางชุ่ยชุ่ยยิ้ม "ไม่เป็นไรหรอก ข้าจำได้หมด เดี๋ยวข้าสอนให้เองนะพี่ชิงเหมียว"

"งั้นก็ขอบใจมากนะ" รอยยิ้มของชิงเหมียวดูจริงใจขึ้น

แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายอาจเข้าหาด้วยเหตุผลบางอย่าง แต่ความมีน้ำใจที่หยิบยื่นให้ก่อน นางย่อมต้องขอบคุณ

หยางชุ่ยชุ่ยมองชิงเหมียวที่ดูสุขุมอย่างอิจฉา การมีผู้ใหญ่คอยดูแลในจวนย่อมดีกว่าหัวเดียวกระเทียมลีบอย่างพวกนาง

นางแสดงความมีน้ำใจเพื่อผูกมิตร และอีกเหตุผลหนึ่งคือนางดูออกว่าชิงเหมียวเองก็ไม่ชอบซุนเอ้อร์หนีเหมือนกัน

ยืนต่ออีกครึ่งชั่วยาม แม่เฒ่าเฉียนก็ประกาศ "หมดเวลา พวกเจ้าสามคนตามข้าไปรับอาหาร"

"เจ้าค่ะ แม่เฒ่าเฉียน" เด็กสาวสามคนที่ถูกเรียกชื่อรีบเดินไปยังห้องข้าง ๆ เพื่อหยิบปิ่นโต

"ที่เหลือไปผ่าฟืนต้มน้ำ กินข้าวล้างหน้าแล้วรีบเข้านอนซะ" แม่เฒ่าเฉียนสั่งความก่อนจะเดินนำเด็กสามคนออกไป

"ได้กินข้าวสักที ยืนมาทั้งบ่ายแทบขาดใจ"

"นั่นสิ แค่ยืนเฉย ๆ ทำไมนานขนาดนี้"

"พรุ่งนี้ไม่รู้จะสอนอะไรอีก พวกเศรษฐีนี่แปลกจริงๆ ทุกอย่างต้องมีพิธีรีตอง ยืน เดิน พูดจา ต้องเรียนหมด"

ฟังเสียงบ่นพึมพำ ชิงเหมียวเห็นด้วยในใจ บ้านคนรวยกฎเยอะจริง ๆ

"วันนี้ข้าเห็นเจ้าเดินเข้าห้องปีกตะวันออก เตียงเจ้าอยู่ตรงหน้าต่างใช่ไหม?"

ชิงเหมียวพยักหน้า "เจ้าก็อยู่ปีกตะวันออกเหมือนกันหรือ?"

หยางชุ่ยชุ่ยพยักหน้ายิ้ม "ไม่ใช่แค่อยู่ห้องเดียวกันนะ เตียงข้าอยู่ติดกับเจ้าเลย"

ชิงเหมียวไม่คิดว่าจะบังเอิญขนาดนี้ จึงยิ้มตอบ

"ว่าแต่อาหารเย็นในจวนมีอะไรบ้าง?" ชิงเหมียวลูบท้องที่เริ่มร้องประท้วง วันนี้กินหมั่นโถวผักไปแค่สองลูก ถ้าไม่ใช่เพราะความอดทน นางคงยืนไม่ไหวแล้ว

"ผัดผักหนึ่งจาน โจ๊กหนึ่งชาม แล้วก็หมั่นโถวแป้งหยาบหนึ่งลูก" หยางชุ่ยชุ่ยพูดด้วยแววตาเป็นประกาย

"โห ดีขนาดนั้นเชียว"

จบบทที่ ตอนที่ 8 – เข้าจวน

คัดลอกลิงก์แล้ว