- หน้าแรก
- เริ่มต้นทะลุมิติมาเป็นรูปสลักเทพ ฉันถูกยกให้เป็นเทพหญิงในปีทุพภิกขภัย
- บทที่ 2 ไก่ย่างหนึ่งตัว - รีไรท์
บทที่ 2 ไก่ย่างหนึ่งตัว - รีไรท์
บทที่ 2 ไก่ย่างหนึ่งตัว - รีไรท์
“มารดาผู้อื่นป่วยหนัก แค่กินไก่ย่างหนึ่งตัวก็หายดีแล้วหรือ จะไปหลอกใครกันแน่”
อวี๋ลั่วเพิ่งจะรู้ตัวว่าระบบมิได้มอบวิธีแก้ใดๆให้นางเลย กลับเอาไก่ย่างเพียงตัวเดียวของนางไปเสียอย่างนั้น
[ติ๊ง ตรวจพบว่าโฮสต์ได้ส่งมอบไก่ย่างแล้ว กำลังสุ่มคัดสรรของขวัญอยู่]
[ระบบได้สุ่มความสามารถ “แรงมหาศาล” แล้ว กำลังจัดเตรียมเสร็จสิ้น เมื่อความสามารถมีผลแล้ว ขอให้มอบคะแนนห้าดาวด้วย]
ดวงตาของอวี๋ลั่วเปล่งประกาย สีหน้าของนางตื่นเต้นเล็กน้อย “ที่แท้แล้วมีเรื่องดีเช่นนี้ด้วยหรือ ไก่ย่างหนึ่งตัวไม่เท่าไร แม้แต่สิบตัวข้าก็มอบให้ได้”
ทว่าในชั่วพริบตา ระบบก็กระทบความคิดฝันของนางแตกละเอียด [โฮสต์อย่าคิดมากไป ความสามารถเหล่านี้เป็นการสุ่มทั้งหมด ล้วนขึ้นอยู่กับโชค]
[ผู้ศรัทธาสิบคน จะสุ่มความสามารถออกมาได้หนึ่งชุด โฮสต์สามารถสุ่มเลือกหนึ่งอย่างจากความสามารถเหล่านั้น และยังเป็นการสุ่มเหมือนกัน]
[นอกจากนี้โฮสต์ยังสามารถตรวจดูบนแผงระบบ โฮสต์มีผู้ศรัทธาสองคนแล้ว ระบบเปิดใช้งานให้โฮสต์อย่างสมบูรณ์ ขอให้โฮสต์มีผู้ศรัทธามากยิ่งขึ้น ข้าจะไปนอนแล้ว]
ว่าเสร็จ ระบบก็เงียบหายไป แท้จริงแล้วเป็นระบบเป็นเพียงเครื่องมือ พูดคำสองคำแล้วก็หายไป ไม่อยู่ให้เห็นแม้แต่สักอึดใจเดียว
อย่างไรก็ดี อวี๋ลั่วเข้าใจเรื่องต่างๆพอสมควรแล้ว และเริ่มตั้งตารอสิ่งที่จะเกิดขึ้นภายหน้า หากนางได้รับความสามารถของผู้ศรัทธา เมื่อมีร่างจริงในภายหน้า นางก็ปลอดภัยยิ่งขึ้น ไม่ต้องกลัวถูกใครซุ่มทำร้าย เมื่อคิดเช่นนี้นางก็ยินดียิ่งนัก ยิ่งมองคู่พี่น้องในวิหารทรุดโทรม ก็ยิ่งรู้สึกว่าพวกนางเป็นดาวนำโชคของตน
นางพึมพำ “พบหน้าครั้งแรกก็กลายเป็นผู้ศรัทธา เช่นนั้นหรือว่าความงามของข้าทำให้มัจฉาจมวารี ปักษีตกนภา จันทร์หลบโฉมสุดา มวลผกาละอายนางจนคู่พี่น้องแตกตื่นไปเลยหรือ”
“ข้าก็ว่าอยู่แล้ว ถึงตอนนี้ข้าจะลอยไปมาได้เท่านั้น แต่ความงามของข้าไม่ธรรมดาเลย”
นางประคองใบหน้าตนเอง น้ำเสียงเต็มไปด้วยอารมณ์
ส่วนทางด้านสองพี่น้องก็ถึงกับนิ่งงันจริง หากแต่เพราะตกตะลึงกับไก่ย่างที่โผล่ขึ้นมากะทันหัน เด็กหญิงคนน้องยิ่งตกใจจนพูดไม่ออก เอาแต่นิ้วชี้ไปที่ไก่ย่างบนพื้น
เป็นหลินซิ่วที่ได้สติกลับมาก่อน นางสังเกตเห็นความแปลกประหลาดของวิหารทรุดโทรมนี้ตั้งแต่แรกแล้ว หากไม่เช่นนั้น เหตุใดวิหารเทพแห่งขุนเขาซึ่งโทรมเช่นนี้ ประตูไม้ยังพังไปครึ่ง แต่ลมแรงภายนอกกลับไม่อาจพัดเข้ามาได้ ที่นี่ต้องเป็นวิหารเทพที่แท้จริง ภายในมีเทพปกปักคุ้มครอง ดังนั้นลมปีศาจและลมพายุจึงไม่กล้าล้ำเส้นเข้ามาภายใน
หลินซิ่วรีบดึงน้องสาวให้คุกเข่าลง กล่าวขอบคุณอย่างจริงใจ แล้วจึงเก็บไก่ย่างที่ห่อด้วยใบไม้แนบอกอย่างระมัดระวัง
“ท่านเทพแห่งขุนเขา ขอบพระคุณในพระเมตตา หากมารดาข้าฟื้นตัว ข้าจะพานางมาแก้บนแน่นอน”
กล่าวจบ นางก็พาน้องสาวเดินออกไปด้วยท่าทีหนักแน่น และค่อย ๆ ปิดประตูวิหารทรุดโทรมด้วยความระมัดระวัง
อวี๋ลั่วลอยออกมา มองดูรอยแยกของประตูครู่หนึ่ง ด้วยความถวิลหาโลกภายนอก
นางคิดในใจว่า “เมื่อใดกันนะ ข้าถึงจะเข้าออกวิหารแห่งนี้ได้ตามใจ อยู่นานจนข้าใกล้จะขึ้นราแล้ว”
นางดีดตัวไปจนถึงขอบกำแพงล่องหน ก่อนจะถอนหายใจอีกครั้ง
“ไม่ถูกสิ! ครานี้ดูเหมือนจะมากกว่าเดิมครึ่งนิ้ว”
อวี๋ลั่วขึ้นราอยู่ที่นี่สามเดือนแล้ว นางจำทุกซอกทุกมุมได้ดี นางจำได้ว่ากำแพงล่องหนอยู่ตรงขั้นบันไดชั้นล่างสุดของวิหาร แต่เมื่อครู่ที่นางล่องลงพื้นกลับเลยขั้นบันไดออกมา แม้จะเพียงครึ่งนิ้ว แต่สำหรับนางนี่นับเป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพราะหมายความว่าหากมีผู้ศรัทธามากพอ นางอาจเดินไปทั่วเขารกร้างนี้ได้ หากคิดให้ไกลกว่านั้น นางอาจได้อิสรภาพโดยสมบูรณ์ ด้วยความยินดีเช่นนี้เมื่ออวี๋ลั่วเปิดแผงระบบดู นางก็รู้สึกอ่อนโยนขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
“เจ้าหนูทั้งสอง ขอให้พวกเจ้าเก็บไก่ย่างกลับถึงที่ให้ปลอดภัยเถิด เรื่องนี้เกี่ยวพันกับการที่ข้าจะได้มีผู้ศรัทธาเพิ่ม และได้อิสรภาพที่ข้าถวิลหา”
แต่แล้วบนแผงระบบก็ไม่รู้เมื่อใดกลับปรากฏตัวอักษรขึ้นสามบรรทัดว่า
[หลินซิ่วตะลึงกับวิหารทรุดโทรมที่ลมลอดได้แต่ลมกลับเข้าไม่ได้ ทำให้มีความศรัทธาในตัวโฮสต์ และประสงค์จะขอความช่วยเหลือ]
[หลินจูถูกพี่สาวทำให้คล้อยตาม มีความเคารพต่อวิหารทรุดโทรมอย่างมาก โฮสต์ได้รับผู้ศรัทธาเด็กวัยห้าปีหนึ่งคนโดยไม่ต้องออกแรง]
[หลินซิ่วเห็นไก่ย่างสดใหม่ รู้สึกทึ่งในความสามารถของวิหารทรุดโทรม มีความศรัทธาเพิ่มขึ้นอย่างแรงกล้า เพิ่มค่าศรัทธา 0.5]
เมื่ออ่านจบ อวี๋ลั่วก็เงียบไป ดังนั้นสองคนนี้หาได้ศรัทธาเพราะความสง่างามของรูปสลักเทพไม่ นางเงยหน้ามองรูปสลักที่ทำจากดินเหลือง แล้วก็เงียบไปอีก
ต้องเป็นเพราะรูปสลักยังไม่ได้ปั้นใบหน้า ผู้ศรัทธาจึงไม่ทันได้สังเกต ไม่เป็นไร! วันหน้าข้าจะพลิกสถานการณ์ เด็กสาวผู้แสนดีของข้ายังรับปากจะเปลี่ยนประตูให้ข้าอยู่มิใช่หรือ ขาดไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น รูปสลักก็จะสมบูรณ์แล้ว ชัยชนะอยู่ไม่ไกล อวี๋ลั่วเงยหน้าอีกครั้ง แล้วพบว่าบนแผงระบบมีตัวอักษรเพิ่มอีกหนึ่งบรรทัด
[หลินซิ่วและหลินจูผู้ศรัทธาตัวน้อยกำลังก้าวเดินอย่างยากลำบาก ระหว่างทางพบหมีป่า ทั้งสองกำลังตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว]
เห็นดังนี้ ใจอวี๋ลั่วหดเกร็ง เด็กสองคนนั้นคนหนึ่งอายุสิบสาม อีกคนเพียงห้าปี เรี่ยวแรงก็ไม่มี คาดว่าปีนเขารกร้างก็คงกินเวลาสองสามวัน เสื้อผ้ายังขาดวิ่น หากพบหมีป่าที่ดุร้าย พวกนางคงไม่รู้จะทำอย่างไรดี
แต่อวี๋ลั่วทำได้เพียงกระวนกระวาย เพราะแม้แต่นางยังไม่อาจออกจากวิหาร ไก่ย่างก็ถูกส่งไปแล้ว ต้องกินเข้าไปจึงจะได้รับความสามารถ “แรงมหาศาล”
ท่ามกลางความกังวล ระบบก็ขึ้นข้อความใหม่
[หลินซิ่วผู้เฉลียวฉลาดพาน้องสาวหลบอยู่ในรอยหิน ใช้กิ่งไม้ที่แผ่กิ่งก้านเหมือนกรงเล็บไล่หมีป่าไปแล้ว ทั้งสองคนกำลังเร่งเดินทางต่อ…]
ท้ายสุด แผงระบบถึงกับวาดรูปคนตัวเล็กสองคนที่วาดแบบลวกๆกำลังวิ่งอยู่ และข้างหน้าผากยังจุดเหงื่อไว้เป็นหยดๆอย่างจงใจ ยอดเยี่ยม! เหลือเชื่อมาก! เพียงแต่หมีป่าที่ไล่จนวิ่งหนีนี้ ทำให้อวี๋ลั่วคิดมากอีกครั้ง สัตว์ป่าในเขารกร้างนี่ขี้ขลาดกันเช่นนี้หรือ
ที่เขารกร้าง หลินซิ่วพาน้องสาวหลินจูรีบเดินทางกลับ คราวนี้พวกนางไม่ต้องตามหาวิหารเทพแห่งขุนเขาอีกแล้ว เมื่อยามค่ำคืนมาถึง ก็ลงมาถึงเชิงเขาหลินจูที่อยู่ข้างกายเหนื่อยจนหอบหายใจแรง ไม่อาจเดินต่อได้อีก หลินซิ่วจึงกัดฟันแบกน้องสาวขึ้นหลังทันที
“เขารกร้างทั้งแถบนี้อันตรายมาก แม้จะลงถึงตีนเขาแล้วก็ห้ามประมาท เราต้องรีบกลับบ้านให้ทัน แม่ยังรออยู่”
ด้านหนึ่งเป็นภัยที่คอยคุกคามทุกย่างก้าว อีกด้านเป็นมารดาที่ป่วยหนักอยู่บนเตียง หลินซิ่วจึงระเบิดกำลังที่ไม่เคยมีก่อน ฝืนใช้ความทรหดเพียงลำพัง แบกน้องสาวจนมาถึงปากหมู่บ้าน ด้านหน้า คือ ต้นท้อเก่าที่คุ้นตา และเสียงเห่าของสุนัขที่ดังเป็นระยะ
ทว่าเมื่อถึงตอนนี้ หลินซิ่วก็ไม่อาจฝืนทนได้อีก นางทรุดตัวลงและหมดสติไป
“ซิ่วเอ๋อร์ ซิ่วเอ๋อร์!” มีเสียงตะโกนดังมาจากที่ไกล