- หน้าแรก
- เริ่มต้นทะลุมิติมาเป็นรูปสลักเทพ ฉันถูกยกให้เป็นเทพหญิงในปีทุพภิกขภัย
- บทที่ 1 สวมเป็นรูปสลักเทพ (รีไรท์)
บทที่ 1 สวมเป็นรูปสลักเทพ (รีไรท์)
บทที่ 1 สวมเป็นรูปสลักเทพ (รีไรท์)
อวี๋ลั่วนั่งยองอยู่ตรงขอบประตูวิหารเก่าที่ทรุดโทรม กำลังแงะหญ้าเล่น นับจากวันที่นางทะลุมิติมาเป็นรูปสลักเทพ ก็ผ่านไปครบสามเดือนเต็มแล้ว หญ้าข้างนอกงอกขึ้นมารอบหนึ่งแล้วอีกรอบ แต่ก็ยังไม่มีผู้ใดผ่านมา ราวกับวิหารทรุดโทรมแห่งนี้ถูกผนึกไปแล้ว
นางไม่อาจออกห่างจากวิหารนี้ได้ไกลนัก อีกทั้งยังไม่รู้ด้วยว่าตนเองมาอยู่ในที่กันดารเพียงใด
แต่ยังมีสิ่งหนึ่งที่พอทำให้นางปลอบใจได้ เพราะนางได้ตื่นระบบที่ผู้ทะลุมิติต้องมีกัน
เพียงแต่ว่าระบบนี้มันเจ้าเล่ห์อยู่บ้าง เพราะมันมีชื่อว่า—ระบบไก่ป่ากลายเป็นเทพ
ระบบห่วยแตก นี่มันชื่อบ้าบออะไร จะเป็นเทพหรือไม่เทพนางยังไม่รู้ แต่ไก่ป่าที่เดินผ่านวิหารทรุดโทรมมีอยู่สองสามตัว นางจับมาทำย่างกินหมดแล้ว ว่าแล้วเชียว ไกลออกไปมีอีกตัวหนึ่งกำลังกระโดดมาทีละน้อย มันค่อย ๆ ยกเท้าเล็ก ๆ เดินมา และแอบชะโงกหัวมองเข้ามา
หนึ่งก้าว สองก้าว ปากแหลมของมันเล็งไปที่เมล็ดข้าวป่าหลายเมล็ดบนขั้นบันไดวิหารทรุดโทรม แล้วในพริบตาเดียว มันก็ถูกนางคว้าคอห้อยขึ้นกลางอากาศ
พร้อมกับเสียงร้องกระต๊ากกระต๊ากและเสียงกุกกุกก๊ากๆ ไก่ป่าตัวใหญ่ที่มาส่งถึงที่ ก็ถูกมัดขาทั้งสองเรียบร้อย
วันนี้เจ้าไก่ป่าตัวนี้อ้วนเป็นพิเศษ อวี๋ลั่วพอใจกับอาหารที่ส่งถึงปากครั้งนี้มาก ไม่นานนางก็ถอนขน ล้างเครื่องในเสร็จ และนำไปตั้งย่าง การกระทำทั้งหมดนี้รวดเร็วมาก กระทั่งแทบไม่ต้องลงมือเอง
อย่างไรนางก็ผูกติดอยู่กับระบบกลายเป็นเทพ แม้ระบบจะยังไม่เปิดใช้งานทั้งหมด แต่บางอย่างพื้นฐานก็ยังพอมี เช่น การควบคุมวิหารทรุดโทรมแห่งนี้อย่างเด็ดขาด ขอเพียงอยู่ในเขตวิหาร ยิ่งเข้าใกล้รูปสลักเทพเท่าใด พลังควบคุมของนางก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น
“ระบบ เจ้ารับปากแล้วมิใช่หรือ ขอเพียงข้าสะสมค่าศรัทธาให้พอ ก็จะได้ครองร่างของตนเอง กลายเป็นเทพที่แท้จริงใช่หรือไม่”
ขณะว่าง นางก็ยังไม่ลืมซักไซ้ระบบอีกครั้ง นางเองก็ไม่มีทางเลือก ระบบนี้มันขี้เกียจเกินไป ถามสิบครั้ง ยังตอบไม่ถึงครั้ง นางต้องหาเวลาเค้นเอาคำตอบ ไม่เช่นนั้นเจ้าเด็กระบบนี่ก็จะไม่รู้ตัวเลย
[แน่นอน ขอเพียงโฮสต์มีศรัทธาจากผู้ศรัทธาในจำนวนที่ถึงเป้าหมายเล็ก ๆ ก็จะกลายเป็นเทพแท้]
เป้าหมายเล็กๆ เจ้าระบบนี่ช่างพูดเสียจริง หากอยู่ในสมัยที่นางยังมิได้ตายกลับมาในโลกปัจจุบันเสียยังพอมีหวังบ้าง แต่นี่มันสมัยโบราณ จะไปหาคนมากมายเพียงนั้นมาจากที่ใดเล่า
ระบบยังกล่าวต่อว่า [ผู้ศรัทธาแต่ละคนสามารถส่งค่าศรัทธาให้โฮสต์อย่างต่อเนื่อง โฮสต์ไม่ต้องกังวล ขอเพียงหาผู้ศรัทธาเพิ่มก็พอ]
อวี๋ลั่วถึงได้ถอนหายใจโล่ง มิฉะนั้นในสมัยโบราณ หากต้องหาคนหนึ่งร้อยล้านคน เกรงว่าจะหาให้ทั่วแผ่นดินก็ยังไม่ครบ นางโบกมือเบาๆขนไก่สวยงามกลายมาอยู่ในมือ ส่วนที่เหลือลงดินไป
ไก่ย่างบนขาตั้งสุกจนหอมกรุ่น น้ำมันเดือดแวววาว แม้ไม่ได้ใส่เครื่องปรุงมากนัก แต่นางเก็บผลไม้รสเค็มมากลูกในเขตวิหาร บีบน้ำลงบนไก่ รสชาติจึงออกมาดีไม่น้อย เดี๋ยวก่อน! เหมือนจะมีเสียงฝีเท้าข้างนอก
นี่เป็นครั้งแรกที่อวี๋ลั่วได้ยินเสียงใกล้วิหารทรุดโทรม นางตื่นเต้นจนแทบทำอะไรไม่ถูก ในชั่วอึดใจ นางก็เก็บไก่ย่างเข้าไปในห้วงพื้นที่เล็กของระบบ กำจัดกลิ่นภายในวิหารทั้งหมด แล้วลอยละลิ่วกลับขึ้นไปเหนือรูปสลักเทพ
คนยังไม่ทันได้เห็น เสียงก็มาก่อนแล้ว “ท่านพี่ ท่านว่าวิหารนี้ศักดิ์สิทธิ์จริงหรือไม่ ท่านแม่จะหายดีจริงหรือ” น้ำเสียงเด็กเล็กแหบและอ่อนแรง คงเพราะปีนเขามานาน จึงยังหอบหายใจอยู่
“น้องรอง วิหารเทพแห่งขุนเขาบนเขารกร้างแห่งนี้ เป็นสถานที่ที่ท่านแม่เคยพูดถึง ขอเพียงเราขออย่างศรัทธา ท่านแม่ต้องหายดีแน่” น้ำเสียงเด็กหญิงอีกคนหนักแน่นมาก
ครู่ต่อมา เด็กหญิงที่สวมชุดกระโปรงสีเขียวหม่นเต็มไปด้วยฝุ่นโคลน ยืนอยู่หน้าวิหารทรุดโทรม วิหารนี้เก่ามาก ผนังดินกร่อนจนลายไม้ผุบ้างไม่ผุบ้าง บานประตูไม้หนึ่งข้างผุไปครึ่ง เมื่อมีลมพัดแรง ประตูไม้ก็ส่งเสียงดังโครมครามไม่หยุด
หลินซิ่วยกมือเช็ดเหงื่อและฝุ่นบนหน้า แล้วจัดผมตนเองให้ดูไม่สกปรกจนเกินไป สุดท้าย นางรวบรวมความกล้า พาน้องสาวผลักประตูไม้ที่ผุครึ่งบานนั้นเข้าไปอย่างเงียบ ๆ
เมื่อเดินเข้าไป หลินซิ่วก็รู้สึกทันทีถึงความแตกต่าง เพราะภายในวิหารเทพแห่งขุนเขานี้ ไม่มีความเย็นเฉียบอย่างที่คิด ไม้บานประตูเก่าแม้ใกล้พังทลาย แต่ลมพายุข้างนอกก็ไม่อาจพัดเข้ามา ราวกับทุกอย่างภายในหยุดนิ่ง
ทุกสิ่งภายในแม้ทรุดโทรม จนแทบมองไม่เห็นหน้ารูปสลักเทพ แต่กลับให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด นางปิดประตูแล้วรีบออกไปข้างนอกเพื่อสัมผัสแรงลมบนผิวหน้า เด็กหญิงอายุห้าถึงหกขวบข้างตัวก็ออกไปด้วยอย่างงุนงง
ภาพนี้ทำให้อวี๋ลั่วที่รออยู่งงงวยอย่างมาก อะไรกันละเนี่ย! นี่มันเรื่องอะไร ทำไมแม้แต่คำเดียวก็ไม่พูด แล้วเหตุใดจึงเดินออกไปเล่า มาถึงวิหารเทพแล้ว มิได้มาขอพรสักคำรึ หากไม่ถึงขนาดนั้น อย่างน้อยบ่นอะไรสักหน่อยก็ได้ ให้ข้าที่ยังไม่เริ่มทำงานในฐานะเทพได้ฟังบ้าง
อุตส่าห์รอมาเนิ่นนาน อวี๋ลั่วไม่อยากให้ผู้ศรัทธาในอนาคตหนีไป นางกำลังคิดว่าจะทำเสียงอะไรออกมาดี ก็เห็นเด็กหญิงทั้งสองกลับเข้ามาอีกครั้ง คราวนี้ ใบหน้าที่แห้งกร้านของ
หลินซิ่วแดงระเรื่ออย่างตื่นเต้น นางคุกเข่าลงด้วยเสียงดังปึง
“เทพแห่งขุนเขา ขอท่านช่วยมารดาข้าด้วยเถิด แม่ของข้านอนป่วยอยู่นานแล้ว อาการหนักยิ่งนักท่านย่าก็ยังตีท่านแม่ ซ้ำยังบังคับให้นางออกไปทำงาน”
“ข้าก็ทำงานได้ ขอเพียงท่านแม่ของข้าหายดี ข้าจะทำงานให้ท่านทั้งชีวิตเลย”
เด็กหญิงไม่รู้จะถวายสิ่งใด จึงทำได้เพียงร้องไห้ตาแดงและรับปากว่าตนเองทำงานได้เก่ง
อวี๋ลั่วที่นั่งอยู่ในห้วงของรูปสลักเทพก็อึ้ง นางมองเด็กหญิงอย่างละเอียด เด็กคนโตดูอายุสิบสองถึงสิบสาม ขุดเสื้อผ้าที่ใส่เล็กจนรั้งแขนเสื้อได้แค่ถึงข้อมือ ผิวหน้าของนางแตกแห้งจนมีเลือดซึม มือแดงบวมแตกจากความหนาว รองเท้าแตกสองรูใหญ่จนเห็นนิ้วเท้าแดงบวม
ในสมัยโบราณ เด็กหญิงวัยนี้ในสายตาหลายคน ก็ถือว่าเริ่มเตรียมตัวแต่งออกเรือนได้แล้ว
หากมารดาของนางไม่หาย นางคงถูกปู่ย่าขายออกไป ส่วนเด็กน้อยข้างตัวถึงจะดีกว่าเล็กน้อย แต่ก็ซูบผอมและแข็งทื่อเพราะความหนาว สำหรับเด็กหญิงตัวเล็กผู้นี้ หากอยู่ต่อในบ้าน ก็อาจถูกตีถูกดุด่า ทำงานเยี่ยงวัวควายต่อไป ภายในวิหารค่อยๆเงียบลง หลินซิ่วรออยู่นาน รู้สึกว่าตนอาจกล่าวผิดไป นางหน้าขึ้นสีแดงด้วยความร้อนใจอีกครั้ง
“ท่านเทพแห่งขุนเขา ข้ายังสามารถซ่อมวิหารให้ท่านได้ แม้เราจะไม่มีเงินมาก แต่ข้าแอบเรียนวิธีทำงานจากบ้านข้างๆ ข้าจะตัดต้นไม้ ทำบานประตูใหม่ให้ท่าน”
บ้านข้างๆทำงานช่างไม้ พวกผู้ใหญ่ไม่ระวังเด็กมากนัก หลินซิ่วช่างหัวไว จำขั้นตอนได้ตั้งแต่วัยเด็ก เพียงแต่นางไม่มีเครื่องมือ จึงไม่เคยได้ลอง หากครั้งนี้ท่านแม่ของนางฟื้น นางจะยอมทำทุกอย่างเพื่อถวายบานประตูใหม่แก่เทพแห่งขุนเขา
จู่ๆในวิหารทรุดโทรมก็มีเสียงถอนหายใจแผ่วเบาลอยมา
[ติ๊ง ระบบตรวจพบผู้ศรัทธาใหม่สองคน จะสนองความปรารถนาของผู้ศรัทธาหรือไม่]
“สนองแน่นอน แต่ข้าออกไปจากวิหารทรุดโทรมนี้ไม่ได้ จะช่วยคนอื่นอย่างไรเล่า”
[ติ๊ง ตรวจพบเจตจำนงของโฮสต์ ระบบได้ทำการรับภารกิจโดยอัตโนมัติ]
อวี๋ลั่วกำลังคิดว่าระบบจะทำอย่างไร พลันหันไปก็พบว่าไก่ย่างมันแวววาวตัวนั้นหายไปจากห้วงของรูปสลักเทพแล้ว นางเบิกตากว้าง และเห็นใบไม้ใหญ่เรืองแสงเขียวม้วนไก่ย่างกลิ้งลงไปตรงหน้าสองเด็กหญิง ซ้ำยังสั่นเบาๆราวกับทักทาย นี่มันบ้าชัดๆ! ยังมีการทักทายอีก มีแต่ระบบนั่นแหละที่ทำได้ แต่นี่มันไก่ย่างที่นางเฝ้ารอถึงหนึ่งเดือนเชียวนะ
ช่างเถอะ! อย่างไรก็เป็น “วิญญาณ” อยู่แล้ว ไม่ต้องกินก็ได้ หากสามารถช่วยมารดาของเด็กสองคนนี้ นางก็ยอม “เดี๋ยวก่อน ระบบ เจ้าดูแปลก ๆ นะ”
[แปลกอย่างไร] ระบบย้อนถาม
ติดตามผลงานของผู้แปลใน Thai Novel ได้ดังนี้ค่ะ
ทั้งครอบครัวข้าทะลุมิติมาพร้อมพลังวิเศษ
https://www.thai-novel.com/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81/%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%95/?_j=1769522551713
จิ่วฮุ่ย....ข้าผู้นี้แสนสามัญ
https://www.thai-novel.com/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81/%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%ae%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a2-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%aa/?_j=1769522551713
ลูกหลานกตัญญูทั้งหลาย จงคุกเข่าลง ฉันคือย่าทวดของพวกนาย
https://www.thai-novel.com/%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%89/%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b9%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%88/?_j=1769522551713
เริ่มต้นทะลุมิติมาเป็นรูปสลักเทพ ฉันถูกยกให้เป็นเทพหญิงในปีทุพภิกขภัย
ภรรยาที่ถูกเอ็นดูแห่งยุค 70