เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 แผนจับกุมจางเหลียง

บทที่ 28 แผนจับกุมจางเหลียง

บทที่ 28 แผนจับกุมจางเหลียง


ห่างจากตัวเมืองชิงโจวไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 6 ลี้ มีทิวเขาทอดยาวนับร้อยลี้ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน ยอดเขาสองลูกสูงตระหง่านราว 400-500 เมตร ตั้งประจันหน้ากัน ดูคล้ายโหนกอูฐ

ชาวบ้านชิงโจวเรียกที่นี่ว่า ‘ภูเขาโหนกอูฐ’

หิมะที่ตกติดต่อกันหลายวันทำให้ภูเขาโหนกอูฐถูกห่มคลุมด้วยหิมะหนาทึบ มองไม่เห็นสีเขียวของต้นไม้ใบหญ้าแม้แต่น้อย

ท่ามกลางป่าเขาอันกว้างใหญ่ไพศาล กลุ่มคนราวสามสิบคนในเสื้อผ้าขาดวิ่นกำลังนั่งผิงไฟล้อมวงรอบกองไฟ

ทุกคนมีสภาพใบหน้าซูบตอบเหลืองซีด เห็นได้ชัดว่าอดอยากขาดแคลนอาหารอย่างหนัก

“ท่านพ่อ ในป่าไม่มีอะไรให้กินแล้ว ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปพวกเราต้องอดตายกันหมดแน่”

ข้างกองไฟ เด็กหนุ่มวัย 16-17 ปีกอดคันธนูไว้ในอ้อมแขน พลางบ่นกระปอดกระแปด

“หุบปาก!”

ชายวัยกลางคนที่มีแผลเป็นบนหน้าผากและไว้เครายาวที่นั่งอยู่ฝั่งตะวันออกของกองไฟตวาดลั่น

“ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าไปยิงคนของทางการ พวกเราจะต้องมาหลบหัวซุกหัวซุนไม่กล้าออกไปไหนแบบนี้หรือ?”

เด็กหนุ่มก้มหน้างุด ตอบเสียงอ่อย

“ข้าไม่ได้ตั้งใจนี่นา หิมะตกหนักขนาดนั้น ใครจะไปดูออกว่าเป็นคนของทางการ”

“ไอ้ลูกไม่รักดี! ยังจะเถียงอีก!” ชายวัยกลางคนคว้าท่อนไม้ข้างตัวเงื้อขึ้นทำท่าจะตี

“ถ้ารู้แต่แรกข้าไม่น่ามอบธนูให้เจ้าเลย คอยดูเถอะ วันนี้ข้าจะตีเจ้าให้ตาย!”

เด็กหนุ่มทิ้งตัวลงนอนกับพื้น

“ตีเลย! ตีให้ตายไปเลย! ไหนๆ ก็ต้องอดตายอยู่แล้ว”

จางเหลียงเงื้อท่อนไม้ขึ้นสุดแขน เตรียมจะฟาดลงไป แต่ก็ถูกพรรคพวกห้ามไว้ทัน

ชายคนหนึ่งกล่าวขึ้นว่า

“ท่านหัวหน้า... คุนเอ๋อทำไปเพราะความใจร้อน พวกเราไม่ได้กินอะไรมาหลายวันแล้ว หิวจนตาลายไปหมด”

“เฮ้อ!” จางเหลียงทิ้งท่อนไม้ลงอย่างหมดแรง กล่าวด้วยความเสียใจ

“เป็นความผิดของข้าเอง ถ้าวันนั้นข้าไม่บันดาลโทสะพาพวกเจ้าหนีเข้าป่ามาเป็นโจร ก็คงไม่ต้องมาตกระกำลำบากกันถึงเพียงนี้”

“จะโทษท่านก็ไม่ถูก พวกเราเป็นช่างต่อเรือ ไม่ได้เกิดมาเป็นโจรอาชีพ ชาวบ้านเราก็ไม่กล้าปล้น กองคาราวานเศรษฐีก็มีองครักษ์คุ้มกัน เป็นโจรประสาอะไรน่าสมเพชชะมัด สู้หนีไปตายเอาดาบหน้าที่เมืองอื่นดีกว่า”

เด็กหนุ่มบ่นอุบอิบอย่างน้อยใจ

จางเหลียงตวาดกลับ

“เจ้าคิดว่าพ่อเจ้าแก่เลอะเลือนหรือไง! ข้าไม่ได้กลัวตระกูลฉิน แต่ข้ากลัวอ๋องฉีต่างหาก ตระกูลฉินยิ่งใหญ่คับฟ้าเพราะมีอ๋องฉีหนุนหลัง จะหนีไปไหนในแผ่นดินนี้ก็หนีไม่พ้นเงาของราชวงศ์หรอก!”

“พูดก็พูดเถอะ วันก่อนข้าแอบลงเขาไปสืบข่าว ได้ยินว่าอ๋องฉีสั่งตั้งโรงทานแจกโจ๊กที่หน้าประตูเมือง แถมเมื่อเร็วๆ นี้ยังมีนโยบายให้ชาวบ้านบุกเบิกที่ดิน ใครทำได้ก็ยกให้เป็นกรรมสิทธิ์เลยด้วย”

“ไม่เพียงเท่านั้น ฤดูหนาวปีนี้นายกองหลู่ไม่ได้นำทัพออกกวาดล้างโจร แต่กลับออกประกาศนิรโทษกรรม บอกว่าโจรกลุ่มไหนยอมจำนน ทางการจะไม่เอาผิด แถมยังให้ไปรับโจ๊กกินได้ด้วย แต่ถ้าใครดื้อดึงไม่ยอมมอบตัว จะฆ่าไม่ละเว้น!”

ชายอีกคนเล่าข้อมูลที่ได้มา

พอได้ยินดังนั้น จางเหลียงก็คว้าท่อนไม้ขึ้นมาอีกครั้ง เตรียมจะพุ่งเข้าไปฟาด ‘จางคุน’ ลูกชายตัวดี

“ไอ้ลูกเวร! เจ้าไปยิงคนของทางการ แล้วพวกเราจะเอาหน้าที่ไหนไปรับโจ๊กได้อีก! ข้าจะอกแตกตายอยู่แล้ว!”

จางคุนรีบลุกขึ้นยืน เห็นพ่อโกรธจริงก็เริ่มกลัว

ทุกคนรีบเข้ามาห้ามทัพ จังหวะนั้นเอง ชายคนหนึ่งก็วิ่งกระหืดกระหอบขึ้นมาจากตีนเขา ตะโกนว่า

“หัวหน้า! ‘แกะ’ มาแล้ว!”

‘แกะมาแล้ว’ เป็นรหัสลับของโจรป่า หมายความว่ามีเหยื่อมาให้ปล้น

ทุกคนตาลุกวาว รีบคว้าอาวุธสารพัดชนิด ทั้งท่อนไม้ คราด จอบเสียม จางคุนรีบสะพายธนูแล้วถาม “เป็นพวกไหน?”

“ดูเหมือนจะเป็นพ่อค้าข้าว มีคนคุ้มกันไม่มาก แค่ 4-5 คนเอง”

“ท่านพ่อ ลงมือเถอะ ไม่งั้นเราอดตายแน่” จางคุนเร่งเร้า

จางเหลียงลังเลเล็กน้อย แต่เมื่อไม่มีทางเลือกอื่น เขาจึงตัดสินใจ

“ลงเขา!”

กลุ่มโจรสามสิบกว่าชีวิตรีบลงจากเขา พวกเขามีจุดซุ่มโจมตีประจำที่ต้นไม้ใบหญ้าขึ้นหนาทึบจนมองจากภายนอกไม่เห็น

เมื่อถึงตีนเขา พวกเขาแบ่งกำลังเป็นสองกลุ่ม ซุ่มรออยู่สองข้างทาง

ไกลออกไป ขบวนรถม้า 4 คันกำลังแล่นเข้ามา มีคนขับรถม้า 4 คน และองครักษ์ 4 คน

บนรถม้าแต่ละคันบรรทุกตะกร้าไม้ไผ่ขนาดใหญ่ซ้อนกันอยู่หลายใบ เป็นตะกร้าแบบที่พ่อค้าข้าวนิยมใช้

เมื่อเห็นเสบียงจำนวนมหาศาล จางเหลียงก็ตาแดงก่ำด้วยความโลภ ถ้าได้ข้าวพวกนี้มา พวกเขาจะมีกินไปอีกหลายเดือน

เมื่อรถม้าเข้าสู่เขตสังหาร เขาตะโกนส่งสัญญาณแล้วนำพรรคพวกพุ่งเข้าใส่ทันที

คนขับรถม้าทั้งสี่เห็นคนกลุ่มใหญ่พุ่งเข้ามา ก็ชักดาบยาวที่ซ่อนไว้ออกมา องครักษ์ทั้งสี่ก็เข้าล้อมรถม้าไว้อย่างรวดเร็ว โดยไม่มีท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย

จางเหลียงรู้สึกเอะใจขึ้นมาตงิดๆ แต่ความหิวโหยทำให้เขาลืมความรอบคอบไปจนหมด

ทันทีที่พวกโจรวิ่งเข้าไปถึงตัวรถม้า จู่ๆ ฝาตะกร้าไม้ไผ่บนรถก็ถูกกระแทกเปิดออก

ทหารสวมเกราะเต็มยศกระโดดออกมาจากตะกร้าทีละคนๆ

หลู่เฟยเองก็กระโดดออกมาจากตะกร้าใบหนึ่ง ตะโกนลั่น

“ไอ้พวกโจรชั่ว! ยังไม่รีบวางอาวุธยอมจำนนอีก! เดี๋ยวพ่อฟันไม่เลี้ยงหรอก!”

ในพริบตา จำนวนคนฝ่ายรถม้าก็เพิ่มจาก 8 คน เป็น 30 คน แถมยังเป็นทหารฝีมือดีอาวุธครบมือ

จางเหลียงและพรรคพวกยืนตะลึงตาค้าง

ติดกับดักเข้าให้แล้ว!

หลู่เฟยมองดูพวกโจรที่ยืนทำหน้าเหมือนคนปัญญาอ่อนแล้วหัวเราะร่า แผนการเจ้าเล่ห์นี้เป็นความคิดของเซียวหมิง นึกไม่ถึงว่าจะได้ผลดีขนาดนี้ ในใจเขาเริ่มรู้สึกนับถือเซียวหมิงขึ้นมาจริงๆ ถ้าเป็นเขาคงคิดวิธีจับโจรแบบง่ายๆ สบายๆ แบบนี้ไม่ออกแน่

ถูกทหาร 30 นายล้อมกรอบในพริบตา จางเหลียงหมดอาลัยตายอยาก เขาทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าหลู่เฟย

“ท่านนายพล... เรื่องปล้นเจ้าหน้าที่ทางการ ข้าจางเหลียงเป็นคนทำแต่เพียงผู้เดียว จะฆ่าจะแกงเชิญลงที่ข้าคนเดียว ขอท่านโปรดละเว้นชีวิตคนอื่นๆ ด้วยเถิด”

จางคุนร้อนรนจนตาแดง ตะโกนสวน

“ท่านพ่อ! พูดบ้าอะไร! ข้าต่างหากที่เป็นคนยิง!”

หลู่เฟยหรี่ตามอง

“ที่แท้เจ้าก็คือจางเหลียง... หุบปากให้หมด! ตามข้าไปพบองค์ชายเดี๋ยวนี้!”

หลู่เฟยคุมตัวจางเหลียงและพวกกลับเข้าเมืองชิงโจว โดยส่งทหารล่วงหน้าไปรายงานข่าว

ครั้งนี้อ๋องฉีคำนวณแม่นยำราวจับวาง แทนที่จะส่งทหารออกไล่ล่าทันทีที่เฉียนต้าฟู่บาดเจ็บ พระองค์กลับรอถึง 3 วัน แล้ววางกับดักล่อ โจรที่หิวโซจนหน้ามืดพวกนี้ก็หลงกลเข้าเต็มเปา

เมื่อมาถึงจวนว่าราชการ เซียวหมิงนั่งรออยู่แล้ว

เฉียนต้าฟู่ที่อาการดีขึ้นจนพอเดินได้ ก็มาร่วมฟังการตัดสินด้วยเพื่อความสบายใจ

“องค์ชาย จับตัวจางเหลียงและจางคุนลูกชายมาได้แล้วพะยะค่ะ เชิญองค์ชายตัดสินโทษ”

หลู่เฟยรายงานแล้วถอยไปยืนด้านข้าง

เซียวหมิงกวาดตามองสภาพของจางเหลียงและพรรคพวก... นี่มันโจรป่าหรือขอทานกันแน่เนี่ย? สภาพดูไม่ได้เลย

“เจ้าคือจางเหลียงรึ?” เซียวหมิงถามเสียงเข้ม

“เจ้ารู้หรือไม่ว่าการหนีไปเป็นโจรและทำร้ายเจ้าหน้าที่ทางการ มีโทษถึงประหารชีวิต!”

จางเหลียงคุกเข่าอยู่กับพื้น หัวใจแหลกสลาย

“องค์ชาย เรื่องทั้งหมดข้าทำคนเดียว จะฆ่าจะแกงข้ายอมรับหมด ขอองค์ชายอย่าเอาผิดคนอื่นเลยพะยะค่ะ”

“เจ้านี่มันลูกผู้ชายตัวจริง... แต่เสียใจด้วย เปิ่นหวางไม่ใช่คนชอบฆ่าแกงใครพร่ำเพรื่อ โทษตายละเว้นได้ แต่โทษเป็นต้องชดใช้ ตามกฎหมายต้าอวี้ อย่างเบาที่สุดพวกเจ้าต้องถูก ‘เนรเทศเป็นทาส’

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 28 แผนจับกุมจางเหลียง

คัดลอกลิงก์แล้ว