- หน้าแรก
- จักรวรรดิเหล็ก ข้าคืออ๋องผู้สร้างอารยธรรม
- บทที่ 19 เงิน! เงินจ๋า!
บทที่ 19 เงิน! เงินจ๋า!
บทที่ 19 เงิน! เงินจ๋า!
ย่างเข้าหน้าหนาว ฟ้ามืดเร็ว ตอนนี้เพิ่งจะประมาณสองทุ่มตามเวลาปัจจุบัน
สำหรับเซียวหมิงคนก่อน เวลาขนาดนี้ถือเป็นเวลาหาความสำราญ เพราะถ้าไม่เลยเที่ยงคืนไปแล้วเขาไม่ยอมนอนเด็ดขาด แต่สำหรับเซียวหมิงคนนี้ เขารั้งตัวเฉียนต้าฟู่ไว้ด้วยเรื่องสำคัญ... เรื่องทรัพยากรแร่ธาตุ
การพัฒนาเมืองต้องทำหลายด้านควบคู่กันไป ทั้งรากฐานอุตสาหกรรม การเกษตร เหมืองแร่ และเคมีภัณฑ์ ทุกอย่างล้วนเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้
โดยเฉพาะเคมีและอุตสาหกรรม สองสิ่งนี้ต้องก้าวไปพร้อมกัน ไม่อย่างนั้นความก้าวหน้าทางอุตสาหกรรมบางอย่างก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้
“องค์ชายหมายความว่าจะให้บ่าวเฒ่าผู้นี้ออกไปตามหาเหมืองแร่ด้วยตัวเองหรือพะยะค่ะ?” เฉียนต้าฟู่ถาม
เซียวหมิงพยักหน้า
“ถูกต้อง ตอนนี้เหมืองแร่ในดินแดนศักดินาถูกตระกูลหวังผูกขาด แถมพวกเขายังขุดแค่ถ่านหินกับเหล็กเท่านั้น ข้าต้องการให้เจ้าไปตามหาแหล่งแร่ชนิดอื่นๆ พอเจอแล้ว ข้าจะให้ทางการออกเงินจ้างคนไปขุด เพื่อให้เหมืองแร่เหล่านี้ตกเป็นของรัฐอย่างแท้จริง”
คำสารภาพผิดเมื่อครู่ของเซียวหมิงไม่ใช่แค่ลมปาก แต่เขาเอาจริง เฉียนต้าฟู่จึงรับคำอย่างหนักแน่น
“องค์ชายวางใจได้ บ่าวจะทุ่มเทสุดชีวิต ไม่ทำให้องค์ชายผิดหวังแน่นอนพะยะค่ะ”
เซียวหมิงกำชับ
“เรื่องที่ข้าจะบอกเจ้าในคืนนี้ เจ้าต้องเก็บเป็นความลับสุดยอด ห้ามแพร่งพรายให้ใครรู้เป็นอันขาด”
เฉียนต้าฟู่พยักหน้ารับคำ
เซียวหมิงใช้จิตเชื่อมต่อกับผลึกเทคโนโลยี แผนที่แสดงตำแหน่งที่ตั้งของแร่ธาตุต่างๆ ในภูมิภาคนี้ปรากฏขึ้นในสมองอย่างแม่นยำ
พร้อมกันนั้น วิธีการสำรวจแร่แต่ละชนิดก็ผุดขึ้นมาด้วย
เขาหยิบพู่กันขึ้นมาวาดแผนที่คร่าวๆ ของมณฑลซานตง ทำเครื่องหมายตำแหน่งเหมืองแร่ต่างๆ พร้อมอธิบายรายละเอียดให้เฉียนต้าฟู่ฟังไปพร้อมกัน
แม้ตำแหน่งจะเป็นเพียงคร่าวๆ แต่ขอเพียงมีความอดทนในการค้นหา ก็ย่อมมีความหวัง
เฉียนต้าฟู่ตั้งใจฟังอย่างจดจ่อ ขณะที่เซียวหมิงอธิบาย ราวกับมีแผนที่อันคมชัดปรากฏขึ้นในสมองของเขา
ลักษณะสีสันของแร่ธาตุและสภาพแวดล้อมบริเวณแหล่งแร่ ก็ดูเหมือนจะก่อตัวเป็นภาพฉายอยู่ในจินตนาการของเขาเช่นกัน
เซียวหมิงสอน เฉียนต้าฟู่ฟัง เทียนไขเล่มแล้วเล่มเล่าถูกจุดต่อจนมอดไหม้หมดไป
จวบจนรุ่งสางของวันใหม่ เมื่อมีคนมารายงานว่าหวังซื่อเจี๋ยมาขอเข้าเฝ้า ทั้งสองจึงยุติการเรียนการสอน
“ต้าฟู่ จำได้มากน้อยแค่ไหนแล้ว?” เซียวหมิงถาม
เฉียนต้าฟู่เหมือนยังตกอยู่ในภวังค์
“องค์ชาย... แปลกประหลาดนัก บ่าวไม่เคยรู้สึกว่าเรียนรู้อะไรได้เร็วขนาดนี้มาก่อนเลยพะยะค่ะ”
เซียวหมิงพยักหน้าพอใจ
“ดีแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็เริ่มดำเนินการเรื่องสำรวจแร่ได้เลย ตรงไหนไม่เข้าใจก็ค่อยกลับมาถามข้า”
ว่าแล้วเซียวหมิงก็เดินออกไปยังตำหนักหน้า ทิ้งให้เฉียนต้าฟู่เกาหัวแกรกๆ ด้วยความสงสัย
“แปลกจริง... องค์ชายไปรู้เรื่องพวกนี้มาจากไหนกันนะ? ช่างเถอะ! แค่องค์ชายใฝ่ดี บ่าวก็ดีใจจนเนื้อเต้นแล้ว”
ณ ตำหนักหน้า หวังซื่อเจี๋ยนั่งรออยู่บนเก้าอี้ไม้แดงอย่างกระสับกระส่าย
เขานั่งขยับตัวไปมาไม่หยุดเหมือนคนเป็นริดสีดวงทวาร
คำชี้แนะของบิดาเมื่อคืนทำให้เขาตาสว่าง โอกาสที่จะทำให้ตระกูลหวังรวยล้นฟ้ากองอยู่ตรงหน้านี้แล้ว
“พี่หวัง ทำไมวันนี้มาเช้านักเล่า”
เซียวหมิงเดินหาววอดๆ ออกมา เขาเพลียจะแย่อยู่แล้ว
หวังซื่อเจี๋ยยิ้มกะลิ้มกะเหลี่ย
“องค์ชายทรงพระบรรทมไม่อิ่ม หรือว่าเมื่อคืนมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นพะยะค่ะ?”
“เฮะๆ เรื่องแบบนี้รู้กันแค่นี้พอก็นะ” เซียวหมิงไม่ปฏิเสธ แกล้งทำเป็นยอมรับแบบกำกวม แล้วถามกลับ
“ว่าแต่วันนี้ทำไมพี่หวังฉายเดี่ยวมาคนเดียวล่ะ?”
หวังซื่อเจี๋ยประสานมือคารวะ
“องค์ชาย ที่กระหม่อมรีบมาแต่เช้า จริงๆ แล้วมีเรื่องอยากจะรบกวนองค์ชายพะยะค่ะ”
“โธ่เอ๊ย... คนกันเอง อย่าใช้คำว่ารบกวนเลย พี่หวังมีอะไรก็พูดมาตรงๆ เถอะ”
เซียวหมิงสังเกตเห็นแววตาที่เจือความร้อนรนของหวังซื่อเจี๋ย ดูท่าเรื่องที่ขอคงสำคัญมาก
หวังซื่อเจี๋ยมองซ้ายมองขวา พอเห็นว่าปลอดคนจึงกระซิบว่า
“องค์ชาย... เรื่องที่กระหม่อมจะขอ คือ ‘สูตรการผลิตถ่านอัดก้อน’ พะยะค่ะ”
เซียวหมิงทำสีหน้าเคร่งขรึมทันที
“พี่หวัง อย่าเห็นว่าเตาถ่านอัดก้อนเป็นของแปลกใหม่ แต่หัวใจสำคัญจริงๆ อยู่ที่ตัวถ่านนี่แหละ ท่านมาขอกันโต้งๆ แบบนี้ มันจะไม่...”
หวังซื่อเจี๋ยรีบยิ้มประจบ
“องค์ชายอย่าเพิ่งกริ้วพะยะค่ะ”
ว่าแล้วเขาก็ล้วงตั๋วเงินปึกหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อ ยื่นส่งให้เซียวหมิง 10 ใบ
“พี่หวัง นี่หมายความว่าอย่างไร?”
เซียวหมิงแกล้งทำไขสือ เมื่อวานหวังซื่อเจี๋ยยังทำท่าไม่ยี่หระกับเตาถ่านอยู่เลย แต่วันนี้กลับตาลปัตรทำตัวนอบน้อมขนาดนี้ มีความเป็นไปได้เดียวคือ หวังเฉิงโฉว พ่อจิ้งจอกเฒ่านั่น มองขาดถึงมูลค่ามหาศาลของถ่านอัดก้อน
เพราะลำพังสมองของหวังซื่อเจี๋ย คงมีปัญญาแค่หลอกต้มเซียวหมิงคนเก่าเท่านั้น
“องค์ชาย นี่คือค่าตอบแทนสำหรับสูตรการผลิตถ่านอัดก้อนพะยะค่ะ ท่านพ่อฝากบอกมาว่า นอกจากตั๋วเงินนี้แล้ว หากมีกำไรจากการขายถ่าน ทางเรายินดีแบ่งให้องค์ชายอีก 4 ส่วนพะยะค่ะ”
เซียวหมิงลูบคลำตั๋วเงินในมือ ตั๋วเงินใบละ 500 ตำลึง 10 ใบ รวมเป็นเงิน 5,000 ตำลึง!
เงินจำนวนนี้มากพอจะซื้อลูกม้าและอุปกรณ์ให้ทหารม้าได้ถึง 10 นาย ที่เซียวหมิงไม่ขยายกองทหารม้าไม่ใช่เพราะไม่รู้ความสำคัญ แต่เพราะจนกรอบจนไม่มีปัญญาเลี้ยงต่างหาก ไหนจะค่าอาหาร ค่าคนดูแล ค่าซ่อมบำรุงอุปกรณ์อีกสารพัด
“เรื่องนี้...” เซียวหมิงขมวดคิ้วทำท่าลำบากใจ จะให้ยอมง่ายๆ ได้ไง
การทำธุรกิจต้องมีการหยั่งเชิง เขาเชื่อว่านี่เป็นแค่ ‘หินถามทาง’ ของตระกูลหวัง ของจริงน่าจะยังมีอีก
หวังซื่อเจี๋ยลอบสังเกตสีหน้าเซียวหมิง พอเห็นท่านอ๋องยังลังเล เขาก็หัวเราะแห้งๆ
“องค์ชาย แย่จริง... กระหม่อมลืมไปว่ายังมีอยู่อีก”
พูดไปพลางล้วงตั๋วเงินอีกปึกออกมาจากแขนเสื้ออีกข้าง จำนวนเท่ากันเป๊ะ... อีก 5,000 ตำลึง!
ไอ้เศรษฐีหน้าเลือด! เซียวหมิงสบถในใจ ห้าปีมานี้ตระกูลหวังคงกอบโกยไปได้ไม่น้อยสินะ
สำหรับเซียวหมิง วิธีทำถ่านอัดก้อนนั้นง่ายนิดเดียว หัวใจสำคัญอยู่ที่ ‘แม่พิมพ์’ ต่างหาก
แม่พิมพ์นี้กองศาสตราทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาแค่นั่งรอให้ตระกูลหวังเอาเงินมาประเคนให้ถึงที่ สำหรับเขาแล้ว เตาถ่านกับถ่านอัดก้อนเป็นแค่ธุรกิจเล็กๆ น้อยๆ
เป้าหมายที่แท้จริงของเขาคือการสร้างฐานอุตสาหกรรม
ส่วนสาเหตุที่เขามั่นใจว่าตระกูลหวังจะยอมจ่ายเงินแทนที่จะแอบไปแกะสูตรเอง ก็เพราะ... ถ้าเขาเป็นชาวบ้านทั่วไป ตระกูลหวังคงใช้อำนาจบีบบังคับเอาไปแล้ว
แต่บังเอิญว่าเขาคือ ‘อ๋อง’ ถ้าเขาเกิดบ้าดีเดือดขึ้นมาเอาเรื่องเอาราว ตระกูลหวังก็กระอักเลือดได้เหมือนกัน
แค่ตอนนี้ต่างฝ่ายต่างไม่อยากทำลายสมดุลความสัมพันธ์ก็เท่านั้น
“ในเมื่อพี่หวังและท่านเจ้าสัวมีน้ำใจไมตรีถึงเพียงนี้ เห็นแก่มิตรภาพอันยาวนานของเรา ข้าตกลงขายสูตรการผลิตถ่านนี้ให้”
เซียวหมิงกล่าว
“ขอบพระทัยองค์ชาย!” หวังซื่อเจี๋ยดีใจจนเนื้อเต้น
เซียวหมิงเองก็ยิ้มแก้มปริ เงินที่ได้มาครั้งนี้คือ ‘ค่าลิขสิทธิ์ทางปัญญา’ ชัดๆ หลังจากเหตุการณ์นี้ เขาตั้งใจว่าจะเอาระบบสิทธิบัตรเข้ามาใช้ในการบริหารเมือง
ต่อไปแค่ขายสิทธิบัตรเขาก็รวยเละแล้ว
ส่วนงานหนักงานแบกหาม ก็ปล่อยให้พ่อค้าพวกนี้รับไปทำเถอะ เขาไม่มีกำลังคนและเวลามาบริหารจัดการเองหรอก
แน่นอนว่า ถ้าเป็นธุรกิจที่ทำเงินมหาศาลจริงๆ เขาก็ไม่ปล่อยให้หลุดมือไปง่ายๆ แน่นอน
เมื่อทั้งสองฝ่ายได้สิ่งที่ต้องการ บรรยากาศการสนทนาก็ผ่อนคลายลง ทันใดนั้นเสียงประกาศจากหน้าประตูก็ดังขึ้น อีกสามตระกูลที่เหลือมาถึงแล้ว
เซียวหมิงยิ้มกริ่มในใจ... คนขนเงินมาส่งถึงที่แล้ว!
(จบตอน)