- หน้าแรก
- จักรวรรดิเหล็ก ข้าคืออ๋องผู้สร้างอารยธรรม
- บทที่ 17 อุ่นเตียง
บทที่ 17 อุ่นเตียง
บทที่ 17 อุ่นเตียง
“องค์ชาย พระองค์คิดว่าทั้งสี่ตระกูล หวัง, เว่ย, ซุน และฉิน จะยอมควักเงินซื้อเตาถ่านอัดก้อนของเราไหมพะยะค่ะ?”
ณ จวนอ๋องฉี ด้านหน้าห้องบรรทมของเซียวหมิงคือสวนสวยสไตล์โบราณอันเงียบสงบ
สายน้ำสีมรกต สะพานหิน แปลงดอกไม้ และศาลาริมน้ำสีแดงชาดที่มีระเบียงคดโค้งงดงาม
ยามนี้ดวงตะวันใกล้ลาลับขอบฟ้า ความมืดสลัวเริ่มปกคลุมจวนอ๋อง ภายในศาลาริมน้ำ เซียวหมิงกำลังเสวยอาหารค่ำ
เบื้องหน้าเขามีเตาถ่านอัดก้อนวางอยู่ วันนี้กองศาสตราผลิตออกมาได้เพียงสองใบ ใบหนึ่งหวังซื่อเจี๋ยเอาไปแล้ว ส่วนอีกใบเพิ่งประกอบเสร็จตอนค่ำ
เฉินเหวินหลงไม่กล้าชักช้า รีบนำมาถวายถึงจวนทันที
“เฮะๆ องค์ชายทรงพระปรีชายิ่งพะยะค่ะ ของวิเศษปานนี้ หากพวกมันตาถั่วไม่ยอมซื้อ ก็ถือว่าพวกมันไร้วาสนาแล้ว”
เฉียนต้าฟู่หัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี
ห้าปีที่ผ่านมา ชีวิตของเซียวหมิงวนเวียนอยู่แค่ กิน นอน เที่ยว ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่สร้างสรรค์สิ่งที่มีประโยชน์ออกมาได้ แถมยังช่วยลดรายจ่ายในจวน ในสายตาของเฉียนต้าฟู่ หากองค์ชายหันมาสนใจอ่านตำราด้วยคงจะเป็นกุศลยิ่งนัก
จื่อวั่นนั่งทุบขาให้เซียวหมิงอยู่ข้างๆ พลางลอบสังเกตเจ้านายหนุ่ม
ก่อนจะเดินทางมายังชิงโจว ชื่อเสียงความเลวร้ายของอ๋องฉีนั้นเลื่องลือระบือไกล พวกนางร้องไห้มาตลอดทางด้วยความหวาดกลัว
แต่หลังจากเข้ามาอยู่ในจวน คอยปรนนิบัติรับใช้มาหลายวัน นางพบว่าอ๋องฉีไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เขาร่ำลือกัน
ความทุกข์ระทมในใจของพวกนางจึงค่อยๆ จางหายไป
อีกทั้งอ๋องฉีเป็นโอรสของเจินเฟย ผู้ซึ่งมีเมตตาต่อพวกนางเสมอมา สองสามวันมานี้เซียวหมิงก็ปฏิบัติต่อพวกนางอย่างเป็นกันเอง ทำให้พวกนางเริ่มรู้สึกผูกพันและใกล้ชิดขึ้นมาบ้าง
“หม่อมฉันกลับคิดว่า แผนการขององค์ชายที่ให้ทั้งสี่ตระกูลเขียนราคาใส่ซองจดหมายมาส่งนั้น ช่างแยบคายยิ่งนักเพคะ”
จื่อวั่นหัวเราะเบาๆ แก้มใสปรากฏลักยิ้มบุ๋มลงไปอย่างน่ามอง
เซียวหมิงนั่งอยู่บนม้านั่งหิน เขาเพิ่งอธิบายวิธีใช้เตาถ่านให้พวกนางฟังไปหยกๆ
ปกติเรื่องอาหารการกินและความเป็นอยู่ของเซียวหมิง สองสาวใช้เป็นคนดูแลจัดการ พอฟังจบพวกนางก็เข้าใจทันทีว่าเตานี้สะดวกสบายเพียงใด
“ทำไมเจ้าถึงคิดเช่นนั้นล่ะ?” เซียวหมิงถาม
จื่อวั่นตอบเสียงใส
“หากองค์ชายให้พวกเขาเสนอราคาแบบซึ่งหน้า ด้วยนิสัยของสี่ตระกูลนั้น พวกเขาต้องฮั้วกันกดราคาให้ต่ำเตี้ยเรี่ยดินแน่นอนเพคะ แต่ถ้าให้ต่างคนต่างกลับไปเขียนราคา โดยไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเสนอเท่าไหร่ เพื่อจะชิงสิทธิ์การขายมาครอง พวกเขาย่อมต้องทุ่มราคาแข่งกันเต็มที่ สุดท้ายองค์ชายก็จะเป็น ‘ตาอยู่’ ที่คว้าพุงปลาไปกินเพคะ”
“อืม พูดได้ดี นี่แหละคือจุดประสงค์ของเปิ่นหวาง” เซียวหมิงมองจื่อวั่นด้วยสายตาชื่นชม
จื่อวั่นวิเคราะห์ได้ทะลุปรุโปร่ง จริงๆ แล้วโมเดลนี้ก็คือ ‘การยื่นซองประมูล’ ในยุคปัจจุบันนั่นแหละ เพื่อให้ได้งาน ผู้ประมูลย่อมต้องแสดงความจริงใจสูงสุดออกมา
ลู่หลัวมองเพื่อนด้วยความอิจฉา
“พี่จื่อวั่นฉลาดจัง ทำไมข้าถึงคิดไม่ได้แบบนี้นะ?”
“ก็เพราะเจ้ามันหัวทึบไงล่ะ” เซียวหมิงเงยหน้าขึ้นยิ้มร้ายใส่ลู่หลัว
ลู่หลัวหน้าแดงแปร๊ด ก้มหน้างุดไม่กล้าพูดต่อ
จื่อวั่นเห็นดังนั้น ดวงตากลมโตก็กลอกไปมา นางแอบออกแรงบีบที่ต้นขาของเซียวหมิงเน้นๆ
“โอ๊ย!” เซียวหมิงรู้สึกเหมือนโดนยุงยักษ์กัด ร้องเสียงหลงออกมา
จื่อวั่นรีบลุกขึ้นยืนทันควัน
“องค์ชายโปรดประทานอภัย! จื่อวั่นลงมือหนักไปหรือเพคะ?”
สาวใช้ตัวน้อยทั้งสองทั้งสวยทั้งน่ารัก เป็นผู้ชายอกสามศอกใครบ้างจะไม่หวั่นไหว ยิ่งมีป้ายแปะจองว่าเป็นของเขาด้วยแล้ว การแอบแต๊ะอั๋งเล็กๆ น้อยๆ ก็ถือเป็นกำไรชีวิต
พอตั้งสติได้ เขาก็นึกขึ้นได้ว่ามีสายตาหลายคู่จับจ้องอยู่ ที่นี่คือยุคโบราณ ไม่ใช่ศตวรรษที่ 21 ที่จะมากอดจูบกันกลางถนนได้
“อะแฮ่ม!”
เซียวหมิงกระแอมแก้เก้อ ท่าทางของจื่อวั่นดูนอบน้อม แต่เขาดูออกว่านางจงใจแกล้ง แม่สาวคนนี้ฉลาดเป็นกรด แต่เขาไม่อยากให้นางเสียนิสัยมาเล่นลิ้นกับเขาบ่อยๆ
เขาจึงแสร้งยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วกล่าวว่า
“จะให้เปิ่นหวางยกโทษให้ก็ง่ายนิดเดียว... เอาอย่างนี้แล้วกัน อากาศเริ่มหนาวแล้ว คืนนี้เจ้ามาช่วย ‘อุ่นเตียง’ ให้เปิ่นหวางหน่อยก็แล้วกัน”
จื่อวั่นยืนนิ่งงัน นางคาดไม่ถึงว่าเซียวหมิงจะมาไม้นี้
“ในเมื่อไม่ปฏิเสธ เปิ่นหวางจะถือว่าตกลงนะ จื่อวั่นนี่รู้ใจข้าที่สุดเลย” เซียวหมิงยิ้มตาหยีแล้วลุกขึ้นยืน
“ต้าฟู่ เตาถ่านอัดก้อนนี้ฝากเจ้าจัดการต่อด้วย จวนเราคนน้อย มีของสิ่งนี้พวกบ่าวไพร่จะได้เบาแรงลงหน่อย”
“รับทราบพะยะค่ะ” เฉียนต้าฟู่รับคำ แต่สายตายังมองจื่อวั่นด้วยความกังวล
เซียวหมิงคนปัจจุบันนี้เขาเดาทางไม่ถูกเลย จื่อวั่นบังอาจใช้ความฉลาดมาหยอกล้ออ๋องฉี งานนี้เข้าตำรา ‘จะลักไก่แต่เสียข้าวสาร’ ชัดๆ
เซียวหมิงหันหลังเดินกลับเข้าห้องนอนไป ลู่หลัวรีบคว้ามือจื่อวั่นเขย่า
“พี่จื่อวั่น ทำไงดี? หรือท่านต้องไป... จริงๆ?”
จื่อวั่นหน้าซีดเผือด ตอนนี้สมองนางตื้อไปหมดแล้ว
เฉียนต้าฟู่ถอนหายใจ แล้วเอ่ยขึ้น
“จื่อวั่นเอ๋ย เจ้าฉลาดก็จริง แต่เป็นความฉลาดที่ย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองแท้ๆ เอาเถอะ ข้าจะสอนวิธีหนึ่งให้พวกเจ้า...”
จื่อวั่นและลู่หลัวตั้งใจฟังอย่างจดจ่อ จื่อวั่นถามเสียงอ่อย
“จะดีหรือเจ้าคะ?”
“แล้วเจ้ามีทางอื่นหรือ? ขัดคำสั่งเจ้านาย โทษคือโดนลงหวายตามกฎบ้านนะ” เฉียนต้าฟู่ขู่
ลู่หลัวบีบมือจื่อวั่นแน่น
“พี่จื่อวั่น ลองดูเถอะเจ้าค่ะ”
จื่อวั่นถอนหายใจแล้วพยักหน้า ดูท่าอ๋องฉีจะเป็นคนฉลาดล้ำลึก นางจะประมาทเขาไม่ได้อีกแล้ว
เมื่อกลับถึงห้องนอน เซียวหมิงไม่ได้เข้านอนทันที เขาจุดเทียนไข แล้วหยิบพู่กันมาวาดแบบแปลน
หากได้เงินจากสี่ตระกูลมาแล้ว แผนการขั้นต่อไปคือสร้าง ‘โรงงานเครื่องกลึงพลังน้ำ’
นี่คือเหตุผลที่เขาต้องไปสำรวจแม่น้ำหมีเหอ หนึ่งคือเพื่อดูสภาพความเป็นอยู่ของชาวบ้าน สองคือเพื่อหาทำเลที่ตั้งโรงงาน
ทว่า เครื่องกลึงพลังน้ำชุดนี้ จะใช้กลึงได้แค่ไม้และชิ้นส่วนเหล็กทั่วไปเท่านั้น ยังไม่สามารถกลึงเหล็กกล้าที่แข็งแกร่งได้
สาเหตุเพราะ... ‘มีดกลึง’ ยังมีความแข็งไม่พอ
หากไม่มีมีดกลึงที่ทำจาก ‘โลหะผสม’ ที่แข็งแกร่งพอ การจะกลึงเหล็กกล้าแทบจะเป็นไปไม่ได้
และการจะทำโลหะผสม จำเป็นต้องมีธาตุโลหะอื่นๆ เช่น นิกเกิล, ทังสเตน, โมลิบดีนัม, โคบอลต์, อะลูมิเนียม, ไทเทเนียม, โบรอน, เซอร์โคเนียม และอื่นๆ ซึ่งไม่ใช่ของที่จะหามาได้ง่ายๆ
แม้จะเตรียมใจไว้แล้ว แต่เซียวหมิงก็ยังรู้สึกว่าอุปสรรคที่รออยู่ช่างหนักหนาสาหัส การสร้างตัวจากศูนย์นี่มันไม่ง่ายเลยจริงๆ
แต่ก็ใช่ว่าจะไร้หนทาง ผลึกเทคโนโลยีในสมองของเขามีความรู้เรื่องธรณีวิทยาและแร่ธาตุอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งของเหมืองแร่ แร่ที่เกิดร่วม ลักษณะสี หรือวิธีสำรวจหาแร่
เขาจำเป็นต้องหาคนสนิทที่ไว้ใจได้ ถ่ายทอดความรู้ชุดนี้ให้ แล้วส่งออกไปตามหาแร่ธาตุเหล่านี้ เพราะไม่ใช่แค่เรื่องโลหะผสมเท่านั้น ขั้นตอนต่อไปเขาต้องทำเหมืองเองด้วย
ดินแดนศักดินาของเขาคือพื้นที่มณฑลซานตงในปัจจุบัน ซึ่งอุดมไปด้วยทรัพยากรแร่ธาตุ แถบเมืองไหลโจวยังมีเหมืองทองคำขนาดใหญ่อีกด้วย
หากบริหารจัดการดีๆ มันจะกลายเป็นแหล่งเงินทุนมหาศาล ดังนั้นภารกิจสำรวจแร่จึงสำคัญมากสำหรับเขา
ทุกอย่างต้องดำเนินไปพร้อมๆ กัน
ขณะกำลังคิดเพลินๆ เขารู้สึกได้ว่ามีใครบางคนย่องเข้ามาในห้องอย่างเงียบเชียบ
เมื่อหันกลับไปมอง เขาเห็นเงาตะคุ่มมุดเข้าไปในผ้าห่มบนเตียงของเขา
“จื่อวั่น?”
เซียวหมิงลองเรียกดู ยัยหนูนี่ว่าง่ายจริงๆ แฮะ เขาแค่ขู่เล่นๆ ไม่นึกว่าจะมาอุ่นเตียงให้จริงๆ
(จบตอน)