- หน้าแรก
- จักรวรรดิเหล็ก ข้าคืออ๋องผู้สร้างอารยธรรม
- บทที่ 16 ความขัดแย้งของสี่ตระกูล
บทที่ 16 ความขัดแย้งของสี่ตระกูล
บทที่ 16 ความขัดแย้งของสี่ตระกูล
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ตระกูลฉินขอน้อมรับหน้าที่นี้เอง ขอเพียงองค์ชายอย่าให้ตระกูลฉินต้องเสียเปรียบก็พอพะยะค่ะ”
ฉินมู่ทำท่าทางขึงขัง ราวกับกำลังเสียสละเพื่อส่วนรวม
แต่ในใจเขารู้ดีที่สุดว่า หากเตาถ่านอัดก้อนอันแปลกใหม่นี้วางขายได้ราบรื่น มันจะสร้างกำไรมหาศาลให้กับตระกูลฉินชนิดที่ประเมินค่าไม่ได้
พอเห็นฉินมู่คิดจะกินรวบคนเดียว หวังซื่อเจี๋ยก็ยอมไม่ได้ เขารีบแย้งทันควัน
“พี่ฉิน ท่านออกจะโลภมากไปหน่อยกระมัง? โอกาสรวยเละแบบนี้ ตระกูลฉินจะเหมาคนเดียวได้อย่างไร?”
จากนั้น หวังซื่อเจี๋ยหันไปกล่าวกับเซียวหมิง
“ทูลองค์ชาย ตระกูลของกระหม่อมก็มีกองคาราวานม้าอยู่เหมือนกัน แม้พี่ฉินจะถนัดทางน้ำ แต่ก็ยังมีอีกหลายพื้นที่ที่เรือไปไม่ถึง ส่วนที่เหลือนั้น ตระกูลหวังยินดีแบ่งเบาภาระขององค์ชายพะยะค่ะ”
“ถูกต้องพะยะค่ะ ตระกูลซุนของกระหม่อมก็มีกองคาราวานเช่นกัน” ซุนต้งรีบผสมโรง
เว่ยชิงและฉินมู่หันมาสบตากัน สีหน้าเริ่มบ่งบอกความไม่พอใจ
ทั้งสี่คนเริ่มเปิดศึกน้ำลายแย่งชิงผลประโยชน์กันต่อหน้า เซียวหมิงยืนสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ แต่ในใจกลับลิงโลด
เห็นได้ชัดว่าตอนนี้หวังซื่อเจี๋ยกับซุนต้งจับมือกัน ส่วนฉินมู่กับเว่ยชิงก็อยู่ฝ่ายเดียวกัน
นี่แสดงให้เห็นว่า ‘สี่ตระกูลใหญ่แห่งชิงโจว’ ไม่ได้เป็นแผ่นเหล็กเนื้อเดียวกันอย่างที่เห็นภายนอก ฉากหน้าดูสงบนิ่ง แต่ภายในกลับเต็มไปด้วยการแก่งแย่งชิงดี
เซียวหมิงไม่กลัวพวกมันทะเลาะกัน แต่กลัวพวกมันรักกันมากกว่า ยิ่งแตกแยกกันแบบนี้ เขายิ่งสามารถฉกฉวยผลประโยชน์จากความขัดแย้งได้ง่ายขึ้น
“เอาล่ะๆ ทุกท่านใจเย็นก่อน อย่าเพิ่งทะเลาะกัน พวกท่านล้วนเป็นคนที่ข้าไว้วางใจที่สุด ข้าไม่อยากลำเอียงเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เอาอย่างนี้แล้วกัน...”
เซียวหมิงแกล้งทำท่าครุ่นคิด แล้วเสนอไอเดีย
“ในเมื่อทั้งสี่ตระกูลต่างก็อยากรับช่วงต่อกิจการเตาถ่านอัดก้อนนี้ ก็มา ‘แข่งขันกันอย่างยุติธรรม’ ดีกว่า... พวกท่านจะเอาไปขายต่อให้ชาวบ้านในราคาเท่าไหร่ข้าไม่สน แต่ราคาต้นทุนที่พวกท่านจะรับซื้อจากข้า ใครให้ราคาสูงที่สุด คนนั้นก็ได้สิทธิ์ไป”
ดวงตาของเซียวหมิงเป็นประกายเจ้าเล่ห์ เขากล่าวต่อ
“เพื่อความยุติธรรม พรุ่งนี้ขอให้พวกท่านแต่ละคนเตรียม ‘ซองประมูล’ มาคนละหนึ่งซอง ในจดหมายให้ระบุราคาที่พวกท่านยินดีจะจ่ายเพื่อซื้อเตาถ่านจากข้า ถึงเวลาเราจะเปิดซองดูพร้อมกัน ใครให้ราคาสูงสุดก็ชนะไป ตกลงไหม?”
“วิธีนี้เข้าท่าพะยะค่ะ องค์ชายทรงพระปรีชา”
หวังซื่อเจี๋ยประสานมือคารวะเซียวหมิง แต่สายตากลับตวัดไปมองฉินมู่อย่างท้าทาย
ประมาณว่า ใครกลัวแกวะ!
“งั้นก็เอาตามที่องค์ชายว่า!” ฉินมู่เองก็ไม่ยอมถอย
เซียวหมิงลอบยิ้มกริ่ม เดิมทีเขาไม่ได้คาดหวังกับเตาถ่านอัดก้อนมากนัก แต่พอเห็นสี่ตระกูลแตกคอกันแบบนี้ เขาคงฟันกำไรได้อีกบานเบอะ
“เพื่อให้พวกท่านเข้าใจถึงความสะดวกสบายของเตาถ่านอัดก้อนอย่างถ่องแท้ ตัวอย่างอันนี้พวกท่านนำกลับไปผลัดกันดูผลัดกันชมที่บ้านเถิด”
เซียวหมิงยังคงรักษามาดนิ่งสงบ ไม่ให้ใครจับไต๋ได้
หวังซื่อเจี๋ยคารวะลา สั่งให้บ่าวรับใช้หิ้วเตาถ่านเดินออกไป
อีกสามคนที่เหลือก็ทยอยขอตัวกลับเช่นกัน
“องค์ชาย จะให้ช่างเริ่มลงมือผลิตเตาถ่านเลยหรือไม่พะยะค่ะ?” เฉินเหวินหลงถามด้วยรอยยิ้ม
เขาเฝ้าดูเหตุการณ์ทั้งหมดมาโดยตลอด เดิมทีเตาถ่านอัดก้อนถูกหวังซื่อเจี๋ยและซุนต้งวิจารณ์เสียจนไร้ค่า แต่ความโลภของฉินมู่กลับทำให้พันธมิตรของสี่ตระกูลเกิดรอยร้าว
เซียวหมิงปรายตามองเฉินเหวินหลง
“เจ้าคิดว่าไงล่ะ? จากนี้ไปเจ้าคงหาเวลาว่างได้ยากแล้วนะ”
“องค์ชาย กระหม่อมไม่กลัวงานหนัก กลัวแต่จะไม่มีงานทำมากกว่าพะยะค่ะ”
เฉินเหวินหลงรีบแสดงความกระตือรือร้น
เซียวหมิงพยักหน้า
“รอให้เงินก้อนนี้เข้ามาเมื่อไหร่ ก็ให้รีบดำเนินการเรื่อง ‘โรงงานเครื่องกลึงพลังน้ำ’ ทันที”
หลังจากสั่งการเรื่องเตาถ่านเรียบร้อย เซียวหมิงก็เดินทางกลับจวนอ๋องโดยมีหลู่เฟยคอยคุ้มกัน
ในขณะเดียวกัน หวังซื่อเจี๋ยที่หิ้วเตาถ่านกลับบ้าน ก็เรียกระดมพลสี่ตระกูลมาหารือกันอีกครั้งที่คฤหาสน์ตระกูลหวัง
“ซื่อเจี๋ย เจ้าบอกว่าของสิ่งนี้คือสิ่งที่องค์ชายสั่งให้กองศาสตราสร้างขึ้นมาอย่างนั้นรึ?”
‘เจ้าสัวหวัง’ จ้องมองเตาถ่านที่กำลังลุกโชนพลางเอ่ยถาม
“ไม่ผิดแน่นอนขอรับท่านพ่อ แถมที่อื่นๆ ในต้าอวี้ก็ไม่เคยมีของแบบนี้มาก่อนด้วย” หวังซื่อเจี๋ยยืนยัน
“ท่านเจ้าสัวหวัง ท่านมีความเห็นอย่างไรกับเตาที่ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงนี้?”
‘ฉินชวนอวิ๋น’ เอ่ยถาม เขาคือบิดาของฉินมู่
เจ้าสัวหวังลูบเครายาวเบาๆ คำว่า ‘ท่านเจ้าสัว’ ที่ฉินชวนอวิ๋นเรียกทำให้เขารู้สึกพอใจ แม้จะเป็นแค่ยศจอมปลอมที่พ่อค้าใช้เงินซื้อมา
แต่ในยุคที่พ่อค้ามีสถานะต่ำต้อย ยศนี้ก็พอจะช่วยปลอบประโลมใจได้บ้าง
“เตาถ่านอัดก้อนนี้น่าสนใจทีเดียว ต้มน้ำ ทำกับข้าว อุ่นสุรา หรือให้ความอบอุ่น ล้วนสะดวกสบาย แถมยังควบคุมความแรงของไฟได้ตามใจชอบ ที่สำคัญที่สุดคือไฟไม่มอดง่ายๆ แค่เปลี่ยนก้อนถ่านด้านล่างใหม่ หากต้องการ ก็สามารถเลี้ยงไฟไว้ได้ตลอดเวลาโดยไม่ดับ”
“ท่านเจ้าสัวหวังพูดมีเหตุผล หน้าหนาวปีนี้ถ้ามีของแบบนี้ตั้งไว้ในบ้าน คงจะดีไม่น้อย”
ชายชราร่างผอมแห้งที่นั่งอยู่ข้างฉินชวนอวิ๋นเอ่ยเสริม เขาคือ ‘ซุนหยวนจื้อ’ บิดาของซุนต้ง
“ในเมื่อทุกท่านเห็นตรงกันว่าเตาถ่านนี้เป็นของดี ถ้าอย่างนั้นก็ทำตามวิธีขององค์ชายเถอะ พวกเราสี่ตระกูลต่างคนต่างเขียนราคาใส่ซองประมูล จะได้ไม่ต้องมาทะเลาะผิดใจกันเรื่องสิทธิ์การขาย”
‘เว่ยหง’ บิดาของเว่ยชิงกล่าวเสียงดัง เขาเป็นชายร่างใหญ่หน้าแดงก่ำ บุคลิกคล้ายคลึงกับลูกชายไม่มีผิด
คำพูดของเว่ยหงทำให้ลานบ้านตกอยู่ในความเงียบงัน ทั้งสี่ตระกูลต่างประเมินท่าทีของกันและกัน ในใจต่างมีแผนการของตัวเอง
เตาถ่านใบนี้ถูกจุดไฟทิ้งไว้ที่บ้านตระกูลหวังมานานพอสมควร เจ้าสัวหวังคำนวณในใจเสร็จสรรพจึงเอ่ยตัดบท
“เอาเถอะ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าคงไม่รั้งพวกท่านไว้นาน พรุ่งนี้ไม่ว่าใครจะเป็นผู้ชนะการประมูล หวังว่าพวกเราจะยังรักษามิตรภาพที่ดีต่อกันไว้”
“ตกลงตามนี้ ขอตัวลา!” เว่ยหงลุกขึ้นขอตัวเป็นคนแรก
จากนั้นซุนหยวนจื้อและฉินชวนอวิ๋นก็ทยอยกลับไป
เมื่อแขกเหรื่อกลับไปหมดแล้ว หวังซื่อเจี๋ยก็เอ่ยขึ้น
“ท่านพ่อ เตาถ่านอัดก้อนนี้ดูแปลกใหม่ก็จริง แต่ข้าว่าราคาต้นทุนไม่น่าจะเกิน 3 ตำลึงนะขอรับ”
“หึๆ เจ้าบอกว่า 3 ตำลึง... แต่ครั้งนี้ต่อให้ต้องจ่าย 5 ตำลึง หรือ 10 ตำลึง ตระกูลหวังของเราก็ต้องคว้าสิทธิ์การขายมาให้ได้!”
เจ้าสัวหวังหรี่ตาลง แววตาฉายแววเจ้าเล่ห์
“ทำไมล่ะขอรับ?” หวังซื่อเจี๋ยไม่เข้าใจ
“ข้าถามเจ้า ตระกูลหวังของเราขายอะไร?” เจ้าสัวหวังมองลูกชายด้วยสายตาเอือมระอา
“ถ่านหิน...” หวังซื่อเจี๋ยตอบ แล้วจู่ๆ ก็ตาเบิกโพลง
“ท่านพ่อ! หรือท่านจะหมายความว่า ถ้าเตาถ่านนี้ขายดี ถ่านหินของเราก็จะ...”
เจ้าสัวหวังหัวเราะร่า
“ถูกต้อง! เมื่อครู่ข้าลองนับดูแล้ว หากเปิดเตาไว้ทั้งวัน อย่างน้อยต้องใช้ถ่าน 6 ก้อน... ลองจินตนาการดูสิ หากทุกครัวเรือนในต้าอวี้หันมาใช้เตาถ่านอัดก้อน ตระกูลหวังของเรามิต้องร่ำรวยล้นฟ้าหรือ?”
หวังซื่อเจี๋ยอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะตาม
“ท่านพ่อ! อ๋องฉีนี่คือตัวนำโชคของพวกเราจริงๆ!”
เจ้าสัวหวังลูบเคราด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหุบยิ้มแล้วเปลี่ยนเป็นสีหน้าจริงจัง
“ซื่อเจี๋ย มีเรื่องหนึ่งที่เจ้าต้องไปเจรจากับองค์ชายเป็นการส่วนตัว”
“เชิญท่านพ่อสั่งมาได้เลยขอรับ” หวังซื่อเจี๋ยน้อมรับด้วยความเคารพ เขาเกรงกลัวบิดามาตั้งแต่เด็ก
“เตาถ่านอัดก้อนน่ะ ไม่ว่าตระกูลหวังจะได้ขาย หรือตระกูลอื่นจะได้ขาย ผลกระทบต่อเรามีไม่มากนัก... แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ธุรกิจถ่านอัดก้อน ต่างหาก! เจ้าดูสิ ถ่านอัดก้อนที่อ๋องฉีส่งมานั้นมีรูปทรงมาตรฐาน ขนาดและตำแหน่งรูเจาะเท่ากันเป๊ะ เข้าล็อกกับตัวเตาพอดีเปี้ยบ หากขนาดผิดเพี้ยนไปนิดเดียวก็ใส่ไม่ได้”
“แถมถ่านก้อนนี้เกิดจากการบดถ่านหินเป็นผงแล้วอัดขึ้นรูปใหม่ มันแข็งแรงมาก ไม่แตกง่ายๆ กรรมวิธีผลิตคงไม่ง่ายนัก”
“ท่านพ่อหมายความว่า จะให้ข้าไปหลอกถามวิธีผลิตถ่านอัดก้อนจากองค์ชายหรือขอรับ?”
“ไม่ใช่... องค์ชายทำเรื่องนี้เพื่อเงิน ข้าต้องการให้เจ้าไป ‘ขอซื้อสูตรการผลิต’ นี้มาซะ!”
ในดวงตาของเจ้าสัวหวัง ลุกโชนไปด้วยเปลวไฟแห่งความทะเยอทะยาน
(จบตอน)