เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 ก็ไม่ได้โง่นี่นา

บทที่ 15 ก็ไม่ได้โง่นี่นา

บทที่ 15 ก็ไม่ได้โง่นี่นา


“องค์ชาย ก้อนถ่านนี้คือสิ่งใดหรือพะยะค่ะ?” หวังซื่อเจี๋ยถามด้วยความสงสัย

เซียวหมิงยิ้มอย่างมีเลศนัย ส่งสายตาให้เฉินเหวินหลงเล็กน้อย

เฉินเหวินหลงเข้าใจความหมาย รีบสั่งให้ช่างไปนำถ่านที่ผลิตเสร็จแล้วออกมาจากด้านนอก

ก้อนถ่านนี้เรียกว่า ‘ถ่านรังผึ้ง’ มีลักษณะเป็นทรงกระบอกสูงประมาณ 10 เซนติเมตร ด้านบนเจาะรูพรุนทะลุถึงด้านล่าง ในโลกเดิมที่เซียวหมิงเคยอยู่ เตาและถ่านแบบนี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในช่วงยุค 70-80 แทบทุกบ้านต้องมีติดไว้

ต้มน้ำ ทำกับข้าว ให้ความอบอุ่น เรียกได้ว่าสารพัดประโยชน์ แถมขั้นตอนการผลิตยังง่ายแสนง่าย

เมื่อเผชิญหน้ากับสิ่งของที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในโลกนี้ หวังซื่อเจี๋ยและพรรคพวกต่างพากันงุนงง ได้แต่รอฟังคำอธิบายจากเซียวหมิง

“พวกท่านดูให้ดี เตาถ่านอัดก้อนนี้จริงๆ แล้วก็คือถังทรงกระบอก ภายในถูกแผ่นเหล็กแบ่งกั้นเป็นสองส่วน ด้านบนคือห้องเผาไหม้ ด้านล่างคือช่องรับลม ด้านนอกมีประตูบานพับสำหรับปรับระดับลม เปิดกว้างลมเข้ามากไฟก็แรง ปิดแคบลงลมเข้าน้อยไฟก็เบา ส่วนถ่านก้อนนี้ทำจากผงถ่านหินบดละเอียดแล้วนำมาอัดขึ้นรูปใหม่ เมื่อนำทั้งสองอย่างมาใช้คู่กัน ก็จะเกิดประสิทธิภาพที่น่าอัศจรรย์”

เซียวหมิงอธิบายจบก็ลงมือสาธิตด้วยตัวเอง เขาใช้ถ่านไม้และฟางข้าวเป็นเชื้อจุดไฟ จากนั้นวางก้อนถ่านรังผึ้งลงไปที่ก้นเตา แล้วนำท่อดินเผาทรงยาวมาครอบด้านบนเพื่อทำเป็นปล่องควัน

ทั้งสี่หนุ่มยืนกระซิบกระซาบกัน จ้องมองการกระทำของเซียวหมิงตาไม่กระพริบ

ไม่นานไฟก็ลุกโชน ถ่านรังผึ้งเริ่มติดไฟ เซียวหมิงจึงใส่ถ่านก้อนที่สองตามลงไป แล้วหยิบปล่องควันออก

เวลานี้เปลวไฟสีน้ำเงินกำลังลุกไหม้อย่างโชติช่วงอยู่ในเตา

“องค์ชาย ดูๆ ไปก็ไม่ต่างอะไรกับกระถางถ่านทั่วไปเลยนี่นา” ซุนต้งผู้ปากไวที่สุดในกลุ่มโพล่งขึ้นมาก่อนใคร

ฉินมู่กลอกตาไปมา เคาะพัดในมือเบาๆ แล้วหันไปตำหนิซุนต้ง

“พี่ซุนพูดจาเหลวไหล ในเมื่อองค์ชายทุ่มเทใส่ใจขนาดนี้ มันย่อมต้องเป็นของวิเศษแน่นอน”

“ฝีมือการเลียแข้งเลียขาของพี่ฉินนับวันยิ่งแก่กล้า น่าเลื่อมใสจริงๆ แต่ข้าว่าที่พี่ซุนพูดมาก็มีเหตุผล”

เว่ยชิงกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง

ถ้าซุนต้งเป็นคนปากไวใจซื่อ เว่ยชิงก็จัดว่าเป็นพวกหัวทึบและดื้อรั้น เท่าที่เซียวหมิงรู้ การสอบจอหงวนระดับภูมิภาคของเว่ยชิงผ่านมาได้ก็เพราะพ่อของเขายัดเงินใต้โต๊ะไปไม่น้อย

สำหรับเว่ยชิงแล้ว เขาชอบจับกระบองมากกว่าจับพู่กัน

หวังซื่อเจี๋ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วมองเพื่อนทั้งสามด้วยสายตาเหยียดหยาม

“ถ้าพูดเรื่องเตาถ่านขององค์ชาย พวกเจ้าสามคนต่อให้ขี่ม้าตามก็เทียบข้าไม่ติดหรอก... ฟังจากที่องค์ชายอธิบาย เตาถ่านอัดก้อนนี้ใช้งานได้จริง และสะดวกกว่ากระถางถ่านแบบเดิมมากโข”

“สมกับเป็นพี่หวัง ผู้เชี่ยวชาญด้านถ่านหินและเหล็ก ช่างมีวิสัยทัศน์” เซียวหมิงเอ่ยชม

หวังซื่อเจี๋ยเป็นประเภทบ้ายอ พอโดนชมหน่อยก็ยืดอกทำท่าภูมิใจราวกับไก่ชนที่ชนะสังเวียน

“องค์ชาย ของสิ่งนี้ดีจริงๆ พะยะค่ะ ไม่ทราบว่าองค์ชายไปได้วิธีทำมาจากที่ใด?”

เซียวหมิงตอบเสียงเรียบ

“เรื่องมันยาว... เมื่อก่อนพ่อบ้านจวนอ๋องเคยซื้อตำราเล่มหนึ่งมาจากพ่อค้าต่างแดน ข้าเห็นว่าในนั้นมีของแปลกๆ น่าสนใจอยู่เยอะ เลยลองเอามาศึกษาดู”

ตอนนี้ความได้เปรียบของการเป็นองค์ชายเริ่มทำงาน เขาแค่อ้างเหตุผลมั่วๆ ขึ้นมาเพื่อปัดความรับผิดชอบเกี่ยวกับที่มาของเทคโนโลยีในอนาคต

ถ้าเป็นชาวบ้านตาดำๆ พูดแบบนี้ พวกตระกูลใหญ่อาจจะจับไปทรมานรีดความจริง หรือฆ่าปิดปากไปแล้ว

หวังซื่อเจี๋ยเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่เมื่อเซียวหมิงพูดเช่นนี้ เขาก็ไม่กล้าซักไซ้ ต่อให้สนิทกันแค่ไหน แต่สถานะเจ้ากับข้าก็ยังค้ำคออยู่

“องค์ชายช่างเป็นผู้มีบุญญาธิการ สวรรค์จึงประทานความช่วยเหลือ... เตาถ่านอัดก้อนนี้ดีเยี่ยมจริงๆ องค์ชายจะกรุณาสั่งให้กองศาสตราทำให้พวกกระหม่อมลองเอาไปใช้สักคนละใบได้หรือไม่พะยะค่ะ?”

หวังซื่อเจี๋ยสบตากับพวกฉินมู่ ของแปลกใหม่แบบนี้ พวกเขาอยากซื้อกลับไปลองใช้ดู

เซียวหมิงรอเวลานี้อยู่แล้ว เตาถ่านแบบนี้จะให้ชาวบ้านทั่วไปใช้ตอนนี้คงเป็นไปไม่ได้ เพราะชาวบ้านไม่มีเงินซื้อถ่านหิน ยังต้องพึ่งพาฟืนไม้เป็นหลัก

แต่สำหรับบ้านคนรวยนั้นต่างกัน เศรษฐีพวกนี้มีนิสัยเหมือนกันหมดคือชอบของแปลกใหม่

“ก็ใช่ว่าจะไม่ได้หรอกนะ เพียงแต่เตาถ่านนี้เปลืองเหล็ก แถมยังต้องใช้ถ่านหินอีก จวนอ๋องของข้าช่วงนี้ก็ขัดสนอยู่ด้วย...”

หวังซื่อเจี๋ยเป็นคนฉลาดเป็นกรด เข้าใจความนัยทันที

“องค์ชาย เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหา ว่าแต่เตาใบนี้ราคาเท่าไหร่ พวกกระหม่อมยินดีจ่ายพะยะค่ะ”

พวกฉินมู่ต่างพยักหน้าเห็นด้วย จะให้เอาเปรียบเซียวหมิงพวกเขาก็ไม่กล้า ยังไงเสียเขาก็เป็นถึงอ๋อง

“เอาอย่างนี้แล้วกัน เตาใบละ 50 ตำลึง” เซียวหมิงเรียกราคาแบบกะฟันหัวแบะ

หวังซื่อเจี๋ยสะดุ้งโหยง อ๋องฉีกล้าเรียกราคาขนาดนี้เชียวรึ

ในสายตาของเขา แม้เตาถ่านอัดก้อนจะสะดวกกว่ากระถางถ่าน แต่ก็ไม่ได้วิเศษถึงขนาดขาดไม่ได้ มันแค่ช่วยให้สะดวกขึ้นนิดหน่อย ราคามันไม่น่าจะถึงขนาดนั้น อย่างมากก็แค่ 3 ตำลึง

เขาจึงแย้งว่า

“องค์ชาย 50 ตำลึงมันแพงเกินไปนะพะยะค่ะ ลองตรองดูเถิด บ้านคนรวยที่ไหนก็มีบ่าวไพร่คอยรับใช้ เรื่องต้มน้ำทำกับข้าวอุ่นเหล้า แม้จะยุ่งยากไปบ้างแต่เจ้านายก็ไม่ต้องลงมือเอง เงิน 50 ตำลึงเอาไปซื้อสาวใช้สักคนยังคุ้มกว่า องค์ชายอย่าแกล้งกระหม่อมเลยพะยะค่ะ”

พวกฉินมู่พยักหน้าเห็นด้วย ซุนต้งเสริมขึ้นว่า

“แต่พี่หวังพูดมาก็ทำให้ข้านึกอะไรขึ้นได้ เตาถ่านอัดก้อนนี่น่าจะทำเงินได้นะ ถ้าเราเอาไปขายให้พวกเศรษฐีระดับกลางที่มีเงินพอประมาณ แต่ไม่ได้ร่ำรวยขนาดจะจ้างบ่าวไพร่เยอะแยะ”

เซียวหมิงกวาดตามองทั้งสี่คน พลางคิดในใจว่า คนโบราณไม่ได้โง่นี่หว่า แถมยังคิดเลขเร็วอีกต่างหาก ไม่ใช่จะเอาของอะไรมาหลอกขายฟันกำไรได้ง่ายๆ

ยกแรกการต้มหมู... ล้มเหลว! เซียวหมิงเรียกเฉินเหวินหลงมาถามต้นทุนการผลิต

หวังซื่อเจี๋ยประเมินได้แม่นยำมาก ต้นทุนจริงๆ อยู่ที่ประมาณ 2 ตำลึง เพราะราคาเหล็กกับถ่านหินช่วงนี้แพงเอาเรื่อง

หา ‘หมู’ ไม่ได้แล้ว แต่ข้อเสนอของซุนต้งก็น่าสนใจ เขาผลิตเตานี้มาเพื่อหาเงินอยู่แล้ว

ไม่อย่างนั้นจะเอาเงินที่ไหนไปสร้างฐานอุตสาหกรรม จะให้ไปยึดทรัพย์เศรษฐีในเมืองทุกคนก็คงทำไม่ได้

“พี่ซุนฉลาดล้ำลึก” เซียวหมิงเอ่ยชม

ทันใดนั้น ฉินมู่ก็เกิดปิ๊งไอเดีย

“องค์ชาย บ้านกระหม่อมทำธุรกิจเดินเรือ ล่องไปทั่วแคว้นต้าอวี้ มิสู้มอบสิทธิ์การขายเตาถ่านอัดก้อนนี้ให้บ้านกระหม่อมนำไปขายต่างเมือง ดีไหมพะยะค่ะ?”

“เรื่องนี้คงไม่มีใครเหมาะเท่าพี่ฉินแล้วล่ะ” เว่ยชิงสนับสนุน

“ข้อเสนอของพี่ฉินตรงใจข้าพอดี พวกท่านก็รู้ว่าภาษีของเมืองชิงโจวเก็บได้น้อยลงทุกปี ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป จวนอ๋องคงได้กินแกลบกินลมแน่ แม้พวกท่านจะคอยช่วยเหลือจวนอ๋องอยู่บ่อยครั้ง แต่มันก็ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาระยะยาว”

เซียวหมิงถอนหายใจยาว

ทั้งสี่คนต่างทำหน้ากระอักกระอ่วน พวกเขารู้ดีอยู่แก่ใจว่าปัญหาเรื่องภาษีมันติดขัดที่ตรงไหน

เพียงแต่ในแคว้นต้าอวี้ ตระกูลใหญ่ตระกูลไหนบ้างที่ไม่ได้กอดเงินไว้กับตัว?

การที่อ๋องฉีจะลุกขึ้นมาทำธุรกิจเพื่อหารายได้เข้าจวนอ๋องจึงไม่ใช่เรื่องแปลก อ๋องและองค์ชายคนอื่นๆ ก็มีกองคาราวานพ่อค้าในสังกัดกันทั้งนั้น

พ่อค้าเหล่านี้จะส่งส่วยให้องค์ชายเพื่อแลกกับความสะดวกในการทำธุรกิจ บางกิจการที่กำไรงาม องค์ชายถึงขั้นส่งคนสนิทไปดูแลเองด้วยซ้ำ

พวกเขาก็ส่งส่วยให้เซียวหมิงทุกปีเช่นกัน เพียงแต่เซียวหมิงคนก่อนไร้ความสามารถ เอาเงินไปผลาญกับเรื่องไร้สาระ

จนละเลยกิจการสำคัญอย่างเหมืองแร่และการขนส่งที่พี่น้องคนอื่นๆ ต่างหวงแหนและกุมอำนาจไว้อย่างแน่นหนา

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 15 ก็ไม่ได้โง่นี่นา

คัดลอกลิงก์แล้ว