- หน้าแรก
- หลังจากหย่าร้าง ทั้งผมกับภรรยาต่างได้เกิดใหม่
- บทที่ 16 ความฝันมีไว้ทำให้เป็นจริง
บทที่ 16 ความฝันมีไว้ทำให้เป็นจริง
บทที่ 16 ความฝันมีไว้ทำให้เป็นจริง
บทที่ 16: ความฝันมีไว้ทำให้เป็นจริง
ทอมดึงหางเจอร์รี่ลากออกไปไกลก่อนจะปล่อยมือกะทันหัน ด้วยแรงเฉื่อยทำให้เจอร์รี่พุ่งหัวทิ่มไปข้างหน้า ในตอนที่มันคิดว่ากำลังจะหนีพ้น ทอมกลับไปยืนดักรออยู่ข้างหน้าพร้อมอ้าปากกว้างอย่างยิ้มกแย้ม รอให้เจอร์รี่พุ่งเข้าไปในปากเอง
หลังจากวาดสีหน้าตกตะลึงสุดขีดของเจอร์รี่เสร็จ เจียงเซี่ยจึงวางปากกาลง เขาถอนตัวออกจากสภาวะสมาธิขั้นสูง หยิบแก้วน้ำขึ้นมาจิบ พบว่าน้ำเปล่าที่รินไว้ก่อนหน้านี้เย็นชืดเสียแล้ว
"ขอดูหน่อยได้ไหม?" หลี่เวยย่าเอ่ยขึ้นเบาๆ
เสียงที่ดังขึ้นกะทันหันทำให้เจียงเซี่ยสะดุ้งตามสัญชาตญาณ เขาหันกลับไปจึงเห็นว่าหลี่เวยย่ายืนอยู่ข้างหลังเขา
"ครูทำให้เธอตกใจเหรอ? ขอโทษทีนะ พอดีครูว่างๆ เลยเข้ามาดู เห็นเธอตั้งใจวาดมากเลยไม่อยากกวนน่ะ" เธอยิ้มให้
เจียงเซี่ยเกาหัว รีบส่งปึกภาพคีย์เฟรมที่วาดเสร็จแล้วทั้งหมดให้เธอ
"คุณครูหลี่ เชิญตรวจทานครับ"
หลี่เวยย่าทำหน้าอ่อนใจ "เจียงเซี่ย ไม่ต้องเกรงใจกับครูขนาดนั้นก็ได้"
ขณะพูดเธอก็รับกระดาษไป พลิกดูทีละแผ่น ในฐานะคนทำงานสายแอนิเมชัน สมองของเธอเชื่อมโยงเนื้อหาในกระดาษแต่ละแผ่นเข้าด้วยกันโดยอัตโนมัติ และยังจินตนาการถึงเฟรมระหว่างกลางจนภาพในหัวนั้นลื่นไหลไม่มีสะดุด
"ตะกี้หวังหมิงบอกครูว่าเธอกำลังทำแอนิเมชันครูยังไม่ค่อยเชื่อเลย ที่ไหนได้ เธอเอาจริง" น้ำเสียงของเธอเจือไปด้วยความทึ่ง
จากการสังเกตเมื่อครู่ หลี่เวยย่าพบว่าพื้นฐานของเจียงเซี่ยแน่นกว่านักวาดคีย์เฟรมมืออาชีพบางคนเสียอีก การถ่ายทอดอารมณ์ตัวละครทำได้ยอดเยี่ยมมาก ไม่ต้องมีบทพูดก็เข้าใจได้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างแมวกับหนู แถมความเร็วในการวาดก็สูง ลายเส้นส่วนใหญ่ถูกลากเสร็จภายในครั้งเดียว
ต้องรู้ว่าคนแบบนี้มักจะเป็นรุ่นพี่ระดับปรมาจารย์ที่แช่อยู่ในวงการมานับสิบปี แต่ทักษะทั้งหมดนี้กลับปรากฏอยู่ในตัวนักเรียนมัธยมปลายที่เพิ่งเรียนวาดรูปกับเธอมาไม่นาน
"วาดได้ดีมากเลยจ่ะ" หลี่เวยย่าพลิกดูภาพคีย์เฟรมในมืออีกรอบ พร้อมกับเอ่ยชมอย่างไม่ขี้เหนียวคำพูด
เจียงเซี่ยรู้สึกประหม่าเล็กน้อยพลางเกาคอต่อ "คุณครูหลี่ ผมก็แค่วาดเล่นๆ น่ะครับ"
"ถึงขนาดทำแผนงานออกมาแบบนี้ ไม่เหมือนวาดเล่นๆ เลยนะ"
หลี่เวยย่ายิ้มถามต่อ "ครูขอดูแผนงานหน่อยได้ไหม?"
"ได้ครับ"
เขายื่นแผนงานให้แล้วรออย่างอดทนเพื่อให้คุณครูอ่านจนจบ เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าในมุมมองของผู้ควบคุมศิลปะมืออาชีพ จะมีความเห็นอย่างไรต่อทอมกับเจอร์รี่
หลี่เวยย่าถือปึกสตอรี่บอร์ดแล้วหาเก้าอี้นั่งลง เธอทัดผมที่ตกลงมาไว้ข้างหู แล้วตั้งใจอ่านทีละหน้าอย่างละเอียด
ด้วยสัญชาตญาณคนทำงาน เธอวิเคราะห์ประเด็นหลักที่ "ทอมกับเจอร์รี่" ต้องการสื่อสาร รวมถึงมูลค่าทางธุรกิจที่ซ่อนอยู่ของแอนิเมชันเรื่องนี้ จากการประเมินเบื้องต้น คะแนนความคาดหวังในใจเธอนั้นพุ่งสูงมากทีเดียว
นี่ไม่ได้หมายความว่า แอนิเมชันเรื่องนี้มีศักยภาพที่จะดังระเบิดหรอกเหรอ?
ผ่านไปครู่ใหญ่ หลี่เวยย่าก็ค่อยๆ เงยหน้าขึ้น "แอนิเมชันเรื่องนี้ชื่อ 'ทอมกับเจอร์รี’ สินะ? ความคิดดีมากเลย ใช้สัญชาตญาณที่เป็นศัตรูตามธรรมชาติของสัตว์มาทำแอนิเมชันแนวคู่กัดที่ตลก ครูคิดว่าเธอไม่ได้เน้นที่เนื้อเรื่องหลัก แต่เน้นไปที่กระบวนการแมวไล่จับหนูใช่ไหม?"
"สุดยอดครับ คุณครูหลี่สมเป็นมืออาชีพจริงๆ" เจียงเซี่ยชมจากใจจริง
เพราะถ้ามองตามตรง แผนงานฉบับนี้ยังไม่สมบูรณ์นัก นอกจากดีไซน์ตัวละครที่ชัดเจน ส่วนที่เหลือมีเพียงคำอธิบายไว้คร่าวๆ เท่านั้น
หากผู้กำกับแอนิเมชันคนอื่นได้แผนงานนี้ไป อาจจะพยายามสร้างผลงานที่มีเส้นเรื่องหลักที่เคร่งเครียดเกินไปก็ได้
พอได้รับคำชมจากลูกศิษย์ หลี่เวยย่าก็รู้สึกแปลกๆ แต่ในใจกลับมีความยินดีที่ได้รับการยอมรับ
"ลองบอกครูหน่อยสิ ความคิดจริงๆ ของเธอคืออะไร?" เธอถาม
"จริงๆ แล้วทอมกับเจอร์รี่ไม่มีเส้นเรื่องหลักครับ มันเป็นแอนิเมชันซีรีส์จบในตอนที่แต่ละตอนไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลย มีแค่การตีกันของแมวกับหนูในสถานการณ์ต่างๆ เช่น ทอมพยายามทุกวิถีทางเพื่อจับเจอร์รี่ ส่วนเจอร์รี่ก็ใช้สมองต่อต้านจนถึงที่สุด"
"แบบนั้นเหรอ..." หลี่เวยย่าขมวดคิ้ว "เธอเคยคิดไหมว่าถ้าไม่มีเส้นเรื่องหลัก เท่ากับว่าทุกตอนคือเรื่องใหม่ทั้งหมด หลายครั้งมันจะทำให้การผลิตล่าช้านะ เพราะไอเดียในหัวมันมีวันใช้วันหมด"
เจียงเซี่ยยิ้ม "แอนิเมชันดั้งเดิมอาจจะเป็นแบบนั้นครับ พล็อตเรื่องดีๆ ต้องการการผลักดันจากเนื้อเรื่อง และเนื้อเรื่องมักเกิดจากความขัดแย้งของตัวละคร แต่ทอมกับเจอร์รี่เป็นศัตรูตามธรรมชาติ ความขัดแย้งมันอยู่ในสายเลือดอยู่แล้ว พวกเขามีสถานการณ์เป็นหมื่นอย่างที่จะตีกัน สิ่งที่ผมต้องทำคือแสดงหมื่นสถานการณ์นั้นออกมาในรูปแบบที่เกินจริง ส่วนใครแพ้ใครชนะนั่นไม่สำคัญครับ"
คำพูดของเขาทำให้ดวงตาหลี่เวยย่าเป็นประกาย
"เหมือนกับสตอรี่บอร์ดตอนแรก หนูจงใจทำจานชามในบ้านเจ้านายแตก จนสุดท้ายแมวถูกไล่ออกจากบ้าน ตอนหน้าอาจจะเป็นเรื่องเนยแข็งสักชิ้นที่ทำให้ทั้งคู่กลับมาฟัดกันใหม่ พวกเขาเป็นได้ทั้งศัตรูและเพื่อน"
"ใช่ครับ"
เจียงเซี่ยยักไหล่ "ความจริงผมไม่คิดจะให้เจ้านายเห็นหน้าในจอมันด้วยซ้ำ การปะทะกันระหว่างพวกเขาสองตัวคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ผมไม่ได้คิดเรื่องบทพูดเลยด้วย เพราะในหลายๆ ครั้ง ภาษาท่าทางมีประสิทธิภาพมากกว่าบทพูดที่ใส่อารมณ์เสียอีก"
เมื่อได้ฟังทัศนคติที่เฉียบคมของเขา หลี่เวยย่าก็อดทึ่งไม่ได้ "บอกตามตรง ครูยังไม่อยากเชื่อเลยว่านี่จะเป็นผลงานที่คิดโดยเด็กมัธยมที่เรียนวาดรูปมาไม่กี่ปี ครูเริ่มตั้งตารอตอนแรกที่เสร็จสมบูรณ์ของเธอแล้วนะ บางทีมันอาจจะรวบรวมกลุ่มแฟนคลับได้เร็วมาก อย่างน้อยครูก็เป็นแฟนคลับไปคนหนึ่งแล้วล่ะ"
เจียงเซี่ยประหลาดใจเล็กน้อย ไม่นึกว่าหลี่เวยย่าจะให้คะแนนทอมกับเจอร์รี่สูงขนาดนี้ สมแล้วที่ขึ้นชื่อว่างานคลาสสิก ไม่ว่าจะอยู่ในยุคสมัยไหนมันก็คือของจริง
"จะว่าไป ตอนหนึ่งความยาวประมาณเจ็ดนาทีเนี่ย เธอต้องใช้เวลาทำนานแค่ไหน?"
"ประมาณ... หนึ่งเดือนมั้งครับ" เจียงเซี่ยบอกตัวเลขที่ค่อนข้างเผื่อไว้หน่อย เพราะกลัวว่าถ้าบอกสั้นกว่านี้คุณครูหลี่จะช็อกเอา
"หนึ่งเดือนเหรอ ออกจะช้าไปนิดนะ ได้ติดต่อทีมงานแอนิเมชันที่ไหนไว้หรือเปล่า? ถ้ายังไม่เจอ ลองพิจารณาบริษัทของครูไหม? อย่างน้อยก็เป็นบริษัทรับจ้างผลิตที่พอมีชื่อเสียงในวงการ คุณภาพรับประกันได้แน่นอน" หลี่เวยย่าเริ่มนำเสนอบริษัทตัวเองด้วยรอยยิ้ม
เจียงเซี่ยทำอะไรไม่ถูก "คุณครูหลี่ครับ ครูเข้าใจผิดแล้ว เรื่องจ้างบริษัทข้างนอกผมคงไม่มีเงินจ่ายหรอกครับ ผมตั้งใจว่าจะทำทอมกับเจอร์รี่ด้วยตัวคนเดียวตั้งแต่ต้นจนจบครับ"
ได้ยินดังนั้น หลี่เวยย่าก็เบิกตากว้างอีกครั้ง ทำแอนิเมชันซีรีส์คุณภาพสูงคนเดียวเนี่ยนะ? เด็กมัธยมคนเดียวจะทำได้จริงเหรอ? แถมยังบอกว่าเดือนละตอนอีก?
"เจียงเซี่ย เธออาจจะไม่รู้ว่าการทำแอนิเมชันมันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ไม่ใช่แค่ทำให้รูปขยับได้ก็จบนะ แต่มันยังมีขั้นตอนหลังการผลิตที่ซับซ้อนอีกมาก"
"ผมทราบครับคุณครูหลี่ ผมทำเป็นทั้งหมดครับ ถึงจะยุ่งยากไปหน่อยแต่ก็ยังไหว ด้านเทคนิคไม่ได้ยากเกินไปสำหรับผมครับ" เขาพยักหน้ายืนยัน
ด้านเทคนิคไม่ได้ยากเกินไป...
หลี่เวยย่าถึงกับหน้ากระตุก อยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่สุดท้ายก็กลั้นไว้
เธอถอนหายใจยาว ตบไหล่เจียงเซี่ยเบาๆ แล้วค่อยๆ เดินออกจากห้องไป
"พยายามเข้าล่ะ ครูเอาใจช่วย จำไว้นะ ความฝันมีไว้ทำให้เป็นจริง"
……….