- หน้าแรก
- เมื่อสาวชาวนาต้องมาสวมรอยเป็นคุณหนูจวนแม่ทัพ
- บทที่ 12 สกุลเจียงถอนหมั้น
บทที่ 12 สกุลเจียงถอนหมั้น
บทที่ 12 สกุลเจียงถอนหมั้น
บทที่ 12 สกุลเจียงถอนหมั้น
วันนี้เป็นวันที่สามนับจากวันออกเรือนของชุ่ยฮวา ซึ่งเป็นวันที่นางจะต้องพาสามีอย่างซุนว่างกลับมาเยี่ยมบ้านเดิมตามธรรมเนียม หรือที่เรียกว่าพิธี ‘หุยหนิง’ โดยพี่น้องชายจากฝ่ายหญิงจะต้องเดินทางไปรับตัวที่บ้านฝ่ายชาย
เช้าตรู่วันนี้ เหวินจื้อเดินทางไปสถานศึกษา ส่วนเหวินยงเดินเท้าไปยังบ้านสกุลซุนที่หมู่บ้านเซียงหยางเพื่อรับพี่สาวและพี่เขย
ซุนว่างหิ้วของขวัญที่เตรียมไว้ให้พ่อตาแม่ยายแต่เนิ่นๆ พาชุ่ยฮวาออกเดินทางมุ่งหน้าสู่หมู่บ้านอวิ๋นเฟิงพร้อมกับน้องภรรยา
ระยะทางห่างกันราวๆ ยี่สิบถึงสามสิบกิโลเมตร พวกเขาใช้เวลาเดินเท้าเกือบสองถึงสามชั่วโมงกว่าจะมาถึงหมู่บ้านอวิ๋นเฟิง
เหลียงต้าและนางจูยืนชะเง้อรออยู่ที่ประตูรั้ว เมื่อเห็นกลุ่มคนเดินมาแต่ไกล ใบหน้าของพวกเขาก็ฉายแววปลื้มปีติ
ชุ่ยฮวาเดินนำหน้าสุด ในอ้อมแขนมีตะกร้าไข่ไก่ ตามมาด้วยซุนว่างที่มือซ้ายหิ้วไก่ตัวใหญ่ มือขวาถือไหสุราและเนื้อหมูอีกสองชั่ง
ตามธรรมเนียมโบราณ ของขวัญเยี่ยมบ้านเดิมจะต้องจัดเตรียมเป็นจำนวนคู่เสมอ และราชวงศ์ต้าหยวนก็ยึดถือธรรมเนียมนี้เช่นกัน
เมื่อทั้งสามคนเดินเข้ามาใกล้ นางจูเห็นของฝากในมือพวกเขาก็ยิ้มจนแก้มปริ รอยย่นบนใบหน้าปรากฏชัดเจน
นางอดชื่นชมในใจไม่ได้ แม้ลูกเขยผู้นี้จะหน้าตาธรรมดาและตัวเตี้ย แต่เขารู้จักกาลเทศะและใส่ใจกับการเตรียมของเยี่ยมบ้านเดิมเป็นอย่างมาก
"ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกข้ากลับมาแล้วเจ้าค่ะ" ชุ่ยฮวาเอ่ยทักทายเมื่อเดินมาถึงหน้าประตูและเห็นบุพการี
"ลูกเขยคารวะท่านพ่อตาแม่ยายขอรับ" ซุนว่างโค้งคำนับทักทายทั้งสอง
"ลูกสาวกับลูกเขยกลับมาแล้ว! เดินมาไกลคงเหนื่อยแย่ รีบเข้าไปพักในบ้านก่อนเถิด" นางจูเชื้อเชิญพวกเขาเข้าบ้านอย่างกระตือรือร้น
เมื่อเข้ามาในบ้าน ซุนว่างก็เข้าไปทักทายผู้เฒ่าเหลียงและแม่เฒ่าเหลียงทีละคน ผู้เฒ่าเหลียงจึงแนะนำซุนว่างให้สมาชิกคนอื่นๆ ในครอบครัวได้รู้จัก
หลังจากการแนะนำตัวเสร็จสิ้น ซุนว่างก็นั่งพูดคุยสัพเพเหระกับพวกผู้ใหญ่ ส่วนนางจูก็ดึงตัวชุ่ยฮวาเข้าไปคุยตามประสาแม่ลูกในห้องนอน
นางหลิวถูกเกณฑ์ไปช่วยในครัวเพื่อเตรียมมื้อเที่ยงเลี้ยงต้อนรับลูกสาวที่กลับมาเยี่ยมบ้าน เชียนฮวาและนางเฉินเองก็อยู่ในครัว คอยช่วยนางหลิวล้างผักและดูแลฟืนไฟ ช่วยกันทำอาหารอย่างขะมักเขม้น
เมื่อใกล้เที่ยง ชุ่ยฮวา ซุนว่าง และสมาชิกทุกคนในบ้านสกุลเหลียงก็นั่งล้อมวงที่โต๊ะอาหารเพื่อรับประทานมื้อเที่ยงร่วมกัน บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความรื่นเริง
ทว่าระหว่างที่กำลังทานอาหารกันอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูรั้วดังรัว เป็นเจียงหลินคู่หมั้นของเชียนฮวาและมารดาของเขาที่มาเยือนถึงหน้าบ้าน
ดูเหมือนพวกเขาจะกะเวลาให้ตรงกับมื้ออาหารพอดี โดยอาศัยจังหวะที่ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าเพื่อพาบุตรชายมาถอนหมั้น
"อ้าว บ้านดองนี่เอง! เข้ามาสิๆ บ้านเรากำลังกินข้าวกันพอดี กินอะไรกันมาหรือยังล่ะ?" นางหลิวลุกขึ้นไปเปิดประตูและเชื้อเชิญทั้งสองเข้ามาอย่างอบอุ่น
เมื่อได้ยินว่าเจียงหลินและมารดามาหา ผู้เฒ่าเหลียงจึงรีบบอกให้นางหลิวไปหยิบม้านั่งมาเพิ่มอีกสองตัว เพื่อให้ทั้งสองได้นั่งร่วมวงทานข้าวด้วยกัน
ผู้เฒ่าเหลียงชื่นชอบคนมีความรู้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งเจียงหลินมีศักดิ์เป็นว่าที่หลานเขย เขาก็ยิ่งนึกเอ็นดูเป็นธรรมดา
"ท่านผู้เฒ่าเหลียง ต้องขออภัยจริงๆ วันนี้พวกเราไม่ได้มากินข้าว แต่จุดประสงค์หลักที่มาวันนี้คือต้องการมาถอนหมั้นระหว่างเจียงหลินลูกชายข้ากับเชียนฮวา"
เจียงหลินกับมารดาคาดไม่ถึงว่าวันนี้จะเป็นงานเลี้ยงต้อนรับชุ่ยฮวากลับบ้านเดิม เมื่อเห็นคนนอกอยู่ด้วย นางจึงรู้สึกประดักประเดิดเล็กน้อย
แต่ความรู้สึกนั้นเกิดขึ้นเพียงชั่วครู่ นางก็รีบแจ้งจุดประสงค์ด้วยสีหน้าเรียบเฉยและเยือกเย็นทันที
"ทำไมจู่ๆ ถึงจะถอนหมั้นเสียล่ะ?" ผู้เฒ่าเหลียงถามด้วยความตกใจ
"พี่สาวเจียง ท่านเป็นคนมาสู่ขอเชียนฮวาบ้านเราให้ลูกชายท่านด้วยตัวเองแท้ๆ ตอนนี้กลับบอกว่าจะมาถอนหมั้น นี่หรือคือสิ่งที่บัณฑิตร่ำเรียนมาจากสำนักศึกษา เรียนรู้วิธีที่จะตระบัดสัตย์และผิดคำพูดอย่างนั้นรึ?"
นางหลิวที่กำลังจะไปหยิบม้านั่ง ได้ยินเช่นนั้นก็หันขวับกลับมาทันที นางตั้งคำถามกับแม่เฒ่าเจียงด้วยความโมโห
"พี่สาวหลิว พวกเราไม่มีทางเลือก เจียงหลินจะต้องเข้าสอบระดับจังหวัดในปีหน้า หากสอบผ่าน ลูกชายข้าก็จะได้เป็นซิ่วไฉ ต่อไปก็ต้องสอบระดับมณฑลและได้เป็นขุนนางใหญ่โต แต่เหลียงเอ้อร์สามีเจ้าขาหักมาหลายเดือนแล้ว ตอนนี้ยังต้องใช้ไม้เท้าช่วยเดิน ลูกชายข้าจะมีพ่อตาพิการไม่ได้หรอกนะ" แม่เฒ่าเจียงพูดออกมาโดยไร้ซึ่งความเกรงใจ
ลูกชายของนางได้สานสัมพันธ์กับบุตรสาวของคหบดีหลิวในตัวเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เดิมทีที่ยังยื้อไว้เพราะเห็นแก่ข้าวของที่เชียนฮวาคอยส่งให้ที่บ้าน
แต่ในเมื่อตอนนี้เหลียงเอ้อร์หาเงินไม่ได้ และไม่มีผลประโยชน์ใดๆ ให้กอบโกยอีก นางจึงอยากรีบตัดช่องน้อยแต่พอตัวและถอนหมั้นให้จบๆ ไป
นางหลิวโกรธจัดเมื่อได้ยินเหตุผลนั้น ทั่วทั้งหมู่บ้านอวิ๋นเฟิง ใครบ้างไม่รู้ว่าเหลียงเอ้อร์เป็นพรานป่าฝีมือดีที่สุด เขาได้รับการถ่ายทอดวิชาจากพรานเฒ่าและหาเงินได้มากกว่าครอบครัวอื่น เชียนฮวามักจะนำเงินเก็บส่วนตัวไปจุนเจือสกุลเจียง ซึ่งพวกเขาก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้รับไว้มาตลอด
อีกทั้งหน้าตาของเชียนฮวาก็นับว่าโดดเด่นเป็นอันดับต้นๆ ในหมู่บ้านอวิ๋นเฟิง แม้ช่วงหลายเดือนมานี้จะดูซูบซีดไปบ้าง แต่เค้าโครงหน้าก็ยังงดงาม ในตอนนั้นเป็นแม่ของเจียงหลินเองที่มาอ้อนวอนขอนางหมั้นหมายให้ลูก
นางหลิวเห็นว่าเจียงหลินหน้าตาใช้ได้และเป็นคนมีความรู้ จึงคิดว่าเป็นคู่ที่เหมาะสมและตอบตกลงไป
มาบัดนี้เพียงเพราะสามีของนางขาหักยังไม่หายดี คนพวกนี้กลับดูถูกเหยียดหยามถึงขั้นมาขอถอนหมั้น ช่างเป็นคนอกตัญญูและใจดำอำมหิตสิ้นดี
"พี่สาวเจียง ขาของพ่อรองอีกไม่กี่เดือนก็อาจจะหายดี..."
แม้นางหลิวจะโกรธแค้น แต่การถูกถอนหมั้นจะทำให้ชื่อเสียงของเชียนฮวาเสียหาย และยากที่จะแต่งงานใหม่ในวันหน้า เพื่อรักษาการแต่งงานนี้ไว้ให้ลูกสาว นางหลิวจึงพยายามอธิบายว่าขาของสามีอาจจะหายดีและไม่พิการ
"ท่านแม่ ท่านไม่ต้องพูดอะไรกับพวกเขาแล้ว คนเนรคุณใจดำพรรค์นี้ ข้าเหลียงเชียนฮวาไม่ขอข้องเกี่ยวด้วย ข้าตกลงถอนหมั้น แต่ไม่ใช่สกุลเจียงเป็นคนถอนหมั้นข้า ทว่าเป็นข้าเหลียงเชียนฮวาต่างหากที่เป็นฝ่ายดูแคลนเจียงหลิน และข้าจะเป็นคนถอนหมั้นเขาเอง" เชียนฮวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา
เมื่อได้ยินลูกสาวพูดเช่นนั้น นางหลิวก็เงียบไป
จริงของลูก หากแต่งงานกับคนปลิ้นปล้อนเช่นนี้ไป ชีวิตคงไม่มีวันหาความสุขเจอ
นางคิดผิดมาตลอด จะเรียนเก่งแค่ไหนก็ไม่สำคัญ หากนิสัยต่ำช้าก็ไม่คู่ควร
"เจ้าดูแคลนเจียงหลินของข้ารึ? น่าขันสิ้นดี! หากเจ้าดูแคลนเขาจริง เจ้าจะหน้าด้านส่งข้าวของไปประเคนให้ถึงบ้านข้าทุกเดือนทำไม?" แม่ของเจียงหลินจงใจขึ้นเสียงสูง
เดิมทีแม่เฒ่าเจียงคิดว่าเชียนฮวาหลงรักลูกชายของนางมาก คงจะต้องร้องห่มร้องไห้อ้อนวอนขอไม่ให้ถอนหมั้นเป็นแน่ แต่เหตุการณ์กลับตาลปัตร
นังเด็กเชียนฮวานี่กลับบอกว่าเป็นฝ่ายจะถอนหมั้นลูกชายนางเสียเอง จะยอมให้ฝ่ายหญิงเป็นคนบอกเลิกฝ่ายชายได้อย่างไร สกุลเจียงของนางยอมเสียหน้านี้ไม่ได้เด็ดขาด
เวลานี้ที่หน้าประตูรั้วบ้านสกุลเหลียงเต็มไปด้วยชาวบ้านที่มายืนมุงดูความวุ่นวาย การที่แม่ของเจียงหลินตะโกนออกมาเช่นนี้ เจตนาชัดเจนว่าต้องการทำลายชื่อเสียงของเชียนฮวา
สตรีที่ถูกถอนหมั้นก็เสียชื่อเสียงมากพออยู่แล้ว นางยังจะมาพูดจาใส่ร้ายป้ายสีซ้ำเติมอีก ช่างเป็นหญิงที่มีจิตใจโหดเหี้ยมอำมหิตนัก
"ท่านป้าเจียง ถ้าท่านไม่พูดขึ้นมาข้าก็คงลืมไปแล้ว ในเมื่อจะถอนหมั้นกัน รบกวนช่วยตีราคาของที่ข้าเคยให้ไปเป็นเงิน แล้วนำมาคืนด้วยเจ้าค่ะ ไม่มากไม่มาย แค่เงินหนึ่งตำลึงก็พอ"
เชียนฮวาไม่ใช่เจ้าของร่างเดิม นางไม่อ่อนแอให้ใครมารังแกได้ง่ายๆ ในเมื่ออีกฝ่ายต้องการทำลายชื่อเสียงนาง ก็อย่าโทษที่นางจะไร้ความปรานี
"จะ... เจ้า..." แม่ของเจียงหลินจุกจนพูดไม่ออก นางตั้งใจจะทำลายชื่อเสียงอีกฝ่าย แต่ใครจะคิดว่ากลับกลายเป็นการเปิดช่องให้ถูกทวงเงินเสียได้
"เชียนฮวา พวกเราหมั้นหมายกันมาเกือบสามปี สองตระกูลไปมาหาสู่กัน ย่อมมีความผูกพันหลงเหลืออยู่บ้าง ตอนนี้พ่อเจ้าขาเป๋ การถอนหมั้นเป็นเรื่องที่ข้าจำใจต้องทำ เจ้าตัดใจทวงเงินข้าได้ลงคอเชียวหรือ?"
เจียงหลินรู้ว่าเชียนฮวามีใจให้ตน จึงคิดจะใช้ความรักความผูกพันมาทำให้เชียนฮวาล้มเลิกความคิดเรื่องเงิน
เขามองใบหน้าเล็กที่เครื่องหน้าหมดจดของเชียนฮวา แม้ผิวพรรณตอนนี้จะดำคล้ำและเหลืองซีด แต่เขาก็ต้องยอมรับว่าเครื่องหน้าของนางงดงามอย่างยิ่ง
แต่งดงามแล้วอย่างไรเล่า? นางก็เป็นแค่เด็กสาวบ้านนอกตัวดำๆ
วันข้างหน้าเขาจะสอบขุนนางและได้เป็นขุนนางใหญ่โต ถึงตอนนั้นสาวงามแบบไหนบ้างที่เขาจะครอบครองไม่ได้ แม้แต่คุณหนูตระกูลผู้ดีมีการศึกษาก็ยังอาจได้มาเป็นภรรยา
"ท่านยังมีหน้ามาถอนหมั้นข้า แล้วทำไมข้าจะไม่มีหน้าไปทวงเงินคืนเล่า? อีกอย่าง มีกฎหมายข้อไหนบัญญัติไว้ว่าถ้าพ่อตาขาหัก จะต้องถูกถอนหมั้น?"
เชียนฮวารู้สึกว่าเจียงหลินผู้นี้ช่างหน้าด้านไร้ยางอายจริงๆ ที่กล้ามาพูดเรื่อง 'ความผูกพัน' กับนาง
"ของพวกนั้นเจ้าสมัครใจส่งมาเอง พวกข้าไม่ได้เอามีดไปจ่อคอบังคับให้เจ้าส่งมาเสียหน่อย บ้านข้าไม่มีทางคืนเงินให้เจ้าหรอก อย่าหวังว่าจะได้เงินแดงแม้แต่เหรียญเดียว"
แม่เฒ่าเจียงยืนท้าวสะเอว วางท่าอย่างคนถือดีว่าตนเองเป็นฝ่ายถูก
"ได้ ไม่คืนเงินก็ไม่เป็นไร แต่ว่า..."
"แต่ว่าอะไร..." แม่เฒ่าเจียงยิ้มเยาะอย่างผู้มีชัย นางรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมพวกนี้ดี นังเด็กนี่เคยชอบลูกชายนางขนาดนั้น จะตัดใจถอนหมั้นได้ง่ายๆ ได้อย่างไร
ดูเหมือนการทวงเงินจะเป็นแค่ข้ออ้างเพื่อยื้อการแต่งงานไว้สินะ หึ พอหล่อนเอ่ยปากรั้งเมื่อไหร่ นางจะฉีกหน้าให้ยับเยินและไม่มีวันตอบตกลงเด็ดขาด
"แต่ว่า... ข้าจะไปตีฆ้องร้องป่าวให้ทั่วทุกบ้านว่าเจียงหลินลูกชายท่านใช้เงินผู้หญิง เป็น 'แมงดา' ที่เกาะผู้หญิงกิน หากเรื่องนี้รู้ไปถึงหูคนในสถานศึกษาและที่ว่าการอำเภอ ข้าอยากจะรู้นักว่าอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เขาจะยังสามารถเข้าสอบระดับจังหวัดได้หรือไม่"
แม้เชียนฮวาจะได้รับอิทธิพลจากความรู้สึกของเจ้าของร่างเดิม จนรู้สึกหวั่นไหวบ้างยามเผชิญหน้ากับคนรักเก่า แต่สุดท้ายแล้วนางก็ไม่ใช่เจ้าของร่างเดิม นางไม่ได้ให้ราคาผู้ชายพรรค์นี้อย่างเจียงหลินเลยสักนิด ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องไว้หน้าแต่อย่างใด
"เจ้ากล้าใช้วิธีสกปรกต่ำช้าเพียงเพื่อเงินแค่นี้เชียวรึ! ลูกชายข้าดูแคลนเจ้าเลยขอถอนหมั้น เจ้าถึงกับคิดจะทำลายอนาคตลูกข้า เด็กผู้หญิงที่มีจิตใจโหดเหี้ยมเยี่ยงนี้ อย่าว่าแต่สกุลเจียงเลย เกรงว่าคงไม่มีบ้านไหนกล้ารับเจ้าเข้าบ้าน!" แม่เฒ่าเจียงชี้หน้าด่าทอเชียนฮวาอย่างเกรี้ยวกราด
"ตระกูลเนรคุณอย่างพวกท่าน สกุลเหลียงของข้าต่างหากที่ดูแคลนยิ่งกว่า เลิกพล่ามไร้สาระแล้วรีบเอาเงินมาคืนแล้วถอนหมั้นกันไปเสียที ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือนเรื่องที่จะป่าวประกาศว่าลูกชายท่านเป็นแมงดา" เชียนฮวาคร้านจะเปลืองน้ำลายกับคนประเภทนี้
เนื่องจากเจียงหลินสอบผ่านทั้งระดับอำเภอและระดับจังหวัดในช่วงครึ่งปีแรก และกลายเป็นผู้สอบผ่านที่อายุน้อยที่สุดในหมู่บ้านอวิ๋นเฟิง เขาจึงกลายเป็น 'ของล้ำค่า' ในสายตาทุกคน
แต่ในสายตาของเชียนฮวา เขาไร้ค่ายิ่งกว่าเศษดิน
ต่อให้ในอนาคตเจียงหลินจะได้เป็นจอหงวน นางก็ไม่คิดจะแต่งงานกับผู้ชายที่มีนิสัยเช่นนี้
"ท่านแม่ คืนเงินให้นางไปเถอะขอรับ เรื่องถอนหมั้นสำคัญกว่า" เจียงหลินเห็นท่าทีแข็งกร้าวของเชียนฮวาที่ยืนกรานจะเอาเงิน ก็รู้ว่าพูดไปก็ป่วยการ
เขารีบเร่งเร้าให้มารดาคืนเงินและเอาหนังสือสัญญาหมั้นหมายคืนมา เขาแค่อยากจะรีบถอนหมั้นให้จบๆ ไป ไม่อยากให้มีเรื่องยุ่งยากตามมาทีหลัง
ตอนนี้บุตรสาวของคหบดีหลิวกำลังโปรดปรานเขา อย่าว่าแต่เงินหนึ่งตำลึงเลย ขอแค่เขาทำให้คุณหนูหลิวพอใจ ในภายภาคหน้าเงินสิบตำลึงหรือร้อยตำลึง นางก็คงยินดีประเคนให้เขา
"เจ้าไม่ได้เป็นคนดูแลบ้าน เจ้าไม่รู้หรอกว่าข้าวของแพงแค่ไหน ในบ้านจะมีเงินหนึ่งตำลึงที่ไหนกัน ค่าเล่าเรียนเจ้าก็สูงลิบ ปกติก็ต้องอาศัยญาติพี่น้องในตระกูลช่วยเจือจุน นอกจากการทำนาแม่ก็ต้องรับจ้างเย็บปักถักร้อยเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว ตอนนี้แม่เหลือเงินติดตัวอยู่แค่ครึ่งตำลึงกว่าๆ ถ้าให้นางไป ในบ้านก็จะไม่เหลือเงินสักแดงเดียวเลยนะ"
แม่เฒ่าเจียงเริ่มบีบน้ำตาคร่ำครวญถึงความยากจน นางคาดไม่ถึงว่าเชียนฮวาจะรับมือยากขนาดนี้
"เชียนฮวา เจ้าก็ได้ยินแล้ว บ้านข้าเหลือเงินแค่ครึ่งตำลึงกว่าๆ เท่านั้น" เจียงหลินมองเชียนฮวาอย่างอึดอัดใจ
"บ้านท่านเหลือเงินเท่าไหร่ก็เรื่องของบ้านท่าน ข้าต้องการแค่เงินหนึ่งตำลึงของข้าคืน ถ้าไม่ให้ ก็ไม่ต้องเอาหนังสือสัญญาหมั้นคืนไป"
แผนการชั่ววูบของเชียนฮวาเมื่อวาน เดิมทีต้องการแค่ถอนหมั้นเท่านั้น หากไม่ใช่เพราะแม่ของเจียงหลินคิดทำลายชื่อเสียงนางก่อน นางก็คงไม่เรียกร้องเงินคืนเช่นนี้