เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 ความภักดีที่พุ่งทะยาน

บทที่ 13 ความภักดีที่พุ่งทะยาน

บทที่ 13 ความภักดีที่พุ่งทะยาน


บทที่ 13 ความภักดีที่พุ่งทะยาน

เพียงกัดลงไปคำเดียว น้ำหวานฉ่ำก็ระเบิดออกในปาก ไขมันผสมปนเปกับของเหลวรสหวานสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนเต็มสองมือ

มันสวาปามอย่างตะกละตะกลาม ราวกับไม่เคยได้กินอิ่มมาแปดชาติเศษ

ภายในเวลาไม่ถึงสามวินาที หนอนไม้ขาวยักษ์หนักหนึ่งปอนด์ก็ลงไปนอนนิ่งอยู่ในกระเพาะจนหมดสิ้น

หลังจากกินเสร็จ มันก็รีบเลียน้ำหวานของหนอนที่เปรอะเปื้อนตามมือ ตามร่างกาย หรือแม้กระทั่งบนพื้นดินใต้เท้าอย่างเอาเป็นเอาตาย

โคโบลด์เยเย่สาบานต่อหน้าเทพเจ้าแห่งโคโบลด์เลยว่า ตลอดชีวิตนี้มันไม่เคยลิ้มรสอาหารใดที่เลิศรสเพียงนี้มาก่อน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงปริมาณหนึ่งปอนด์เต็มๆ ซึ่งทำให้มันได้สัมผัสความรู้สึกอิ่มท้องเป็นครั้งแรก

เมื่อท้องอิ่ม ความคิดที่จะหลบหนีของโคโบลด์เยเย่ก็มลายหายไปจนหมดสิ้น

การได้กินอิ่มในที่แห่งนี้ มิหนำซ้ำยังเป็นเนื้อสัตว์ นับเป็นโชคลาภที่ต่อให้เกิดใหม่อีกสิบชาติก็อาจไม่พานพบ

จะหนีไปทำไมกัน?

ตอนนี้ในหัวของมันมีความคิดเพียงอย่างเดียว คือการรวบรวมไม้ให้มากขึ้น เพื่อนำไปแลกเปลี่ยนกับโครงกระดูกอันเดด เอาหนอนไม้ขาวยักษ์ที่อ้วนท้วน นุ่มนิ่ม และชุ่มฉ่ำมากินอีก

กลิ่นหอมหวลของหนอนไม้ขาวยักษ์ทำให้สิ่งมีชีวิตแห่งความมืดทุกตนที่อยู่ในบริเวณนั้นตื่นตัว

พวกมันมองดูโคโบลด์เยเย่แลกไม้สามสิบปอนด์กับหนอนไม้ขาวยักษ์หนึ่งปอนด์เต็ม แล้วยืนกินจนน้ำมันไหลเยิ้มเต็มปากด้วยความตกตะลึง

หนอนไม้ขาวยักษ์ที่เต็มไปด้วยไขมันและโปรตีนเหล่านั้น กระตุ้นกระเพาะที่บิดเกร็งเพราะความหิวโหยของพวกมันอย่างรุนแรง

ความหิวสั่งการให้พวกมันเบียดเสียดกันเข้าไปข้างหน้าโดยไม่รู้ตัว

สถานการณ์พลันเกิดความโกลาหล

เมื่อเห็นความวุ่นวาย เหล่าอันเดดจำนวนมากก็ชักอาวุธออกมา เปลวไฟวิญญาณลุกโชนด้วยความตื่นเต้นและเริ่มแผดเผาอย่างรุนแรงราวกับคลื่นคลั่ง

เจ้านายของพวกมันได้มอบคำสั่งไว้ว่า สิ่งมีชีวิตแห่งความมืดตนใดที่ไม่ปฏิบัติตามกฎ สามารถสังหารทิ้งได้ทันที ขอเพียงแค่นำดวงวิญญาณครึ่งหนึ่งมามอบให้ก็พอ

จิตสังหารอันบ้าคลั่งของอันเดดนับไม่ถ้วนเปรียบเสมือนน้ำเย็นจัดที่สาดรดลงบนหัวของสิ่งมีชีวิตแห่งความมืดทุกตน

พวกมันได้สติกลับมาในทันที ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ ไม่กล้าขยับเขยื้อนด้วยเกรงว่าจะไปยั่วยุเหล่าโครงกระดูกอันเดด

โครงกระดูกอันเดดที่ไร้อารมณ์เหล่านี้มักจะแผ่จิตสังหารใสพวกสิ่งมีชีวิตแห่งความมืดอยู่ตลอดเวลา

หากไม่ใช่เพราะการยับยั้งชั่งใจของฝ่าบาทมังกรกระดูก คงไม่มีทางที่ทั้งสองฝ่ายจะอยู่ร่วมกันได้

และกฎที่ฝ่าบาทมังกรกระดูกตั้งไว้สำหรับโครงกระดูกอันเดดก็คือ ฆ่าทุกชีวิตที่ไม่ปฏิบัติตามกฎ

ฆ่าพวกที่หลบหนี ฆ่าพวกที่ไม่เข้าแถวให้เรียบร้อย ฆ่าพวกที่ส่งไม้ไม่ครบตามกำหนด และฆ่าพวกที่เข้าใกล้เส้นทางออกสู่โลกภายนอก

สรุปสั้นๆ คือ ไม่มีอะไรต้องเจรจากับพวกโครงกระดูก นอกจากการฆ่าแล้ว พวกมันก็ทำเป็นแต่เรื่องฆ่าฟันเท่านั้น

เหล่าสิ่งมีชีวิตแห่งความมืดรีบเข้าแถวอย่างว่าง่าย แต่ภายในใจกลับร้อนรุ่มไปด้วยความกระวนกระวาย

ภาพของเพื่อนพ้องด้านหน้าที่แลกไม้กับหนอนไม้ขาวยักษ์ทีละคน แล้วเขมือบลงท้องคำโต

กลิ่นคาวเลือดจางๆ ผสมกับกลิ่นโปรตีนและไขมัน ทำให้กระเพาะของพวกมันบิดเกร็งอย่างบ้าคลั่ง พวกมันแทบจะคลั่งตายอยู่แล้ว

โอเกอร์วิลมู ผู้มีพลังเหนือธรรมชาติขั้นที่หนึ่ง กระทืบเท้าด้วยความร้อนรน เขาแบกไม้หนักสองร้อยปอนด์ไว้บนบ่า ความอยากอาหารกำลังเล่นงานเขาจนแทบขาดใจ

เพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ที่อยู่ด้านหน้าไม่สนใจเลยว่าหัวหน้าเผ่าของพวกมันกำลังจะหิวตาย ต่างคนต่างแลกไม้กับหนอนอ้วนท้วนแล้วกลืนลงท้องทันที

จากนั้น ราวกับถูกอันเดดไล่ล่า พวกมันรีบวิ่งแจ้นกลับเข้าไปในป่า เพื่อหาไม้มาแลกหนอนแสนอร่อยเพิ่มอีก

หลังจากรอคอยอย่างทรมานถึงสามร้อยลมหายใจ ในที่สุดวิลมูที่ร้อนใจจนแทบพ่นไฟก็ได้มายืนอยู่หน้าโครงกระดูกอันเดดผู้รับแลกไม้

เขาวางไม้สองร้อยปอนด์ลงบนตาชั่งฝั่งหนึ่งอย่างหมดความอดทน

โครงกระดูกอันเดดมองไม้สองร้อยปอนด์ที่กดตาชั่งจนจมวูบ เทียบกับตุ้มน้ำหนักหินสามสิบปอนด์อีกฝั่ง

มันหยิบหนอนไม้ขาวยักษ์หนึ่งตัวออกมาจากถุง แล้วยื่นให้หัวหน้าเผ่าโอเกอร์

เพื่อให้โครงกระดูกทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไมรุสได้ฝังคำสั่งที่เรียบง่ายที่สุดลงไปในวิญญาณของพวกมัน

คำสั่งที่โครงกระดูกรับแลกไม้ได้รับคือ

'สำหรับไม้ทุกกองที่วางลงไปแล้วหนักกว่าตุ้มน้ำหนักอีกฝั่ง ให้มอบหนอนไม้ขาวยักษ์ให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งตัว'

ส่วนไม้นั้นจะหนักสามสิบปอนด์หรือสามร้อยปอนด์ ไมรุสคร้านจะใส่ใจ และโครงกระดูกที่มีสติปัญญาจำกัดก็ไม่สามารถจัดการงานซับซ้อนได้ จึงใช้วิธีเหมารวมแบบเดียวกันหมด

หัวหน้าเผ่าโอเกอร์มองไม้สองร้อยปอนด์ของตน สลับกับหนอนไม้ขาวยักษ์ในมือ

จากนั้นเขาก็หันไปมองโครงกระดูกอันเดดที่รับแลกไม้จากพวกโคโบลด์

ไม้บนตาชั่งฝั่งนั้นมีปริมาณไม่ถึงครึ่งของเขาด้วยซ้ำ

ทว่าทั้งสองฝ่ายกลับได้รับหนอนไม้ขาวยักษ์หนึ่งตัวเท่ากันเป๊ะ

สมองของเขาประมวลผลไม่ทันในทีแรก แต่ด้วยสติปัญญาที่มีอยู่บ้าง เขาเริ่มรู้สึกทะแม่งๆ ว่ามีบางอย่างผิดปกติ ดูเหมือนเขาจะขาดทุน และขาดทุนย่อยยับเสียด้วย

เขาโยนหนอนอ้วนพี ชุ่มฉ่ำ นุ่มลิ้น หนักหนึ่งปอนด์เข้าปากอย่างหงุดหงิด

หนอนไม้ขาวยักษ์ระเบิดน้ำหวานและไขมันออกมา

มันอร่อยล้ำจนหัวหน้าเผ่าโอเกอร์วิลมูแทบหลั่งน้ำตา

เรื่องกินก็เรื่องหนึ่ง

แต่เมื่อสังเกตเห็นปัญหา เขาจึงหันไปสั่งลูกสมุนด้านหลังทันที "ทุกคน สับไม้ทั้งหมดให้เป็นท่อนๆ หนักประมาณสามสิบปอนด์ซะ"

"ไม่ว่าไม้จะหนักหลายร้อยปอนด์หรือสามสิบกว่าปอนด์ ก็แลกหนอนได้แค่ปอนด์เดียว เราจะยอมขาดทุนไม่ได้"

กล่าวจบ เขาก็หยิบก้อนหินหนักประมาณสามสิบปอนด์ ซึ่งใกล้เคียงกับตุ้มน้ำหนักของโครงกระดูกอันเดดขึ้นมา เพื่อให้ลูกสมุนใช้เป็นเกณฑ์วัดก่อนนำไม้ไปแลก

ด้วยความที่มีสติปัญญาอยู่บ้าง เขารู้ดีว่าไม่อาจหาเหตุผลกับพวกอันเดดได้ ขืนไปทำตัวไร้เหตุผลใส่พวกมัน มีหวังได้ถูกฆ่าตายแน่

เมื่อได้ยินคำสั่งของหัวหน้า แม้เหล่าโอเกอร์ด้านหลังจะหิวโหยเพียงใด

พวกมันต่างก็เชื่อฟังและรีบแบ่งไม้ใหม่โดยใช้หินสามสิบปอนด์เป็นเกณฑ์ ก่อนจะนำไปแลกอาหาร

เมื่อเวลาผ่านไป ความมีชีวิตชีวาอีกรูปแบบหนึ่งก็ปรากฏขึ้นภายในพื้นที่ใต้ดินขนาดหนึ่งหมื่นตารางกิโลเมตรของไมรุส

สิ่งมีชีวิตแห่งความมืดทั้งสามพันตน เปลี่ยนสภาพจากร่างกึ่งซากศพเดินได้ มาเป็นสิ่งมีชีวิตที่เปี่ยมด้วยพลังงาน

เมื่อได้กินอิ่มนอนหลับ พวกมันก็มีความกระตือรือร้นในการรวบรวมไม้อย่างล้นเหลือ

พวกมันพุ่งตัวเข้าไปในป่าด้วยความเร็วสูง ตัดกิ่งไม้และเก็บไม้แห้งตลอดทั้งวันโดยไม่หยุดพัก

ในเวลาไม่ถึงสองเดือน ต้นไม้ทั่วพื้นที่ร้อยตารางกิโลเมตรถูกพวกมันโค่นและเก็บกวาดจนเกลี้ยง

ส่วนเหตุผลที่พวกมันต้องรีบสะสมไม้นั้น...

ก็เพราะว่าในเวลาเพียงสิบวัน สิ่งมีชีวิตแห่งความมืดที่แสนขยันขันแข็งเหล่านี้ได้แลกหนอนไม้ขาวยักษ์สี่แสนปอนด์จากโครงกระดูกจนหมดเกลี้ยง

เมื่อเห็นว่าพวกโครงกระดูกรับแต่ไม้แต่ไม่มีหนอนให้แลก พวกมันจึงเริ่มกักตุนไม้ เพื่อเตรียมพร้อมแลกทันทีที่หนอนชุดต่อไปโตเต็มวัย

ภายนอกปราสาทคนแคระทมิฬ มีเพิงพักหนาแน่นถูกแบ่งออกเป็นห้ากลุ่มชาติพันธุ์ แต่ละกลุ่มยึดครองพื้นที่คนละด้าน

โคโบลด์ ก็อบลิน โนม โอเกอร์ และคนแคระทมิฬ อาศัยอยู่รอบปราสาท ใช้ชีวิตในแต่ละวันไปกับการกินดื่มอย่างสุขสบาย

จำนวนรวมของพวกมันมีเพียงราวสามพันตน

เนื้อสี่แสนปอนด์ที่แลกมาจากโครงกระดูกนั้น เพียงพอให้พวกมันกินได้นานกว่าสี่เดือน แม้ว่าสิ่งมีชีวิตแห่งความมืดทุกตนจะกินเนื้อวันละหนึ่งปอนด์ก็ตาม

เมื่ออาหารอุดมสมบูรณ์ พวกมันจึงมีแรงเหลือเฟือที่จะสร้างบ้านเรือนให้ตัวเอง

จบบทที่ บทที่ 13 ความภักดีที่พุ่งทะยาน

คัดลอกลิงก์แล้ว