- หน้าแรก
- อัจฉริยะตัวน้อยกับระบบยอดนักเรียน
- บทที่ 15 อันเล่อหลับคาห้องประชุม
บทที่ 15 อันเล่อหลับคาห้องประชุม
บทที่ 15 อันเล่อหลับคาห้องประชุม
"ผ้า ต้องเอาคูปองผ้า คูปองฝ้ายสิ... เด็กคนนี้นี่"
"เด็กมันก็เหมือนกั๋วสี่กับเมียนั่นแหละ"
ชาวบ้านข้างล่างเวทีได้ยินหลี่อันเล่อขอเนื้อกิน ต่างพากันส่ายหน้า รู้จักแต่กิน ของดีๆ ไม่รู้จักขอ คูปองผ้า คูปองฝ้าย พวกนี้มีเงินก็หาซื้อไม่ได้ ทำไมไม่ขอ
"มีอีกไหม?"
"มีอีก?"
หลี่อันเล่อแปลกใจนิดหน่อย "งั้นเอาลูกอม แล้วก็ถั่วเคลือบแป้งด้วยครับ"
"ฮ่าๆๆๆ ได้ ถ้าเราชนะ เดี๋ยวจะซื้อให้หมดเลย"
หลี่ต้าหลงหัวเราะร่า แต่หลี่กั๋วชิ่งที่ยืนอยู่ข้างๆ แทบอยากจะเอาหน้ามุดกางเกงหนี อายแทนหลานชาย แม้แต่อาเล็กหลี่จวี๋ก็ทนดูไม่ได้ เอาเข้าไป มีแต่ของกิน เนื้อเอย ลูกอมเอย หัวหน้ากองพลถามย้ำตั้งสองรอบ
นี่คือโอกาสทองให้ขออย่างอื่น แต่หลี่อันเล่อกลับไม่รับรู้ความนัยของหัวหน้ากองพลเลยสักนิด เอาแต่น้ำลายสออยากกินเนื้อกินลูกอม
"โอ๊ย ไอ้เด็กคนนี้..."
ย่าหวังซิ่วหลานแทบอกแตกตาย ต้องขอคูปองผ้าสิ อาห้าแกจะแต่งงาน ขาดของพวกนี้อยู่พอดี หรืออย่างน้อยขอคูปองน้ำตาลทรายขาวก็ยังดี ทำไมเอาแต่ห่วงกิน "เฮ้อ จะบ้าตายจริงๆ"
"แม่ อันเล่อยังเด็กจะไปรู้อะไร"
หลี่กั๋วสี่กระซิบแก้ตัวให้ลูกชาย แต่กลับกลายเป็นการเอาน้ำมันราดกองไฟ หวังซิ่วหลานระเบิดอารมณ์ใส่ทันที "อันเล่อไม่รู้เรื่อง แล้วพวกแกสองผัวเมียอายุเท่าไหร่แล้ว วันๆ รู้จักแต่กิน อันเล่อจะไปเอาอย่างใครถ้าไม่ใช่พวกแก"
"เด็กมันตะกละก็เพราะเหมือนพวกแกนั่นแหละ"
หวังซิ่วหลานพูดยังไม่สะใจ ทุบหลังหลี่กั๋วสี่ดังอั๊กๆ ไปอีกหลายที สือฉินรีบขยับตัวออกห่าง แม่ผัวคนนี้ดุจะตาย เดี๋ยวโดนลูกหลง ผัวตัวเองหนังหนา โดนทุบสองสามทีเหมือนยุงกัด
แต่ตัวเองเป็นสะใภ้ คนนอก ถ้าโดนทุบเจ็บตัวเปล่าๆ สือฉินเลยทำตัวเป็นนกกระทาหดหัวเงียบกริบ หลี่กั๋วสี่โดนทุบก็ยิ้มแห้งๆ "เมื่อกี้แม่ยังบอกว่าอันเล่อเหมือนแม่อยู่เลย"
"ฉลาดเหมือนฉัน แต่ตะกละเหมือนพวกแก"
หวังซิ่วหลานแค่นเสียง ค้อนลูกชายคนเล็กไปที
หลี่กั๋วสี่บ่นอุบอิบ แล้วฉันเหมือนใครล่ะเนี่ย หวังซิ่วหลานได้ยินก็ทุบซ้ำ "เหมือนพ่อแกไง"
"หา?"
หูของปู่หลี่เอ้อร์เหมายังดีอยู่ ทำไมมาลงที่ฉันล่ะ ฉันออกจะเป็นคนซื่อสัตย์สุจริต เจ้าสี่นี่ไม่เหมือนฉันสักนิด นอกจากหน้าตาดีเหมือนฉัน ปู่หลี่เอ้อร์เหมาได้แต่คิดในใจ ไม่กล้าเถียงเมียที่กำลังของขึ้น ได้แต่สูบยาเส้นปุ๋ยๆ
ลุงใหญ่กับป้าสะใภ้ใหญ่เงียบกริบ พวกเขาคิดว่าหลี่อันเล่อรู้แต่เรื่องกิน น่าจะขอคูปองน้ำมันก๊าด หรือคูปองผ้าจะเข้าท่ากว่า
แต่พวกลูกหลานตัวเล็กตัวน้อยอย่างหลี่ฮว่า หลี่ซู หลี่ฉิน หลี่หง ต่างพากันมองหลี่อันเล่อบนเวทีด้วยความอิจฉา
อย่าว่าแต่พวกตัวเล็กเลย พวกตัวโตอย่างหลี่อันติง หลี่อันจวี๋ หลี่อันกวง ก็อยากจะขึ้นไปยืนแทนที่หลี่อันเล่อใจจะขาด
นอกจากครอบครัวหลี่อันเล่อ คนอื่นส่วนใหญ่ก็ได้แต่หัวเราะขำขัน อย่างมากก็คิดในใจว่าเด็กคนนี้เหมือนพ่อแม่ไม่มีผิด เรื่องกินเรื่องใหญ่นี่ถอดแบบมาเป๊ะ ส่วนเรื่องขี้เกียจสันหลังยาวคงต้องรอดูกันต่อไป
"เอาล่ะ ต่อไป ใครจะขึ้นมาอีก"
หัวเราะกันพอหอมปากหอมคอ หลี่ต้าหู่ก็ถามต่อ ตอนนี้รวมพวกผู้ใหญ่บ้านด้วยก็มีแค่หกคน ยังขาดอีกหลายคน แต่ชาวนาสมัยนี้ ให้ทำงานหนักก็ทำได้ ให้ร้องเพลงปลุกใจตามน้ำก็ทำได้ แต่ให้ขึ้นเวทีเดี่ยวๆ
ต่อหน้าคนเป็นร้อยแบบนี้ น้อยคนนักจะกล้า บรรยากาศเลยเงียบลง สุดท้ายก็ได้พวกวัยรุ่นครึ่งๆ กลางๆ ขึ้นไปอีกสองสามคน แต่อนิจจา ท่องได้เต็มที่ก็แค่ยี่สิบกว่าประโยค
เทียบกับหลี่อันเล่อไม่ได้เลย แม้แต่หลี่กั๋วปิงกับหลี่จวี๋ก็ยังสู้ไม่ได้ หัวหน้ากองพลและผู้ใหญ่บ้านมองหน้ากันแล้วส่ายหัว นึกว่าจะมีช้างเผือกในป่าใหญ่ ที่ไหนได้ คิดมากไปเอง
ก็แหงล่ะ ปกติทำงานหนัก เลิกงานยังต้องไปทำที่ดินส่วนตัว เกี่ยวหญ้าหมู ล้างคอกหมู หมักปุ๋ย จะเอาเวลาที่ไหนมาท่องคติพจน์ ยิ่งสองปีมานี้การประชุมภาคค่ำน้อยลง
ชาวบ้านไม่ได้โง่ เห็นทางการไม่เข้มงวด ก็พากันอู้งาน ประชุมทีไร ผู้หญิงก็เอาพื้นรองเท้าไปเย็บ ผู้ชายสายตาดีก็เอาถังไม้ กะละมังไม้ หรือตะกร้าไปซ่อมไปสาน
อยู่กันไปวันๆ ปีหนึ่งจำคติพจน์ได้สองประโยคก็หรูแล้ว ตอนนี้ได้แต่มองแต้มแรงงานหลุดลอยไปอย่างน่าเสียดาย
"รู้งี้ ท่องไว้บ้างก็ดี"
"นั่นสิ"
"ลูกชายบ้านกั๋วตงท่องได้แค่สิบกว่าประโยคก็ได้ตั้งสิบแต้ม เท่ากับฉันทำงานทั้งวันเลยนะ"
"จริงด้วย"
เลิกประชุมแล้ว หลายคนยังบ่นเสียดาย แต่ก็ไม่มีใครคัดค้านเรื่องแจกแต้ม เพราะถือว่ายุติธรรม ใครกล้าขึ้น ใครท่องได้ ก็เอาไป
"อันเล่อ เมื่อกี้ปู่สามว่าไงบ้าง?"
ขากลับ หลี่กั๋วสี่ดึงตัวลูกชายมาถาม เรื่องเนื้อกับลูกอม เขาจะให้เมื่อไหร่
"บอกว่าแข่งพรุ่งนี้เสร็จค่อยว่ากัน"
หลี่อันเล่อคิดในใจ คืนนี้ต้องกลับไปทบทวน ท่องคติพจน์เพิ่มอีกหน่อย เผื่อได้ไปแข่งระดับอำเภอ อย่างน้อยสมุดปกแดงเล่มเล็กต้องท่องให้ได้เกือบหมด เล่มเล็กนั่นมีตั้งสี่ร้อยกว่าประโยคแน่ะ
ตอนนี้เพิ่งจำได้เล่มครึ่ง ประมาณสามร้อยประโยค ต้องกลับไปเร่งมือ อย่างน้อยต้องจำประโยคที่ใช้บ่อยห้าร้อยกว่าประโยคให้แม่น เพื่อหนึ่งร้อยแต้ม เพื่อเนื้อ เพื่อลูกอม เพื่อถั่วเคลือบแป้ง หลี่อันเล่อน้ำลายไหลย้อย
เฮ้อ เด็กสปอยล์จากศตวรรษที่ 21 อย่างเขา เพื่อเนื้อคำเดียว ยอมทุ่มสุดตัว ช่วยไม่ได้ มันอยากนี่นา หลี่อันเล่อไม่เคยต้องอดเนื้อนานขนาดนี้มาก่อน พอนึกถึงเนื้อ อาการอยากยาก็พุ่งปรี๊ด
"อันเล่อ เอาสมุดปกแดงเล่มนี้ไป คืนนี้ลองอ่านดูนะ"
"ขอบคุณครับอาห้า"
หลี่อันเล่อรับมา ตั้งใจว่าจะเปิดดูผ่านๆ พอเป็นพิธี ไม่อย่างนั้นพรุ่งนี้ไปโชว์เทพเดี๋ยวจะดูไม่สมเหตุสมผล
"เจ้าห้า พรุ่งนี้แข่งยังไง ใครลงบ้าง?"
"ยังไม่แน่ใจครับ"
"เอาเถอะ รีบกลับไปนอน พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปทำงาน"
"พรุ่งนี้อันเล่อไม่ต้องไปทำงานนะ อยู่ท่องคติพจน์กับอาห้า"
ย่าหวังซิ่วหลานสั่งคำขาด คนอื่นไม่มีข้อโต้แย้ง แต่ลูกชายคนนี้ไม่ได้
"แม่ อันเล่อยังเด็ก ไม่เคยห่างอกพ่อแม่ พรุ่งนี้ให้ฉันไปเป็นเพื่อนลูกเถอะจ้ะ" สือฉินนึกถึงแดดเปรี้ยงๆ พรุ่งนี้ โอกาสอู้งานลอยมาเห็นๆ ต้องรีบคว้าไว้
"มีอาห้าอยู่ทั้งคน แกจะไปทำไม"
"ย่า ผมอยากให้แม่ไปด้วย"
หลี่อันเล่อรับสัญญาณจากแม่ รีบพูดเสริม "ถ้าแม่ไป ผมท่องได้เยอะกว่าเดิมแน่ เผลอๆ ได้ร้อยแต้มเลยนะ"
"งั้นก็ได้"
ร้อยแต้ม ถึงย่าหวังซิ่วหลานจะไม่เชื่อว่าหลี่อันเล่อจะทำได้จริง แต่มีโอกาสสักนิดก็ยังดี ร้อยแต้มเท่ากับแรงงานผู้ชายทำงานสิบวันเชียวนะ
"ขอบคุณค่ะแม่"
สือฉินดีใจจนเนื้อเต้น ป้าสะใภ้ใหญ่ไม่พูดอะไร ป้าสะใภ้รองกับป้าสะใภ้สามบ่นอุบอิบ แต่ลูกชายเขาเก่งนี่นา "แกช่วยดูน้องเล็กด้วยนะ"
"แม่วางใจเถอะค่ะ"
ไม่ต้องทำงาน จะให้ทำอะไรก็ยอม คืนนั้นหลี่อันเล่อแกล้งอ่านหนังสือสักพัก แล้วก็หลับปุ๋ย
เช้าวันรุ่งขึ้น หลี่อันเล่อตามอาห้า แม่ และอาเล็กไปที่กองพล ได้กินหมั่นโถวแป้งสาลีสองลูก ทำเอาสองแม่ลูกฟินสุดๆ
"เสียดายพ่อไม่ได้มา ไม่งั้นกินได้ตั้งห้าลูก" สือฉินแอบยัดหมั่นโถวสองลูกใส่กระเป๋า นึกเสียดายที่เมื่อเช้าซดข้าวต้มไปซะเต็มคราบ
หลี่อันเล่อมมองแม่โชว์มายากลเสกหมั่นโถวหายวับไปกับตาอย่างทึ่งๆ หาไม่เจอว่าไปซ่อนไว้ตรงไหน
"ช่างเถอะ มีเวลาอีกหน่อย ของีบสักพัก" หลี่อันเล่อพิงไหล่แม่แล้วหลับปุ๋ย
"กั๋วชิ่ง บอกให้ทุกคนเตรียมตัว อีกเดี๋ยวเราจะนั่งเกวียนวัวไปกัน"
"เดี๋ยวผมไปจัดการให้ครับ"
"แม่ เกิดอะไรขึ้นครับ?" หลี่อันเล่อขยี้ตาอย่างงัวเงีย
หลี่กั๋วชิ่งมองหลานชายที่เพิ่งตื่นอย่างระอาใจ ไม่รู้จะพูดยังไงดี
วินาทีนี้อยากจะบอกว่าไม่รู้จักหลี่อันเล่อจริงๆ อาเล็กหลี่จวี๋ก็รู้สึกไม่ต่างกัน
หลี่จวี๋พาลโกรธไปถึงสือฉินด้วย ทำไมปล่อยให้ลูกหลับเอาป่านนี้ คนอื่นเขามองแล้วส่ายหน้ากันหมด
หลี่กั๋วปิงยิ้มเหยียด ทุกคนต่างใช้เวลาทุกวินาทีท่องจำคติพจน์ หวังจะจำเพิ่มได้อีกสักประโยค
แต่แกดันหลับเป็นตาย ไม่คิดจะทบทวนความรู้เลยสักนิด
"ว่าไงนะ เด็กคนนั้นหลับในห้องประชุม?" หลี่ต้าหลงขมวดคิ้ว "ช่างเถอะ เขาแค่เด็กตัวเล็กๆ ไม่ได้หวังพึ่งอะไรอยู่แล้ว"