- หน้าแรก
- อัจฉริยะตัวน้อยกับระบบยอดนักเรียน
- บทที่ 3 ทางสู่เมืองที่ดับวูบของหลี่อันเล่อ
บทที่ 3 ทางสู่เมืองที่ดับวูบของหลี่อันเล่อ
บทที่ 3 ทางสู่เมืองที่ดับวูบของหลี่อันเล่อ
หลี่อันเล่อหน้าจ๋อยสนิทเมื่อเห็นว่าในมือของอาเล็กหลี่จวี๋ว่างเปล่า ไม่มีอะไรติดไม้ติดมือกลับมาเลย กะว่าอย่างน้อยน่าจะได้ลูกอมสักเม็ดสองเม็ด ยุคนี้ลูกอมถือเป็นของหายาก ถ้าไม่มีงานมงคลแทบไม่ได้แตะลิ้น
"ย่าครับ อาเล็กกลับมาแล้ว"
หลี่อันเล่อเลือกที่จะทำคะแนนสักหน่อย ยังไงซะย่าก็เป็นคนคุมอำนาจในบ้าน โผล่หน้าไปให้เห็นบ่อยๆ เผื่อจะเอ็นดูเจ้าหลานชายน่ารักคนนี้บ้าง เวลาเจียวกากหมูคราวหน้าจะได้แบ่งให้กินสักชิ้นสองชิ้น
"ทำไมเพิ่งกลับ ไหนบอกจะรีบกลับแต่เช้า เสียแต้มงานไปตั้งวันนึง"
ย่าหวังซิ่วหลานบ่นอุบ พลางดึงมือหลี่จวี๋เข้ามา "พี่สาวแกเขาว่ายังไงบ้าง?"
"แม่ ฉันคุยกับพี่แล้ว นี่เป็นตั๋วอุตสาหกรรมที่พี่สะสมมาครึ่งค่อนปี"
หลี่จวี๋ล้วงผ้าเช็ดหน้าออกมา คลี่ออกให้เห็นปึกตั๋วต่างๆ "ยังมีตั๋วแลกข้าวอีกสิบชั่ง ตั๋วน้ำมันครึ่งชั่ง ตั๋วน้ำตาลอีกครึ่งชั่ง แล้วก็เงินอีกยี่สิบหยวน พี่ฝากมาให้ก่อน ที่เหลือพี่จะช่วยดูให้อีกที"
ของไม่ใช่น้อยๆ หลี่อันเล่อแอบอึ้ง คนในเมืองนี่รวยจริง แค่ตั๋วน้ำตาลครึ่งชั่งก็ทำเอาเขาน้ำลายสอแทบตาย
น่าเสียดายที่ย่าหวังซิ่วหลานคว้าหมับ รับห่อผ้าไปเก็บในห้องทันที แถมยังปิดประตูใส่หน้า ไม่ให้หลานชายตัวดีได้เข้าไปเฉียดแม้แต่ก้าวเดียว
เฮ้อ หลี่อันเล่อได้แต่มองตามตาละห้อย เดินคอตกกลับห้องตัวเอง ส่วนอาเล็กพอส่งมอบของเสร็จก็ขอตัวออกไปข้างนอกทันที
"อาเล็กคงไปบ้านพักยุวปัญญาชนอีกตามเคย"
หลี่อันเล่อพึมพำ ไหนๆ ก็ยังไม่ถึงเวลานอน ลองไปส่องดูบ้านพักยุวปัญญาชนหน่อยดีกว่า ปกติไม่ค่อยได้คลุกคลีกับคนเมืองพวกนี้เท่าไหร่
"เอ๊ะ?"
ใครจะคิดว่าเพิ่งก้าวขาออกจากประตูบ้าน ก็เห็นอาเล็กยืนคุยกระหนุงกระหนิงกับหญิงสาวคนหนึ่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างลานบ้าน ดูจากการแต่งตัวแล้วไม่น่าใช่คนแถวนี้ น่าจะเป็นยุวปัญญาชนชัวร์
"เสี่ยวหมิ่น ฉันช่วยถามมาให้แล้วนะ โรงงานทอผ้าคราวนี้เปิดรับคนงานตั้งสิบตำแหน่งแน่ะ"
"จริงเหรอ?"
ซ่งหมิ่นดีใจจนแทบกระโดดตัวลอย สิบตำแหน่งเชียวนะ โอกาสทองชัดๆ ปกติรับแค่สามถึงห้าคน ไม่คิดเลยว่าปีนี้จะรับเยอะขนาดนี้
"จริงสิ พี่สาวฉันพูดเองกับปาก"
"ขอบใจมากนะจ๊ะ จวี๋เอ๋อร์"
"..."
รับสมัครคนงาน! หลี่อันเล่อตบหน้าผากตัวเองฉาด ใช่แล้ว! ถ้าได้เข้าเมืองก็ไม่ต้องมาทนหลังขดหลังแข็งทำนาตากแดดตากลมแบบนี้ ส่วนจะเข้าเมืองยังไง สมองน้อยๆ ของเขาก็เริ่มปิ๊งไอเดียขึ้นมาทันที
ส่วนซ่งหมิ่นกับหลี่จวี๋จะคุยอะไรกันต่อ หลี่อันเล่อไม่มีกะจิตกะใจจะฟังแล้ว
"พี่เล่อ มาเล่นด้วยกันไหม?"
พอกลับเข้ามาในลานบ้าน หลี่ฮว่า ลูกสาวบ้านลุงใหญ่ กำลังพาน้องๆ เล่นกระโดดช่องตารางกันอยู่ พอเห็นหลี่อันเล่อก็กวักมือเรียก จริงๆ แล้วหลี่ฮว่าอายุน้อยกว่าหลี่อันเล่อปีกว่าๆ ถ้าเป็นยุคปัจจุบันคงเพิ่งเข้า ป.1
แต่เด็กวัยนี้ในยุคปัจจุบันต้องช่วยที่บ้านเกี่ยวหญ้าหมู เก็บมูลสัตว์ ให้อาหารหมู เก็บฟืน หุงข้าว สารพัด ส่วนน้องๆ คนอื่นก็ไม่ได้เล่นซนไปวันๆ น้องเล็กสุดอย่างหลี่หง ลูกสาวบ้านลุงรอง วัยสามขวบกว่า ยังต้องช่วยเก็บใบไม้แห้งมาเป็นเชื้อเพลิง
"ไม่ล่ะ เล่นกันไปเถอะ"
หลี่อันเล่อที่มีแผนการเต็มหัวไม่มีอารมณ์จะมาเล่นกับเด็กๆ ต้องรีบกลับบ้านไปวางแผน ชีวิตแบบนี้มันอยู่ไม่ได้แล้ว ตากแดดจนตัวดำเป็นถ่าน เหนื่อยสายตัวแทบขาด หลังน้อยๆ จะหักเอา
พอกลับถึงห้อง เห็นแม่สือฉินกำลังเก็บที่นอน หลี่อันเล่อก็อดใจไม่ไหว "แม่ เมื่อกี้ผมได้ยินอาเล็กบอกว่าโรงงานทอผ้าที่ป้าทำงานอยู่เขารับสมัครคนงาน ยุวปัญญาชนก็สมัครได้ แม่เคยบอกว่าแม่เรียนเก่งไม่ใช่เหรอ ลองให้ป้าช่วยฝากให้เราไปสอบดูไหมครับ?"
หลี่อันเล่อมมองแม่ด้วยสายตาเปี่ยมความหวัง ถ้าแม่สอบติด ได้เข้าเมือง เขาอาจจะได้อานิสงส์ติดสอยห้อยตามไปด้วย
"รับสมัครคนงาน? สอบ?"
มือไม้สือฉินสั่นกึกๆ ปกติโม้ให้ลูกฟังว่าสมัยสาวๆ เรียนเก่งอย่างนั้นอย่างนี้ ก็แค่คุยโวโอ้อวดไปตามประสา
ประเด็นสำคัญคือ สถานะยุวปัญญาชนของเธอมันมีลับลมคมในอยู่
"ผ่านมาตั้งกี่ปีแล้ว แม่ลืมไปหมดแล้วล่ะลูก"
สือฉินพยายามเปลี่ยนเรื่อง แต่หลี่อันเล่อไม่ยอมแพ้ "ข้อสอบโรงงานทอผ้าไม่น่าจะยากหรอกครับแม่ ผมเชื่อมือแม่ แม่รื้อฟื้นแป๊บเดียวก็ได้แล้ว ยังเหลือเวลาอีกตั้งเดือน" ลูกชายตัวดีออดอ้อนคะยั้นคะยอจนสือฉินจนปัญญา
"เออๆ ไว้ค่อยคุยกัน ลูกบ่นว่าเหนื่อยไม่ใช่เหรอ รีบไปล้างหน้าล้างตาแล้วนอนซะ"
"ครับ"
จะว่าไปพอใช้สมองเยอะๆ ก็ชักจะง่วงจริงๆ หัวถึงหมอนปุ๊บก็หลับปั๊บ เสียงในหัวดังขึ้นอีกครั้งถามว่าจะเชื่อมต่อระบบยอดนักเรียนหรือไม่ เขากด 'ไม่' แล้วดำดิ่งสู่ห้วงนิทรา
"หลับแล้วเหรอ?"
หลี่กั๋วสี่กลับมาเห็นลูกชายนอนหลับปุ๋ยก็กระซิบถามเมีย
"พ่อกับแม่เรียกไปคุยเรื่องอะไรล่ะ?"
"ก็เรื่องเจ้าห้านั่นแหละ"
"จะจัดงานทันก่อนปีใหม่ไหม พ่อรู้ไหมเมื่อกี้ลูกพูดว่าอะไร?"
"แม่บอกว่าถ้าจัดก่อนปีใหม่จะได้ประหยัดของขวัญวันปีใหม่ แล้วตกลงเสี่ยวเล่อพูดว่าไง?"
หลี่กั๋วสี่ถอดรองเท้า เอาผ้าขี้ริ้วเช็ดเท้าลวกๆ แล้วมุดขึ้นเตียง เตียงแคบๆ นอนเบียดกันสามคนพ่อแม่ลูก
สือฉินเล่าเรื่องที่ลูกชายคะยั้นคะยอให้ไปสอบโรงงานทอผ้าให้สามีฟัง แล้วถอนหายใจ
"ถ้าคุณเป็นยุวปัญญาชนจริงๆ ก็คงดี"
หลี่กั๋วสี่ไม่นึกว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนจะหัวไวขนาดนี้ ความคิดเข้าท่า ถ้าสอบติดได้เป็นคนงานโรงงาน ก็ได้กินเงินเดือนกินข้าวหลวง กลายเป็นคนเมืองเต็มตัว แต่เขารู้อยู่เต็มอกว่าสือฉินไม่ใช่ยุวปัญญาชนอะไรทั้งนั้น
เธอเป็นแค่คนหนีภัยมา แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นคือ ภูมิหลังครอบครัวของสือฉินไม่ใช่แค่ชาวบ้านธรรมดา ปู่เป็นเจ้าที่ดิน พ่อเป็นนายทุนน้อย ไม่งั้นสือฉินคงไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือจนรู้หนังสือหรอก
ประวัติแบบนี้ อย่าว่าแต่สอบเข้าโรงงานเลย เผลอๆ จะโดนตรวจสอบย้อนหลังซวยกันหมด
อีกอย่าง ตอนเด็กๆ สือฉินก็ไม่ได้ขยันเรียนอะไรนักหนา ต่อให้ไม่มีเรื่องประวัติมาค้ำคอ ก็คงสอบไม่ติดอยู่ดี
เรื่องพวกนี้หลี่อันเล่อไม่ได้รับรู้ ไม่งั้นคงนอนตาค้างทั้งคืน
คืนนั้นหลี่อันเล่อนอนฝันหวาน ฝันว่าแม่สอบติดโรงงานทอผ้า ได้บ้านพักในเมือง พาเขากับพ่อไปเสวยสุข ปู่ย่าหน้าบานเป็นจานเชิง ชมแม่เปาะ ป้าสะใภ้ทั้งหลายก็รุมชมเขาว่าฉลาดหลักแหลม โตขึ้นคงได้เป็นคนงานเหมือนแม่ งานไร่นาสาโทไม่ต้องแตะ พวกพี่ๆ น้องๆ ลูกป้าน้าอา ทั้งอันไฉ อันติง อันกวง อันวั่ง อันจวี๋ ต่างมองด้วยสายตาอิจฉาริษยา คิดแล้วก็ฟินจนเผลอหัวเราะออกมา
"ฮ่าๆๆ"
"เพี๊ยะ!"
"ไอ้ลูกหมา ตื่นได้แล้ว"
หลี่กั๋วสี่ตบผัวะเข้าที่ก้นลูกชายที่กำลังนอนยิ้มหวาน ขืนไม่รีบตื่น อดข้าวเช้ากันพอดี
สำหรับหลี่กั๋วสี่ แรงจูงใจเดียวในการลุกจากที่นอนตอนเช้าตรู่คือ ข้าวต้มหม้อใหญ่กับมันเทศตากแห้ง
"หือ?"
หลี่อันเล่องัวเงียตื่นขึ้นมา ฝันสลายหายวับ ขยี้ตาปริบๆ พบว่าตัวเองยังนอนอยู่บนเสื่อกกขาดๆ บนเตียงดินแข็งๆ "เมื่อกี้ฝันไปเหรอเนี่ย?"
"อย่ามัวเอ๋อ รีบออกไปตักข้าว"
"มาแล้วครับ มาแล้ว"
กองทัพต้องเดินด้วยท้อง เรื่องอื่นค่อยว่ากัน ซัดข้าวต้มชามโตแกล้มมันเทศตากแห้งจนอิ่มแปล้ สมองก็เริ่มแล่นอีกครั้ง
แต่พอได้ยินประโยคเด็ดจากปากแม่สือฉินเข้า หลี่อันเล่อก็ฝันสลายดังเพล้ง ทำไงดีล่ะทีนี้
"เลิกเหม่อได้แล้ว ไปลงนากัน"
"ไปถอนหญ้าในนาข้าวอีกแล้วเหรอพ่อ?"
หลี่อันเล่อแทบคลั่ง ไม่ไหวนะ จะให้เป็นชาวนาตัวน้อยตลอดไปไม่ได้ ร่างกายมันประท้วง งานหนักขนาดนี้ทำไม่ได้จริงๆ ต้องหาทางอื่น ไม่งั้นคงต้องแกล้งเอ๋ออีกรอบแล้วมั้ง ไหนๆ ก็เคยมีประวัติอยู่แล้ว
"หรือจะลองไปถามอาเล็กดู อาเล็กไปบ้านพักยุวปัญญาชนบ่อยๆ อาจจะรู้ว่าถ้าแม่ย้ายทะเบียนบ้านมาอยู่ที่นี่แล้ว จะมีสิทธิ์สอบโรงงานทอผ้าได้ไหม"