- หน้าแรก
- ข้าคือผู้ที่จะนำแสงสว่างมาสู่ใต้หล้า
- บทที่ 59 - พบเรือดในน้ำแกงแพะ
บทที่ 59 - พบเรือดในน้ำแกงแพะ
บทที่ 59 - พบเรือดในน้ำแกงแพะ
บทที่ 59 - พบเรือดในน้ำแกงแพะ
เปลวไฟลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง
นี่เป็นเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิด
ทั้งที่ทีมดับเพลิงสั่นกระดิ่งเร่งรีบมาจากที่ไกลๆ แล้ว แต่แม่เล้าขี้เหนียวเห็นว่าไฟเริ่มเบาลง จึงกังวลว่าหากให้ทีมดับเพลิงช่วยจะต้องเสียเงินค่าตอบแทนก้อนโต นางจึงปฏิเสธการใช้รถน้ำดับเพลิง
คนของทีมดับเพลิงเพิ่งจะก่นด่าแล้วจากไป ไฟที่คลังสินค้าซึ่งเกือบจะดับมอดก็พลันมีเปลวเพลิงพุ่งออกมาอีกครั้ง แม้แต่ป้ายผ้าบนตึกหลักที่เพิ่งถูกไอร้อนจากไฟก็พลันติดไฟขึ้นมาด้วย
เมื่อเห็นเปลวไฟกลืนกินคำว่า 'หอจันทร์กระจ่าง' และแม่เล้าเหลียงร่างอ้วนเริ่มร้องขอความช่วยเหลือจากทีมดับเพลิงที่ยังไปไม่ไกล หยุนเจากับเฉียนตัวตัวก็เดินออกจากที่เกิดเหตุไปแล้ว...
"หอจันทร์กระจ่างไม่มีแล้ว หลายคนคงขาดรายได้เลี้ยงชีพ"
เฉียนตัวตัวถอนหายใจออกมาในที่สุด ดูเหมือนนางจะรู้สึกเสียใจอยู่บ้าง
"คนที่มีชีวิตผูกติดกับหอจันทร์กระจ่างมีเยอะหรือ?"
"เยอะสิ ยายเฒ่าจางที่คอยส่งน้ำหวานให้หอจันทร์กระจ่างเป็นคนดีมาก แล้วยังมีช่างไม้เหล่าเฟย คนสวนท่านลุงหลิว ยายเฒ่าหุยที่ทำขนม และท่านลุงเหอที่คอยมาเก็บสิ่งปฏิกูล"
หยุนเจายิ้มแล้วเอ่ยว่า "นี่คือราคาของการล้างแค้น การแก้แค้นส่วนใหญ่มักไม่หวังผลกำไร ดังนั้นมันจึงทำไม่ได้แบบที่มีแต่ได้กับได้ทั้งสองฝ่าย"
เฉียนตัวตัวกัดฟันเอ่ย "พูดไปแล้วก็เป็นเพราะฉันมีเงินไม่มากพอ ถ้ามีมากพอ ฉันคงชดเชยให้ยายเฒ่าจางและคนอื่นๆ ได้"
หยุนเจาเกาศีรษะพลางเอ่ย "ช่วงนี้ฉันเองก็กำลังกลุ้มเรื่องเงินอยู่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นอย่ามองฉันเลย ฉันเองก็เป็นคนจนเหมือนกัน"
"ต้องหาเงินแล้วสิ—"
"พูดได้ถูกต้อง ต้องหาเงิน แต่ว่านะ ในกรงขังซีอานแห่งนี้ เราไม่มีทางที่จะปล้นได้เลย"
"เจ้าจะหาเงินด้วยวิธีสุจริตไม่ได้หรือ?"
"ไร้สาระ ฉันจะเป็นโจรนะ การหาเงินด้วยวิธีสุจริตมันเสียศักดิ์ศรี"
"เจ้าทำเงินด้วยวิธีสุจริตไม่เป็นมากกว่าล่ะมั้ง?"
เมื่อได้ยินเฉียนตัวตัวพูดเช่นนั้น หยุนเจาจึงถอนหายใจพลางชี้ไปยังกองคาราวานอูฐที่เพิ่งเดินผ่านไป "หาเงินจากพวกเขาน่ะง่ายมาก"
"ปล้นอีกแล้วหรือ? เจ้าคิดให้ดีนะ คนในกองคาราวานอูฐน่ะพวกบ้าบิ่นทั้งนั้น พวกมองโกลดุร้ายกว่าพวกนักดาบเสียอีก"
หยุนเจามองดูชาวมองโกลร่างสูงใหญ่ที่ขี่อยู่บนหลังอูฐพลางชี้ที่ศีรษะ "ปกติพวกเขาใช้แรงเยอะไปหน่อย สมองเลยไม่ได้ใช้งานเท่าที่ควร ดังนั้นเมื่อเผชิญหน้ากับพวกเขา เราต้องใช้สมองให้มาก"
"เจ้าหมายถึงการหลอกลวง—"
หยุนเจาส่ายหน้า "ต่อให้จะหลอก ก็ต้องทำหลังจากมีการค้าขายที่ซื่อสัตย์เป็นร้อยครั้งแล้ว เรื่องเล็กน้อยไม่คุ้มที่จะหลอก เงินเพียงเล็กน้อยก็ไม่คุ้มที่จะหลอก
ตอนนี้ต้องหาสินค้าดีๆ มาให้พวกเขาให้ได้"
"เจ้ามีสินค้าดีๆ หรือ?"
"เดิมทีไม่มีหรอก แต่ตอนนี้พอเห็นท่าทางที่พวกมองโกลกินเนื้อแพะแล้ว ฉันก็มีขึ้นมาทันที!"
เฉียนตัวตัวเงยหน้าขึ้นไปมอง เห็นชายร่างกำยำที่มีใบหน้าดุดันและร่างกายหนาเหมือนภูเขากำลังแทะขาแพะอยู่หนึ่งข้าง เมื่อมองจากรอยที่เขาแทะจะเห็นว่ามันยังมีเลือดซิบๆ อยู่
ชายร่างยักษ์เห็นเฉียนตัวตัวกำลังมองเขาอยู่ เขายังมีน้ำใจก้มตัวลงมาเพื่อจะส่งขาแพะที่แทะไปครึ่งหนึ่งและยังไม่สุกดีให้เฉียนตัวตัว
เฉียนตัวตัวย่อตัวขอบคุณอย่างมีมารยาทแต่ไม่ได้รับขาแพะ ชายชาวมองโกลคนนั้นจึงหัวเราะพลางโบกมือลาเดินจากไป
"เจ้าทนกลิ่นสาบแพะบนตัวพวกเขาได้หรือ?" หยุนเจาไม่ค่อยเข้าใจการกระทำของเฉียนตัวตัวนัก
เฉียนตัวตัวมองหยุนเจาพลางถอนหายใจ "มองปราดเดียวก็รู้ว่าเจ้าไม่เคยหิวโหย
ในยุคสมัยนี้ การที่ใครสักคนยอมแบ่งเนื้อที่อยู่ที่ปากให้เจ้า ในสายตาฉันเขาคือคนดีมากจริงๆ นะ ว่าแต่เจ้ามีวิธีหาเงินจริงๆ หรือ?"
หยุนเจายิ้ม "ไปรับน้องชายเจ้าก่อน แล้วฉันจะทำให้ดูว่าหาเงินได้อย่างไร"
เฉียนตัวตัวหันไปมองหอจันทร์กระจ่างที่ไฟกำลังลุกโชน หยุดนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แล้วรีบเดินตามหยุนเจาไป นางตัดสินใจที่จะลืมสถานที่ที่สร้างความทรงจำอันแสนเจ็บปวดนี้
โลกต้าหมิงสำหรับหยุนเจาคือโลกที่มีอิสระอย่างยิ่ง
สำหรับเขาแล้ว โลกนี้ไม่มีข้อเสียอะไรใหญ่นโตนักนอกจากความชอบตัดหัวคน
หากเขาต้องการ เขาอยากจะนำเคล็ดลับการร่ำรวยในกฎหมายอาญาที่เขาเคยเรียนมาใช้ให้หมดทุกอย่าง
อย่างไรเสีย ในโลกต้าหมิง ทางการก็ยังไม่รัดกุมเท่ากับโลกในอนาคต หยุนจามีความมั่นใจอย่างยิ่งที่จะกลายเป็นโจรที่ร่ำรวยที่สุดในราชวงศ์หมิง
หยุนเจาได้พบกับเฉียนเส้าเส้า เขาชอบเด็กชายที่มีดวงตากลมโตคู่หนึ่งนี้ทันที
เฉียนตัวตัวไม่ได้รักใคร่น้องชายเฉียนเส้าเส้าเหมือนอย่างที่นางพูด เพราะพอเจอกันนางก็เริ่มลงมือตีน้องชายทันที...
เฉียนเส้าเส้าก็ไม่สู้กลับ ปล่อยให้พี่สาวทุบตีจนเกิดเสียงดังเปรี้ยงปร้าง เขายังรู้จักส่งรอยยิ้มให้หยุนเจา เพียงแต่ฟันหายไปซี่หนึ่ง
"เจ้าตีจนฟันน้องชายหลุดเลยหรือ"
หยุนเจาตะโกนบอกเฉียนตัวตัว
เฉียนตัวตัวหยุดทุบตีน้องชายทันที นางง้างปากน้องชายออกดูอย่างรุนแรงแล้วหันมาถลึงตาใส่หยุนเจา
"อย่ามองฉัน ฉันผลัดฟันแล้ว" หยุนเจาตอบกลับอย่างเกียจคร้าน พลางชี้ไปที่ร้านน้ำแกงร้อนๆ ด้านหน้า "เจ้าอยากจะช่วยน้องชายอาบน้ำหน่อยไหม?"
เฉียนตัวตัวหยิบชุดเสื้อผ้าออกมาจากห่อผ้าเล็กๆ บนหลัง แล้วจูงมือน้องชายเข้าไปในโรงอาบน้ำ
ตรงข้ามโรงอาบน้ำคือร้านเนื้อแพะ
หยุนเจามองดูเถ้าแก่จัดการเนื้อแพะอยู่นาน
เถ้าแก่ก็ไม่ถือสา ทำงานไปพลางเอ่ยกับหยุนเจาไปพลาง "น้ำแกงแพะใสๆ ของบ้านข้านั้นเลิศรสที่สุด เจ้าหนูเจ้ารู้ไหมว่าเนื้อแพะทำอย่างไรถึงจะอร่อย?"
หยุนจามองดูฝาหม้อไม้ที่ลอยคว้างอยู่ในน้ำแกงแพะแล้วเอ่ยว่า "เจ้าน่ะกี่วันถึงจะเปลี่ยนฝาหม้อไม้สนสักครั้ง?
เนื้อแพะที่อร่อยที่สุดไม่ใช่เพราะเจ้าใส่เครื่องเทศมากเท่าไร แต่เป็นเพราะตัวเนื้อแพะเองต้องดี เนื้อแพะที่ดีขอแค่เกลือเพียงกำมือเดียวก็เป็นรสชาติที่ไร้เทียมทานแล้ว เนื้อแพะที่ไม่อร่อยต่างหากที่ต้องใช้ซีอิ๊วและน้ำมันสีเข้มมาปกปิดกลิ่นสาบ อีกทั้งเนื้อแพะแก่ก็มีวิธีกินแบบหนึ่ง เนื้อแพะอ่อนก็มีอีกแบบ น้ำแกงแพะหม้อนี้ของเจ้าน่ะมันมีแต่เศษเนื้อที่คนอื่นเขาขายเหลือทิ้งไว้ทั้งนั้น หากเจ้ายังกล้าบอกว่าเนื้อแพะบ้านเจ้าอร่อยอีกล่ะก็ ระวังข้าจะให้คนสนิทของข้าสอยฟันเจ้าให้หลุดหมดปาก"
เถ้าแก่มองดูพวกหยุนเมิ่งที่อยู่ด้านหลังหยุนเจา แล้วยอมหุบปากลงอย่างว่าง่าย
หยุนเจาหยิบกระบวยตักน้ำแกงแพะขึ้นมาหนึ่งกระบวย นำมาดมใกล้จมูก จากนั้นก็เทน้ำแกงกลับลงไปในหม้อใหญ่แล้วถอนหายใจ
"ของดีๆ ถูกคนอย่างเจ้าทำเสียของหมด"
พ่อครัวชาวกวนจงมักจะมีอารมณ์ร้อน เมื่อได้ยินหยุนเจาพูดเช่นนั้นก็โกรธจัด กำกระบวยแน่นแล้วตะโกนว่า "เจ้าไปสืบดูในเมืองซีอานดูเถอะ ใครบ้างจะไม่บอกว่าน้ำแกงแพะที่ข้าซุนเหล่าลิ่วต้มนั้นดี เจ้าจะไปรู้อะไร การต้มน้ำแกงแพะต้องใช้ทั้งตัว!
เนื้อแพะแก่ทนต่อการต้ม ขอแค่ไฟถึง น้ำแกงก็จะข้นเนื้อจะเปื่อย แม้แต่ไขกระดูกก็ละลาย นี่คือหัวน้ำแกง ถึงตอนนั้นค่อยใส่เนื้อแพะอ่อนลงไป ขอแค่เดือดไม่กี่ครั้งเนื้อแพะอ่อนก็สุกแล้ว แขกมาตอนไหนก็ได้กินตอนนั้น!
มือซ้ายถือน้ำแกงแพะหนึ่งชาม มือขวาถือขนมปังอบปิ้งหนึ่งแผ่น แล้วกัดกระเทียมสดตามไปคำหนึ่ง แม้แต่เทพเซียนก็ยังไม่ยอมแลกเลย"
หยุนเจาได้ยินดังนั้นก็ยิ้มแต่ไม่พูดอะไร เขาซุบซิบกับหยุนเมิ่ง จากนั้นหยุนเมิ่งก็รีบเดินจากไป
หยุนเจาเดินมาที่หม้อน้ำแกง จ้องมองน้ำแกงแพะสีขาวขุ่นในหม้อแล้วเอ่ยว่า "เป็นแค่อาหารประทังชีวิตของคนยากลำบาก เอาขึ้นโต๊ะงานเลี้ยงไม่ได้หรอก"
พูดจบเขาก็โยนเหรียญทองแดงกำหนึ่งให้เถ้าแก่ร้านน้ำแกงแพะ แล้วใช้มีดเฉือนเนื้อแพะก้อนโตออกมาจากตัวแพะที่แขวนอยู่หน้าประตู เขาชำเลืองมองหยุนหู่กับหยุนเป้า แล้วจัดการเฉือนเนื้อแพะออกมาอีกครึ่งตัว ให้เถ้าแก่ร้านสับเป็นชิ้นเล็กๆ แช่น้ำรอไว้
ต้นหอม ขิง กระเทียม สิ่งเหล่านี้เถ้าแก่ร้านน้ำแกงแพะมีครบ หยุนเจาล้างมือแล้วเริ่มเตรียมวัตถุดิบ
ภาพนี้ทำให้หยุนหู่กับหยุนเป้าประหลาดใจอย่างมาก
"ฉันเป็นปีศาจหมูป่า เมื่อก่อนเคยได้กินเนื้อแพะชนิดหนึ่ง จนถึงทุกวันนี้ยังลืมไม่ลง วันนี้พอดีมีเวลาว่าง จะทำออกมาให้พวกอาได้ลองชิมกัน"
"เจ้าทำอาหารเป็นด้วยหรือ?" หยุนหู่มองหยุนเจาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป
หยุนเจาเหยียบม้านั่งตัวเล็ก ยืนประจันหน้ากับเถ้าแก่ร้านน้ำแกงแพะที่ยืนกอดอกรอดูความคึกคักแล้วเอ่ยว่า "วันนี้ฉันมาเพื่อทำลายชื่อเสียงร้านเจ้าโดยเฉพาะ"
เถ้าแก่ร้านน้ำแกงแพะยิ้มเยาะอย่างไม่ยี่หระแล้วเอ่ยว่า "ขอแค่ท่านกงน้อยพอใจ วันนี้ร้านนี้ยกให้ท่านจัดการเลย"
เด็กน้อยคนหนึ่งจะประลองฝีมือทำอาหารกับพ่อครัวเก่าแก่ในเมืองซีอาน นี่เป็นเหตุการณ์ประหลาดที่ร้อยปีจะเจอสักครั้ง ชาวกวนจงที่ชอบเรื่องสนุกจึงแห่กันมาจนแน่นขนัด
เพียงแต่ในฝูงชนมักจะมีเสียงด่าทอแว่วมาเป็นระยะ ทุกประโยคล้วนเกี่ยวข้องกับมารดาของหยุนเจา ซึ่งนั่นทำให้หยุนเจาไม่พอใจอย่างยิ่ง
ไม่ว่าใครจะด่า หยุนเจาก็จะให้หยุนหู่กับหยุนเป้าเข้าไปชกต่อยเถ้าแก่ร้านน้ำแกงแพะ ผ่านไปสิบกว่ายก ผู้คนที่มาดูความคึกคักเห็นว่าเถ้าแก่ร้านน่าสงสาร จึงหยุดด่าไปเอง
เมื่อหยุนเมิ่งหอบข้าวของกลับมา เขาพบว่าร้านน้ำแกงแพะเล็กๆ ถูกผู้คนเบียดเสียดจนน้ำไหลไฟดับ กว่าจะมุดเข้ามาได้ ก็เห็นหยุนเจาเหยียบม้านั่งตัวเล็กกำลังต้มเนื้อแพะอยู่ ส่วนเถ้าแก่ร้านน้ำแกงแพะที่เคยอวดดีกลับมีใบหน้าบวมปูดคอยนั่งยองๆ ช่วยเขาเร่งไฟอยู่ที่พื้น
วิธีการทำอาหารของหยุนเจารุนแรงมาก แครอทที่หยุนเมิ่งนำมาถูกสับเป็นชิ้นโตๆ ตามใจชอบ และเขายังจามผักกาดขาวออกเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเหมือนกำลังผ่าฟืน
เขาเทน้ำมันลงในกระทะเล็กน้อย เมื่อน้ำมันร้อนก็ใส่เศษน้ำตาลลงไป เคี่ยวน้ำตาลจนเป็นน้ำเชื่อม จากนั้นก็เทเนื้อแพะลงไปผัดอย่างรวดเร็ว สุดท้ายก็เทเนื้อแพะลงในโถดินเผา ใส่ต้นหอม ขิง กระเทียมที่หั่นไว้ลงไป ตามด้วยผักกาดขาวและแครอท สุดท้ายเขาก็หยิบห่อเครื่องเทศเล็กๆ ที่ห่อด้วยผ้าก๊อซออกมาจากอกของหยุนเมิ่งอย่างลึกลับแล้วโยนลงในโถ เขาชำเลืองมองน้ำแกงแพะที่เถ้าแก่ร้านต้มไว้อย่างเหยียดหยามและไม่ยอมใช้ แต่นำน้ำสะอาดสองกระบวยเทลงไปแทน
จากนั้นเขาก็กอดอกรอดูเนื้อแพะที่กำลังเดือดปุดๆ ในหม้อดิน
"หากวันนี้อาหารที่เจ้าทำรสชาติไม่เลิศรสไปกว่าน้ำแกงแพะที่ซุนเหล่าลิ่วต้ม ด้วยเหตุที่เจ้าทำตัวโอหังไร้มารยาทล่ะก็ เจ้าคงเลี่ยงการถูกเฆี่ยนไม่ได้แน่ๆ"
หยุนเจามองไปยังต้นเสียง เห็นชายวัยกลางคนสวมชุดนักพรตสีเขียว คอเสื้อสีขาวเผยออกมาให้เห็นเล็กน้อย และมีหนวดสั้นๆ เดินแหวกฝูงชนออกมา เขามองหยุนเจาจากที่สูงด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ไม่มีท่าทางล้อเล่นแม้แต่น้อย
"ท่านเป็นใคร?"
หยุนเจาเลิกตาถามอย่างโอหัง
"ข้าคือหงเฉิงโถ่ว!"
(จบแล้ว)